10 สาเก (เหล้าญี่ปุ่น) ที่คุณควรลอง! มาญี่ปุ่นทั้งทีห้ามพลาด!!

หากคุณอยากลองดื่ม "สาเก" หรือ "เหล้าญี่ปุ่น" แต่ไม่รู้จะเริ่มจากอะไรดี เราขอแนะนำสาเก 10 ชนิดที่คิดมาแล้วว่าดี ไว้ให้เป็นตัวเลือกของคุณในการดื่มครั้งต่อไป

ทั่วประเทศ

อาหารการกิน

YST (aka kryptos5) / Flickr

"สาเก" หรือ "เหล้าญี่ปุ่น" เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่น หมักโดยใช้ข้าวจึงทำให้ได้ผลผลิตหลักออกมาเป็นแอลกอฮอล์และน้ำตาล นักชิมสาเกจะประเมินรสชาติสาเกด้วยคำว่า Dry (ดราย รสชาติจะเข้มข้นกว่า แทนด้วยตัวเลขค่าบวก) กับ Sweet (หวาน ดื่มง่ายกว่า แทนด้วยตัวเลขค่าลบ) ซึ่งจะวัดตามอัตราส่วนของแอลกอฮอล์และน้ำตาลที่มีอยู่ในตัวสาเก บทความนี้จะมารีวิวสาเกตามมาตรฐานดังกล่าว โดยคุณสามารถอ้างอิงค่าตัวเลขต่างๆ ได้จากตารางด้านล่างนี้ และขอให้รู้ไว้ว่าคำว่า 'ดราย' ในวงการสาเกนั้นไม่ได้แปลว่าแห้ง แต่จะหมายถึงรสชาติที่เข้มข้นและในบางครั้งก็บาดคอ

ค่าการวัดของสาเก (Sake Meter Value, SMV)
Dryness <= -6 -3.5 ~ -5.9 -1.5 ~ -3.4  -1.4 ~ +1.4 +1.5 ~ +3.4 +3.5 ~ +5.9 >= +6
ความหมาย Super Sweet Sweet Slightly Sweet Neutral Slightly Dry Dry Super Dry

ก่อนจะเอาข้าวไปหุงและหมักก็จะต้องขัดผิวด้านนอกของข้าวที่อาจจะมีโปรตีนหรือแร่ธาตุอื่นๆ มากลบรสข้าวหมักออกก่อน ทำให้แบ่งชนิดของสาเกได้คร่าวๆ โดยดูจากเปอร์เซ็นต์ของเนื้อข้าวที่เหลือ และมีการเติมแอลกอฮอล์ปรุงแต่งหรือไม่ ดังนี้

ชนิดของสาเก

เปอร์เซ็นต์เนื้อข้าวที่เหลือ ทำจากข้าวล้วนๆ ไม่เติมสารปรุงแต่ง เติมแอลกอฮอล์ปรุงแต่ง
ไม่กำหนดเปอร์เซ็นต์ Junmai Futsu-shu
น้อยกว่า 70% - Honjozo
น้อยกว่า 60% Junmai Ginjo Ginjo
น้อยกว่า 50% Junmai Daiginjo Daiginjo

โสาเกที่ทำจากข้าวกับน้ำล้วนๆ โดยไม่เติมสารปรุงแต่งจะมีรสชาติเข้มข้นกว่า และมักจะจัดว่าหรูหรา ราคาแพงกว่าด้วย ส่วนแบบที่เติมแอลกอฮอล์ปรุงแต่งจะมีรสที่นุ่มซึ่งทำให้ดื่มง่ายขึ้น 

เนื่องจากญี่ปุ่นมีสาเกอยู่หลายยี่ห้อจนยากที่นักดื่มมือใหม่จะเลือกได้ถูก เราจึงขอแนะนำสาเก 10 ยี่ห้อที่คัดสรรมาแล้วว่าดี ให้คุณเก็บไว้เป็นตัวเลือกเมื่อไปดื่มสังสรรค์กันในอิซากายะ (ร้านเหล้าญี่ปุ่น) 

 

1.Dassai

Norio NAKAYAMA / Flickr

Dassai ขายเฉพาะสาเกชนิดที่เรียกว่า ”จุนไม ไดกินโจ" (Junmai Daiginjo) ー สาเกคุณภาพสูงที่สุด ซึ่งได้มาจากการหมักข้าวที่ผ่านการขัดสีเอาผิวนอกออกไปมากกว่า 50% จึงเหลือแต่เนื้อข้าวสีขาวด้านในล้วนๆ ให้แอลกอฮอล์ที่ใสและบริสุทธิ์เป็นพิเศษ และใช้แค่แอลกอฮอล์จากข้าวเท่านั้นไม่มีการผสมแอลกอฮอล์จากแหล่งอื่น

เมื่อไม่มีด้านนอกของข้าวที่อาจจะมีโปรตีน หรือแร่ธาตุอื่นมากลบรสข้าวหมักได้ เวลาดื่มจะได้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจนมากๆ มักจะมีกลิ่นหอมของผลไม้ และรสอูมามิ 

นอกจากนี้ยังมีแบบที่ให้ความรู้สึกซ่าด้วย ให้สัมผัสคล้ายๆ ไวน์แบบซ่า (Sparkling Wine) หรือแชมเปญ

หลายคนอาจจะเคยได้รู้จักสาเก Dassai จากการ์ตูนชื่อดังเรื่อง Neon Genesis EVANGELION อีกด้วย

แหล่งผลิต: จังหวัดยามากุจิ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +3 ถึง +4 (ดราย)

 

2.HAKKAI-SAN

cozymax / Flickr

Hakkai-san เป็นสาเกจุนไม กินโจ (Junmai Ginjo) ประเภท "Tanrei-Karakuchi" หรือก็คือสาเกที่ให้ความรู้สึกสดชื่นและเข้มข้ม (Crispy and Dry) ผลิตในจำนวนจำกัดจึงค่อนข้างหาซื้อยาก รสชาติเบา ดื่มง่าย และดราย 

หลายคนบอกว่าเป็นจุนไม กินโจ ที่เทียบได้กับสาเกระดับหรูกว่าอย่างจุนไม ไดกินโจเลยทีเดียว

แหล่งผลิต: จังหวัดนีงาตะ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +4 ถึง +6 (ดราย - ซูเปอร์ดราย)

 

3.KUBOTA 

Kanko* / Flickr

KUBOTA เป็นสาเกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากๆ ด้วยความใส รสชาติชัดเจน ติดกลิ่นฟรุตตี้หน่อยๆ และให้ความรู้สึกเบา นอกจากนี้ยังถือว่าไม่แรงมาก บวกกับรสชาตินุ่มละไมทำให้เป็นที่ชื่นชอบในหมู่สาวๆ นั่นเอง

โดยเฉพาะถ้าเป็นไลน์ "Kubota MANJU" ซึ่งเป็นสาเกจุนไม ไดกินโจ (Junmai Daiginjo) นั้น เรียกได้ว่าเป็นสาเกระดับพรีเมี่ยมเลยทีเดียว

ผลิตที่: จังหวัดนีงาตะ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +2 ถึง +6 (ค่อนข้างดราย - ซูเปอร์ดราย)

 

4.KOKURYU

yutacar / Flickr

KOKURYU ถือกำเนิดจากความคิดของผู้ผลิตที่อยากลองสร้างสาเกที่ให้ความรู้สึกเหมือนไวน์ จึงออกมาเป็นสาเกที่มีรสอมเปรี้ยวและให้กลิ่นเหมือนผลไม้ (ฟรุตตี้) แต่ในขณะเดียวกันก็สดชื่น และเข้มข้น (ดราย) มากๆ เป็นสาเกที่ได้รับความนิยมในหมู่สาวๆ เช่นกัน

แหล่งผลิต: จังหวัดฟุคุอิ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +3 ถึง +5 (ค่อนข้างดราย - ซูเปอร์ดราย)

 

5.JUYONDAI

 

daiki_moriyama / Flickr

JUYONDAI หรือที่แปลว่ารุ่นที่ 14 เป็นสาเกจุนไม ไดกินโจ (Junmai Daiginjo) ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา รสชาติอมเปรี้ยวเล็กน้อย และมีกลิ่นที่ออกฟรุตตี้มากๆ ผสมกับกลิ่นหอมเหมือนไม้ที่เด่นชัด กลิ่นไม้อันเป็นเอกลักษณ์นี่เองที่ทำให้หลายคนหลงรักสาเกยี่ห้อนี้

แหล่งผลิต: จังหวัดยามากาตะ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +2 ถึง +4  (ค่อนข้างดราย - ดราย)

 

6.ICHINOKURA

PHOTOS PRIUSDESIGN/Flickr

สาเกยี่ห้อ ICHINOKURA จัดว่าไม่ค่อยแรงเท่าไร ให้สัมผัสสดชื่น ลื่นคอ และดื่มง่าย  

ส่วนไลน์ ICHINOKURA "SUZUNE" เป็นสาเกแบบซ่าที่คล้ายกับแชมเปญ มีความฟรุตตี้ ไม่แรงจนเกินไป และให้ความรู้สึกนุ่มละมุน

แหล่งผลิต: จังหวัดโทชิกิ

 

7.HIROKI

 

TokyoViews/Flickr

เป็นสาเกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเคยมีการขายในราคาพิเศษในช่องทางออนไลน์

แหล่งผลิต : จังหวัดฟุคุชิมะ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +3 (ค่อนข้างดราย - ดราย)

 

8.Kikusui

sally_monster / Flickr

Kikusui Perfect Snow Nigori Genshu เป็นสาเกที่หวาน แต่มีแอลกอฮอล์เข้มข้นมากที่สุดชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีสาเกแบบซ่าภายใต้แบรนด์เดียวกันขายอยู่ให้ได้ลิ้มลองกันด้วย

แหล่งผลิต: จังหวัดนีงาตะ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): -19 (หวานมาก)

 

9 Koshi no Kanbai

toyohara / Flickr

Koshi no Kanbai มีรสชาติแบบ "Tanrei-Karakuchi" ซึ่งทั้งสดชื่นและดราย (Crisp and Dry) และให้รสสัมผัสค่อนข้างเบา

แหล่งผลิต: จังหวัดนีงาตะ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +7.5 (ซูเปอร์ดราย)

 

10 ISO JIMAN "Junmai Daiginjo"

nknh / Flickr

ISO JIMAN เป็นสาเกชนิด จุนไม ไดกินโจ (Junmai Daiginjo) ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดของสาเกญี่ปุ่น

การเสิร์ฟสาเกยี่ห้อนี้คือการแสดงความต้องรับที่นอบน้อมแบบญี่ปุ่น ด้วยรสชาติแสนฟรุตตี้ ให้กลิ่นหอมที่ราวกับว่าเสิร์ฟแก้วสาเกมาพร้อมกับกระเช้าผลไม้

แหล่งผลิต: จังหวัดชิซูโอกะ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +3 (ค่อนข้างดราย)

 

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

เกี่ยวกับนักเขียน

tsunagu
tsunagu Japan
นี่คือแอ็คเคาท์ทางการของ tsunagu japan

ค้นหาร้านอาหาร