ไม่ใช่แค่วัดคิโยมิสึ! 20 สถานที่น่าแวะในย่าน "ฮิงาชิยามะ" เกียวโต

เมื่อพูดถึงย่าน "ฮิงาชิยามะ" (東山) ของจังหวัดเกียวโต หลายคนก็คงจะนึกถึงวัดคิโยมิสึ (清水寺) ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่จริงๆ แล้วที่ฮิงาชิยามะนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้วัดคิโยมิสึอยู่อีกหลายแห่ง โดยในบทความนี้เราได้คัดสถานที่เด็ดๆ ทั้ง 20 แห่งมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก รับรองว่าจะต้องมีสักแห่งที่แปลกใหม่ และถูกใจคุณ

กิอง / คิโยมิสึ / ฮิกาชิยามะ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

สถานที่แนะนำ 10 แห่งในฮิงาชิยามะ

1. วัดคิโยมิสึ (清水寺)

"วัดคิโยมิสึ" สถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดในฮิงาชิยามะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของญี่ปุ่นที่ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะมีชื่อเสียงกว้างขวางทั้งในหมู่คนญี่ปุ่นเอง และชาวต่างชาติ จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมจนคึกคักตลอดทั้งปี สำหรับคนที่ยังไม่เคยมาก็ควรแวะมาให้ได้สักครั้ง แล้วคุณจะตะลึงไปกับความตระการตาของวัดท่ามกลางสวนสวยแห่งนี้

วัดคิโยมิสึนั้นมีวลีที่ว่า "Kiyomizu no butai (เวทีแห่งคิโยมิสึ)" ที่ขึ้นชื่ออยู่ด้วย ซึ่งเวทีนั้นถูกประกอบขึ้นโดยไม่ได้ใช้ตะปูเลยสักชิ้น ซึ่งถือว่าน่าสนใจมาก ถ้ามีโอกาสได้มาหากค่อยๆ สังเกตก็จะรู้สึกได้ถึงความยอดเยี่ยมของมันอย่างแน่นอน อีกทั้งในฤดูใบไม้ร่วงยังมีการฉายไฟไลท์อัพจนทำให้นักท่องเที่ยวหลงใหลไปกับบรรยากาศที่สวยงามชวนฝัน เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดทัศนียภาพที่ควรมาชมให้ได้สักครั้ง

2. ศาลเจ้าจิชู (地主神社)

สถานที่แนะนำสำหรับการมาออกเดทหรือเที่ยวเล่นในหมู่สาวๆ ได้แก่ "ศาลเจ้าจิชู" ที่ขึ้นชื่อเรื่องการจับคู่ผูกสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่กล่าวกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องการจับคู่ก็คือ "หินทำนายรัก (恋占いの石)" เนื่องจากหินก้อนนี้ได้รับการบ่งชี้ว่าเป็นโบราณวัตถุในสมัยโจมง (縄文 ประมาณ 10,000 - 3,000 ปีก่อนคริสตกาล) จากการวิจัยเมื่อไม่กี่ปีมานี้ จึงทำให้รู้สึกได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งขึ้นไปอีกเลยล่ะ

สำหรับหินทำนายรักนั้น กล่าวกันว่าเมื่อหลับตาแล้วสามารถเดินจากหินก้อนหนึ่งมาถึงหินอีกก้อนหนึ่งได้ คำอธิษฐานเรื่องความรักก็จะสัมฤทธิ์ผล เนื่องจากหินก้อนนี้มีชื่อเสียงมากจนมีผู้คนคับคั่งตลอดทั้งวัน แต่เราก็อยากให้ท่านมาทอดลองความสามารถกันดู นอกจากนี้เซียมซีและเครื่องรางก็มีผลในเรื่องการจับคู่ผู้สัมพันธ์เช่นเดียวกัน

3. วัดโรคุฮาระมิทสึจิ (六波羅蜜寺)

"วัดโรคุฮาระมิทสึจิ" เป็นสถานที่รับเครื่องรางลำดับที่ 17 ในไซโคคุ (西国) ที่ก่อตั้งขึ้นโดยพระโคโชคูยะ (光勝空也上人) ผู้เป็นโอรสองค์ที่สองของจักรพรรดิไดโงะ (醍醐天皇) ที่นี่มีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างงานประติมากรรมจากไม้สุดล้ำค่าตั้งแต่สมัยเฮอัน (平安 ค.ศ.794-1185) จนถึงสมัยคามาคุระ (鎌倉 ค.ศ.1185-1333) ที่ถูกเก็บรักษาไว้มากมาย ควรค่าอย่างยิ่งแก่การมาสัมผัสด้วยตาตนเองสักครั้ง

ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นคันนอน 11 หน้าที่ได้รับการยอย่องเป็นสมบัติของชาติ รูปปั้นพระคูยะที่เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญ รวมถึงรูปปั้นนั่งของไทระ โนะ คิโยโมริ (平清盛) ฯลฯ นั้นต่างก็เป็นสมบัติที่เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสุดล้ำค่าที่มาดูได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น พิพิธภัณฑ์สมบัติที่เก็บรักษาได้รับการปรับปรุงใหม่เมื่อไม่นานมานี้ทำให้มาเข้าชมได้ตลอดเวลา ขอให้มารับชมทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสุดล้ำค่าด้วยตาของท่านเองกันเถอะ

4. ศาลเจ้ายาสุอิ คงปิระ (安井金比羅宮)

เมื่อพูดถึงศาลเจ้าตัดโชคร้ายที่ขึ้นชื่อที่สุดในเกียวโตก็ต้อง "ศาลเจ้ายาสุอิ คงปิระ" แห่งนี้นี่เอง ไม่เพียงแค่เรื่องตัดโชคร้ายทิ้งไปเท่านั้น แต่ยังมีจุดเด่นอยู่ที่ความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องการผูกความสัมพันธ์ที่ดีด้วย เป็นศาลเจ้าที่มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ซึ่งเชื่อว่ามีจุดกำเนิดมาจาก "วัดฟูจิ (藤寺)" ที่สร้างขึ้นโดยฟูจิวาระ โนะ คามาตาริ (藤原鎌足) ในสมัยอาสุกะ (ค.ศ.592-710)

อนุสาวรีย์ตัดโชคร้ายผูกโชคดีที่อยู่ในเขตศาลเจ้านั้น มีรูกลมอยู่ที่หินขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างเหมือนแผ่นไม้เอมะ วิธีอธิษฐานก็คือหลังจากที่เขียนคำอธิษฐานลงในกระดาษตัวตายตัวแทนแล้ว ก็ให้มุดรูที่อนุสาวรีย์จากด้านหน้าไปยังด้านหลังเพื่อตัดโชคร้าย แล้วมุดจากด้านหลังไปด้านหน้าเพื่อผูกโชคดี สุดท้ายก็นำกระดาษตัวตายตัวแทนไปแปะที่อนุสาวรีย์ ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีผู้คนคับคั่งมากในช่วงกลางวัน จำนวนกระดาษตัวตายตัวแทนที่แปะอยู่บนอนุสาวรีย์นั้นแสดงให้เห็นถึงความนิยมได้เป็นอย่างดี

5. วัดโคไดจิ (高台寺)

"วัดโคไดจิ" ที่กล่าวกันว่าเป็นวัดของฮิเดโยชิ (秀吉) และเนเน่ (ねね) แห่งนี้เป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยเนเน่ผู้เป็นภรรยาหลวงเพื่อไว้อาลัยให้ฮิเดโยชิหลังจากที่ฮิเดโยชิสิ้นชีวิต จากการที่สามารถมาลองนั่งสมาธิและชงชาได้ ที่นี่จึงเป็นสถานที่แนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากมาสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นสถานที่ขึ้นชื่อสำหรับชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีอีกด้วย ลองมาสัมผัสความงดงามของธรรมชาติดูสักครั้ง รับรองว่าจะต้องติดใจแน่นอน

วัดโคไดจิขึ้นชื่อเรื่องซากุระในฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง การฉายไฟไลท์อัพที่จัดขึ้นในช่วงนี้ จะปกคลุมไปด้วยบรรยากาศที่สวยงามชวนฝันที่ภายในเขตวัดจะสาดส่องไปด้วยแสงสว่างที่สวยงามมาก นอกจากจะใช้เป็นสถานที่ออกเดท การได้มาเจอสถานที่ที่ถูกใจด้วยตัวคนเดียวก็อาจจะน่าสนุกดีเหมือนกันนะ เนื่องจากมีลานจอดรถอยู่ในเขตวัดจึงสามารถแวะมาด้วยรถยนต์ได้ แต่ก็อาจจะไม่มีที่ว่างเพียงพอสำหรับจอดรถก็ได้ ดังนั้น เดินเท้ามาอาจจะสะดวกกว่า

6. วัดชิออนอิน (知恩院)

"วัดชิออนอิน" เป็นวัดชื่อดังในฐานะที่เป็นวัดศูนย์กลางของนิกายโจโดะ (浄土宗) ที่ก่อตั้งโดยพระโฮเน็น (法然) ประตูทั้งสามของวัดที่ได้รับการกำหนดเป็นสมบัติของชาตินั้น ขึ้นชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น รูปลักษณ์ของมันพูดได้คำเดียวว่าตระการตา นอกจากนี้ ที่นี่ยังเก็บรักษาสมบัติแห่งชาติอย่างภาพ 25 พระโพธิสัตว์เสด็จมารับดวงวิญญาณไปสู่แดนสุขาวดี และภาพการปฏิบัติธรรมของพระโฮเน็นเอาไว้ด้วย ถ้ามีโอกาสอย่าลืมลองแวะมาในช่วงที่ทางวัดกำลังเปิดให้ชมภาพ 25 พระโพธิสัตว์ด้วยตาของตนเองดูสักครั้ง

อุโบสถมิเอโด (御影堂) ซึ่งเป็นสมบัติแห่งชาติที่อยู่ในวัดชิออนอินนั้น เป็นอุโบสถที่ประดิษฐานพระโฮเน็นซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งนิกายโจโดะเอาไว้ ในปัจจุบันได้มีการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่เพื่อเตรียมสำหรับการครบรอบ 800 ปีที่พระโฮเน็นมรณะภาพไป แม้ว่าการก่อสร้างจะเสร็จสิ้นไปเมื่อเดือนมีนาคม 2019 แต่ก็ยังมีการเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปต่างๆ ทำให้ยังไม่สามารถเข้าไปนมัสการได้เป็นเวลาประมาณ 1 ปี ดังนั้นโปรดระวังด้วย

7. วัดซันจูซันเก็นโด (三十三間堂)

"วัดซันจูซันเก็นโด" ที่เป็นสมบัติแห่งชาตินี้ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าวัดเร็นเกะโออิน (蓮華王院) ซึ่งชื่อเรียกของอุโบสถหลักก็คือซันจูซันเก็นโดนั่นเอง ชื่อเรียกวัดซันจูซันเก็นโด (三十三間堂) นี้มีที่มาจากจำนวนเสาในอุโบสถที่ทอดยาวจากเหนือจรดใต้ที่มีอยู่ 33 เสานั่นเอง (คำว่า ซันจูซัน 三十三 แปลว่า 33) อุโบสถที่ขึ้นชื่อว่ามีความยาวจากเหนือจรดใต้ถึง 120 เมตรนั้นทำให้ผู้คนที่ได้มาเห็นทุกคนต่างหลงใหลไปตามๆ กัน

พระพุทธรูปคันนอนพันกรปางนั่งที่เป็นสมบัติแห่งชาติที่ประดิษฐานอยู่กลางอุโบสถซันจูซันเก็นโด และพระพุทธรูปคันนอนพันองค์พันกรปางยืนที่เป็นสมบัติแห่งชาติที่เรียงรายอยู่บนหิ้งรูปบันได 10 แถวหน้าหลังนั้น มีรูปลักษณ์ที่เมื่อใครที่ได้เห็นก็ต้องรู้สึกตะลึง นอกจากนี้ ท่านยังสามารถมาชมสมบัติแห่งชาติอย่างรูปปั้นเทพสายลมและเทพสายฟ้าได้อีกด้วย ควรค่าแก่การลองแวะมาดื่มด่ำกับความงามของสมบัติแห่งชาติสุดล้ำค่าดูสักครั้ง

8. นิชิริ สาขากิออน (西利祇園店)

สถานที่แนะนำสำหรับการซื้อของฝากจากการท่องเที่ยวเกียวโตก็ได้แก่ร้าน "นิชิริ สาขากิออน" ที่เป็นร้านของดองจากเกียวโตแห่งนี้ นอกจากของดองเซ็นไมสึเคะที่ขึ้นชื่อแล้ว ยังมีของดองที่ทำจากผักท้องถิ่นของเกียวโตที่มีรสชาติยอดเยี่ยม นอกจากจะซื้อไปเป็นของฝากให้กับตัวเองแล้ว ถ้าได้นำไปแจกเพื่อนบ้านพวกเขาก็คงจะรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากแน่นอน

นิชิริมีจุดเด่นอยู่ที่การท้าทายไปกับรูปแบบใหม่ๆ อย่างของดองเกียวโตสไตล์ครีเอทและของดองเพื่อสุขภาพ ในขณะที่ยังคงรักษาความเป็นพื้นฐานอย่างการสืบทอดรสชาติแบบดั้งเดิม ด้วยความที่สาขากิออนมีห้องอาหารตั้งอยู่ด้วย จึงสามารถมาดื่มด่ำไปกับอาหารเกียวโตต่างๆ ตั้งแต่โอชะสึเคะ (ข้าวต้มสไตล์ญี่ปุ่น) ไปจนถึงอาหารไคเซกิ (คอร์สอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม เสิร์ฟพร้อมชา) ของดองเกียวโตให้เต็มที่ได้เลย

9. โยจิยะ (よーじや)

ร้านของฝากแนะนำเมื่อได้มาเกียวโตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่สาวๆ ก็คือ "โยจิยะ" ร้านกระดาษซับมันนั่นเอง โลโก้ที่มีต้นแบบเป็นรูปผู้หญิงที่ปรากฏอยู่บนกระจกติดด้ามถือนั้นคงจะมีหลายท่านที่รู้จักกันดี ซึ่งแต่ก่อนจะมีแปรงสีฟันเป็นสินค้าหลัก ในอดีตที่เคยเรียกแปรงสีฟันกันว่าไม้จิ้มฟัน (โยจิ) ร้านนี้จึงมีชื่อว่าโยจิยะ (ร้านขายแปลงสีฟัน) นั่นเอง

หลายคนอาจจะติดภาพว่าโยจิยะเป็นร้านขายกระดาษซับมัน แต่ร้านนี้มีสินค้าที่เกี่ยวกับการแต่งหน้าจำหน่ายอยู่หลากหลายมากไม่ว่าจะเป็นโลชั่น กระจกติดด้ามถือ ฯลฯ ในปัจจุบันมีสินค้าจำหน่ายอยู่มากกว่า 320 ชิ้นเลยทีเดียว แม้จะสามารถสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ด้วย แต่เราก็อยากให้ท่านหาโอกาสมาหยิบจับสินค้าของจริงที่ร้านแล้วหาสินค้าที่ถูกใจสำหรับตัวเองกันให้เจอ

10. เนินซันเนซากะ (産寧坂) หรือ ซันเนนซากะ (三年坂)

"เนินซันเนซากะ" ขึ้นชื่อโด่งดังในฐานะที่เป็นเส้นทางไปนมัสการวัดคิโยมิสึ ทางฝั่งซ้ายขวามีอาคารที่สมกับความเป็นเกียวโตตั้งเรียงรายอยู่ มีร้านของฝากและร้านอาหารต่างๆ อยู่มากมาย เนื่องจากเป็นเส้นทางไปนมัสการวัดคิโยมิสึ จึงคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เป็นถนนที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ดังนั้นขอให้เพลิดเพลินไปกับระหว่างเส้นทางที่จะไปวัดคิโยมิสึกันให้เต็มที่ไปเลย

เนินซันเนซากะมีทิวทัศน์สไตล์ญี่ปุ่นที่เก่าแก่และดีงามแผ่กว้างไปทั่ว สมกับที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมที่สำคัญ ในสถานที่ที่มีบรรยากาศเช่นนี้เหมาะแก่การใส่ชุดกิโมโนมากๆ ถ้าท่านจะเช่าชุดกิโมโนมาใส่เดินไปตามเนินก็แนะนำเช่นกัน ร้านเช่ากิโมโนก็มีอยู่หลายร้าน สนใจลองมาสวมชุดกิโมโนแล้วสัมผัสไปกับความรู้สึกที่พิเศษๆ ดูหน่อยไหม

5 สถานีแนะนำรอบๆ สถานีฮิงาชิยามะ

1. Zuikougama (瑞光窯)

สำหรับท่านที่อยากมาสัมผัสประสบการณ์ที่ต่างจากปกติเราขอแนะนำ "Zuikougama" ที่นี่เป็นสถานที่ผลิตเครื่องปั้นดินเผาเกียวโต/เครื่องปั้นดินเผาคิโยมิสึที่มีประวัติความเป็นมาประมาณ 250 ปี ซึ่งท่านสามารถมาลองทำเครื่องปั้นดินเผาอย่างเต็มรูปแบบได้ อีกทั้งที่นี่ยังรองรับผู้มาทัศนศึกษาหรือทัวร์บริษัทที่มากันเป็นหมู่คณะอีกด้วย เป็นสถานที่แนะนำสำหรับการมาสร้างความทรงจำดีๆ จริงๆ

ที่นี่ได้จัดเตรียมแพลนต่างๆ ไว้มากมายไม่ว่าจะเป็นไลท์แพลนที่ทำถ้วยขึ้นมาได้ในเวลาสั้นๆ เพียง 20 นาทีโดยการใช้แท่นหมุนไฟฟ้า และแพลนพื้นฐานที่ทำถ้วยน้ำชา ถ้วย กระถาง ชาม จาน ฯลฯ ขึ้นมาได้ในเวลา 40 นาที ท่านสามารถเลือกแพลนที่เหมาะกับตัวเองได้ มาลองทำภาชนะใส่อาหารแบบออริจินัลที่มีอยู่เพียงชิ้นเดียวในโลกเป็นของที่ระลึกจากเกียวโตกันดูหน่อยไหม

2. Yatuhasian Syanari (八つ橋庵しゃなり)

"Yatuhasian Syanari" เป็นร้านแนะนำสำหรับเด็กๆ ที่ชื่นชอบขนม แน่นอนว่าจะมากินขนมยาสึฮาชิแสนอร่อยก็ดี แต่ที่อยากให้ลองมาสัมผัสประสบการณ์กันก็คือการลองทำขนมยาสึฮาชิสดแบบแฮนด์เมด ซึ่งการลองทำขนมแฮนด์เมดนี้ถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับเด็กจึงสามารถทำได้ง่ายๆ มาสร้างความทรงจำแสนวิเศษให้กับเด็กๆ กันเถอะ

ที่ Yatuhasian Syanari นั้นนอกจากขนมญี่ปุ่นและตะวันตกสไตล์ครีเอทอย่างโดนัทที่อบมาใหม่ๆ แล้วก็ยังมีขนมยาสึฮาชิสดโฮมเมด และของฝากจากเกียวโต ฯลฯ อยู่อีกมากมาย ภายในร้านมีเตรียมไว้ทั้งโต๊ะและเก้าอี้ ในช่วงที่เดินจนเหนื่อยล้าก็สามารถแวะเข้ามาพักผ่อนเล็กๆ น้อยๆ ในร้านได้ด้วย

3. สตูดิโอแปลงโฉมนางรำ Shiki (四季)

"สตูดิโอแปลงโฉมนางรำ Shiki" แห่งนี้เป็นสถานที่แนะนำสำหรับการท่องเที่ยวในหมู่สาวๆ ซึ่งเป็นร้านที่สามารถมาลองสวมชุดนางรำได้ตรงตามชื่อร้าน โดยร้านนี้มีแพลนต่างๆ มากมาย ตั้งแต่แพลนสวมชุดนางรำถ่ายรูป ไปจนถึงแพลนเดินเล่นที่สวมชุดออกไปเดินข้างนอกได้ตามอิสระ ยังไงก็มาเลือกแพลนที่เหมาะกับกำหนดการของตัวเองกันดูนะ

ถ้าพอมีเวลาก็ลองมาเลือกแพลนเดินเล่นดู เนื่องจาก Shiki เป็นร้านอยู่ที่เนินนิเนนซากะ (二寧坂) เมื่อเดินออกจากร้านไปก้าวหนึ่ง ก็จะพบทิวทัศน์เมืองเกียวโตที่ยอดเยี่ยมแผ่กว้างไปทั่ว ประสบการณ์การสวมชุดนางรำเดินไปตามทิวทัศน์เมืองเช่นนั้นสามารถทำได้ที่เกียวโตเท่านั้น เราจึงอยากแนะนำให้มาลองสัมผัสกันจริงๆ

4. Kyo-Yamashiroya (京山城屋)

"Kyo-Yamashiroya" เป็นร้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งมากว่า 100 ปีที่สามารถมาลองทำพริก 7 รส (ชิจิมิ) ได้ ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ต่างก็เลือกมาแต่ของชั้นหนึ่งที่ผลิตในประเทศอย่างพิถีพิถันด้วยสายตาของเจ้าของร้านที่เชื่อถือได้ ท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับความสนุกในการปรับระดับความเผ็ดที่ตัวเองโปรดปราน อีกทั้ง การตั้งราคาสำหรับลองทำไว้ถูกมากเพียง 1,000 เยนก็ถือเป็นเสน่ห์ดึงดูดอย่างหนึ่ง

หลังจากผสมวัตถุดิบที่ชื่นชอบแล้ว ก็เหลือแค่การชิมกับดาชิ (น้ำซุปปลาแห้งและสาหร่ายคอมบุ) แล้วทำให้ออกมาเป็นรสเผ็ดที่เราต้องการ เวลาที่ใช้ในการทำส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 20 นาทีก็จะได้พริก 7 รสสูตรออริจินัลออกมาโดยสมบูรณ์ มาลองทำพริก 7 รสสูตรออริจินัลของตัวเองที่ Kyo-Yamashiroya แล้วเก็บเป็นความทรงจำของการท่องเที่ยวเกียวโต หรือนำไปเป็นของฝากกันเถอะ

5. NINJA VR KYOTO

"NINJA VR KYOTO" เป็นสถานที่สัมผัสประสบการณ์การฝึกวิชานินจาด้วย VR รุ่นใหม่ล่าสุดในบ้านย่านร้านค้าที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายแบบเกียวโต เมื่อพูดถึงนินจาก็เป็นอะไรที่ได้รับความนิยมมากในหมู่เด็กๆ และชาวต่างชาติใช่ไหมล่ะ เป็นสถานที่ที่อยากให้พ่อแม่ที่พาลูกๆ มาหรือชาวต่างชาติได้ลองแวะมาใช้บริการกันดู

การสัมผัสประสบการณ์การฝึกวิชาจะมาเป็นเซ็ต "การฝึกวิชาจริง" และ "การฝึกวิชาด้วย VR" ซึ่งการฝึกวิชาจริงจะมีเป้าหมายอยู่ที่การได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวพื้นฐานของนินจา และเรียนรู้วิชาการปาดาวกระจายหรือเป่าลูกดอก ส่วนการฝึกวิชาด้วย VR จะเป็นรูปแบบที่ได้ตื่นเต้นไปกับการหลบดาวกระจายของศัตรูและจัดการศัตรูที่เป็นภาพฉาย VR เรียกได้ว่าเป็นร้านที่อยากให้เด็กๆ และชาวต่างชาติได้แวะมากันจริงๆ

5 สถานที่ดีๆ ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักในฮิงาชิยามะ

1. พิพิธภัณฑ์การปฏิรูปบาคุมัตสึ "พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เรียวเซ็น (霊山歴史館)"

สถานที่แนะนำสำหรับผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์การปฏิรูปบาคุมัตสึ "พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เรียวเซ็น" แห่งนี้นี่เอง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เรียวเซ็นเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับค้นคว้าประวัติศาสตร์ตั้งแต่ช่วงบาคุมัตสึ (幕末 หรือช่วงปลายสมัยเอโดะ) จนถึงช่วงการปฏิรูปเมจิโดยเฉพาะ แม้ว่าในช่วงบาคุมัตสึ เกียวโตจะเป็นพื้นที่ศูนย์กลางทางการเมือง แต่ที่นี่ก็ได้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของเอกบุรุษที่เคยมีบทบาทในยุคสมัยนี้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากทำความเข้าใจในช่วงบาคุมัตสึให้ถ่องแท้มากขึ้นจริงๆ

นอกจากข้าวของเครื่องใช้ของคนฝั่งล้มล้างรัฐบาลบาคุฟุอย่างซากาโมโต้ เรียวมะ (坂本龍馬) ไซโก ทาคาโมริ (西郷隆盛) ทาคาสุงิ ชินซากุ (高杉晋作) ที่หลายท่านรู้จักกันดี ก็ยังได้จัดแสดงเอกสารของฝั่งรัฐบาลบาคุฟุอย่างเช่นกลุ่มชินเซ็นงุมิ (新選組) และโทคุงาวะ โยชิโนบุ (徳川慶喜) อยู่เป็นจำนวนมาก การได้มาสัมผัสประวัติศาสตร์จากมุมมองของทั้งสองฝ่ายก็ถือเป็นจุดเด่นของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เรียวเซ็นแห่งนี้ ด้วยความที่มันเป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก จึงไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวอยู่มากเท่าไรนัก ถ้าหากมีเวลาลองแวะมาศึกษาประวัติศาสตร์แบบสงบๆ ดูสักครั้งนะ

2. ห้องแถว AJIKI Roji (あじき路地)

"ห้องแถว AJIKI Roji" นั้นแม้จะเป็นห้องแถวบนตรอกซอยเล็กๆ ที่มีอยู่ทั่วไปในเกียวโตก็ตาม แต่ก็มีคนหนุ่มสาวที่ใช้ชีวิตอยู่พร้อมกับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอยู่ไม่น้อย ซึ่งนักสร้างสรรค์ผลงานเหล่านั้นก็ได้นำผลงานของตัวเองมาเปิดร้านขายโดยเน้นขายวันเสาร์-อาทิตย์ จนในที่สุดที่นี่ก็ได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในปัจจุบันนี้

ที่นี่มีร้านค้าที่หลากหลายตั้งเรียงรายอยู่ ไม่ว่าจะเป็นร้านขนม ร้านขายหมวกทำเฉพาะ ร้านชามิเซน (เครื่องดนตรี 3 สาย) ร้านเครื่องหนัง รวมถึงร้านเครื่องเขียน สินค้าแฮนด์เมดที่ทำขึ้นอย่างประณีตบรรจงนั้นเต็มเปี่ยมด้วยเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร สนใจลองมาชมร้านค้าพร้อมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศหลังซอยที่มีมาแต่โบราณดูหน่อยไหม

3. วัดอุนริวอิน (雲龍院)

"วัดอุนริวอิน" เป็นสถานที่แนะนำสำหรับผู้ที่อยากมาสัมผัสความยอดเยี่ยมของทิวทัศน์ ที่นี่อยู่ใกล้สถานีเกียวโตที่สุดและถูกเรียกว่าห้องด้านหลังแห่งฮิงาชิยามะ ความงดงามของสวนญี่ปุ่นที่เหลือบมองได้จากช่องว่างระหว่างประตูกระดาษนั้น เป็นสุดยอดทัศนียภาพที่งดงามจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว เป็นสถานที่ที่ควรแวะมาสักครั้งจริงๆ

วัดอุนริวอินจะมีความงดงามที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละฤดูกาลให้ได้เห็น ฤดูใบไม้ผลิมีซากุระ ฤดูร้อนมีต้นไม้เขียวขจี ฤดูใบไม้ร่วงมีใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนฤดูหนาวมีทิวทัศน์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ แม้จะเป็นสถานที่แห่งเดียวกันแต่ก็ให้ความรู้สึกที่ต่างกันออกไป ทิวทัศน์ที่ถูกฉายไฟไลท์อัพตามแต่ละฤดูกาลต่างก็มีบรรยากาศที่สวยงามชวนฝันและทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างรู้สึกหลงใหลไปตามๆ กัน อีกทั้งยังเดินทางมาจากสถานีเกียวโตได้สะดวกอีกด้วย

4. ฟุมอนอัง (普門庵)

"ฟุมอนอัง" แห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่สามารถเดินเท้ามาจากวัดคิโยมิสึได้ใน 3 นาที มันประกอบไปด้วย 2 ส่วน ได้แก่ "Ichi no Kasho (一の菓匠)" ที่เป็นร้านของที่ระลึก และ "Ni no Charyo (二の茶寮)" ที่เป็นร้านขนมวาราบิโมจิ นอกจากจะมาใช้บริการตอนที่อยากพักผ่อนเวลาเดินจนเมื่อยแล้ว ยังเหมาะสำหรับเวลาที่อยากมาซื้อของฝากไปให้คนสำคัญอีกด้วย ยังไงก็ลองแวะมาหลังจากนมัสการวัดคิโยมิสึกันได้

ของฝากแนะนำจากฟุมอนอังได้แก่ "Kiyomizu Ofukuhan (清水おふくはん)" ขนมมันจูร้อยความสุข เป็นขนมมันจูชั้นยอดที่พิถีพิถันตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ โดยคำว่า Ofukuhan มีที่มาจาก "Ofuku (於福)" ซึ่งเป็นหนึ่งในแปดเทพแห่งความสุขที่มีความเกี่ยวเนื่องกับวัดคิโยมิสึ อีกทั้งที่ร้านวาราบิโมจิก็มีสินค้าที่จำหน่ายในเวลาจำกัด นอกจากผงคินาโกะ (ผงถั่วเหลืองคั่ว) สุดคลาสสิกแล้วยังมีพาร์เฟต์จากวาราบิโมจิที่จัดเตรียมไว้ด้วย ยังไงก็มาลิ้มลองกันดูสักครั้งนะ

5. วัดยาซากะโคชินโด (八坂庚申堂)

"วัดยาซากะโคชินโด" เป็นสถานที่ในเกียวโตที่เป็นที่รู้จักว่าเป็นจุดที่ถ่ายรูปขึ้นอินสตาแกรมมาก โดยปกติเมื่อพูดถึงวัดและศาลเจ้าจะติดภาพที่ดูขลังน่าเลื่อมใส แต่วัดยาซากะโคชินโดนั้นมีสีสันสดใสที่ต่างจากภาพลักษณ์นั้นมากเฉิดฉายออกมาจนต้องหยุดดูเลยทีเดียว

สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้วัดยาซากะโคชินโดมีสีสันสดใสถึงเพียงนี้ก็เพราะเครื่องรางที่เรียกว่า "คุคุริซารุ" นักท่องเที่ยวจะเขียนคำอธิษฐานลงบนเครื่องรางผ้าสีสันสดใส ไม่ว่าจะเป็นสีแดง น้ำเงิน ส้ม ม่วง เขียว ฯลฯ  แล้วนำมาถวายวัด ทำให้เกิดเป็นจุดที่ถ่ายรูปขึ้นอินสตาแกรมเช่นนี้ คุณเองก็สนใจมาถ่ายรูปลงโซเชียลด้วยกันไหมล่ะ

มาเพลิดเพลินที่ฮิงาชิยามะ เกียวโตที่เต็มไปด้วยจุดที่น่าสนใจให้เต็มที่กันเถอะ

ฮิงาชิยามะในเกียวโตนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อชั้นนำในญี่ปุ่นอยู่เต็มไปหมด ซึ่งนอกจากคนญี่ปุ่นแล้ว ก็ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนมากมายจึงมีผู้คนคับคั่งตลอดทั้งปี แต่สิ่งปลูกสร้างและทิวทัศน์เมืองที่งดงามในเกียวโตก็เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ที่ทำให้เราแทบลืมไปเลยว่ามีผู้คนหนาแน่น สถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกได้ถึงเหตุผลอันเหมาะสมที่ไม่ว่านักท่องเที่ยวคนไหนก็อยากจะแวะมาเยือนก็คือเกียวโตแห่งนี้นี่แหละ ถ้าใครตัดใจที่จะมาเที่ยวที่นี่เพราะกลัวคนเยอะล่ะก็ คงจะต้องรู้สึกเสียใจภายหลังเป็นแน่

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร