แนะนำที่เที่ยว 14 แห่งในอาราชิยามะที่น่าแวะมาเยือน!

อาราชิยามะ (嵐山) อาจจะมีหลายคนที่นึกว่ามีแค่สะพานโทเง็ตสึเคียว (渡月橋) หรือทางเดินป่าไผ่ (竹林の小径) เท่านั้นใช่ไหม? ถ้าท่านคิดอย่างนั้นล่ะก็ถือว่าน่าเสียดายมาก! เพราะว่าที่อาราชิยามะก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สมกับความเป็นอาราชิยามะอยู่มากมายหลายแห่ง เราจะมานำเสนอโลกของอาราชิยามะอันงามสง่าที่ยิ่งได้รู้ก็ยิ่งถอนตัวไม่ขึ้นให้ทุกท่านได้รู้จักไปด้วยกัน!

อะราชิยาม่า / ซากาโนะ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

สะพานโทเง็ตสึเคียว (渡月橋)

อาราชิยามะเป็นสถานที่ชมวิวที่เป็นที่รู้จักกันในเรื่องความงามของซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี สะพานโทเง็ตสึเคียวเป็นสะพานที่พาดข้ามแม่น้ำคาสึระ (桂川) ที่ไหลผ่านใจกลางอาราชิยามะ ด้วยความที่ตั้งอยู่ในทำเลเดินทางสะดวกซึ่งสามารถเดินจากรถไฟสายรันเด็น (嵐電) สถานีอาราชิยามะ (嵐山駅) ได้ใน 5 นาที ที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่เชิงสัญลักษณ์ของอาราชิยามะ ส่วนที่มาของชื่อที่งดงามนั้น มาจากบทกวีที่ประพันธ์โดยจักรพรรดิคาเมะยามะ (亀山上皇) ว่ามันดูเหมือนดวงจันทร์กำลังข้ามสะพานอยู่

พอเข้าช่วงฤดูชมดอกไม้ของทุกปี จะมีการฉายไฟไลท์อัพใกล้ๆ สะพานโทเง็ตสึเคียว ซึ่งบริเวณรอบๆ สะพานโทเง็ตสึเคียวนั้นมีต้นซากุระอยู่นับ 1,500 ต้น พอเข้าสู่ช่วงดึกก็จะได้ดื่มด่ำไปกับการชมดอกไม้พร้อมกับภาพวิวสะพาน จุดชมดอกไม้แนะนำตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะนากาโนะชิมะ (中之島公園) ในนากาซุ (中洲) ท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับชิดาเระซากุระที่ถูกฉายไฟไลท์อัพและสะพานโทเง็ตสึเคียวที่สวยงามชวนฝันไปพร้อมๆ กัน

วัดเท็นริวจิ (天龍寺)

วัดเท็นริวจิในนิกายรินไซ (臨済宗) สายเท็นริวจิ ที่เป็นวัดลำดับที่หนึ่งในห้าวัดแห่งเกียวโตนั้น เป็นวัดที่ประวัติความเป็นมาเก่าแก่ซึ่งสร้างขึ้นโดยพระ Muso Soseki (夢窓疎石) ตามบัญชาของ Ashikaga Takauji (足利尊氏) มีจุดที่น่าสนใจอยู่ที่สวนโซเก็นจิ (曹源池庭園) ที่เป็นทั้งโบราณสถานและสถานที่ที่มีทิวทัศน์อันงดงาม ภาพวาดบนประตูบานเลื่อนของกุฏิเจ้าอาวาสและอุนริวสุ (雲龍図 / ภาพมังกรเมฆ) ที่วาดบนเพดานของอาคารเทศนาธรรม รวมถึงภาพพระโพธิธรรมดารุมะ (達磨図) ที่ทางเข้าโรงครัวของวัด เป็นต้น เรียกได้ว่ามีอะไรให้ชมมากมาย อีกทั้ง ชิดาเระซากุระหน้าอาคารทาโฮเด็น (多宝殿) ก็ถือเป็นจุดที่น่าชมที่สุดแห่งหนึ่งในอาราชิยามะ ที่นี่เป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย ถ้าได้มีโอกาสมาอาราชิยามะก็ขอให้ลองแวะมาเยือนกันได้นะ

เส้นทางป่าไผ่ (竹林の小径)

สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งในอาราชิยามะที่พลาดไม่ได้เลยก็คือเส้นทางป่าไผ่แห่งนี้นี่เอง ซึ่งสามารถเดินเข้ามาจากวัดเท็นริวจิแล้วเข้าทางฝั่งไหนก็ได้ ระหว่างฝั่งศาลเจ้าโนโนมิยะ (野宮神社) และฝั่งสถานีรถไฟโทร็อกโกะอาราชิยามะ (トロッコ嵐山駅) แต่ว่าทางเข้าจะอยู่ฝั่งสถานีรถไฟ ดังนั้นเราจึงแนะนำให้มุ่งหน้าไปทางด้านนั้นจะดีกว่า ถึงเส้นทางป่าไผ่จะเปิดให้สามารถเข้าชมได้ตลอดเวลา แต่ถ้าอยากหลีกเลี่ยงความแออัดคับคั่งแนะนำให้มาช่วงเช้าตรู่จะดีที่สุด จะได้สัมผัสบรรยากาศอันแท้จริงของเส้นทางป่าไผ่อันเงียบสงบได้อย่างเต็มที่

ศาลเจ้าโนโนมิยะ (野宮神社)

ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางป่าไผ่ที่ชวนให้เข้าไปในขณะที่เดินเล่นอยู่ ศาลเจ้าโนโนมิยะมีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ และยังเลื่องชื่อในระดับประเทศว่าเป็นศาลเจ้าที่มีความเกี่ยวพันกับศาลเจ้าอิเสะ (伊勢神宮) และตำนานเก็นจิโมโนกาตาริ (源氏物語)

นอกจากนี้ที่นี่ยังมี "หินเต่า" ที่มีความเชื่อที่ว่าเมื่อกล่าวคำปรารถนาในขณะที่ลูบไปยังหินเต่าคำปรารถนานั้นก็จะเป็นจริง เป็นหนึ่งสิ่งที่ควรสักการะเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีผลบุญในเรื่องการจับคู่และอวยพรเรื่องการคลอดลูกปลอดภัย ทำให้ในเขตศาลเจ้าคึกคักไปด้วยผู้มาสักการะที่เป็นผู้หญิงอยู่ตลอดเวลา

Okochi Sanso Villa Garden (大河内山荘庭園)

ใกล้ๆ สถานีรถไฟโทร็อกโกะอาราชิยามะมีอีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดชม นั่นก็คือ Okochi Sanso Villa Garden ซึ่ง Okochi Denjiro (大河内傳次郎) นักแสดงชื่อดังในช่วงต้นสมัยโชวะ (昭和) สร้างขึ้นบนพื้นที่ภูเขาโอกุระ (小倉山) ที่มีธรรมชาติสวยงามซึ่งเป็นที่รู้จักในงานรวมบทกวี Ogura Hyakunin Isshu (小倉百人一首) ค่าเข้าชม 1,000 เยนอาจจะรู้สึกว่าค่อนข้างแพง แต่ในค่าใช้จ่ายนี้รวมค่ามัทฉะและขนมกินคู่น้ำชาอยู่ด้วย เป็นสถานที่แนะนำที่เพียงแค่ได้มาหยุดพักอย่างสงบตรงที่นั่งดื่มชา ก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสไตล์เกียวโตได้แล้ว

รถไฟซากาโนะโทร็อกโกะ (嵯峨野トロッコ列車)

รถไฟซากาโนะโทร็อกโกะคือรถไฟเส้นโทร็อกโกะสำหรับท่องเที่ยวที่วิ่งโดยนำเส้นทางที่ยกเลิกการวิ่งของรถไฟสาย JR ซากาโนะมาใช้ประโยชน์ ขบวนรถทั้งหมดถูกตกแต่งในสไตล์ Art déco ตัวขบวนรถไม่มีกระจกจึงสามารถสัมผัสธรรมชาติของซากาโนะได้อย่างเต็มๆ ถึงแม้จะเป็นขบวนรถยอดนิยมแต่ก็สามารถโดยสารด้วยตั๋วโดยสารของวันนั้นเท่านั้น ซึ่งตั๋วโดยสารอาจถูกงดจำหน่ายเนื่องจากสภาพอากาศ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังตรงจุดนี้ด้วย

เนื่องจากวิ่งตามสถานที่ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นจุดชมวิว ด้วยความเร็วเฉลี่ย 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจึงเป็นความเร็วที่กำลังพอดีสำหรับการชมความงามของหุบเขาตามแต่ละฤดูกาล ซึ่งรถไฟจะค่อยๆ เคลื่อนที่โดยใช้เวลา 25 นาทีท่ามกลางธรรมชาติริมแม่น้ำโฮสึ (保津川) คิดเป็นระยะ 7.3 กิโลเมตร อีกทั้งสถานีโทร็อกโกะซากะ (トロッコ嵯峨駅) ที่เป็นสถานีต้นทาง ยังมีจุดจำลองทางรถไฟรูปแบบสามมิติที่ทำให้เด็กๆ ใจจดใจจ่ออยู่กับมัน จึงสามารถใช้เวลารอรถไฟได้อย่างสนุกสนาน

Rakushisha (落柿舎)

Rakushisha คือบ้านหลังคามุงจากของ Mukai Kyorai (向井去来) ผู้เป็นลูกศิษย์ของ Matsuo Basho (松尾芭蕉) นักกวีชาวญี่ปุ่นในสมัยเอโดะ ชื่อ Rakushisha (บ้านลูกพลับร่วง) มีที่มาจากผลลูกพลับที่ร่วงหล่นลงมาทั้งหมดในคืนเดียวเนื่องจากพายุ พื้นที่แถบนี้ที่มี Rakushisha ตั้งอยู่และห่างออกมาจากอาราชิยามะเล็กน้อย เป็นสถานที่เงียบสงบราวกับเวลาหยุดเดิน ลองแวะมาผ่อนคลายสบายๆ ที่ Rakushisha ดูสักครั้ง รับรองว่าจะต้องทำให้ทุกคนพอใจได้แน่นอน

วัดโจจัคโคจิ (常寂光寺)

ภูเขาโอกุระเป็นสถานที่ชมวิวที่อดีตเป็นที่อนู่อาศัยของขุนนางสมัยเฮอัน ซึ่งตรงช่วงกลางของภูเขาโอกุระนี้เองที่มีแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีขึ้นชื่ออย่างวัดโจจัคโคจิตั้งอยู่ ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ใจกลางอาราชิยามะไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เวลาปกตินอกฤดูกาลจะสามารถชมทิวทัศน์ได้อย่างเงียบสงบ อีกทั้งที่นี่ยังเป็นที่ทราบกันว่าเคยมี "ชิงุเระเท (時雨亭)" บ้านพักบนภูเขาของ Fujiwara no Teika (藤原定家) ตั้งอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจหลงเหลืออยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหอทาโฮ (多宝塔) ที่มุงหลังคาด้วยแผ่นไม้ไซเปรสอย่างสวยงาม หรือประตูนิโอ (仁王門) ที่มีหลังคามุงจากสุดแปลกตา ฯลฯ ขอเสริมอีกว่ารูปปั้นนิโอ (仁王像) ที่ประตูนิโอนั้นกล่าวกันว่าเป็นผลงานของ Unkei (ช่างปั้นพระพุทธรูปในช่วงต้นสมัยคามาคุระ)

วัดนิซนอิน (二尊院)

วัดนิซนอินเป็นวัดในนิกายเท็นได (天台宗) ที่ตั้งชื่อวัดว่าวัดสองพระ เนื่องจากการที่มีพระพุทธรูปสององค์ ได้แก่ พระศรีศากยมุนี (釈迦) และพระอมิตาภพุทธะ (阿弥陀) เป็นพระประธาน เนื่องจากที่นี่มีเส้นทางนมัสการยาว 200 เมตรจากประตูหลักจึงถูกเรียกว่า "สนามขี่ม้าใบไม้เปลี่ยนสี" ก็เป็นที่ทราบว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่มีใบไม้เปลี่ยนสีสุดงดงามด้วย วัดนิซนอินตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวัดโจจัคโคจิ โดยพื้นที่ของ "ชิงุเระเท" ของ Fujiwara no Teika ที่กล่าวถึงไปเมื่อก่อนหน้านี้ เชื่อกันว่าแผ่กว้างไปทั่วตั้งแต่ฝั่งเหนือของวัดโจจัคโคจิไปจนถึงฝั่งใต้ของวัดนิซนอิน

วัดกิโอจิ (祇王寺)

วัดกิโอจิหรือในชื่ออย่างเป็นทางการว่า Koshozan Ojo-in Giou-ji (高松山往生院祇王寺) แห่งนี้ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในสถานที่เงียบสงบท่ามกลางความเขียวขจีของต้นไม้ ชื่อเรียกว่า "Ojo-in (往生院)" เป็นสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่จากการที่เคยอยู่ในเขตวัด Ojo-in ในนิกายโจโด (浄土宗) ส่วนชื่อวัด "กิโอ (祇王)" นั้นมีที่มาจากนางรำชิราเบียวชิ (白拍子) คนหนึ่งที่ความรักจบลงด้วยความเศร้า จึงได้ไปบวชชีที่วัด Ojo-in ในสมัยนั้น และตั้งชื่อว่ากิโอ (กิโอเป็นชื่อเรียกของนางรำชิราเบียวชิในปลายสมัยเฮอัน) ซึ่งเรื่องราวนี้ได้ถูกเขียนลงในตำนาน Heike Monogatari (平家物語) ด้วยจึงทำให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง วัดกิโอจิในอีกด้านหนึ่งเป็นที่รู้จักกันในเรื่องความงดงามของสวนมอส ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีบางคนที่รู้สึกสงบยิ่งกว่าสวนมอสที่อื่นใดอยู่ด้วย

Adashino Nenbutsu-ji Temple (化野念仏寺)

"Adashino" แห่งนี้ เป็นสถานที่มีขนบธรรมเนียมเฉพาะท้องถิ่นที่ได้จัดพิธีทำศพแบบฟูโซ (ปล่อยศพคนตายให้ตากลมตากฝนไว้ให้เน่าสลายไปตามธรรมชาติโดยไม่มีการฝัง) และโดโซ (ฝังร่างผู้ตายโดยไม่ได้เผา) มาตั้งแต่โบราณจนได้บันทึกลงในเรื่องร้อยแก้ว Tsurezuregusa (徒然草) ด้วย

วัด Nenbutsu-ji (念仏寺) เริ่มต้นขึ้นมาจากความเชื่อที่ว่าพระคูไค (空海) ได้มาก่อตั้งวัดเนียวไรจิ (如来寺) ขึ้นที่พื้นที่นี้ แล้วในภายหลังก็ได้เปลี่ยนชื่อวัดโดยพระโฮเน็น (法然) โดยมีพระพุทธรูปหินนับ 8,000 องค์ที่ตั้งอยู่ภายในเขตวัดนี้ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปของศพไร้ญาติที่กระจัดกระจายอยู่บริเวณต่างๆ ที่ผ่านกาลเวลาอันยาวนาน เมื่อเข้าสู่สมัยเมจิ (明治) ก็ได้ถูกรวบรวมมาซ่อมแซมโดยบรรดาอาสาสมัคร จนถูกเรียกชื่อว่า "ไซโนะคาวาระ (西院の河原)" จากที่ดูเหมือนไซโนะคาวาระ (賽の河原 หมายถึง สถานที่ที่วางหินก้อนเล็กทับขึ้นไปอันแสดงถึงการบรรเทาความทุกข์ของพ่อแม่ที่ลูกที่เสียชีวิตก่อนจะได้เกิดขึ้นมา)

"อาดาชิ (あだし)" เป็นคำที่แสดงถึงการอธิษฐานให้วิญญาณที่เวียนว่ายตายเกิดได้ไปสู่แดนที่หลุดพ้นจากทุกข์และกิเลส และเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณเหล่านี้ ที่ Adashino Nenbutsu-ji Temple จึงได้จัด "งานอุทิศส่วนกุศลด้วยไฟพันดวง" ซึ่งจะจุดไฟตามพระพุทธรูปหิน ภาพที่มีไฟดวงเล็กๆ ส่องสว่างอยู่ตามพระพุทธรูปหินที่มีจำนวนนับแทบไม่ถ้วนนั้นเป็นอะไรที่สวยงามชวนฝันมากๆ

วัดเซเรียวจิ (清凉寺)

ทุกท่านทราบกันหรือไม่ว่า Hikaru Genji (光源氏) ซึ่งเป็นตัวเอกของตำนาน Genji Monogatari (源氏物語) นั้นมีบุคคลต้นแบบที่มีตัวตนอยู่จริง ซึ่งก็คือ Minamoto no Toru (源融) ซึ่งเป็นพระโอรสของพระจักรพรรดิซากะ (嵯峨天皇) นั่นเอง วัดเซกาจิ (棲霞寺) ซึ่งเป็นสถานะเดิมของวัดเซเรียวจินั้น ถูกสร้างขึ้นหลังจากที่ Minamoto no Toru สิ้นบุญลง โดยโอรสของท่าน พื้นที่นั้นแต่เดิมเป็นสถานที่ที่เคยมีบ้านพักบนภูเขาที่ Minamoto no Toru ได้รับพระราชทานมาจากพระจักรพรรดิซากะ จนในปัจจุบันนี้ก็ได้มาเป็นวัดเซเรียวจิที่คุ้นเคยในชื่อเรียกว่า "Sagashakado (嵯峨釈迦堂)" จากการทำความเข้าใจกับจุดเชื่อมต่อกับวรรณคดีโบราณที่ไม่ว่าใครก็รู้จัก ก็คงจะทำให้การเดินเล่นในเกียวโตที่เต็มไปด้วยวัดและศาลเจ้านี้ เกิดความรู้สึกที่มีความหมายขึ้นมาเป็นแน่

วัดไดคาคุจิ (大覚寺)

วัดไดคาคุจิซึ่งเป็นวัดศูนย์กลางของนิกายชินกง (真言宗) สายไดคาคุจิ (大覚寺派) มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Kyu Saga Gosho Daikaku-ji Monzeki (the Old Saga Imperial Palace Daikaku-ji Temple) ซึ่งเป็นวัดมงเซกิ (วัดที่มีเชื้อพระวงศ์บวชอยู่ในอดีต) ที่มีสถานะเดิมเป็นพระราชวังซากะ มีแนวต้นซากุระที่เบ่งบานอย่างตระการตาอยู่ตามริมบ่อน้ำโอซาวะ (大沢池) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่รอบๆ ถึง 1 กิโลเมตร จากการที่ยังหลงเหลือบรรยากาศในสมัยที่สร้างขึ้นอยู่ ที่นี่จึงถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำละครย้อนยุคอยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าจากการที่เป็นวัดศูนย์กลางนิกายอาจจะทำให้รู้สึกว่ามีความแข็งแกร่งและเข้มงวด แต่ที่นี่ก็เป็นวัดที่ได้ออกสื่อบ่อยจากการเป็นสถานที่แจกสมุดประทับตราสีแดงที่ร่วมมือกับเกมยอดนิยมอย่าง "Toukenranbu (刀剣乱舞)" และยังเป็นสถานที่จัดงานอีเวนต์หรืองานพบปะที่ร่วมมือกับทางสำนักงานตลกยอดนิยมอีกด้วย

Arashiyama Monkey Park Iwatayama (嵐山モンキーパークいわたやま)

ถ้าท่านอยากมาเที่ยวผ่อนคลายสบายๆ ที่อาราชิยามะก็ลองแวะมาที่ Monkey Park ดูสักครั้ง Arashiyama Monkey Park Iwatayama แห่งนี้ เป็นสวนสัตว์ที่มีลิงป่าญี่ปุ่นนับ 120 ตัวอาศัยอยู่ ที่สวนสัตว์แห่งนี้จะมีวิธีการให้อาหารสัตว์ที่แปลกอยู่สักหน่อย ตรงที่จะให้เข้าไปใน "กรง" ที่มนุษย์เรียกว่าสถานที่พักผ่อนแล้วจึงให้อาหารลิง ซึ่งที่ Monkey Park แห่งนี้จะได้สัมผัสกับบรรดาลิงที่รักอิสระ เป็นสถานที่ยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างมาก

สรุปว่าถ้าได้มาเกียวโตครั้งหน้าต้องแวะมาอาราชิยามะกันให้ได้!

เราได้นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในอาราชิยามะกันไปแล้ว เป็นอย่างไรกันบ้าง? ในบรรดาการท่องเที่ยวเกียวโตทั้งหมดแล้ว อาราชิยามะถือว่าเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเหมาะสำหรับผู้เชี่ยวชาญสักหน่อย มาเป็นผู้รู้แห่งอาราชิยามะ แล้วรีบมาโชว์ภูมิให้เพื่อนๆ หรือคนในครอบครัวฟังกันเถอะ! สรุปว่าถ้าได้มาเที่ยวเกียวโตครั้งหน้าก็ต้องแวะมาอาราชิยามะกันให้ได้เลย!

 

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทาง เฟซบุ๊ก  ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

 


บทความนี้ได้รับอนุญาตให้ทำการแปลและเผยแพร่จาก SPIRA (ในอดีตคือ Relux Magazine)
คุณสามารถจองโรงแรมผ่าน Relux (บริหารจัดการโดย SPIRA) ได้ ที่นี่!!

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร