8 สุดยอดจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีห้ามพลาดจากทั่วญี่ปุ่นปี 2019!

ด้วยสภาพอากาศและสายพันธุ์ของต้นไม้ที่มีอยู่ในประเทศญี่ปุ่นทำให้ใบไม้มีการเปลี่ยนสีที่เห็นได้ชัดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก สีแดง ทอง และส้มแก่ที่ตัดกันอย่างลงตัวมีเสน่ห์ ช่วยขับให้ทัศนียภาพของญี่ปุ่นดูมีสีสันและน่าหลงใหลขึ้นไปอีก วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 8 สุดยอดจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมทั่วญี่ปุ่นที่ได้ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี พร้อมข้อมูลเวลาชมในแต่ละสถานที่ เพื่อเป็นตัวช่วยวางแผนการเดินทางของคุณในครั้งนี้

ทั่วประเทศ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

■ มิคุนิโทเกะ (三国峠) / ฮอกไกโด

"มิคุนิโทเกะ" ตั้งอยู่ในบริเวณภาคกลางของฮอกไกโด เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง (大雪山国立公園) กินพื้นที่ถึง 226,764 เฮกตาร์ นับว่าเป็นอุทยานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ผืนป่าและภูเขาสุดลูกหูลูกตาที่ตั้งอยู่บนระดับความสูงเหนือน้ำทะเล 1,139 เมตร

ป่าปฐมภูมิที่เต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิดจะแผ่กว้างให้คุณรับชมอยู่ด้านล่าง เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงเหล่าต้นไม้จะเปลี่ยนสีใบพร้อมๆ กันอย่างสวยงาม  นอกจากนี้ที่ "มิคุนิโทเกะ" ยังมี "สะพานมัตสึมิโอฮาชิ (松見大橋)" ที่เป็นสะพานรูปตัว S ทอดข้ามอยู่ เนื่องจากกลมกลืนอยู่อย่างลงตัวกับเหล่าต้นไม้ จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดชมเป็นอย่างยิ่ง

"มิคุนิโทเกะ" เป็นสถานที่ที่คุณจะได้ชมวิวพาโนราม่าสวยงามตระการตาที่เกิดจากการถักทอใบไม้เปลี่ยนสีกับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรแวะไปให้ได้หากมีโอกาสมาเที่ยวฮอกไกโด

ช่วงรับชม: ปลายเดือนกันยายน - กลางเดือนตุลาคม
การเดินทาง:
1. เครื่องบิน: สนามบินฮาเนดะ (โตเกียว) → สนามบินอาซาฮิกาวะ (ฮอกไกโด) (เวลาที่ใช้: ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)
2. รถยนต์: สนามบินอาซาฮิกาวะ → จุดหมาย (เวลาที่ใช้: ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)
เว็บไซต์: https://tokachibare.jp/post_spot/post_spot-426/

■ ทะเลสาบโทวาดะ (十和田湖) / จังหวัดอาโอโมริ, จังหวัดอาคิตะ

"ทะเลสาบโทวาดะ" เป็นทะเลสาบที่เกิดจากปากปล่องภูเขาไฟ ตั้งอยู่คาบเกี่ยวระหว่างจังหวัดอาโอโมริกับจังหวัดอาคิตะในภูมิภาคโทโฮคุ บริเวณริมทะเลสาบมีเนินลาดชันที่มีต้นไม้ผลัดใบอย่างบีชญี่ปุ่น เมเปิล และโรแวนญี่ปุ่นขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนสีใบให้เห็นพร้อมๆ กัน

นอกจากช่วงฤดูหนาวแล้วจะมีเรือชมวิวให้ใช้บริการอยู่ จึงสามารถเพลิดเพลินไปกับใบไม้เปลี่ยนสีจากบนเรือได้ด้วย ใกล้ๆ กันยังมี "ทางน้ำโออิราเสะ (奥入瀬渓流)" ที่มีน้ำสีน้ำเงินเข้มของทะเลสาบโทวาดะไหลผ่าน ภาพของทางน้ำที่ถูกปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่มีสีสันสดใสนั้นดูมีมนต์ขลัง และเป็นที่รู้จักในฐานะจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอันดับ 1 ของภูมิภาคโทโฮคุ ถึงขนาดที่นอกจากถ่ายภาพแล้ว ยังมีคนมานั่งสเก็ตภาพให้เห็นอีกด้วย เป็นสถานที่ชื่อดังที่จะทำให้ผู้ที่มาพบเห็นตกตะลึงไปกับทิวทัศน์สุดวิเศษที่แผ่กว้างอยู่

ช่วงรับชม: กลางเดือน - ปลายเดือนตุลาคม
การเดินทาง:
1. ชินคันเซ็น: Tohoku Shinkansen สถานี Tokyo → สถานี Shin-Aomori (เวลาที่ใช้: ประมาณ 3 ชั่วโมง)
2. รถบัสประจำทาง: สถานี Shin-Aomori → ป้าย Yasumiya (เวลาที่ใช้: ประมาณ 3 ชั่วโมง)
ค่าใช้บริการเรือชมวิว: ผู้ใหญ่ 1,430 เยน, เด็ก 720 เยน
เว็บไซต์: http://towadako.or.jp/

■ วัดริชชาคุจิ (立石寺) / จังหวัดยามากาตะ

"วัดริชชาคุจิ" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "วัดยามาเดระ (山寺)" จังหวัดยามากาตะ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,100 ปี "มัตสึโอะ บะโช (松尾芭蕉)" นักไฮไกในยุคเอโดะ (ปี 1603 - 1868) ได้เขียนไฮกุเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ไว้ว่า "ความเงียบงัน ซึมซาบสู่หินผา เสียงร้องของจักจั่น" ซึ่งเป็นไฮกุที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันอย่างกว้างขวาง แม้ว่าจะผ่านมากว่า 300 ปีก็ยังได้รับการร้องต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

ที่นี่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมที่จะคับคั่งไปด้วยผู้คนทุกครั้งที่ฤดูใบไม้ร่วงมาถึง ไม้ผลัดใบที่ขึ้นอยู่ตามพื้นภูเขาอย่างเมเปิลญี่ปุ่น แปะก๊วย และบีชญี่ปุ่นจะพากันเปลี่ยนสีให้ชมพร้อมๆ กัน ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสียังมีการประดับไฟในตอนกลางคืนอีกด้วย ภาพของใบไม้เปลี่ยนสีและวัดริชชาคุจิที่โดดเด่นอยู่ท่ามกลางความมืดมิดนั้นมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง

ช่วงรับชม: ปลายเดือนตุลาคม - ต้นเดือนพฤศจิกายน
เวลา: 8:00 - 17:00 น.
ช่วงประดับไฟ: 27 ตุลาคม - 10 พฤศจิกายน 2019 เวลา 17:00 - 21:00 น.
การเดินทาง:
1. ชินคันเซ็น: Tohoku Shinkansen สถานี Tokyo → สถานี Yamagata (เวลาที่ใช้: ประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที)
2. รถไฟทั่วไป: JR Senzan Line สถานี Yamagata → สถานี Yamadera แล้วเดินต่ออีกเล็กน้อย (เวลาที่ใช้: ประมาณ 20 นาที)
เว็บไซต์: https://www.rissyakuji.jp/

■ เนินอิโรฮะ (いろは坂) / จังหวัดโทชิกิ

ย่านนิกโก้ (日光) ในจังหวัดโทชิกิ เป็นย่านที่เสน่ห์ของธรรมชาติอันกว้างใหญ่อยู่ร่วมกันกับสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่างๆ อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ (日光東照宮), ทะเลสาบจูเซนจิ (中禅寺湖), น้ำตกเคกอน (華厳の滝), หรือทุ่งเซนโจกาฮาระ (戦場ヶ原) นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นแวะเวียนมาเป็นจำนวนมากในทุกๆ ปีแล้ว ยังสามารถเดินทางมาจากโตเกียวโดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง จึงได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในฐานะจุดท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางไปกลับจากโตเกียวได้ในวันเดียว 

ภายในย่านนี้มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษที่ชื่อว่า "เนินอิโรฮะ" อยู่ เป็นถนนขึ้นเขาที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 440 เมตร เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะสามารถรับชมใบไม้เปลี่ยนสีสีสันสดใสได้จากหน้าต่างรถทุกๆ ครั้งที่รถเข้าโค้ง ให้ความรู้สึกราวกับว่ากำลังนั่งเครื่องเล่นอยู่ในสวนสนุกเลยทีเดียว หลังจากที่ปีนเนินอิโรฮะขึ้นไปแล้ว คุณจะพบจุดชมวิวที่มีชื่อว่า "อาเคจิไดระ (明智平)" เป็นจุดยกระดับที่คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีได้แบบพาโนราม่า

ในบริเวณนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายให้คุณแวะชม ความงามของธรรมชาติที่มีให้ชมได้เฉพาะในฤดูกาลนี้ เป็นสิ่งที่น่าเก็บภาพไว้เป็นความทรงจำอย่างยิ่ง

ช่วงรับชม: กลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
การเดินทาง:
1. ชินคันเซ็น: Tohoku Shinkansen สถานี Tokyo → สถานี Utsunomiya (เวลาที่ใช้: ประมาณ 50 นาที)
2. รถยนต์: สถานี Utsunomiya → จุดหมาย (เวลาที่ใช้: ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)
เว็บไซต์: http://www.nikko-kankou.org/spot/9/

■ แนวต้นแปะก๊วยของสวนเมจิจินกูไกเอน (明治神宮外苑 いちょう並木) / โตเกียว

แนวต้นแปะก๊วยของ "สวนเมจิจินกูไกเอน" สวนที่ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1926 เป็นสถานที่ที่มีผู้คนเดินทางมาเยี่ยมชมกว่า 1,800,000 คนในทุกๆ ปี เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นแนวหน้าของโตเกียวที่ครอบครองอันดับ 1 ทั้งในด้านความนิยมและความโด่งดัง

แนวต้นแปะก๊วยที่ยาวกว่า 300 เมตรนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ถนนสีทอง (黄金ロード)" ซึ่งคุ้มค่าแก่การมาชมเป็นอย่างยิ่ง หากได้รับชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ส่องสว่างสีทองและมีท้องฟ้าที่โปร่งใสของฤดูใบไม้ร่วงเป็นพื้นหลังแล้ว รับรองได้ว่าจะเป็นความทรงจำที่ลืมไม่ลงเลยทีเดียว

ต้นแปะก๊วย 146 ต้นริมสองฝั่งข้างทางจะเริ่มเปลี่ยนสีใบเป็นสีทองประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน และในทุกๆ ปีจะมีการเปิดเป็นถนนคนเดินในช่วง 9:00 - 17:00 น. ของวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ มาเพลิดเพลินไปกับใบไม้เปลี่ยนสีในแบบโตเกียวที่ผสานความคึกคักของเมืองหลวงกับความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีไว้ด้วยกันดูนะ

ช่วงรับชม: ต้นเดือนพฤศจิกายน - ต้นเดือนธันวาคม
การเดินทาง
1. รถไฟทั่วไป: สถานี JR Tokyo → สถานี Shinanomachi ของรถไฟ JR Sobu Line (เวลาที่ใช้: ประมาณ 13 นาที)
2. เดินเท้า: สถานี Shinanomachi → จุดหมาย (เวลาที่ใช้: ประมาณ 10 นาที)
อื่นๆ: เปิดเป็นถนนคนเดินในช่วง 9:00 - 17:00 น. ของวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เว็บไซต์: http://www.meijijingu.or.jp/

■ คาวากุจิโกะ (河口湖) / จังหวัดยามานาชิ

"ฟูจิโกโกะ (富士五湖)" เป็นชื่อเรียกรวมของทะเลสาบ 5 แห่งที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูเขาไฟฟูจิ ประกอบไปด้วย "คาวากุจิโกะ", "ยามานากะโกะ (山中湖)", "โมโตซุโกะ (本栖湖)", "โชจิโกะ (精進湖)", และ "ไซโกะ (西湖)" ในบรรดาทะเลสาบทั้ง 5 ใบไม้เปลี่ยนสีของ "คาวากุจิโกะ" นั้นมีชื่อเสียงเป็นพิเศษ มีจุดที่ไม่ควรพลาดชมเป็น "โมมิจิไคโด (もみじ街道)" ซึ่งเป็นถนนยาว 1.5 กม.ที่มีต้นเมเปิลญี่ปุ่นอยู่สองข้างทาง และ "โมมิจิไคโร (もみじ回廊)" อุโมงค์ต้นไม้ที่มีต้นเมเปิลญี่ปุ่นขนาดใหญ่อยู่กว่า 60 ต้น

นอกจากนี้ ยังจะมีการจัด "เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีฟูจิคาวากุจิโกะ" ขึ้นที่ริมฝั่งทางทิศเหนือของคาวากุจิโกะอีกด้วย ในปี 2019 นี้ก็มีกำหนดการมากมาย ตั้งแต่การประดับไฟให้กับใบไม้เปลี่ยนสี ไปจนถึงตลาดที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ของฝาก และงานฝีมือต่างๆ

ช่วงรับชม: ปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน
การเดินทาง:
1. รถไฟทั่วไป: สถานี JR Tokyo → สถานี Otsuki (เวลาที่ใช้: ประมาณ 16 นาที)
2. รถไฟทั่วไป: Fujikyuko Line สถานี Otsuki → สถานี Kawaguchiko (เวลาที่ใช้: ประมาณ 43 นาที)

เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีฟูจิคาวากุจิโกะปี 2019
・ช่วงเทศกาล: 1 - 23 พฤศจิกายน 2019
・เวลา: 9:00 - 21:00 น. (ประดับไฟถึง 22:00 น.)
・เว็บไซต์: https://kawaguchiko.net/event/fujikawaguchiko-momijimatsuri/

■ บิชามอนโด (毘沙門堂) / เกียวโต

"บิชามอนโด" ในจังหวัดเกียวโต เป็นวัดนิกายเซนไดที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น เป็นวัดที่สักการะเทพเจ้าแห่งโชคที่ชื่อ "บิชามอนเทน (毘沙門天)" และเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ให้พรด้านโชคลาภในการแข่งขัน ในฤดูไม้ใบผลิต้นชิดาระซากุระที่มีอายุกว่า 100 ปีจะเบ่งบาน ในฤดูใบไม้ร่วงภายในบริเวณวัดจะเต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงาม ใบไม้เปลี่ยนสีที่มีสีสันสดใสกับสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ผสานกันออกมาเป็นภาพวิวทิวทัศน์ที่แสนวิเศษ

ในช่วงท้ายของฤดูรับชม ถนนหน้าวัดจะถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีที่ร่วงหล่นลงมา เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "ชิกิโมมิจิ (敷き紅葉)" หรือ "พรมใบไม้เปลี่ยนสี" ภาพของถนนหน้าวัดที่ถูกย้อมเป็นสีแดงนั้น เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำฤดูใบไม้ร่วงของบิชามอนโดเลยทีเดียว

ช่วงรับชม: ปลายเดือนพฤศจิกายน - ต้นเดือนธันวาคม
เวลาเปิดทำการ: 8:30 - 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.)
การเดินทาง:
1. รถไฟทั่วไป: สถานี Kyoto → สถานี Yamashina (เวลาที่ใช้: ประมาณ 5 นาที)
2. เดินเท้า: สถานี Keihan Yamashina → จุดหมาย (เวลาที่ใช้: ประมาณ 20 นาที)
*ค่าเข้าชม: ภายในบริเวณวัดไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายหากต้องการเข้าไปสักการะในตัวอาคาร
 (ผู้ใหญ่ 500 เยน, เด็กมัธยมปลาย 400 เยน, เด็กมัธยมต้น 300 เยน, เด็กประถม 300 เยน, เด็กต่ำกว่าประถมไม่เสียค่าใช้จ่าย)
เว็บไซต์: http://bishamon.or.jp/

■ อิสึคุชิมะ (厳島) / จังหวัดฮิโรชิม่า

"อิสึคุชิมะ" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "มิยาจิมะ (宮島)" เป็น 1 ใน 3 "ทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น" ได้รับการบันทึกจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก มีสัญลักษณ์เป็นเสาโทริอิขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือท้องทะเล ภายในเกาะที่มีพื้นที่ประมาณ 30 ตารางกิโลเมตรนี้ เต็มไปด้วยจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นแนวหน้าของฮิโรชิม่ามากมาย ตัวอย่างเช่น "สวนสาธารณะโมมิจิดานิ (紅葉谷公園)" ใบไม้เปลี่ยนสีที่มีสีเข้ม เข้ากันอย่างลงตัวกับสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่น

แม้ว่าการเดินทางมาที่เกาะจำเป็นต้องนั่งเรือข้ามฟาก แต่เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวจากทั้งในและนอกประเทศแวะเวียนมาเป็นจำนวนมาก ทำให้การเดินทางจากฮิโรชิม่ามายังเกาะไม่ยุ่งยากเท่าที่คิด และเรือข้ามฟากนี้ยังสามารถนำรถยนต์ขึ้นไปได้ด้วย แม้ว่าจะอยู่ระหว่างทริปการท่องเที่ยวด้วยรถเช่าก็สามารถแวะมาได้อย่างสบายใจ

ช่วงรับชม: กลางเดือน - ปลายเดือนพฤศจิกายน
การเดินทาง
1. รถไฟทั่วไป: JR Sanyo Main Line สถานี Hiroshima → สถานี Miyajimaguchi (เวลาที่ใช้: ประมาณ 50 นาที)
2. เดินเท้า: สถานี Miyajimaguchi → จุดขึ้นเรือข้ามฟาก (เวลาที่ใช้: ประมาณ 5 นาที)
3. เรือข้ามฟาก: จุดขึ้นเรือข้ามฟาก → จุดหมาย (เวลาที่ใช้: ประมาณ 10 นาที)

■ เที่ยวจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดัง วิธีการท่องเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ร่วงสุดคลาสสิก!

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เราได้นำเสนอไปในครั้งนี้เป็นเพียงไม่กี่แห่งในบรรดาสถานที่ชื่อดังที่กระจายตัวอยู่ทั่วญี่ปุ่น นอกจากย่านดังๆ อย่างโตเกียว โอซาก้า และเกียวโตแล้ว ก็ยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีกระจายตัวอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ อีกมากมาย หากมีโอกาสก็ควรแวะไปชมให้ได้สักครั้ง การได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามอาจทำให้คุณสัมผัสได้ถึงมนต์เสน่ห์ใหม่ๆ ของญี่ปุ่นก็เป็นได้

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร