11 ประสบการณ์วัฒนธรรมญี่ปุ่นที่คุณต้องลอง

ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะที่แยกตัวโดดเดี่ยวมาเป็นเวลาช้านาน ส่งผลให้วัฒนธรรมถูกพัฒนาขึ้นจนมีเอกลักษณ์ประจำตัวและน่าหลงใหล ประวัติศาสตร์และธรรมเนียมประเพณีที่หยั่งรากลึกเหล่านี้เป็นประสบการณ์หายากที่จะทำให้คุณเข้าใจวัฒนธรรมอันโดดเด่นของญี่ปุ่นได้ และเนื่องจากมีหลายวิธีให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์นี้ เราจึงอยากแนะนำ 11 กิจกรรมน่าลองที่จะทำให้คุณได้ใกล้ชิดกับวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใครของประเทศญี่ปุ่นกัน

ทั่วประเทศ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

1. ใส่ชุดกิโมโนเดินเล่นในเมืองประวัติศาสตร์

คงไม่มีเครื่องแต่งกายใดที่จะบ่งบอกถึงความเป็นญี่ปุ่นได้เท่ากิโมโนอีกแล้ว กิโมโนถือเป็นชุดประจำชาติและเป็นเครื่องแต่งกายที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นได้ดีที่สุด การได้ลองสวมกิโมโนจึงเป็นหนึ่งในประสบการณ์อันยอดเยี่ยมที่จะทำให้คุณเข้าถึงวัฒนธรรมและสัมผัสกับเสน่ห์ของญี่ปุ่นในอดีตได้

การเดินเล่นในชุดกิโมโนไม่เพียงแต่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบแท้ๆ เท่านั้น แต่ยังทำให้คุณได้เก็บภาพความทรงจำอันงดงามรอบๆ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เอาไว้ในรูปถ่ายด้วย

ในโตเกียว อาซากุสะถือเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการใส่กิโมโนเดินเล่น เนื่องจากที่นี่รายล้อมไปด้วยอาคารแบบดั้งเดิมและบรรยากาศเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ สำหรับภูมิภาคคันไซ จังหวัดเกียวโตอาจเป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมใส่ชุดประจำชาติญี่ปุ่นกันมากที่สุด คุณสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ 10 จุดที่ดีที่สุดในการสวมชุดกิโมโนในเกียวโต 

และหากคุณต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาและเรื่องราวเกี่ยวกับชุดกิโมโนเพิ่มเติม ก็สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ ยูกาตะ vs กิโมโน วัฒนธรรมลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังชุดประจำชาติญี่ปุ่น.

2. ผ่อนคลายไปกับการแช่ออนเซ็น

ประเทศญี่ปุ่นมี "ออนเซ็น" (น้ำพุร้อน) มากกว่า 3,000 แห่ง ทำให้การแช่ออนเซ็นกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ขาดไม่ได้ คนญี่ปุ่นจำนวนมากมักจับกลุ่มกันไปออนเซ็นเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง ไปใช้เวลาในการผ่อนคลาย เพลิดเพลินกับประโยชน์ด้านสุขภาพและความงามจากน้ำพุร้อนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ นอกจากนี้ ยังเป็นการใช้เวลากับเพื่อนหรือครอบครัวที่ดีมากอีกด้วย คุณสามารถพบบ่อน้ำพุร้อนทุกประเภทได้ในญี่ปุ่น ตั้งแต่บ่อน้ำพุร้อนลับที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน ไปจนถึงรีสอร์ตสุดหรูที่คุ้มค่าต่อการไปเยือน

หากคุณไปเที่ยวในแถบคันโต จังหวัดชิซูโอกะก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องคุณภาพออนเซ็นเป็นอย่างมาก และยังสามารถจัดเป็นทริปสั้นๆ ที่เดินทางไปกลับจากโตเกียวได้ อีกหนึ่งสถานที่ยอดเยี่ยมในการแช่ออนเซ็น คือ ฮาโกเน่ซึ่งมีรีสอร์ตออนเซ็นสุดหรูอยู่มากมาย และแน่นอนว่าคุณสามารถแช่ออนเซ็นตามเมืองใหญ่ๆ ได้เช่นกัน อย่างในโตเกียวเองก็มีบ่อน้ำพุร้อนมากมาย และคันไซก็มีจุดแช่ออนเซ็นชื่อดังที่ได้รับความนิยมอยู่เยอะเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นคิโนะซากิหรือเกียวโต ก็ล้วนจัดเป็นสถานที่แนะนำสำหรับผู้ที่ชอบแช่ออนเซ็น

ถึงแม้ว่ามารยาทในการแช่น้ำพุร้อนจะเป็นความรู้ทั่วไปสำหรับชาวญี่ปุ่น แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติก็อาจไม่คุ้นกับเรื่องนี้เท่าไร ดังนั้น หากคุณวางแผนจะไปแช่ออนเซ็นล่ะก็ อย่าลืมหาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของออนเซ็นแห่งนั้นไว้ด้วย และหากเว็บไซต์มีแต่ภาษาญี่ปุ่น คุณก็สามารถตามไปอ่านข้อมูลจากบทความมารยาทในการแช่ออนเซ็นแทนได้ แต่หากคุณกำลังกังวลเรื่องปัญหาเกี่ยวกับรอยสัก เราขอแนะนำให้คุณอ่านบทความธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับผู้ที่มีรอยสักค่ะ

ส่วนผู้ที่ไม่สะดวกใจในการลงแช่น้ำร่วมบ่อกับคนแปลกหน้าก็ไม่ต้องกลุ้มใจไป เพราะเรามีรายชื่อออนเซ็นที่สามารถให้ผู้เข้าใช้บริการใส่ชุดว่ายน้ำได้ให้คุณไปเพลิดเพลินกับการผ่อนคลายสไตล์ญี่ปุ่นมาฝากด้วย

3. เฉลิมฉลองด้วยวิถีชาวญี่ปุ่นกับงานเทศกาลพื้นเมือง

ญี่ปุ่นมีการจัด "มัตสึริ" (祭 งานเทศกาลพื้นเมือง) กันอย่างแพร่หลาย ในช่วงฤดูร้อน คุณจะพบมัตสึริได้แทบทุกย่าน ทุกเมืองและทุกวันเลยทีเดียว มีทั้งขบวนแห่ นักเต้น และนักดนตรีที่เดินเล่นเครื่องดนตรีโบราณไปตามท้องถนน สร้างช่วงเวลาที่แสนวิเศษ อบอวลไปด้วยบรรยากาศสนุกสนานและมีชีวิตชีวา ให้คุณได้เก็บภาพถ่ายสวยๆ กลับบ้านไป แต่เราขอเตือนไว้ก่อนว่าในช่วงเทศกาล ท้องถนนจะแออัดคับคั่งไปด้วยผู้คน แต่หากคุณสามารถเดินทางไปเข้าร่วมงานเทศกาลได้ก็ไม่ควรพลาดเป็นอันขาด เพราะคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศแสนสนุกของการเฉลิมฉลอง ทั้งยังแฝงไปด้วยประเพณีที่สืบทอดมาหลายศตวรรษซึ่งคุณไม่สามารถหาชมได้ที่ไหนอีก 

และก็ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองเท่านั้น! อีกหนึ่งความยอดเยี่ยมของงานมัตสึริก็คือ อาหารนั่นเอง! บนสองข้างทางของถนนจะเรียงรายไปด้วยแผงอาหารและร้านขายของทานเล่นอร่อยๆ มากมาย หากคุณมีโอกาสไปก็อย่าลืมลองอาหารรสเลิศทั้งหมดให้ครบด้วยนะ

นอกจากงานมัตสึริ เทศกาลชมดอกไม้ไฟ (Hanabi Taikai) ก็ได้รับความนิยมอย่างสูงในญี่ปุ่นเช่นกัน โตเกียวมักจะมีการจัดเทศกาลดอกไม้ไฟที่แม่น้ำสุมิดะ (Sumidagawa Hanabi Taikai) ซึ่งเป็นงานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในขณะที่เทศกาลดอกไม้ไฟที่แม่น้ำโยโดะ (Yodogawa Hanabi Taikai) ในโอซาก้าก็คุ้มค่าน่าชมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีอีก 15 สถานที่แนะนำสำหรับเทศกาลชมดอกไม้ไฟ!  คุณสามารถไปศึกษาข้อมูลเอาไว้สำหรับการมาเที่ยวครั้งหน้าได้เลย

