14 ประสบการณ์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร เติมเต็มทริปเที่ยวญี่ปุ่นของคุณ!

เมื่อคุณได้ไปเยี่ยมจุดท่องเที่ยวยอดนิยมต่าง ๆ มามากแล้ว บางครั้งคุณคงอยากไปสัมผัสอะไรใหม่ ๆ อะไรที่พบได้แค่ที่ญี่ปุ่น หรือว่าอะไรที่สามารถสัมผัสได้แค่เฉพาะเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ช่วงเดียวในหนึ่งปีเท่านั้น ที่นี่เราได้รวบรวมจุดท่องเที่ยวพิเศษมาให้คุณแล้ว ที่เหล่านี้จะพาให้คุณไปพบกับประสบการณ์อันน่าทึ่งอย่างแน่นอน

ทั่วประเทศ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

1. เดินเล่นบนธารน้ำแข็ง [Hokkaido]

ที่บริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของ Hokkaido นั้น คือเขตบริเวณล่างสุดที่สามารถมองเห็นธารน้ำแข็งได้ในช่วงฤดูหนาว โดยจะชมได้ในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนเมษายน มีทัวร์พาท่องเที่ยวชมธารน้ำแข็งโดยเรือเจาะน้ำแข็งหรือว่าจะไปทัวร์ชมธารน้ำแข็งแบบเดินเท้าก็ได้ หากเลือกไปแบบเดินเท้า คุณอาจได้ว่ายน้ำไปแทนเพราะว่าธารน้ำแข็งเหล่านั้นมันไม่แข็งแรงสักเท่าไหร่ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปเพราะว่าอุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ราว -6 องศาเซลเซียส ซึ่งชุดกันน้ำที่ทัวร์จัดให้คุณจะช่วยป้องกันความหนาวเย็นให้คุณได้

เว็บไซต์: h-takarajima.com/detail/index/653?ml_lang=en

ที่ตั้ง: 51 Utorohigashi,Shari-cho, Shari-gun, Hokkaido (Google Map)

2. พิพิธภัณฑ์เรือนจำ Abashiri  [Hokkaido]

เรือนจำ Abashiri ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1890 ซึ่งในส่วนของตึกเก่านั้นได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้คนได้มาเยี่ยมชม จุดเด่นหลักของพิพิธภัณฑ์นี้ก็คือหุ่นขี้ผึ้งที่สามารถบรรยายชะตาชีวิตของนักโทษในเรือนจำได้เป็นอย่างดี เรือนจำ Abashiri นี้กล่าวขานกันว่าเป็นสถานที่หนีออกไปได้ยากมากที่สุดในญี่ปุ่น และผู้ที่ชอบหลบหนีออกจากเรือนจำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากทั่วประเทศจะถูกส่งตัวมาจำคุกที่นี่ ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีจัดนิทรรศการเป็นครั้งคราวให้เราได้เยี่ยมชมอีกด้วย

เว็บไซต์: www.kangoku.jp/world/index.htm

เว็บไซต์: www.kangoku.jp/hantai/ (ภาษาจีน)

ที่ตั้ง: 1-1 Yobito Abashiri-shi Hokkaido (Google Map)

3. ทัวร์ชมหิมะลอยละล่อง [Aomori]

ในเขต Tsugaru ของจังหวัด Aomori นั้นเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของหิมะลอยละล่อง (Drifting snow) ในช่วงฤดูหนาว หิมะมักจะตกลงมาหนักจนทำให้วิสัยทัศน์ของคุณเหลือเพียงแค่ 1 เมตรข้างหน้าเท่านั้น ทัวร์พิเศษไม่เหมือนใครแบบนี้จะพาคุณสวมชุดหน้าหนาวสไตล์พื้นเมืองดั้งเดิม โดยมีรองเท้าหิมะทำมาจากไม้หรือว่าไม้ไผ่ แล้วไปชมหิมะลอยพริ้วไหวเป็นรูปลักษณ์สวยงาม ประสบการณ์แปลกใหม่เช่นนี้จะทำให้คุณลืมมันไม่ลงเลยทีเดียว

เว็บไซต์: www.en-aomori.com/activities-007.html

ที่ตั้ง: Kanagi-cho, Goshogawara-shi, Aomori (Google Map)

4. สัมผัสประสบการณ์ชีวิตหลังความตายที่ Osorezan [Aomori]

Herry Lawford / Flickr

Osorezan ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า "ภูเขาอันน่ากลัว" ถูกเล่ากล่าวขานกันว่าที่นี่เป็นประตูสู่ชีวิตหลังความตาย ผู้คนส่วนใหญ่ยังเชื่อกันว่าผู้ที่ล่วงลับไปแล้วจะมารวมตัวกันที่นี่ ซึ่งภูมิประเทศของที่นี่ก็ดูจะเข้ากับความเชื่อเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี เนื่องจากที่นี่อยู่ใกล้เขตภูเขาไฟ คุณจึงจะได้กลิ่นของกำมะถันและเห็นไอน้ำพุร้อนผุดขึ้นมา ถึงแม้ว่าสถานที่รอบๆ จะดูแห้งแล้งจนทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของ "นรก" แต่หากคุณเดินทางไปถึงทะเลสาบ Usor บริเวณข้างๆ วัด ภูมิประเทศที่ดูซึมเศร้าเงียบเหงาจะกลับกลายเป็นสถานที่ราวสวรรค์ขึ้นมาทันที เพราะว่าน้ำในทะเลสาบมีสีน้ำเงินใสอันเนื่องมาจากส่วนประกอบเป็นกำมะถันค่อนข้างสูง ณ สถานที่แห่งนี้คุณสามารถไปสัมผัสประสบการณ์ที่คนญี่ปุ่นต่างก็เชื่อกันว่าเป็นสถานที่แห่งชีวิตหลังความตายได้

HP: www.mutsu-kanko.jp/guide/miru_01.html (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

5. บ้านหิมะ Kamakura [Akita]

極地狐/Flickr

Kamakura เป็นชื่อเรียกของกระท่อมหิมะในเขตทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเขตที่หิมะตกหนักมาก แรกเริ่มเดิมทีกระท่อมหิมะถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่ไหว้สักการะเทพเจ้าแห่งน้ำ ซึ่งในปัจจุบันเองก็ยังมีเทศกาล Kamakura (Kamakura Festival) ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปร่วมงานอยู่เช่นกัน คุณสามารถเข้าไปทานอาหารใน Kamakura ได้ ภายในกระท่อมหิมะนั้นจะอบอุ่น และพนักงานจะเสิร์ฟอาหารจานอุ่นให้คุณได้ทานอย่างเอร็ดอร่อย เทศกาล Kamakura จะถูกจัดขึ้นที่เมือง Yokote จังหวัด Akita เป็นเทศกาลที่ยอดนิยมที่คุณไม่ควรพลาดเช่นกัน

เว็บไซต์: f-pedia.r-cms.biz/en/topics_detail7/id=549

ที่ตั้ง: Yokote-shi, Akita (Google Map)

6. ศาลเจ้า Dewa Sanzan [Yamagata]

 

ศาลเจ้า Dewa Sanzan เป็นชื่อรวมของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามในจังหวัด Yamagata เส้นทางแสงบุญที่ผ่านภูเขาทั้งหลายเหล่านี้มีประวัติยาวนานกว่า 1,400 ปีมาแล้ว นักแสวงบุญหรือเรียกกันว่า Yamabushi นั้นจะทำการฝึกฝนปฏิบัติตนเป็นเวลานาน 7 วันเพื่อที่จะเอาชนะโลกแห่งกายภาพ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้เดินทางมาแสวงบุญ การเดินขึ้นตามทางป่าเขากว่า 2,446 ก้าวก็จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงพลังอันศักดิ์สิทธิ์และลึกลับที่สถิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้

เว็บไซต์: www.dewasanzan.jp (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง: 7 Toge, Haguro-machi Toge, Tsuruoka-shi, Yamagata (Google Map)

7. สวน Michinoku [Miyagi]

yasumin001/Flickr

สวน Michinoku Park แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจาก Sendai กับ Yamagata ราว ๆ 1 ชั่วโมง สวนอันกว้างใหญ่สามารถรองรับครอบครัวและเด็ก ๆ ได้มากมาย การได้มาเดินเล่นในสวนดอกไม้สวยงามพื้นที่กว่า 7,000 ตารางเมตรก็เป็นการผ่อนคลายที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน มีบริเวณสำหรับเด็กให้ลูกๆ ของคุณได้เล่นสนุกใช้เวลาร่วมกับคุณ นอกจากนี้คุณยังสามารถไปเยี่ยมชมบ้านโบราณทั้ง 9 หลังที่รวบรวมมาจาก 6 จังหวัดในเขต Tohoku (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ของญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของวัฒนธรรมของแต่ละจังหวัด สวนแห่งนี้จึงเป็นที่พักอย่างดีสำหรับทริปเที่ยวชมประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นของคุณ

เว็บไซต์: www.michinoku-park.info/english/

เว็บไซต์: www.michinoku-park.info/china/ (ภาษาจีน)

ที่ตั้ง: Kawasaki-machi Ono, Shibata-gun, Miyagi (Google Map)

8. สวนสนุก Nikko Edomura - [Tochigi]

PROHidetsugu Tonomura/Flickr

ที่นี่คือสวนสนุกที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ตั้งอยู่ในเขต Nikko ซึ่งจะพาคุณย้อนกลับไปสู่ยุค Edo (1603-1868) อีกครั้งหนึ่ง สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ในสวนสนุกแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามสไตล์เอโดะ และผู้คนต่างก็สวมใส่ชุดในสมัยเอโดะเสมือนว่าทุกคนต่างอยู่ในยุคนั้นจริง ๆ คุณจะสัมผัสได้ถึงความเป็นเมืองเก่า ได้มาใช้ชีวิตอยู่ในยุคสมัยเอโดะจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณใส่ชุดกิโมโนด้วย

เว็บไซต์: edowonderland.net/en/

เว็บไซต์: edowonderland.net/zh-tw/ (ภาษาจีน)

9. กำแพงหิมะ Tateyama Kurobe [Nagano & Toyama]

 

เส้นทางเลียบกำแพงนี้จะผ่านจุดชมวิวอันสวยงามของเทือกเขา Japan Alp ที่เรียงตัวในเขตจังหวัด Nagano กับ Toyama จึงถูกเรียกชื่อเป็น Tateyama Kurobe Alpine Route โดยคุณจะเดินทางโดยใช้ทั้งรถบัส กอนโดล่า และรถเคเบิ้ล ถนนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะนี้จะขนาบข้างด้วยกำแพงหิมะสูงกว่า 20 เมตร จึงเป็นจุดดึงดูดท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวสามารถลงไปเดินชมกำแพงนี้ในระยะใกล้ ๆ ได้ในช่วงกลางเดือนเมษายนไปจนถึงกลางเดือนมิถุนายน เส้นทางลัดเลาะภูเขาแห่งนี้ยังมีวิวทิวทัศน์สวยงามในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงเช่นกัน แต่ถนนจะถูกปิดในช่วงตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงต้นเมษายน

เว็บไซต์: www.alpen-route.com/tw/

เว็บไซต์: www.alpen-route.com/en/ (ภาษาจีน)

10. ช่องระบายน้ำใต้ดินด้านนอกเมือง Saitama [Saitama]

สถาปัตยกรรมอันอลังการแห่งนี้คือช่องระบายน้ำใต้ดินด้านนอกเมือง (The Metropolitan Area Outer Underground Discharge Channel) ทางตะวันออกของจังหวัด Saitama ซึ่งเป็นจังหวัดติดกับโตเกียวทางทิศเหนือ น้ำที่ล้นจากแม่น้ำจะไหลเข้ามายังช่องระบายน้ำใต้ดินแห่งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เขตตัวเมืองเกิดภัยพิบัติน้ำท่วม ที่แห่งนี้อนุญาตให้ทัวร์ท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมได้ขณะที่ไม่ได้ใช้งาน ช่องระบายน้ำนี้มักจะถูกใช้งานในช่วงเวลาที่ฝนตกหนักโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มักจะมีพายุเข้า ฉะนั้นที่แห่งนี้จึงไม่ใช่สถานที่ที่เราจะมีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมชมกันบ่อยนัก

HP: www.ktr.mlit.go.jp/edogawa/gaikaku/english/

ที่ตั้ง: 720 Kamikanasaki, Kasukabe-shi, Saitama (Google Map)

11. สถานที่แห่งโชคชะตาย้อนกลับคืน (Site of Reversible Destiny) ในสวน Yoro Park [Gifu]

สถานที่น่าพิศวงแห่งนี้ถูกออกแบบโดยกลุ่มศิลปิน สถาปนิก และนักประพันธ์ โดยได้ให้คำอธิบายไว้ว่า "ที่นี่เป็นสวนแห่งประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยการเผชิญหน้าในสิ่งที่ไม่คาดคิด" นอกเหนือจากเรื่องความหมายทางปรัชญาที่น่าพิศวงแล้ว การได้สัมผัสประสบการณ์ที่เราไม่ได้คาดคิดก็นับเป็นความสนุกน่าตื่นตาตื่นใจล้วน ๆ เลย คุณจงลืมเรื่องคอมม่อนเซนส์อย่างแรงดึงดูดโลกหรือความสมดุลไปได้เลย เมื่อได้เข้ามาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้

เว็ยไซต์: www.yoro-park.com/facility-map/hantenchi/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง: 1298-1 Takabayashi, Yoro-cho, Yoro-gun, Gifu (Google Map)

12. สวนสนุกกับสนามแข่งรถ Suzuka Circuit [Mie]

หากคุณเป็นคนที่ชื่อชอบการแข่งรถ ที่นี่คือสถานที่ที่คุณต้องไปให้ได้ เพราะที่ Suzuka Circuit ในจังหวัด Mie นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยการแข่งรถที่จัดงานแข่งรถชื่อดังรวมไปถึง F1 Grand Prix ด้วย นอกเหนือจากงานแข่งรถแล้ว คุณยังสามารถไปเพลิดเพลินกับการขับรถเล่นในสวนสนุกข้าง ๆ ได้อีกด้วย อย่าง Twin Ring Motegi ก็เป็นอีกสถานที่แนะนำสำหรับคนที่รักความบันเทิง

เว็บไซต์: www.suzukacircuit.jp/en/

เว็บไซต์: www.suzukacircuit.jp/tw/ (ภาษาจีน)

ที่ตั้ง: 7992 Inoh-cho, Suzuka-shi, Mie (Google Map)

13. ไปเหยียบเกาะกระต่าย [Hiroshima]

เกาะ Ohkuno ในเขตจังหวัด Hiroshima นั้นรู้จักกันในฉายาว่า "เกาะกระต่าย" โดยมีกระต่ายกว่า 100 ตัวอาศัยอยู่บนเกาะขนาดเล็ก กระต่ายเหล่านี้นั้นเป็นลูกหลานของกระต่ายทั้ง 8 ตัวที่ถูกเลี้ยงอยู่ในโรงเรียนท้องถิ่นในช่วงปี 1971  มันจะเชื่องและวิ่งเข้าหาคุณเมื่อคุณมาเยี่ยมมันที่เกาะกระต่ายแห่งนี้ ไม่ลองไปพบกับเจ้ากระต่ายน่ารักเหล่านี้กันหน่อยหรือ?

เว็บไซต์: www.qkamura.or.jp/ohkuno/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง: Tadanoumi-cho, Takehara-shi, Hiroshima (Google Map)

14. ขี่อูฐที่เนินทราย [Tottori]

The Tottori Sand Dunes หรือก็คือเนินทรายที่จังหวัด Tottori นั้นเป็นเนินทรายที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัด Tottori เช่นกัน เนินทรายแห่งนี้อยู่ริมชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นทอดตัวยาวกว่า 16 กิโลเมตรและสามารถสูงได้ถึง 40 เมตร คุณสามารถสนุกไปกับไปกับการเดินขึ้นและไถลตัวลงจากเนินทรายได้ แต่เรามีทางเลือกพิเศษให้คุณอีกทาง นั่นก็คือขี่อูฐชมวิวนั่นเอง !! รับรองว่าคุณจะได้รูปถ่ายอันเป็นเอกลักษณ์ประจำทริปกลับบ้านไปแน่นอน

เว็บไซต์: rakudaya.info (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง: 2164-449 Fukube-cho Yuyama, Tottori-shi, Tottori (Google Map)

 

 

สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ:

[Japan Travel]

47 Tourist Attractions in Japan’s 47 Prefectures

50 Magnificent Views in Japan that You Shouldn’t Miss

30 reasons to go to Japan before you die

30 Most Popular Japan Sightseeing Spots for Foreigners (2014)

20 Japanese places chosen by travelers that no one should miss (2013)

A Guide to 18 UNESCO World Heritage Sites in Japan

15 Beautiful Japanese Villages You Must Visit

30 shrines and temples in Japan to get lucky charms for love

16 Must-See Flower Gardens Around Japan

12 Recommended Japanese Power Spots

30 things to experience when you come to Japan

13 Recommended spots in Japan to enjoy yourself this Halloween

10 Reasons to Visit Japan in the Autumn

20 Recommended spots to take in the autumn foliage all around Japan

16 Amazing Things to Do in Japan in the Winter

Experience the Ancient Japanese Way of Life in Each Prefecture

 

[Tokyo Travel]

50 สิ่งที่น่าไปสัมผัสที่โตเกียว

50 สิ่งที่น่าไปสัมผัสที่ชิบูย่า

50 สิ่งที่น่าไปสัมผัสที่ฮาราจูกุ

50 สิ่งที่น่าไปสัมผัสที่ชินจูกุ

50 สิ่งที่น่าไปสัมผัสที่เขตอูเอโนะกับอาซากุสะ

50 สิ่งที่น่าไปสัมผัสที่กินซ่า

14 สิ่งที่ต้องทำใน Yanesen (ยานากะ, เนะสึ, เซนดากิ)

10 วัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ไปลองสัมผัสประสบการณ์ได้ในโตเกียว

15 วิธีพาเที่ยวโตเกียวแบบประหยัดงบ

 

[Osaka Travel]

50 สิ่งที่น่าไปสัมผัสที่โอซาก้า

15 วิธีพาเที่ยวโอซาก้าแบบประหยัดงบ

11 สถานที่ให้คุณได้ไปสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นในโอซาก้า

เดินไปกินไปในโอซาก้า : 5 สิ่งที่คุณไม่ควรพลาด

60 จุดชมวิวแนะนำสำหรับทริปสั้นๆ ออกจากโอซาก้า

 

[Kyoto Travel]

50 สิ่งที่น่าไปสัมผัสในเกียวโต

15 วิธีพาเที่ยวเกียวโตแบบประหยัดงบ

10 สถานที่ในเกียวโตที่จะเปลี่ยนโฉมคุณด้วยชุดกิโมโนสมัยโบราณ

 

[Things to do in Kansai]

50 สิ่งที่น่าไปสัมผัสที่วากายามะ

50 สิ่งที่น่าไปสัมผัสที่นารา เมืองหลวงเก่าแก่ของญี่ปุ่น

 

[Kanagawa Travel]

50 สิ่งที่น่าไปสัมผัสไปเขตโชนังกับคามาคุระ

 

[Hokkaido Travel]

50 สิ่งที่น่าไปสัมผัสที่ฮอกไกโด

11 วิธีพาเที่ยวซัปโปโรแบบประหยัดงบ

20 วิวทิวทัศน์อันสวยงามในฮอกไกโดที่คุณไม่ควรพลาด

 

[Fukuoka Travel]

50 สิ่งที่น่าไปสัมผัสที่ฟูคุโอกะ

 

[Okinawa Travel]

50 สิ่งที่น่าไปสัมผัสที่โอกินาว่า

 

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร