สาเกญี่ปุ่น อันไหนอร่อย? เราได้รวม 10 สาเก (เหล้าญี่ปุ่น) ที่คุณควรลอง! มาญี่ปุ่นทั้งทีห้ามพลาด!! (อัพเดท 2022)

สาเกญี่ปุ่น อันไหนอร่อย? เราได้รวม 10 สาเก (เหล้าญี่ปุ่น) ที่คุณควรลอง! มาญี่ปุ่นทั้งทีห้ามพลาด!! (อัพเดท 2022)

หากคุณอยากลองดื่ม "สาเก" หรือ "เหล้าญี่ปุ่น" แต่ไม่รู้จะเริ่มจากอะไรดี สาเกญี่ปุ่น อันไหนดี ยี่ห้อไหนอร่อย เราขอแนะนำสาเก 10 ชนิดที่คิดมาแล้วว่าดี ไว้ให้เป็นตัวเลือกของคุณในการดื่มครั้งต่อไป มาเที่ยวญี่ปุ่นต้องลอง

คืนเงินสูงสุด 100% ด้วยใบเสร็จเพียงใบเดียว สำหรับชาวต่างชาติที่พำนักในญี่ปุ่น มี ผู้ติดตามบนโซเชียล 1,000 คน ก็สามารถเข้าร่วมได้ ขึ้นไป

บทความนี้อาจมีลิงก์พาร์ทเนอร์ หากคุณทำการซื้อผ่านลิงก์พาร์ทเนอร์ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ

"สาเกญี่ปุ่น" หรือ "เหล้าญี่ปุ่น" นั้นมีให้เลือกสรรค์มากมาย แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าสาเกญี่ปุ่น อันไหนดี อันไหนอร่อย? ก่อนอื่นเรามารู้จักกับสาเกญี่ปุ่นกันก่อน

 

สาเกญี่ปุ่นเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่น หมักโดยใช้ข้าวจึงทำให้ได้ผลผลิตหลักออกมาเป็นแอลกอฮอล์และน้ำตาล นักชิมสาเกจะประเมินรสชาติสาเกด้วยคำว่า Dry (ดราย รสชาติจะเข้มข้นกว่า แทนด้วยตัวเลขค่าบวก) กับ Sweet (หวาน ดื่มง่ายกว่า แทนด้วยตัวเลขค่าลบ) ซึ่งจะวัดตามอัตราส่วนของแอลกอฮอล์และน้ำตาลที่มีอยู่ในตัวสาเก บทความนี้จะมารีวิวสาเกตามมาตรฐานดังกล่าว โดยคุณสามารถอ้างอิงค่าตัวเลขต่างๆ ได้จากตารางด้านล่างนี้ และขอให้รู้ไว้ว่าคำว่า 'ดราย' ในวงการสาเกนั้นไม่ได้แปลว่าแห้ง แต่จะหมายถึงรสชาติที่เข้มข้นและในบางครั้งก็บาดคอ

ค่าการวัดของสาเก (Sake Meter Value, SMV)
Dryness <= -6 -3.5 ~ -5.9 -1.5 ~ -3.4  -1.4 ~ +1.4 +1.5 ~ +3.4 +3.5 ~ +5.9 >= +6
ความหมาย Super Sweet Sweet Slightly Sweet Neutral Slightly Dry Dry Super Dry

ก่อนจะเอาข้าวไปหุงและหมักก็จะต้องขัดผิวด้านนอกของข้าวที่อาจจะมีโปรตีนหรือแร่ธาตุอื่นๆ มากลบรสข้าวหมักออกก่อน ทำให้แบ่งชนิดของสาเกได้คร่าวๆ โดยดูจากเปอร์เซ็นต์ของเนื้อข้าวที่เหลือ และมีการเติมแอลกอฮอล์ปรุงแต่งหรือไม่ ดังนี้

ชนิดของสาเก

เปอร์เซ็นต์เนื้อข้าวที่เหลือ ทำจากข้าวล้วนๆ ไม่เติมสารปรุงแต่ง เติมแอลกอฮอล์ปรุงแต่ง
ไม่กำหนดเปอร์เซ็นต์ Junmai Futsu-shu
น้อยกว่า 70% - Honjozo
น้อยกว่า 60% Junmai Ginjo Ginjo
น้อยกว่า 50% Junmai Daiginjo Daiginjo

โสาเกที่ทำจากข้าวกับน้ำล้วนๆ โดยไม่เติมสารปรุงแต่งจะมีรสชาติเข้มข้นกว่า และมักจะจัดว่าหรูหรา ราคาแพงกว่าด้วย ส่วนแบบที่เติมแอลกอฮอล์ปรุงแต่งจะมีรสที่นุ่มซึ่งทำให้ดื่มง่ายขึ้น 

เนื่องจากญี่ปุ่นมีสาเกอยู่หลายยี่ห้อจนยากที่นักดื่มมือใหม่จะเลือกได้ถูก เราจึงขอแนะนำสาเก 10 ยี่ห้อที่คัดสรรมาแล้วว่าดี ให้คุณเก็บไว้เป็นตัวเลือกเมื่อไปดื่มสังสรรค์กันในอิซากายะ (ร้านเหล้าญี่ปุ่น) 

 

1. สาเกญี่ปุ่น Dassai

 

Dassai ขายเฉพาะสาเกญี่ปุ่นชนิดที่เรียกว่า ”จุนไม ไดกินโจ" (Junmai Daiginjo) ー สาเกคุณภาพสูงที่สุด ซึ่งได้มาจากการหมักข้าวที่ผ่านการขัดสีเอาผิวนอกออกไปมากกว่า 50% จึงเหลือแต่เนื้อข้าวสีขาวด้านในล้วนๆ ให้แอลกอฮอล์ที่ใสและบริสุทธิ์เป็นพิเศษ และใช้แค่แอลกอฮอล์จากข้าวเท่านั้นไม่มีการผสมแอลกอฮอล์จากแหล่งอื่น

เมื่อไม่มีด้านนอกของข้าวที่อาจจะมีโปรตีน หรือแร่ธาตุอื่นมากลบรสข้าวหมักได้ เวลาดื่มจะได้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจนมากๆ มักจะมีกลิ่นหอมของผลไม้ และรสอูมามิ 

นอกจากนี้ยังมีแบบที่ให้ความรู้สึกซ่าด้วย ให้สัมผัสคล้ายๆ ไวน์แบบซ่า (Sparkling Wine) หรือแชมเปญ

หลายคนอาจจะเคยได้รู้จักสาเก Dassai จากการ์ตูนชื่อดังเรื่อง Neon Genesis EVANGELION อีกด้วย

แหล่งผลิต: จังหวัดยามากุจิ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +3 ถึง +4 (ดราย)

 

2. สาเกญี่ปุ่น HAKKAI-SAN

 

Hakkai-san เป็นสาเกญี่ปุ่นจุนไม กินโจ (Junmai Ginjo) ประเภท "Tanrei-Karakuchi" หรือก็คือสาเกที่ให้ความรู้สึกสดชื่นและเข้มข้ม (Crispy and Dry) ผลิตในจำนวนจำกัดจึงค่อนข้างหาซื้อยาก รสชาติเบา ดื่มง่าย และดราย 

หลายคนบอกว่าเป็นจุนไม กินโจ ที่เทียบได้กับสาเกระดับหรูกว่าอย่างจุนไม ไดกินโจเลยทีเดียว

แหล่งผลิต: จังหวัดนีงาตะ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +4 ถึง +6 (ดราย - ซูเปอร์ดราย)

 

3. สาเกญี่ปุ่น KUBOTA 

 

KUBOTA เป็นสาเกญี่ปุ่นชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากๆ ด้วยความใส รสชาติชัดเจน ติดกลิ่นฟรุตตี้หน่อยๆ และให้ความรู้สึกเบา นอกจากนี้ยังถือว่าไม่แรงมาก บวกกับรสชาตินุ่มละไมทำให้เป็นที่ชื่นชอบในหมู่สาวๆ นั่นเอง

โดยเฉพาะถ้าเป็นไลน์ "Kubota MANJU" ซึ่งเป็นสาเกจุนไม ไดกินโจ (Junmai Daiginjo) นั้น เรียกได้ว่าเป็นสาเกระดับพรีเมี่ยมเลยทีเดียว

ผลิตที่: จังหวัดนีงาตะ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +2 ถึง +6 (ค่อนข้างดราย - ซูเปอร์ดราย)

 

4. สาเกญี่ปุ่น KOKURYU

 

KOKURYU ถือกำเนิดจากความคิดของผู้ผลิตที่อยากลองสร้างสาเกญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนไวน์ จึงออกมาเป็นสาเกที่มีรสอมเปรี้ยวและให้กลิ่นเหมือนผลไม้ (ฟรุตตี้) แต่ในขณะเดียวกันก็สดชื่น และเข้มข้น (ดราย) มากๆ เป็นสาเกที่ได้รับความนิยมในหมู่สาวๆ เช่นกัน

แหล่งผลิต: จังหวัดฟุคุอิ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +3 ถึง +5 (ค่อนข้างดราย - ซูเปอร์ดราย)

 

5. สาเกญี่ปุ่น JUYONDAI

 

JUYONDAI หรือที่แปลว่ารุ่นที่ 14 เป็นสาเกญี่ปุ่นจุนไม ไดกินโจ (Junmai Daiginjo) ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา รสชาติอมเปรี้ยวเล็กน้อย และมีกลิ่นที่ออกฟรุตตี้มากๆ ผสมกับกลิ่นหอมเหมือนไม้ที่เด่นชัด กลิ่นไม้อันเป็นเอกลักษณ์นี่เองที่ทำให้หลายคนหลงรักสาเกยี่ห้อนี้

แหล่งผลิต: จังหวัดยามากาตะ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +2 ถึง +4  (ค่อนข้างดราย - ดราย)

 

6. สาเกญี่ปุ่น ICHINOKURA

 

สาเกญี่ปุ่นยี่ห้อ ICHINOKURA จัดว่าไม่ค่อยแรงเท่าไร ให้สัมผัสสดชื่น ลื่นคอ และดื่มง่าย  

ส่วนไลน์ ICHINOKURA "SUZUNE" เป็นสาเกแบบซ่าที่คล้ายกับแชมเปญ มีความฟรุตตี้ ไม่แรงจนเกินไป และให้ความรู้สึกนุ่มละมุน

แหล่งผลิต: จังหวัดโทชิกิ

 

7. สาเกญี่ปุ่น HIROKI

 

 

เป็นสาเกญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเคยมีการขายในราคาพิเศษในช่องทางออนไลน์

แหล่งผลิต : จังหวัดฟุคุชิมะ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +3 (ค่อนข้างดราย - ดราย)

 

8. สาเกญี่ปุ่น Kikusui

 

Kikusui Perfect Snow Nigori Genshu เป็นสาเกญี่ปุ่นที่หวาน แต่มีแอลกอฮอล์เข้มข้นมากที่สุดชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีสาเกแบบซ่าภายใต้แบรนด์เดียวกันขายอยู่ให้ได้ลิ้มลองกันด้วย

แหล่งผลิต: จังหวัดนีงาตะ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): -19 (หวานมาก)

 

9. สาเกญี่ปุ่น Koshi no Kanbai

 

Koshi no Kanbai เป็นสาเกญี่ปุ่นที่มีรสชาติแบบ "Tanrei-Karakuchi" ซึ่งทั้งสดชื่นและดราย (Crisp and Dry) และให้รสสัมผัสค่อนข้างเบา

แหล่งผลิต: จังหวัดนีงาตะ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +7.5 (ซูเปอร์ดราย)

 

10. สาเกญี่ปุ่น ISO JIMAN "Junmai Daiginjo"

 

ISO JIMAN เป็นสาเกญี่ปุ่นชนิด จุนไม ไดกินโจ (Junmai Daiginjo) ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดของสาเกญี่ปุ่น

การเสิร์ฟสาเกยี่ห้อนี้คือการแสดงความต้องรับที่นอบน้อมแบบญี่ปุ่น ด้วยรสชาติแสนฟรุตตี้ ให้กลิ่นหอมที่ราวกับว่าเสิร์ฟแก้วสาเกมาพร้อมกับกระเช้าผลไม้

แหล่งผลิต: จังหวัดชิซูโอกะ

ค่าการวัดของสาเก (SMV): +3 (ค่อนข้างดราย)

 

สุดท้ายนี้สาเกญี่ปุ่น อร่อยๆ ก็น่าจะขึ้นอยู่กับตัวผู้ดื่มเองด้วยว่าชอบดื่มประเภทไหน ความเข้มข้นอย่างไร แต่ถ้าอยากลองสาเกญี่ปุ่นชั้นดีแล้วล่ะก็แนะนำให้ลองจากสาเกญี่ปุ่น 10 อันดับยี่ห้อด้านบนได้เลย

 

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ช้อปปิ้งญี่ปุ่นแบบประหยัดสุดคุ้ม! ดูคูปองส่วนลดที่นี่เลย

เกี่ยวกับนักเขียน

tsunagu Japan
tsunagu Japan
นี่คือแอ็คเคาท์ทางการของ tsunagu japan