นอกจากนี้ ยังมีเทศกาลแปลกประหลาดที่ไม่เหมือนใคร และได้รับความนิยมในญี่ปุ่นอีกมากมายรอให้คุณไปเข้าร่วม เช่น เทศกาลหิมะในจังหวัดฮอกไกโด หรือ เทศกาลขี่ท่อนซุงในจังหวัดนากาโนะ เป็นต้น คุณสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาลอื่นๆ ได้ในบทความ 10 เทศกาลยอดนิยมในญี่ปุ่น

4. ต้อนรับฤดูกาลใหม่กับ ฮานามิ และ โมมิจิการิ

เทศกาลฮานามิและการชมดอกซากุระ

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ "ฮานามิ" (การชมดอกไม้) ถือเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากๆ บรรดานักท่องเที่ยวจะแห่กันไปที่สวนสาธารณะเพื่อปิกนิกกับเพื่อนฝูงหรือคนรักอย่างเพลิดเพลินภายใต้ต้นซากุระที่เบ่งบาน ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นและการเกิดใหม่ นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานเทศกาลฮานามิจะได้รับการต้อนรับด้วยทัศนียภาพอันงดงามของดอกซากุระสีชมพูและบรรยากาศของงานเทศกาลที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา สร้างความทรงจำที่มีคุณค่าและยากจะลืมเลือน

หากคุณต้องการชมทิวทัศน์ที่ดูเป็นญี่ปุ่นที่สุด "เกียวโต" ก็ถือเป็นเมืองที่ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะมีสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่อุดมสมบูรณ์ควบคู่ไปกับต้นซากุระมากมายนับไม่ถ้วน ก่อให้เกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดในประเทศ

นี่คือ 10 จุดชมซากุระที่ดีที่สุดของเกียวโต และหากคุณชอบบรรยากาศที่เงียบสงบเพื่อจะได้เพลิดเพลินไปกับการชมซากุระ เราก็ขอแนะนำ 8 สถานที่ลับสำหรับชมซากุระที่มีแต่คนในท้องถิ่นที่รู้มาฝากกันด้วย

แน่นอนว่าทั้งโตเกียวและโอซาก้าถือเป็นที่ตั้งของสถานที่สวยงามมากมายสำหรับเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพสีชมพูในฤดูใบไม้ผลิ หากคุณอยากรู้จักสถานที่ชมซากุระที่อยู่ห่างจากเขตเมืองใหญ่ ก็สามารถตามไปดูได้ที่บทความ 20 สถานที่ที่ดีที่สุดนอกเมืองใหญ่ 

หากคุณตัดสินใจจะไปเทศกาลฮานามิเพื่อเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมและดอกไม้อันสวยงามที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ อย่าลืมศึกษาและปฏิบัติตามมารยาทอย่างเหมาะสมกันด้วยนะ

 

โมมิจิการิและสีสันของฤดูใบไม้ร่วง

ฤดูใบไม้ร่วงถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการชมทัศนียภาพธรรมชาติอันน่าทึ่งของญี่ปุ่น "โมมิจิการิ" (การชมใบไม้เปลี่ยนสี) เป็นประเพณีที่ชาวญี่ปุ่นนิยมกันมาก และก็มักจะมีนักท่องเที่ยวแห่ไปทั่วทุกมุมของประเทศเพื่อชมสีสันของฤดูใบไม้ร่วงที่สวยสดใส การได้เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยสีสัน เคียงคู่กับสถาปัตยกรรมเก่าๆ อย่างวัดและศาลเจ้าก็สามารถสร้างความทรงจำอันมีค่าและภาพถ่ายที่ยอดเยี่ยมได้อย่างแน่นอน!

ในโตเกียว มีสวนสาธารณะหลายแห่งที่ถูกย้อมไปด้วยสีส้ม แดงและเหลืองของฤดูใบไม้ร่วง นี่คือรายชื่อจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดีที่สุดในโตเกียวที่เราได้จัดทำเอาไว้ และสำหรับพื้นที่ในแถบคันไซ โดยเฉพาะโอซาก้าและนาราที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามหลากสีสันในช่วงนี้ เราก็มีบทความเกี่ยวกับสถานที่ที่ดีที่สุดของคันไซในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและบทความรวมจุดที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสีในเกียวโตมาให้ด้วย

หากคุณต้องการไอเดียเพิ่มเติมเกี่ยวกับการชมใบไม้เปลี่ยนสี เราขอแนะนำบทความเกี่ยวกับสถานที่ 8 อันดับแรกสำหรับเพลิดเพลินไปกับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงของเราค่ะ

5. พักผ่อนคลายที่เรียวกัง

"เรียวกัง" คือ โรงแรมเล็กๆ หรือโรงเตี๊ยมญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าในอดีต เรียวกังจะมีอยู่ตามถนนสายหลักทั่วไปในญี่ปุ่น แต่ปัจจุบัน เรียวกังได้กลายเป็นที่สำหรับหนีความวุ่นวายในชีวิตไปพักผ่อนแล้ว

เรียวกังถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการพักผ่อน ไม่เพียงแต่จะได้สัมผัสกับการต้อนรับและบริการชั้นสูงของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ที่คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรมและธรรมเนียมประเพณีของญี่ปุ่นอีกด้วย คุณจะมีโอกาสได้เห็นสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่และน่าตื่นตาของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ได้นอนในห้องแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ปูพื้นด้วยเสื่อทาทามิ สวม "ชุดยูกาตะ" (เครื่องแต่งกายคล้ายกิโมโน) และรับประทานอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมเป็นมื้อเช้าและมื้อค่ำ นอกจากนี้ ยังมีเรียวกังอีกหลายแห่งที่ตั้งอยู่ใกล้กับออนเซ็น ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับการแช่น้ำพุร้อนได้ด้วย

หากนี่ฟังดูเข้ากับสไตล์การท่องเที่ยวพักผ่อนสำหรับคุณ ก็อย่าลืมตามไปดูรายชื่อเรียวกังแนะนำ 16 แห่งสำหรับบรรดานักท่องเที่ยวในญี่ปุ่นด้วยนะคะ มีทั้งเรียวกังสวยงามที่พบได้ตามเมืองใหญ่ๆ อย่างโตเกียวและโอซาก้า กับเรียวกังที่มองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของภูเขาไฟฟูจิให้คุณเลือกได้ตามใจชอบ

6. รื่นรมย์ไปกับทิวทัศน์สุดตรึงใจรอบภูเขาไฟฟูจิ

ภูเขาไฟฟูจิ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นที่คนรู้จักกันมากที่สุดและมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นในหลายๆ ด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านทัศนศิลป์ ภูเขาไฟรูปกรวยขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในจังหวัดชิซูโอกะและยามานาชิซึ่งสามารถมองเห็นได้จากทุกทิศในระยะไกล แม้จะเปิดให้ปีนได้แค่ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนเท่านั้น แต่ความสวยงามตลอดทั้งปีก็เป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้จากทุกหนแห่ง โดยเฉพาะจาก 8 สถานที่ที่จะทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของภูเขาไฟฟูจิในทุกฤดูกาล 

วิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการปีนภูเขาไฟฟูจิ คือ ออกเดินทางตอนกลางคืนโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ไปถึงยอดเขาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น การได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่เส้นขอบฟ้าและส่องสว่างสู่ผืนโลกเบื้องล่างจากจุดที่สูงที่สุดของญี่ปุ่นถือเป็นทัศนียภาพที่สวยงามจนแทบหยุดหายใจเลยทีเดียว

หากการปีนเขาไม่ใช่ทางของคุณ ก็ยังมีการเดินทางแบบไปเช้า-เย็นกลับจากโตเกียวที่จะทำให้คุณได้ชื่นชมความงดงามตามธรรมชาติของภูเขาไฟฟูจิได้ ทั้งชมทะเลสาบ 5 แห่งที่อยู่โดยรอบและสถานที่น่าสนุกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติหรือเรือโจรสลัด!

หากคุณต้องการศึกษาเรื่องราวของภูเขาไฟฟูจิให้มากกว่านี้ ลองตามไปอ่านบทความคู่มือการปีนภูเขาไฟฟูจิฉบับสมบูรณ์ และบทความเรื่องลับเกี่ยวกับภูเขาไฟฟูจิที่แม้แต่คนท้องถิ่นก็ยังไม่รู้ของเราได้เลยค่ะ

7. เพลิดเพลินไปกับตัวการ์ตูนสุดโปรดและสินค้าน่ารักๆ ในธีมคาเฟ่

ญี่ปุ่นมีร้านคาเฟ่ ร้านอาหารและสถานที่ตามธีมต่างๆ อยู่มากมาย ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะรู้จักแต่คาเฟ่แมวและคาเฟ่สัตว์เลี้ยงต่างๆ ญี่ปุ่นก็ยังมีคาเฟ่และร้านอาหารตามธีมที่สามารถพบได้ทั่วไปในโตเกียวและเขตเมืองใหญ่ ซึ่งก็มีทั้งคาเฟ่ธีมอนิเมะชื่อดังและเกมยอดนิยมอย่าง Gundam, Final Fantasy, Pokemon และธีมวัฒนธรรม "Kawaii" (น่ารัก) อย่างเมดคาเฟ่ (Maid Cafe) ตลอดจนร้านอาหารแปลกๆ ที่ไม่เหมือนใคร รับรองว่าคุณได้เพลิดเพลินไปตลอดการเดินทางแน่นอน แถมยังจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่อีกด้วย

จุดเด่นอย่างหนึ่งของการไปสถานที่เหล่านี้ คือ คุณจะรู้สึกเหมือนได้มีปฏิสัมพันธ์และถูกรายล้อมไปด้วยตัวละคร ซีรีส์ และแบรนด์ที่ชื่นชอบ เมนูอาหารหรือเครื่องดื่มก็จะเกี่ยวข้องกับเกมหรือตัวละครและเรื่องราวของอนิเมะ นอกจากนี้ คุณยังอาจได้รับการบริการและการดูแลจากเหล่าเมดสุดน่ารัก เมื่อคุณก้าวเข้าสู่ Kawaii World ด้วย เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่คุณจะได้สัมผัสและเกิดเป็นความประทับใจอันยากที่จะลืม 

ข้อดีประการสุดท้ายของการเที่ยวธีมคาเฟ่เหล่านี้ คือ คุณสามารถหาซื้อสินค้าที่ไม่สามารถหาซื้อที่อื่นได้ด้วย! สินค้าพิเศษเหล่านี้จะมีขายเฉพาะในร้านและหาได้แค่ในร้านธีมคาเฟ่ถือเป็นของที่ระลึกชั้นยอดเลยทีเดียว

8. สัมผัสบริการชั้นสูงในพิธีชงชาญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นได้ขัดเกลาวัฒนธรรมการชงชามาหลายศตวรรษจนกลายเป็นสิ่งที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง ลักษณะเด่นของพิธีชงชาญี่ปุ่น คือ ความพิถีพิถัน ความแม่นยำและกฎระเบียบมารยาทที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดสำหรับใช้ในการเตรียมตัวและขณะที่เพลิดเพลินไปกับชาและของว่าง การมีส่วนร่วมในพิธีชงชาจะทำให้ผู้เข้าร่วมได้ชมความอุตสาหะเอาใจใส่ในการบริการแบบญี่ปุ่นแท้ๆ และในระหว่างนั้นก็สามารถเพลิดเพลินไปกับรสชามัทฉะแสนอร่อยควบคู่ไปกับขนมญี่ปุ่นโบราณได้ด้วย

วัฒนธรรมการชงชาเป็นกิจกรรมที่เจ้าของบ้านจะทำเพื่อแสดงความต้อนรับและมอบความสบายใจให้กับผู้มาเยือนซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในวัฒนธรรมญี่ปุ่น โดยทั่วไปเจ้าภาพจะสวมเสื้อผ้าที่เป็นทางการ และจะสอนผู้เข้าร่วมในทุกขั้นตอนตลอดพิธี ตั้งแต่ท่านั่งที่เหมาะสม ไปจนถึงวิธีการรินน้ำชา การรับและการจิบชา และการเพลิดเพลินไปกับชามัทฉะซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพและขนมญี่ปุ่นโบราณที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลายจากความตึงเครียดที่ต้องพบเจอในชีวิตประจำวัน และเข้าถึงความสงบในวิถีแบบเซนได้

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม คุณสามารถเข้าไปอ่านได้ที่บทความพิธีชงชาของญี่ปุ่นและสถานที่แนะนำในเกียวโต 

9. เพลิดเพลินกับค่ำคืนแห่งเซนที่ชูคุโบะของวัด

วัดขนาดใหญ่หลายแห่งทั่วญี่ปุ่นอนุญาตให้คนนอกมาพักค้างคืนในที่ที่จัดเตรียมไว้ได้ โดยใช้สถานที่ที่เรียกว่า "ชูคุโบะ" (สถานที่พักในวัด) ที่นี่รองรับผู้คนได้มากมายและมอบประสบการณ์แห่งเซนให้กับผู้เข้าพักได้เป็นอย่างดี

คุณเคยสงสัยเกี่ยวกับการรับประทานอาหารของพระภิกษุสงฆ์หรือกิจวัตรประจำวันในวัดญี่ปุ่นบ้างไหม? ด้วยประสบการณ์นี้ คุณจะได้สัมผัสกับอาหารมังสวิรัติแบบดั้งเดิมที่ถูกปรุงเพื่อพระภิกษุสงฆ์โดยเฉพาะ นอกจากนี้ คุณยังสามารถเข้าร่วมกับพระในการเรียนรู้และจดจำพระสูตร (พระไตรปิฎกทางพระพุทธศาสนา) ได้อีกด้วย ตั้งสมาธิรวมจิตใจและร่างกายของคุณด้วยการมีส่วนร่วมในการฝึกสมาธิเหมือนกับพระภิกษุและผู้แสวงบุญกันเถอะ

วัดหลายแห่งจะมีที่พักสำหรับผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยว โดยสิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ ชูคุโบะไม่ใช่โรงแรมทั่วไปแต่เป็นส่วนหนึ่งของวัด คุณจึงต้องปฏิบัติตามกฎและมารยาทให้ถูกต้องเหมาะสม ดังนั้น อย่าลืมอ่านและทำความเข้าใจกฎของชูคุโบะก่อนจะไปเข้าพักด้วยนะ

ภูเขาโคยะ (Koya-san) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเกียวโตและโอซาก้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำสำหรับประสบการณ์การค้างคืนในวัดญี่ปุ่น ที่นี่ตั้งอยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของหนึ่งในนิกายที่ใหญ่ที่สุดของศาสนาพุทธ มีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่จะมาเทียบความสำคัญทางศาสนากับวัดเหล่านี้ได้

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการค้างแรมที่วัด สามารถอ่านได้ที่บทความ แนะนำ 8 ชูคุโบะ (ที่พักภายในวัด) ทั่วประเทศญี่ปุ่น

10. ลุ้นระทึกไปกับการแข่งซูโม่อันร้อนระอุ

ซูโม่เป็นหนึ่งในกีฬาเก่าแก่ของญี่ปุ่น โดยชายร่างใหญ่จะต่อสู้กันอยู่ภายในวงที่กำหนดไว้โดยมีเป้าหมาย คือ ล้มคู่ต่อสู้หรือผลักฝ่ายตรงข้ามให้ออกจากวง แม้ความจริงแล้วคุณจะสามารถชมการแข่งขันซูโม่ผ่านโทรทัศน์ได้ แต่หากต้องการชมแบบได้อารมณ์ที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นการไปชมที่สนามแข่งด้วยตนเอง!

สำหรับผู้ที่ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติของซูโม่และสัมผัสกับแก่นแท้ของซูโม่ด้วยตนเอง เราขอแนะนำให้เดินทางไปยังย่านเรียวโกคุ (Ryogoku) ในโตเกียว เพราะคุณสามารถเพลิดเพลินไปกับสนามกีฬาซูโม่ โรงฝึกซ้อมซูโม่ และอื่นๆ อีกมากมายได้ เมื่อชมเสร็จแล้วก็อย่าลืมไปลอง "จังโกะนาเบะ (Chanko Nabe)" เมนูหม้อไฟที่เป็นหนึ่งในอาหารหลักของนักกีฬาซูโม่ และ "โคคุกิคัง" (Kokugikan) สนามกีฬาแห่งชาติที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซูโม่ชั้นนำของประเทศซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณนี้ด้วย แวะไปเยี่ยมชมกันให้ได้เลยนะคะ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกีฬาประจำชาติอันทรงพลังนี้ สามารถศึกษาได้ที่บทความ 8 วิธีเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ซูโม่ในญี่ปุ่น

11. ค้นพบงานฝีมือญี่ปุ่นโบราณ ทำของที่ระลึกด้วยตัวเอง

แน่นอนว่าคุณสามารถซื้อของที่ระลึกได้จากร้านค้าในแหล่งท่องเที่ยว แต่จะมีสักกี่ครั้งที่คุณจะสามารถทำของที่ระลึกได้ด้วยตัวเองเวลาไปเที่ยว?

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีงานฝีมือชื่อดังมากมาย ซึ่งหลายชิ้นก็มีอยู่มานานหลายศตวรรษแล้ว ปกติแล้วคุณสามารถทำของฝากได้ในราคาไม่แพง เป็นวิธีนำวัฒนธรรมญี่ปุ่นติดมือกลับบ้านไปอย่างสนุกสนานและง่ายดาย แถมยังเป็นความทรงจำอันมีค่าจนยากที่จะลืมเลือนด้วย เช่น งานฝีมือแบบดั้งเดิมอย่าง "ตุ๊กตาดารุมะ" (ตุ๊กตาแบบโบราณ เครื่องรางแห่งความโชคดี) "มาเนกิเนโกะ" (ตุ๊กตาแมวกวักในญี่ปุ่น เชื่อว่าจะนำโชคมาสู่เจ้าของ) ไปจนถึงเครื่องใช้ เช่น เครื่องปั้นดินเผาและตะเกียบ คุณสามารถลองทำทั้งหมดนี้ได้เมื่อมาเยือนญี่ปุ่น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมอ่านได้ที่บทความอะไรทำให้งานฝีมือญี่ปุ่นมีความ "ดั้งเดิม"

เซรามิกเป็นประเพณีที่ยั่งยืนและยาวนานในโลกของศิลปะญี่ปุ่น ที่นี่มีแหล่งกำเนิดเครื่องปั้นดินเผาที่มีสไตล์เฉพาะตัวในหลายๆ ภูมิภาค หากคุณพบว่าตัวเองอยู่ในพื้นที่คันโต ที่นี่ก็มีสถานที่มากมายที่คุณสามารถไปทำเครื่องปั้นดินเผาด้วยตัวเองได้ นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงทีเดียว แล้วยังทำให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมงานศิลปะญี่ปุ่นและได้รู้ว่าทรัพยากรที่มีอยู่นี้ส่งผลต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างไรบ้างด้วย

ดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาในญี่ปุ่น สัมผัสประสบการณ์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นโบราณ

ไม่ว่าจะเป็นการนั่งสมาธิที่วัด ลิ้มลองอาหารตามคาเฟ่ธีมต่างๆ ปีนภูเขาไฟฟูจิ หรือเดินเล่นรอบเมืองในชุดกิโมโน ทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่จะช่วยให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจวัฒนธรรมและประเพณีของญี่ปุ่นมากขึ้น เราหวังว่าคุณจะใช้เวลาในการสัมผัสประเทศในระดับที่ลึกซึ้งขึ้น และกลับไปพร้อมกับความประทับใจและความสนใจในประเทศและวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่เพิ่มมากขึ้น เราเชื่อว่าคุณจะต้องตกหลุมรักญี่ปุ่นเมื่อได้ลองสัมผัสกับวัฒนธรรมเหล่านี้แน่นอน! 
 

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

Title photo: supawat bursuk, Richie Chan, Dpongvit, KPG Payless 2 / Shutterstock.com

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร