10 จุดชมซากุระประจำกรุงเกียวโต เมืองเก่าแก่แห่งประเทศญี่ปุ่น!

กรุงเก่าอันเป็นตัวแทนของประเทศญี่ปุ่น เกียวโต เต็มไปด้วยศาลเจ้า วัด และถนนหนทางที่มีบรรยากาศแบบเมืองเก่าอยู่ทั่วเมือง เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระก็จะเบ่งบานสีสันละลานตาในหลายๆ จุด ไม่ว่าที่ไหนก็คุ้มค่าที่จะไปเยือน! สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ชมซากุระฤดูใบไม้ผลิของเกียวโตให้ทุกคนเพลิดเพลินไปด้วยกัน

เกียวโต

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

1. วัด Kiyomizudera [เขตฮิกาชิยามะ]

วัด Kiyomizudera (清水寺) เป็นหนึ่งในมรดกโลกตั้งอยู่ในเขตฮิกาชิยามะ และยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ ภายในเขตอารามซึ่งตั้งอยู่ในภูเขา Otowayama จะเบ่งบานไปด้วยต้นซากุระสายพันธุ์ Someiyoshino และ Yamazakura กว่า 1,000 ต้น ทำให้สามารถรับชมทั้งสถาปัตยกรรมดั้งเดิมอันสวยงามของญี่ปุ่นและดอกซากุระได้จากหลายๆ จุดด้วยกัน

ที่โด่งดังก็คือ "Kiyomizu no Butai" และซากุระยามค่ำคืน ทัศนียภาพที่รับชมได้จากชั้นลอยบนหน้าผาเองก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน สามารถมองเห็นทั้งเขตเมืองโดยรอบของเกียวโต หากเป็นช่วงชมซากุระแล้วทิวทัศน์ก็จะสวยงามขึ้นไปอีกขั้น

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเปิดไฟไลท์อัพที่ชื่อว่า "Yoru no Tokubetesu Haikan" เพื่อสร้างบรรยากาศเสมือนเมืองลับแล ลำแสงสีฟ้าที่สาดส่องมาจากวัด Kiyomizudera นั้นเป็นตัวแทนถึงความเมตตาของเจ้าแม่กวนอิม เป็นสถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับได้ชำระล้างจิตใจเลยทีเดียว

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน

[Yoru no Tokubetsu Haikan ประจำฤดูใบไม้ผลิ] 6-15 มีนาคม 2020 (จัดอีเวนต์พิเศษ Kyoto Higashiyama Hanatoro), 27 มีนาคม - 5 เมษายน

เวลาจัดงาน: 18:00 - 21:30 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 21:00 น.)

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 400 เยน, เด็กประถมและมัธยมต้น 200 เยน

2. คลอง Okazaki Sosui [เขตซาเกียว]

Okazaki Sosui (岡崎疏水) คือคลองที่สร้างขึ้นเพื่อส่งน้ำมาจากทะเลสาบบิวะ ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น เป็นจุดยอดนิยมที่ถูกระบุเป็นหนึ่งในโบราณสถานประจำชาติ ในฤดูใบไม้ผลิจะมีต้นซากุระสายพันธุ์ Someiyoshino บานอยู่ริมฝั่งทั้งสองด้านอย่างสวยงาม ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับ "ศาลเจ้า Heian Jingu" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดชมซากุระชื่อดังเช่นกัน เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมซากุระเป็นอย่างยิ่ง

อย่าพลาดชมการจัดไฟประดับ "Okazaki Sakura Kairo Light Up" ในช่วงนี้เด็ดขาดครับ นอกจากนี้อย่าลืมเช็คเรือ Jikkokubune ในช่วงนี้ด้วยครับ เป็นทัวร์ระยะทางขาเดียวอยู่ที่ราว 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 25 นาที ที่จะทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับการล่องเรือพลางชื่มชมซากุระที่เบ่งบานอยู่ทั้งสองฝั่ง

ช่วงชมซากุระ: กลางเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน (Jikkokubune: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนพฤษภาคม)

[Okazaki Sakura Kairo Light Up] ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน 2020 (ยังไม่มีการกำหนดวันจัดงาน)

เวลาจัดงาน: 18:00 - 21:30 น.

[ล่องเรือ Tosekibune Meguri] กำหนดการที่ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนพฤษภาคม 2020

สถานที่ขึ้นเรือ: จุดจอดเรือวัด Nanzenji (Google Map

ค่าบริการ: ผู้ใหญ่ 1,200 เยน, เด็กประถม 600 เยน, เด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป 300 เยน

3. เส้นทางแห่งปรัชญา Tetsugaku no Michi [เขตซาเกียว]

Tetsugaku no Michi หรือเส้นทางแห่งปรัชญา (哲学の道) คือทางเดินเล่นเลียบคลองที่อยู่ใกล้ๆ กับวัดเงิน (Ginkakuji) และภูเขา Daimonjiyama ที่นักปรัชญาชาวญี่ปุ่น นิชิดะ คิทาโร เคยเดินผ่าน

ถนนแห่งนี้เป็นเส้นทางความยาว 2 กิโลเมตรที่มีความเงียบสงบและมีบรรยากาศเก่าๆ โดยสองข้างทางมีต้นซากุระ Someiyoshino ราว 500 ต้นบานอยู่ เมื่อบานเต็มที่เหนือหัวจะกลายเป็นอุโมงค์ซากุระและมีเงาสะท้อนบนผิวน้ำให้คุณได้ชื่นชมไปกับทิวทัศน์อันสวยงาม

ทางเดินเลียบคลองนี้เริ่มตั้งแต่ถนน Ginkakuji-dori ไปสิ้นสุดที่ย่าน Niyakuoji และมีคาเฟ่มากมายตั้งกระจัดกระจายกันอยู่ จึงสามารถใช้เป็นจุดนั่งพักระหว่างเดินเล่นได้อีกด้วย มาเก็บบรรยากาศและความทรงจำที่ห้อมล้อมไปด้วยบรรยากาศแจ่มใสของฤดูใบไม้ผลิและดอกซากุระด้วยการเดินเล่นบนเส้นทางนี้กันครับ

ช่วงชมซากุระ: ต้นเดือนเมษายน

4. วัด Daigoji [เขตฟุชิมิ]

วัด Daigoji (醍醐寺) เป็นมรดกโลกอีกแห่ง และได้รับความนิยมในฐานะจุดชมดอกไม้พอๆ กับวัด Kiyomizudera ทั้งยังเป็นที่โด่งดังในฐานะสถานที่ที่ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (1537-1598) ผู้สามารถรวมแคว้นญี่ปุ่นได้สำเร็จเป็นคนแรก ได้จัดงานชมดอกไม้อันหรูหราที่ชื่อว่า "Daigo no Hanami" ขึ้น

วัด Daigoji มีอาณาเขตกินพื้นที่ของภูเขา Daigoyama ทั้งลูก ภายในพื้นที่อันกว้างขวางนี้มีต้นซากุระกว่า 1,000 ต้นปลูกเอาไว้ และจะแต่งแต้มเป็นสีสันสวยงามเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง ลองเข้าจากประตูอารามหน้ากันดูนะครับ เมื่อลอดเช้ามาแล้วจะเห็นภาพของอุโมงค์ซากุระ ภาพด้านบนนี้คือรูปของซากุระคู่กับประตู "Niomon" สีแดงสดสวยงาม

ด้านนี้เป็นต้น "Yaebeni Shidarezakura" อันสวยงามที่อยู่ใกล้กับเจดีย์สามชั้น นอกจากนี้แล้ว วัดนี้ยังมีต้นซากุระชื่อดังอยู่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซากุระสายพันธุ์ Someiyoshino ที่เก่าแก่ที่สุดในเกียวโต หรือซากุระสายพันธุ์ Shidarezakura ที่มีชื่อว่า "Taigosendai Shidare"

ที่เห็นอยู่นี้คือภาพของวิหารเจ้าแม่กวนอิมและต้นซากุระที่สะท้อนอยู่บนบ่อ Bentenike ในบริเวณนี้ยังมีวิหาร Benten สีแดงสดที่ไม่ควรพลาดชมเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมี "สวนญี่ปุ่น Sanpoin Teien" ซึ่งได้รับการระบุให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติวาระพิเศษและจุดชมทิวทัศน์อันยอดเยี่ยม สวนนี้ได้รับการออกแบบโดยตัว โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ เองในช่วงที่มีการจัดงาน "Daigo no Hanami" ขึ้น เป็นสถานที่ชื่อดังที่มีบรรยากาศแบบญี่ปุ่นโบราณ แต่น่าเสียดายที่บริเวณนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป จึงขอให้ช่วยกันรักษากฏและสัมผัสกับบรรยากาศญี่ปุ่นที่นี่ให้เต็มอิ่มกันนะครับ

