【18 แบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิง】ที่พลาดไม่ได้ในญี่ปุ่น!ขาช็อปต้องไปโดน !

อยากซื้อเสื้อผ้าแบรนด์ญี่ปุ่น แต่ไม่รู้จะซื้อจากร้านไหนดีใช่ไหม นี่คือ 18 ร้านที่อาจจะเป็นตัวเลือกของคุณได้! ชาช็อปคนไหนที่กำลังหาร้านเสื้อผ้าในญี่ปุ่น บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ น่าซื้อน่าโดนทุกร้าน !

ทั่วประเทศ

ช็อปปิ้ง

อย่างที่ได้พูดถึงไปแล้วในตอนของฝาก เสื้อผ้าแบรนด์ญี่ปุ่นนั้นถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับไว้เป็นของฝากเช่นกัน แต่คุณคงสับสนว่าจะต้องไปซื้อที่ร้านไหนใช่ไหม บทความนี้ขอแนะนำแบรนด์เสื้อผ้าญี่ปุ่นทั้ง 18 แบรนด์ มีตั้งแต่แบบเท่ๆ มีสไตล์ไปจนถึงน่ารัก ร้านพวกนี้สามารถพบได้ตามย่านช็อปปิ้งในเมืองทั่วทั้งประเทศ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่เว็บไซต์หลักของทางร้านเลย 

1. YEVS

อยากได้อะไรที่ล้ำสมัยนิดๆ แต่ก็เป็นชุดที่ลำลองพอที่จะใส่ได้ทุกวันอยู่ใช่ไหม ทาง YEVS มีคอลเลคชั่นต่างๆ มากมายตั้งแต่ชุดสำหรับทำงานไปจนถึงชุดลำลองที่สามารถเติมเต็มความต้องการของคุณได้ เจาะกลุ่มผู้ชายและผู้หญิงอายุ 20 - 40 ปี ทางด้านราคาก็จัดว่าสมเหตุสมผลเลยทีเดียว อยู่ที่ประมาณ 3,000 - 12,000 เยน เว็บไซต์หลัก คลิก

2. ViS

ViS เป็นร้านเสื้อผ้าที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์เสื้อผ้าน่ารักๆ สำหรับผู้ใหญ่ เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงอายุ 20 - 40 ปี ราคาค่อนข้างสูงสักหน่อย อยู่ที่ประมาณ 4,000 – 150,000 เยน เว็บไซต์หลัก คลิก

3. Natural Beauty Basic

ถ้าคุณเป็นแฟนคลับของวง Perfume คุณอาจจะเคยดู วิดีโอตัวนี้ ที่พวกเขาแสดงเพลง Natural Ni Koi Shite (ナチュラルに恋して) พร้อมกับสวมเสื้อผ้าจาก Natural Beauty Basic ก็ได้

ร้าน Natural Beauty Basic เป็นแบรนด์เสื้อผ้าลำลองที่เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงอายุ 20 - 40 ปี ราคาจัดว่าค่อนข้างสูง อยู่ที่ประมาณ 4,000-150,000 เยน เว็บไซต์หลัก คลิก

4. Freak's Store

inky/Flickr

Freak’s Store ขอเสนอเสื้อลำลองผ้าสไตล์อเมริกันที่เหมาะกับการสวมใส่ได้ทุกวัน ทางด้านราคาถือว่าสูง อยู่ที่ประมาณ 4,000 - 30,000 เยน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ชายและผู้หญิงอายุ 20 - 40 ปี เว็บไซต์หลัก คลิก

5. Cecil McBee

Cecil McBee ขอเสนอเสื้อผ้าญี่ปุ่นน่ารักๆ ทุกรูปแบบสำหรับใส่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนหรือกับแฟน หรือสำหรับวันพิเศษ ราคาจัดว่าสมเหตุสมผล อยู่ที่ประมาณ 1,000 - 19,000 เยน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงวัยรุ่นไปจนถึงช่วงอายุยี่สิบ เว็บไซต์หลัก คลิก

6. apart by lowrys

มองหาอะไรที่เรียบๆ แต่มีความน่ารักแบบผู้ใหญ่ซ่อนอยู่ใช่ไหม?

apart by lowrys ซึ่งเป็นแบรนด์ลูกของ Lawrys Farm นั้นทอนสีสันให้เบาลงจนกลายเป็นเสื้อผ้าที่มีความน่ารักแบบผู้ใหญ่ เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงช่วงอายุยี่สิบต้นๆ ไปจนถึงสามสิบต้นๆ เว็บไซต์หลัก คลิก

7. Jeanasis

Jeanasis ค่อนข้างจะมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าวัยรุ่น ดูดี เปรี้ยวล้ำ แต่ก็ยังมีความน่ารักซ่อนอยู่ เพียงพอที่จะใส่เป็นชุดทำไปงานได้ ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,000 - 30,000 เยน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงช่วงอายุ 20 ปี เว็บไซต์หลัก คลิก

8. niko and ...

niko and… ขอเสนอชุดลำลอง ชุดทำงานซึ่งมีเอกลักษณ์แบบมินิมอล คอนเซ็ปต์ของแบรนด์ก็คือการเพิ่มอะไรเล็กๆ น้อยๆ เข้าไปในชีวิตประจำวัน ร้าน flagship สาขาหลักตั้งอยู่ใกล้กับสถานีเมจิจินกุ (Meiji-Jingu) ที่ร้าน niko and… สาขาโตเกียวเองก็มีบริการที่เป็นจุดเด่นอย่างพวกสินค้าเบ็ดเตล็ดต่างๆ มุมอ่านหนังสือ จักรยานให้เช่า และร้านกาแฟ ช่วงราคาอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 11,000 เยน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงอายุ 20 - 30 ปี เว็บไซต์หลัก คลิก

9. Rope Picnic

Rope’ Picnic นำเสนอเสื้อผ้าที่แสนจะน่ารัก มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ความน่ารักแบบผู้ใหญ่ เต็มไปด้วยสีสันสดใสและผ้าพิมพ์ลายดอกไม้ Rope’ Picnic จะช่วยทำให้ตู้เสื้อผ้าของคุณดูสดใสร่าเริงขึ้น ราคาจัดอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล ตั้งแต่ 3,000 – 11,000 เยน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงในช่วงอายุ 20 ปี เว็บไซต์หลัก คลิก

10. E Hyphen World Gallery

อยากได้อะไรที่มีความลำลองแต่ก็ยังมีความเป็นผู้หญิงอยู่ใช่ไหม?

E Hyphen Gallery คือแบรนด์ที่ใช่สำหรับคุณ! แถมเครื่องประดับของทางแบรนด์อย่างพวกสร้อยคอหรือกำไลข้อมือก็น่ารักมากๆ ด้วย ราคาถือว่าสมเหตุสมผลที่ประมาณ 2,000 – 8,000 เยน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงวัยรุ่นไปจนถึงอายุยี่สิบต้นๆ เว็บไซต์หลัก คลิก

11. earth music & ecology

โด่งดังมาจาก โฆษณาที่มิยาซากิ อาโออิเป็นคนแสดง พร้อมกับคำพูดติดหูที่ว่า “พรุ่งนี้จะใส่ชุดอะไรดีนะ” (あした、なに着て生きていく?)

earth music & ecology เป็นแบรนด์ชุดลำลองสีเอิร์ธโทนที่เหมาะกับการสวมใส่ในทุกๆ วัน ราคาถือว่าสมเหตุสมผล อยู่ที่ประมาณ 2,000 – 8,000 เยน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงวัยรุ่นไปจนถึง 30 ปี เว็บไซต์หลัก คลิก

12. WEGO

jun560/Flickr

อยากจะลองใส่เสื้อผ้าแนวสตรีทสไตล์ฮาราจูกุอยู่หรือเปล่า?

WEGO ขอเสนอเสื้อผ้าที่มีความเป็นสตรีทสไตล์ฮาราจูกุ แถมยังมีหน้าร้านอยู่ที่ถนนทาเคชิตะ (Takeshita-dori) ถนนช็อปปิ้งชื่อดังในย่านฮาราจูกุอย่างที่เห็นในรูปด้านบนอีกด้วย ราคาจัดว่าย่อมเยาเลยทีเดียว อยู่ที่ประมาณ 1,000 – 6,000 เยน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ชายและผู้หญิงช่วงวัยรุ่นไปจนถึงยี่สิบต้นๆ เว็บไซต์หลัก คลิก

13. Lowrys Farm

Lowrys Farm ขอเสนอเสื้อผ้าผู้หญิงที่สามารถสวมใส่ได้ทุกวันและชุดสำหรับวันลำลองสบายๆ ในราคาย่อมเยา ตั้งแต่ 2,000 - 7,000 เยน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงวัยรุ่นและช่วงอายุ 20 ปี เว็บไซต์หลัก คลิก

14. Olive des Olive

Olive des Olive นั้นสามารถสวมใส่ได้ทุกวัน เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ด้วยการจับจีบ โบว์และคอปกแบบผู้หญิง ราคาจัดว่าสมเหตุสมผล อยู่ที่ประมาณ 1,000 – 10,000 เยน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงวัยรุ่นไปจนถึงยี่สิบต้นๆ เว็บไซต์หลัก คลิก

15. G.U.

G.U. เป็นแบรนด์ลูกของ UNIQLO ซึ่งถือเป็นแบรนด์เสื้อผ้าแห่งชาติของญี่ปุ่น

G.U. เอาคุณภาพของ UNIQLO มา แล้วใส่ความนำสมัยกับแฟชั่นเข้าไปเพื่อเพิ่มความจัดจ้าน และลดราคาลงเล็กน้อย คุณสามารถได้ไอเท็มแนวๆ มาในราคาที่ถูกมากอย่างไม่น่าเชื่อ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 5,000 เยน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ชายและผู้หญิงวัยรุ่นไปจนถึงยี่สิบต้นๆ เว็บไซต์หลัก คลิก

16. LEPSIM

LEPSIM ซึ่งเป็นแบรนด์ลูกของแบรนด์ที่ได้พูดถึงไปแล้วข้างต้นอย่าง Lowrys Farm จะให้โทนที่เข้มขึ้นและไม่จัดจ้านเท่า ราคาจัดว่าสมเหตุสมผล อยู่ที่ประมาณ 2,000 – 7,000 เยน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงวัย 20 – 30 ปี เว็บไซต์หลัก คลิก

17. Heather

Heather ขอเสนอชุดลำลองที่มาพร้อมกับความเป็นผู้หญิงอย่างลูกไม้หรือโบว์ ราคาจัดอยู่ในช่วงที่สมเหตุสมผลคือประมาณ 3,000 – 9,000 เยน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงช่วงอายุ 20 ปี เว็บไซต์หลัก คลิก

18. Pageboy

อยากได้อะไรที่เป็นลำลองแต่ก็มีความโมเดิร์นล้ำๆ ใช่ไหม?

 Pageboy อาจจะเป็นตัวเลือกของคุณก็ได้ ราคาค่อนข้างสมเหตุสมผลที่ประมาณ 4,000 - 10,000 เยน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงช่วงอายุ 20 ปี เว็บไซต์หลัก คลิก

อย่าลืมลองไปดู:

[แฟชั่น]

แนะนำ 11 แบรนด์ชุดชั้นในสตรีที่ควรซื้อที่ญี่ปุ่น

12 แบรนด์ชุดชั้นในสตรีญี่ปุ่นที่คุณไม่ควรพลาด

11 แบรนด์โลลิต้าที่คุณควรแวะไปดูที่ญี่ปุ่น

[เครื่องสำอางและความงาม]

20 ผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่คุณสามารถหาซื้อได้ในร้านขายยาที่ญี่ปุ่น

11 ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่คุ้มค่าแค่การซื้อในญี่ปุ่น

11 ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับ High-end ที่ซื้อได้ในญี่ปุ่น

15 แบรนด์เครื่องสำอางญี่ปุ่นที่ไม่ซื้อไม่ได้แล้ว

10 อุปกรณ์เสริมความงามสัญชาติญี่ปุ่นที่สามารถใช้ได้ทั่วโลก

20 เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับเสริมความงามที่คุณไม่ควรพลาด

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร