8 สถานที่ชุคุโบ (ที่พักภายในวัด) แนะนำจากทั่วประเทศญี่ปุ่น
ท่านทราบหรือไม่ว่าสำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้น นักท่องเที่ยวสามารถมาเข้าพักในวัดได้ด้วย? นักท่องเที่ยวที่มาเข้าพักในที่พักที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้สำหรับผู้มาสักการะที่เรียกว่า "ชุคุโบ (宿坊)" นั้นก็เพิ่มจำนวนขึ้นมาก และยังเป็นที่นิยมเพราะว่านักท่องเที่ยวสามารถมาลองสัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ โดยในบทความนี้ เราจะนำเสนอเกี่ยวกับชุคุโบที่เป็นสถานที่แนะนำ และภาพรวมเกี่ยวกับชุคุโบให้ท่านได้รู้จักไปด้วยกัน
บทความนี้อาจมีลิงก์พาร์ทเนอร์ หากคุณทำการซื้อผ่านลิงก์พาร์ทเนอร์ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ
1. ประวัติความเป็นมาของชุคุโบ
แรกเริ่มเดิมที การที่ชุคุโบ (宿坊) ซึ่งเป็นที่พักสำหรับพระภิกษุสงฆ์ได้เปิดให้ผู้มาสักการะทั่วไปมาเข้าพักได้ก็เป็นเรื่องในยุคเฮอัน (平安) เมื่อประมาณ 1,200 ปีก่อน ซึ่งถ้านับตั้งแต่ช่วงนั้น ก็ดูเหมือนว่าจะมีชุคุโบที่บริหารจัดการโดยผู้ที่ไม่ใช่พระภิกษุสงฆ์อยู่แล้ว จนเมื่อมาถึงยุคเอโดะ (江戸) เมื่อประมาณ 400 ปีก่อน ชุคุโบก็เผยแพร่สู่ประชาชนทั่วไปยิ่งขึ้นไปอีก จนกระทั่งในปัจจุบันก็มีชุคุโบสำหรับให้นักท่องเที่ยวมาเข้าพักเปิดตัวขึ้นมามากมายหลายแห่ง จนทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวโดยเน้นไปที่วัดเป็นหลักถือกำเนิดขึ้นมา
2. กฎสำหรับการเข้าพักในชุคุโบ
3. สิ่งที่ควรเตรียมมาสำหรับการเข้าพักในชุคุโบ

แม้ว่าชุคุโบจะเป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่ด้วยกันกับวัด แต่ในปัจจุบันก็มีสถานที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นเดียวกับโรงแรมอยู่มากมาย เรียกได้ว่าชุคุโบบางแห่งอาจจะมีสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเข้าพักอยู่ครบถ้วนเลยทีเดียว เพียงแต่ว่าสิ่งที่จะมีจัดเตรียมไว้ให้นั้นจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละสถานที่ โดยเฉพาะการจัดเตรียมพวกแชมพู น้ำยานวดผม แปรงสีฟัน ผ้าขนหนู รวมถึงชุดยูกาตะจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละที่ ฉะนั้นขอให้ท่านตรวจสอบข้อมูลก่อนเข้าพักจะดีกว่า
4. ประสบการณ์ที่ได้สัมผัสจากการเข้าพักในชุคุโบ

ท่านสามารถมาสัมผัสประสบการณ์ไปกับวัฒนธรรมต่าง ๆ ในวัดญี่ปุ่นได้ที่ชุคุโบ ซึ่งท่านจะได้สัมผัสกับอะไรบ้างก็จะต่างกันออกไปตามแต่ชุคุโบแต่ละแห่ง แต่โดยทั่วไปก็จะเป็นการลองคัดบทสวด (写経) และนั่งสมาธิแบบเซน (座禅) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสัมผัสประสบการณ์ในวัดที่ไม่เหมือนใครก็คือการทำวัตรเช้าที่ทำกันแต่เช้าตรู่ แม้ว่าจะเป็นการปฏิบัติธรรมเพียงช่วงสั้นๆ แต่ก็คงจะทำให้จิตใจของเราถูกขัดเกลาให้เฉียบคม และได้รับความรู้สึกที่สัมผัสไม่ได้จากที่อื่นเป็นแน่ นอกจากนี้ เพื่อที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ ก็ควรจะแจ้งล่วงหน้าก่อนว่าอยากสัมผัสประสบการณ์แบบไหนก็จะดีกว่า
5. รายละเอียดเกี่ยวกับการรับประทานอาหารในชุคุโบ
HP: www.koyasan.or.jp/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)
ชุคุโบที่เป็นสถานที่แนะนำ
1. Koyasan (高野山) จังหวัด Wakayama

ชุคุโบยอดนิยมอันดับหนึ่งในหมู่ท่องเที่ยวทั้งจากในและต่างประเทศก็คือ ชุคุโบที่กระจายตัวกันอยู่ตาม Koyasan ในจังหวัด Wakayama นั่นเอง ซึ่งภายใน Koyasan ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น มีวัดมากกว่า 100 แห่งตั้งอยู่ ซึ่งมีชุคุโบที่นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถมาเข้าพักได้อยู่ราวๆ 30 แห่งเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีจุดเด่นตรงที่สามารถดึงมนต์เสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครของชุคุโบแต่ละแห่งออกมาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นที่พักที่พิถีพิถันในการทำอาหาร Shojin Ryori ที่พักที่สามารถดื่มด่ำไปกับบรรยากาศในห้องที่มีสภาพราวกับเป็นโรงแรมเรียวกังสุดหรู รวมถึงที่พักที่มีที่อาบน้ำกลางแจ้งให้พร้อมอีกด้วย
HP: http://www.shukubo.net/contents/stay/ (ภาษาญี่ปุ่น)
HP: http://eng.shukubo.net/temple-lodging.html (ภาษาอังกฤษ)
2. Zenkoji (善光寺) จังหวัด Nagano

ชุคุโบที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติในระดับเดียวกับ Koyasan ก็คือชุคุโบรอบๆ วัด Zenkoji ในจังหวัด Nagano ซึ่งจะมีสถานที่ที่ไม่ต้องเตรียมอะไรมาเป็นพิเศษก็สามารถมาเข้าพักได้อยู่มากมาย อีกทั้งยังมีชุคุโบอยู่ถึงราว ๆ 40 แห่งจึงสามารถจองที่พักได้ง่าย ในบรรดาชุคุโบเหล่านั้นก็ยังมีชุคุโบค่าที่พักถูก ซึ่งสามารถใช้แทนยูธโฮสเทลได้อีกด้วย
HP: http://www.zenkoji.jp/shukubo/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)
3. Myoshinji (妙心寺) จังหวัด Kyoto
ไม่เพียงแค่ได้สัมผัสประสบการณ์ภายในวัดเท่านั้น แต่ที่นี่ยังให้ท่านได้เข้าพักในสถานที่ที่ใกล้เคียงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อีกด้วยนั้น ก็ถือว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของชุคุโบ ซึ่งชุคุโบที่มีเสน่ห์ดึงดูดอยู่ตรงที่สามารถใช้เป็นจุดตั้งต้นสำหรับการท่องเที่ยวเกียวโต ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลกก็คือ ชุคุโบที่อยู่ในวัด Myoshinji แห่งนี้นี่เอง อีกทั้งเนื่องจากที่นี่เป็นที่พักที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก จึงมีเจ้าหน้าที่ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อยู่มากมาย ซึ่งคงจะทำให้ท่านมาเข้าพักได้อย่างสะดวกสบายเป็นแน่
HP: http://www.myoshinji.or.jp/faq/faq_10.html (ภาษาญี่ปุ่น)
HP: http://www.myoshinji.or.jp/english/stay/ (ภาษาอังกฤษ)
4. Osorezan Kisshokaku (恐山 吉祥閣) จังหวัด Aomori

Kisshokaku (吉祥閣) คือชุคุโบภายใน Osorezan (恐山) ที่ตั้งอยู่ที่จังหวัด Aomori ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนเหนือสุดของเกาะฮอนชู (本州 เป็นเกาะหลักของญี่ปุ่นซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด) ซึ่งเสน่ห์ที่ชวนดึงดูดที่สุดของที่นี่ ถ้าจะให้พูดถึงก็คงจะเป็นน้ำพุร้อนออนเซ็นนั่นเอง ชุคุโบแห่งนี้เป็นที่กล่าวกันว่าเป็นสถานที่เยียวยาความเหนื่อยล้าทางร่างกายของผู้มาสักการะมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว แม้ว่าจะตั้งอยู่ในสถานที่ที่เดินทางมาลำบาก ซึ่งใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดถึง 40 นาทีก็ตาม แต่ในทางกลับกัน ก็เป็นสถานที่ที่สามารถมาสัมผัสประสบการณ์อันลึกลับมหัศจรรย์ท่ามกลางธรรมชาติได้
HP: www.aptinet.jp/Detail_display_00004276.html (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)
5. Taiyoji (大陽寺) จังหวัด Saitama
HP: http://www.taiyoji.com/syukubo.html (ภาษาญี่ปุ่น)
HP:http://monochrome.me.uk/taiyoji/shukubo_en.html (ภาษาอังกฤษ)
6. Togakushi Shrine (戸隠神社) จังหวัด Nagano
HP: http://togakushi-jinja.jp/stay/index.html (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)
7. Jorengein Temple (浄蓮華院) จังหวัด Kyoto
สถานที่ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่อยู่ห่างจากในตัวเมืองเกียวโตไปสักหน่อย และมีทำเลที่ตั้งอยู่ที่ Ohara (大原) ก็คือวัด Jorengein Temple แห่งนี้นั่นเอง ที่นี่เป็นชุคุโบที่สามารถมาสัมผัสวัฒนธรรมในวัดที่ควรมาหาประสบการณ์ในชุคุโบได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งสมาธิแบบเซน การคัดบทสวด รวมถึง Shojin Ryori ด้วย อีกทั้ง การทำวัตรเช้าที่สามารถเข้าร่วมได้ตามสมัครใจก็ถือเป็นจุดที่น่าดึงดูดใจสำหรับคนที่ไม่อยากเร่งรีบในตอนเช้าอีกด้วย
HP: www.kyotodeasobo.com/stay/hotel/12 (ภาษาญี่ปุ่น)
8. Shukubo Koutakuji (宿坊 光澤寺) จังหวัด Tottori
HP: www.koutakuji.com/ (ภาษาญี่ปุ่น)
เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่