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน

5. ย่าน Gion Shirakawa [เขตฮิกาชิยามะ]

เมื่อพูดถึงย่าน Gion Shirakawa (祇園白川) ก็มักจะนึกถึงทางเดินที่สามารถเดินเล่นพลางฟังเสียงแม่น้ำอันใสสะอาดได้ เมื่อดอกไม้บานเต็มที่เราจะพบกับต้นซากุระสายพันธุ์ Someiyoshino และ Shidarezakura ราว 40 ต้น แม้จะเป็นจำนวนที่ไม่ได้มากมายนัก แต่ก็เป็นจุดที่สามารถชมซากุระไปพร้อมๆ กับทิวทัศน์อันมีเอกลักษณ์แบบเกียวโตได้

จุดที่เหมาะสำหรับชมซากุระก็คือบริเวณทางเดินปูหิน สะพานเล็กๆ ที่ทำจากหิน ไปจนถึงอาคารบ้านเมืองเก่าของเกียวโตที่ตั้งเรียงรายไปบนสองฝั่งแม่น้ำ ไม่ว่าจะเป็นจุดไหนก็ล้วนแต่อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่สามารถสัมผัสได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น

เมื่อตกสู่เวลาค่ำคืน ภาพของซากุระที่สะท้อนอยู่บนแม่น้ำที่ไหลเอื่อยๆ หรือบนทางเดินจากแสงไฟของร้านรวงต่างๆ จะทำให้คุณรู้สึกราวกับว่าได้ย้อนเวลากลับไปในอดีตเลยทีเดียว เมื่อปีก่อนหน้าก็มีการประดับไฟตอนซากุระบานอีกด้วย แต่ในปี 2017 ได้มีจำนวนคนแน่นขนัดมากจึงเคยมีการยกเลิกไป หากวางแผนจะเดินทางก็ควรตรวจสอบดูให้ดีก่อน

ที่นี่อยู่ใกล้กับสถานี Gion Shijo จึงเดินทางสะดวก เหมาะสำหรับแวะมาชมซากุระและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศญี่ปุ่นๆ อย่างง่ายๆ

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน

6. สวนสาธารณะ Maruyama [เขตฮิกาชิยามะ]

สวนสาธารณะ Maruyama (円山公園) เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกที่ถูกสร้างขึ้นในเกียวโต ทั้งยังเป็นหนึ่งในสถานที่ชมดอกซากุระอันโด่งดังอีกแห่งหนึ่ง ที่นี่มีพื้นที่กว้างขวางกว่า 9 หมื่นตารางกิโลเมตร เต็มไปด้วยซากุระสายพันธุ์ Shidarezakura, Someiyoshino, และ Yamazakura รวมๆ แล้วเกือบ 700 ต้น เหมาะสำหรับแวะมาชมซากุระอย่างสบายๆ ไม่ต้องเร่งรีบ

ที่ส่วนใจกลางของสวนยังมีต้นซากุระอันสวยงามที่ชื่อว่า "Gion no Shidarezakura" ซึ่งมีอายุกว่า 90 ปี ความสูงกว่า 12 เมตรอีกด้วย แต่เดิมนั้นยังเคยมีต้นซากุระที่อายุกว่า 200 ปีอยู่อีกต้น แต่ก็น่าเสียดายที่มันได้แห้งตายไปเมื่อปี 1947 อย่างไรก็ตาม ได้มีการนำเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้รุ่นแรกมาเพาะพันธุ์ใหม่ ทำให้เราได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของต้นไม้ลือนามดังกล่าวได้

ช่วงเวลาที่ดอกไม้บานจะมีการเปิดไฟไลท์อัพ (ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนถึงเที่ยงคืน) ทำให้เราได้เห็นรูปร่างอันน่าเกรงขามและมีเสน่ห์ของมัน

บนพื้นที่กว้างใหญ่เขียวขจีแห่งนี้ยังมีร้านชาและร้านอาหารอยู่มากมาย ทำให้สามารถใช้เป็นจุดพักในระหว่างเดินเล่นได้อีกด้วย นอกจากนี้ ในช่วงชมดอกไม้ก็จะเรียงรายไปด้วยร้านแผงลอยต่างๆ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากรับประทานของอร่อยๆ หรือดื่มสาเกไปพร้อมกับการชมซากุระเป็นอย่างยิ่ง

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน

7. สวน Shinen ของศาลเจ้า Heian Jingu [เขตซาเกียว]

ศาลเจ้า Heian Jingu (平安神宮) เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นในปี 1100 เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ Heian Sento (เหตุการณ์การย้ายเมืองหลวงจาก Heijokyo มายัง Heiankyo (บริเวณใจกลางเมืองเกียวโตในปัจจุบัน) ในปีค.ศ. 794) อาณาเขตที่กว้างใหญ่ของศาลเจ้านี้ห้อมล้อมไปด้วยสวนแบบมีบ่อน้ำตรงกลางอยู่ 4 แห่ง ทั้งในทิศเหนือใต้ออกตก

เมื่อเข้าฤดูใบไม้ผลิก็จะถูกแต่งแต้มไปด้วยความสวยงามที่ดูเปราะบางของซากุระ ทำให้เราได้สัมผัสกับจิตวิญญาณและทิวทัศน์ดั้งเดิมที่สมกับเป็นญี่ปุ่น

แม้ที่นี่จะต้องเสียค่าเข้า แต่ต้น Shidarezakura ของที่นี่ก็ยอดเยี่ยมมาก แม้แต่ในนิยายเรื่อง "Hosoyuki" ซึ่งเป็นผลงานชื่อดังของ ทานิซากิ จุนอิจิโร ก็ยังกล่าวถึงต้นซากุระของสวนแห่งนี้ เป็นสุดยอดทิวทัศน์ที่ไม่ว่าใครๆ ก็ควรมาชมให้ได้สักครั้ง

นอกจากนี้ยังมีการจัด "Heian Jingu Beni Shidare Concert" ซึ่งมีการส่องไฟประดับ (18:15 - 21:00 น.) ทำให้บริเวณนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ดูมีมนต์คลัง อย่างไรก็ตาม ช่วงฤดูชมดอกไม้นั้นค่อนข้างมีนักท่องเที่ยวหนาแน่น ทำให้ไม่อนุญาตให้ตั้งขากล้องเพื่อถ่ายรูป (นอกเหนือฤดูนี้สามารถจ่ายเงินที่ทางเข้าเพื่อทำการขออนุญาตได้) ทั้งยังห้ามปีนเข้าไปถ่ายภาพจากภายในรั้วหรือจุดที่มีการปลูกต้นไม้อีกด้วย จึงควรระวังเรื่องมารยาทให้ดีในขณะที่เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ที่สวยงามราวกับฝันนี้

ช่วงชมซากุระ: ต้นเดือน - กลางเดือนเมษายน

[Heian Jingu Beni Shidare Concert] 9 - 12 เมษายน 2020

เวลาจัดงาน: 18:15 - 21:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 20:30 น., * ไม่หยุดให้บริการแม้ฝนตก)

[กิจกรรมดื่มชาชมซากุระ Kano Chakai] 1-14 เมษายน 2020

เวลาจัดงาน: 9:00 - 16:00 น.

8. วัด Chionin [เขตฮิกาชิยามะ]

วัด Chionin (知恩院) มีซุ้มประตู Sanmon ขนาดใหญ่ สูง 24 เมตร กว้าง 50 เมตร ที่ได้รับการระบุให้เป็นมรดกชาติ ในฤดูใบไม้ผลินั้นบริเวณด้านข้างจะมีต้นซากุระ Someiyoshino เบ่งบานอยู่อย่างสง่างาม เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมแห่งหนึ่งเลยทีเดียว ที่นี่ยังมีสิ่งน่าสนใจอื่นๆ อยู่อีกมากมาย ตัวอย่างเช่น หนึ่งในสามระฆังใหญ่โบราณของญี่ปุ่นซึ่งมีน้ำหนักกว่า 70 ตัน

หากมองลอดผ่านซุ้มประตู Sanmon เข้าไป คุณจะพบกับเนิน "Otokozaka" ที่มีต้นซากุระขึ้นอยู่ข้างๆ ภายในวัดนี้มีต้นซากุระปลูกไว้ราว 250 ต้น นอกจากนี้ยังมีสวนญี่ปุ่นที่ชื่อว่า "Yuzenen" และ "Hojo Teien" ที่เหมาะกับการชมซากุระด้วยเช่นกัน ที่นี่มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย ทำให้เราสามารถใช้เวลาเที่ยวชมได้อย่างเต็มที่ครับ

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - กลางเดือนเมษายน

9. วัด Ryuanji [เขตอุเกียว]

สวนหิน "Ishiniwa" (石庭) อยู่ในวัด Ryuanji (龍安寺) เป็นสวนแบบแห้งอันแสนประณีตถูกสร้างขึ้นโดยใช้หินและทรายขาว โดยตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปให้มากที่สุด ในฤดูใบไม้ผลิต้น Beni Shidarezakura ที่อยู่ด้านนอกกำแพงจะออกดอกย้อยลงมาที่สวนสีขาวนี้ ความเป็นโมโนโทนของสวนจึงตัดกับสีชมพูเข้มของซากุระ เกิดเป็นทิวทัศน์ที่ลงตัวเป็นอย่างยิ่ง

ซากุระบริเวณรอบๆ บ่อ "Kyoyochi" ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน ในวันที่ลมสงบภาพของซากุระจะส่องสะท้อนลงบนผิวน้ำ ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ชำระล้างจิตใจเลยทีเดียว แม้จะไม่โดดเด่นฉูดฉาดเหมือนสถานที่อื่นๆ แต่ก็เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการดื่มด่ำไปกับโลกที่เรียบง่ายและเงียบสงบแบบญี่ปุ่น

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - กลางเดือนเมษายน

10. วัด Tenryuji [เขตอุเกียว]

วัด Tenryuji (天龍寺) หนึ่งในวัดที่ได้รับการจดทะเบียนมรดกโลก มีสวนอยู่ภายในซึ่งเป็นที่คุ้นเคยกันอย่างดีในฐานะจุดชมซากุระยอดนิยม ภายในพื้นที่มีซากุระอยู่กว่า 200 ต้นจากสายพันธุ์ต่างๆ อาทิ Someiyoshino, Shidarezakura, และ Yaezakura โดยเฉพาะต้น Shidarezakura ขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าวิหาร "Tahoden" เป็นจุดที่ไม่ควรพลาด

สวนญี่ปุ่นที่นี่สามารถชมทิวทัศน์ของ Arashiyama และ Kameyama โดยสามารถชื่นชมกับความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอันสวยงามได้ทั้งปีเลยทีเดียวครับ ในฤดูใบไม้ผลินอกจากจะมีซากุระแล้วยังมีดอก Jinchoge, Shakuyaku, และ Yukiyanagi ให้รับชมอยู่เช่นกัน จึงเป็นการชมดอกไม้ที่ดูมีความเป็นเกียวโตเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ อีกจุดหนึ่งที่ควรแวะไปชมให้ได้ก็คือ ภาพ "Unryuzu" บนเพดานของวิหาร "Hodo" รับรองได้ว่าความอลังการของมันจะทำให้คุณต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน!

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - กลางเดือนเมษายน

[การเปิดแสดงภาพ "Unryuzu" ของวิหาร Hodo]
ช่วงฤดูใบไม้ผลิ: 1 มีนาคม - 31 พฤษภาคม 2020
ช่วงฤดูร้อน: 8 - 16 สิงหาคม 2020
ช่วงฤดูใบไม้ร่วง: 12 กันยายน - 6 ธันวาคม 2020
ช่วงเทศกาล Arashiyama Hanatoro
(* ไม่เปิดให้เข้าชมในช่วง 28 - 30 ตุลาคม 2020 และอาจปิดในกรณีที่มีการจัดพิธีการต่างๆ)

เวลาให้เข้าชม: 9:00 - 17:00 น. (* 21 ตุลาคม - 20 มีนาคม เปิดถึง 16:00 น.)

ไม่เกินไปเลยที่จะกล่าวว่าทิวทัศน์ของบ้านเมืองเกียวโตนั้นเปรียบเสมือนประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น นอกจากจะมีบ้านและวัดเก่าๆ แล้ว ยังแซมไปด้วยอาคารสมัยใหม่อยู่เป็นจำนวนมาก เกิดเป็นความกลมกลืนที่ดูมีเอกลักษณ์ หากคุณวางแผนที่จะมาเที่ยวเกียวโตในฤดูใบไม้ผลิแล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาดที่จะแวะไปตามจุดชมซากุระที่ต่างๆ ข้างต้น รับรองได้ว่าแต่ละที่นั้นมีเสน่ห์ที่หาไม่ได้ในที่อื่นอย่างแน่นอน!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร