พฤติกรรมการดื่มเหล้า 5 ข้อของญี่ปุ่นที่ชาวต่างชาติประหลาดใจ ซื้อเหล้าได้ 24 ชั่วโมง? ดื่มในที่สาธารณะก็ยังได้?

เวลาไปเที่ยวต่างประเทศหลายๆ คนคงเคยตกใจกับมารยาทและกฏที่คนในประเทศนั้นทำกันเป็นเรื่องปกติกันใช่ไหมครับ ชาวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นเองก็ตกใจไม่แพ้กันเมื่อเจอ "ชาวญี่ปุ่นที่เมาเละอยู่ตามชานชาลารถไฟ" ที่ญี่ปุ่นสามารถดื่มเหล้าในที่สาธารณะได้ ทั้งยังไม่มีข้อบังคับเกี่ยวกับระยะเวลาและสถานที่สำหรับซื้อขายและดื่มอีกด้วย ลองมาดูกันว่าชาวต่างชาติจะรู้สึกอย่างไรเมื่อต้องมาเจอกับประเทศที่ดื่มได้อิสระขนาดนี้!

ทั่วประเทศ

เจาะลึกญี่ปุ่น

1. ดื่มที่ไหนก็ได้?! ญี่ปุ่นอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกอาคารได้

ชาวต่างชาติหลายๆ ประเทศส่วนใหญ่มักให้ความเห็นว่าสิ่งที่ญี่ปุ่นแตกต่างจากประเทศตนเองก็คือ "สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางสาธารณะได้"

"ญี่ปุ่นนี่เป็นสวรรค์สำหรับ "นักดื่ม" เลยล่ะครับ ผมเคยไปเที่ยวเทศกาลของญี่ปุ่นมาก่อน ในงานมีร้านแผงลอยอยู่เยอะแยะไปหมด คนมาเที่ยวก็ซื้อของกินเล่นตามร้านต่างๆ แล้วก็เดินกินไปด้วย ดื่มเหล้าไปด้วย เป็นประสบการณ์ที่รู้สึกว่าเข้าใกล้ความเป็นญี่ปุ่นจริงๆ เลยล่ะครับ (ชาวอเมริกา/ชาย)

"ฉันเคยเห็นพนักงานบริษัทดื่มเหล้าอยู่ในสถานีรถไฟของญี่ปุ่นค่ะ ตกใจมากเลยล่ะ เพราะว่าที่อเมริกาไม่อนุญาตให้ดื่มเหล้าในที่สาธารณะน่ะค่ะ (ชาวอเมริกา/หญิง)

เห็นได้ชัดว่าญี่ปุ่นต่างกับประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศตรงที่ไม่มีการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ หรือซูเปอร์มาร์เก็ตก็สามารถหาซื้อและเดินจิบไปเรื่อยๆ จนถึงที่พักได้ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเองก็สามารถ "นั่งชมดอกไม้" ท่ามกลางดอกซากุระที่บานสะพรั่งพร้อมปาร์ตี้ร่วมกันกลางแจ้งได้ทั่วญี่ปุ่น นอกจากนี้ในโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ หลายคนอาจจะเคยเห็นแฮชแท็ก #Shibuyameltdown มาก่อน การที่มีคนเมามายไม่ได้สติอยู่ตามสถานีหรือตึกต่างๆ แล้วมีคนมาพบก็คงจะเพราะสาเหตุที่ว่าจากการให้ดื่มได้อย่างอิสระของญี่ปุ่นนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้มีการเข้มงวดมากขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมของเหล่าวัยรุ่นที่ไม่รู้จักควบคุมตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นงานฮาโลวีน งานเคาท์ดาวน์ปีใหม่ หรือการแข่งขันกีฬาทีมชาติญี่ปุ่นต่างๆ ที่เหล่าวัยรุ่นญี่ปุ่นเข้าไปเมามายเละเทะกันจนถูกยกเป็นปัญหาสังคมอีกเรื่องหนึ่งเลยล่ะครับ

2. กลิ่นแอลกอฮอล์ไม่เป็นไร...? สามารถดื่มแอลกอฮอล์บนขนส่งสาธารณะได้อีกด้วย

ที่ญี่ปุ่นไม่ได้มีกฏห้ามดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟหรือว่ารถบัสซึ่งเป็นบริการขนส่งสาธารณะ อย่างไรก็ตามตามมารยาทแล้วการดื่มก็ไม่ควรสร้างความเดือดร้อนแก่บุคคลรอบข้าง จึงถือเป็นเรื่องที่ควรรู้กันอยู่กลายๆ ว่าไม่ควรดื่มในรถไฟหรือรถบัส 

"เคยเจอคนดื่มเหล้าบนรถบัสวิ่งทางไกล ตอนนั้นก็คิดว่า 'ที่ญี่ปุ่นนี่ไม่ห้ามเหรอ?' ยิ่งกว่านั้นก็แปลกใจว่ารถส่ายขนาดนี้ไม่เมารถบ้างเหรอด้วยค่ะ" (ชาวไต้หวัน/หญิง)

"ตกใจที่มีคนดื่มเบียร์ในรถไฟชินคันเซ็นครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะอนุญาตให้ดื่มเบียร์บนรถสาธารณะกันได้เลยนะครับ ที่บ้านเกิดผมล่ะก็ไม่ได้แน่ๆ" (ชาวออสเตรเลีย/ชาย)

นอกจากบริการขนส่งสาธารณะแล้ว หากเป็นผู้โดยสารรถยนต์ที่ไม่ใช่คนขับก็ไม่มีการห้ามดื่มแอลกอฮอล์เช่นกัน เพราะฉะนั้นคนที่นั่งข้างคนขับหรือเบาะหลังจึงสามารถดื่มได้ ถือเป็นช่องโหว่ทางกฏหมายอีกอย่างหนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วย แน่นอนว่าการดื่มลักษณะนี้ก็ไม่ควรทำเพราะอาจไปรบกวนสมาธิของคนขับ แต่หากมองจากมุมมองของประเทศอื่นๆ แล้ว นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แปลกประหลาดสำหรับอิสระในการดื่มแอลกอฮอล์ของญี่ปุ่น

3. มีตู้กดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย!? ดื่มได้ซื้อที่ไหนก็ได้ 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

นอกจากญี่ปุ่นจะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ราคาถูกและประเภทที่หลากหลายแล้ว ยังสามารถหาซื้อที่ไหนเมื่อไรก็ได้จนเป็นที่เลื่องลือไปในหมูชาวต่างชาติอีกด้วย 

"ที่ญี่ปุ่นสามารถหาซื้อเหล้า 9% ในราคาเพียง 2 ดอลลาร์ตามร้านสะดวกซื้อ แถมไม่ใช่แค่นั้นนะ ที่ตกใจก็คือว่าไม่มีการใช้บัตรอะไรยืนยันตัวตนคนซื้อเลย ใช้การตัดสินใจของพนักงานในร้านมาตัดสินว่าจะขายหรือไม่ขายให้ล่ะมั้งครับ?" (ชาวอเมริกา/ชาย)

"ตอนไปเที่ยวที่บ่อน้ำพุร้อนของญี่ปุ่น เจอเครื่องกดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อัตโนมัติมา ถึงจะดูเหมือนว่าต้องแสดงบัตรยืนยันตัวตนก็จริง แต่หาซื้อง่ายแบบนี้ก็สบายดีค่ะ" (ชาวอเมริกา/หญิง)

"ตอนไปซื้อเหล้าที่ร้านสะดวกซื้อก็ตกใจแค่เรื่องที่ว่าใช้ปุ่มกดยืนยันอายุเอาน่ะค่ะ ถ้าเป็นที่ไต้หวันเราจะให้พนักงานร้านเป็นคนตรวจสอบแล้วก็ตัดสินใจก่อนขายล่ะค่ะ" (ชาวไต้หวัน/หญิง)

ที่ร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นนอกจากจะมีเบียร์หรือเหล้าผสมน้ำผลไม้ต่างๆ แล้ว ยังมีทั้งไวน์ วิสกี้และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากมายมาวางขายอีกด้วย การซื้อก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรแค่เพียงนำไปคิดเงินและกดปุ่ม "ยืนยันอายุผู้ซื้อ" ก็สามารถซื้อได้ แม้จะไม่มีการบังคับให้แสดงบัตรยืนยันตัวบุคคล แต่พนักงานในร้านก็สามารถเรียกดูบัตรยืนยันตัวบุคคลได้เมื่อสงสัยว่าอายุของผู้ซื้อนั้นอาจเข้าข่ายผิดกฏหมาย


สำหรับที่ที่สามารถซื้อเหล้าได้นั้นไม่ใช่แค่ร้านสะดวกซื้อ ตามที่พักโรงแรมบ่อน้ำพุร้อนในญี่ปุ่นก็มักมีตู้กดอัตโนมัติอยู่ด้วยเช่นกัน หากเป็นรุ่นเก่าๆ ก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้บัตรแสดงตัวตน สามารถใช้เงินสดซื้อได้ทันทีเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่เดิมเครื่องอัตโนมัตินั้นมีทั้งเครื่องที่จำหน่ายทั้งเครื่องดื่มธรรมดาพร้อมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ทั่วเมือง แต่เพื่อเป็นการยับยั้งการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ไม่บรรลุนิติภาวะ จึงได้วางมาตรการลดจำนวนเครื่องที่จำหน่ายแอลกอฮล์ลงเหลือเพียง 15,000 เครื่อง จากเมื่อ 25 ปีที่แล้วที่มีถึง 2 แสนเครื่อง หากดูสถิติที่ว่าเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติทั่วประเทศมีอยู่ราว 2.4 ล้านเครื่องแล้ว ตัวเลข 15,000 เครื่องนั้นถือเป็นตัวเลขที่น้อยสุดๆ เลยใช่ไหมล่ะครับ หากมีโอกาสไปญี่ปุ่นก็อย่าลืมไปใช้บริการกันดูนะครับ

4. ปาร์ตี้ดื่มของเหล่าวัยทำงาน จะถี่ไปไหน…!

สำหรับข้อที่ผ่านๆ มีหลายคนที่ชื่นชอบในวัฒนธรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของญี่ปุ่น แต่เมื่อลองมาดูที่ความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับชาวญี่ปุ่นแล้ว ก็มีคนไม่น้อยเลยทีเดียวที่มีข้อสงสัยกันอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของการทำงานที่การดื่มถูกนำไปข้องเกี่ยวกันอย่างใกล้ชิดจนบางคนฟังแล้วอาจจะรู้สึกแปลกเลยทีเดียว 

"ฉันทำงานในบริษัทญี่ปุ่นค่ะ ปาร์ตี้กันบ่อยมาก ที่ไต้หวันปาร์ตี้ก็เป็นเหมือนทานอาหารร่วมกันเสียมากกว่า แถมยังไม่บ่อยขนาดนี้ด้วย วันธรรมดาเองก็เห็นคนญี่ปุ่นหลายคนดื่มกันจนรถไฟเที่ยวสุดท้ายเลย ถ้าเป็นไต้หวันล่ะก็ต่อให้วันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดก็อยู่กันไม่เกิน 5 ทุ่มค่ะ ถ้าวันธรรมดา 3 ทุ่มก็แยกย้ายกันแล้ว แถมไม่มีต่อปาร์ตี้รอบสองกันด้วย สังสรรค์กันเสร็จก็ตรงกลับบ้านกันหมด" (ชาวไต้หวัน/หญิง)

"คนญี่ปุ่นแทบจะจัดปาร์ตี้ดื่มกันทุกสัปดาห์เลยค่ะ ได้ยินมาว่าดื่มไม่ค่อยเก่งกัน จะเชื่อได้ไหมเนี่ย....?" (ชาวอเมริกา/หญิง)

"ที่ญี่ปุ่นจัดงานเลี้ยงดื่มสังสรรค์กันเพื่อให้สื่อสารกันว่างั้นนะคะ ถ้าเป็นที่จีนล่ะก็คงไม่ใช่การสื่อสารค่ะ เป็นธุรกิจหรือไม่ก็การต่อรองทางการค้าซะมากกว่า จุดประสงค์คนละเรื่องเลยนะเนี่ย" (ชาวจีน/หญิง)

นี่ก็อาจจะเป็นเพราะเหตุผลที่ว่า "นิสัยขี้อายแบบชาวญี่ปุ่น" ด้วยล่ะครับ ชาวญี่ปุ่นที่เอาแต่คอยชำเลืองมองสีหน้าคนอื่นก่อนที่จะพูดอะไรออกมาจนทำให้ไม่พูดอะไรออกมาตรงๆ เสียที ก็เลยต้องทำให้มีการหาโอกาสสังสรรค์ดื่มเหล้าพอเหมาะจะได้มีการสื่อสารเพิ่มขึ้นจากที่เดิมๆ ไม่ค่อยจะได้พูดคุยกัน

หากพูดถึงความถี่ของการดื่มสังสรรค์ในบริษัททั่วๆ ไป นอกจากจะมีการสังสรรค์รายเดือนแล้ว งานเลี้ยงตามโอกาสต่างๆ อย่างการเลี้ยงส่ง เลี้ยงต้อนรับ หรือเลี้ยงปีใหม่นั้น ก็ยังมีการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเป็นส่วนร่วมด้วยเช่นกัน บางทีอาจจะไม่ได้มีแค่ช่วงสิ้นเดือนเพราะบางเดือนอาจจะมีสังสรรค์แบบนี้แทบทุกสัปดาห์เลยก็เป็นได้ครับ

5. มีสถานที่สำหรับดื่มคนเดียวอยู่เป็นจำนวนมาก!

ตามร้านอิซากายะ (ร้านเหล้า) ต่างๆ มักเห็นคนญี่ปุ่นที่มาดื่มเหล้าเคล้ามื้ออาหารอย่างเพลิดเพลินอยู่คนเดียวบ่อยๆ ชาวต่างชาติต่างก็ตกใจกันเรื่องนี้ไม่น้อยเลยครับ

"ตกใจตอนเจอพนักงานบริษัทมานั่งดื่มอยู่คนเดียวค่ะ ปกติจะดื่มก็ดื่มหลายๆ คนให้มันสนุกไม่ใช่เหรอคะ...แต่ก็นะ ดื่มคนเดียวเงียบๆ ขรึมๆ ก็ดูเท่ไปอีกแบบ" (ชาวอเมริกา/หญิง)

"เคยเห็นสาวๆ มาดื่มคนเดียวตามร้านอิซากายะของญี่ปุ่นน่ะค่ะ ผู้หญิงดื่มคนเดียวนี่ในประเทศฉันนี่หาไม่ได้เลย ญี่ปุ่นช่างเป็นประเทศที่ปลอดภัยจริงๆ ค่ะ" (ชาวอเมริกา/หญิง)

"ญี่ปุ่นมีร้านดีๆ สำหรับดื่มกินคนเดียวเหมือนในซีรีย์ทีวีเรื่อง 'Shinya Shokudo' ครับ ที่เกาหลีเองละครเรื่องนี้ก็ฮิตมากๆ จนทำให้มีหลายๆ ร้านมาตกแต่งร้านตาม 'Shinya Shokudo' กันเต็มเลยล่ะครับ" (ชาวเกาหลีใต้/ชาย)

ที่ญี่ปุ่นมีร้านอิซากายะมากมายให้ได้ดื่มคนเดียวแบบสบายใจ เมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศแล้วถือว่ามีบรรยากาศการดื่มคนเดียวที่ดีกว่ามากเลยครับ หนึ่งในสาเหตุนั้นก็อาจจะเป็นเพราะในชีวิตประจำวันตามปกติของชาวญี่ปุ่นก็มักจะทานอาหารคนเดียวเป็นปกติอยู่แล้ว ไหนๆ หลายคนก็กินข้าวคนเดียวแล้วก็ดื่มคนเดียวด้วยซะเลย

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร