[อัพเดต 2021] 8 ที่พักสุดหรูในโทโฮคุ เข้าพักได้ปลอดภัยหายห่วง!

"โทโฮคุ" เป็นภูมิภาคที่เข้าถึงได้สะดวก จากโตเกียวไปถึงเมืองหลวงของภูมิภาคอย่างเซนไดก็ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงบนชินคันเซ็นเท่านั้น และโทโฮคุก็ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่ยังไม่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำที่พักในทั้ง 6 จังหวัดของโทโฮคุที่สามารถดื่มด่ำไปกับอาหารพื้นบ้าน ออนเซ็น และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ทั้งบ้านพักตากอากาศที่ไม่ต้องเจอคนแปลกหน้า อาคารแยกหลังตามเรียวกัง หรือที่พักที่มีมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวด พร้อมกับแนะนำที่เที่ยวใกล้ๆ ไปด้วยกัน

โทโฮคุ

ที่พัก

จังหวัดอาโอโมริ

จังหวัดอาโอโมริตั้งอยู่เหนือสุดของเกาะหลักญี่ปุ่น มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เช่น เขตภูเขาชิราคามิ (白神山地) มรดกโลกทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่คาบเกี่ยวระหว่างอาโอโมริกับอาคิตะที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ หรือภูเขาฮัคโคดะ (八甲田山 กลุ่มของภูเขาไฟ 18 ลูกที่มีจุดยอดเป็น โอดาเคะ (大岳) ที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1,584 เมตร) 

โดยธารน้ำโออิราเซะ (奥入瀬渓流) ในภาพที่ทางเดินเท้าให้สามารถดื่มด่ำกับระบบนิเวศและธรรมชาติโดยรอบได้อย่างเต็มที่


นอกจากนี้ก็ยังมี 1 ใน 3 เทศกาลใหญ่ของญี่ปุ่น Aomori Nebuta Festival (青森ねぶた祭り) ในภาพที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นตามบริเวณต่างๆ ของอาโอโมริในช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคม ทั่วเมืองจะละลานตาไปด้วยภาพของขบวนพาเหรดดาชิ (山車 / รถลากตามงานเทศกาล) สีสันสดใสที่อาจหนักได้ถึง 4 ตัน

ยิ่งไปกว่านั้นอาโอโมริยังอุดมไปด้วยผลิตภัณฑ์ทั้งทางบกและทางทะเล ที่ขึ้นชื่อที่สุดก็เห็นจะเป็นแอปเปิ้ลอาโอโมริซึ่งครองตลาดกว่า 6% และมีปริมาณผลิตสูงที่สุดอีกด้วย

1. Hoshino Resorts Aomoriya (星野リゾート 青森屋)

วิสัยทัศน์ของโรงแรม Hoshino Resorts Aomoriya คือการให้แขกได้สัมผัสกับทิวทัศน์แบบดั้งเดิมของอาโอโมริ ภายในพื้นที่ที่กว้างขวางถึง 727,000 ตารางเมตรนี้มีสวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยบ้านเก่าแก่ บ่อน้ำ และธรรมชาติสีเขียวขจี สามารถรับชมทิวทัศน์แบบโทโฮคุซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลได้

ความพิเศษของรีสอร์ทแห่งนี้คือ ตลอดเวลาเข้าพักคุณจะได้ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์ของอาโอโมริ จังหวัดที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นแดนหิมะ ภายในอาคารมีของตกแต่งประดับอยู่ทุกซอกมุม ซึ่งรวมถึงรถลากดาชิอันขึ้นชื่อของเทศกาล Aomori Nebuta Festival และยังมีโชว์ที่สามารถสัมผัสกับสี่เทศกาลใหญ่ของอาโอโมริอยู่อีกด้วย

ห้องพักของที่นี่มีอยู่หลากหลาย เช่น อุนคัง (うんかん, ภาพที่ 1) ห้องพิเศษที่มีวิวสวนแผ่กว้างอยู่เบื้องหน้าและมาพร้อมกับออนเซ็นส่วนตัวที่ทำจากสนอาโอโมริ อาโอโมริเนบุตะโนะมะ (青森ねぶたの間, ภาพที่ 2) ที่อัดแน่นด้วยของตกแต่งจากเทศกาลเนบุตะ และห้องผสมญี่ปุ่นตะวันตกอาซุมาชิ (あずまし和洋室) ที่ถูกแบ่งออกเป็นห้องแบบตะวันตกกับห้องแบบญี่ปุ่นที่ประดับด้วยงานฝีมืออาโอโมริมากมาย

ออนเซ็นของที่นี่เป็นแบบที่ไหลจากแหล่งน้ำ เหมาะจะเพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรมแช่ออนเซ็นตอนเช้าที่มีเฉพาะในอาโอโมริ ออนเซ็นกลางแจ้ง อุคิยุ (浮湯, ภาพที่ 1) ที่ดูเหมือนลอยอยู่บนบ่อน้ำก็จะมีทัศนียภาพที่ต่างกันไปตามฤดูกาลให้เราได้ชม 

หากเป็นฤดูหนาวก็จะได้ดื่มด่ำไปกับเนบุรินากาชิโทโร (ねぶり流し灯籠) ซึ่งเป็นอีเวนท์ที่โคมไฟกระดาษของเทศกาลเนบุตะจะถูกให้ไหลอยู่บนบ่อน้ำ นอกจากนี้ก็ยังมีออนเซ็นในร่ม ฮิบะยุ (ひば湯, ภาพที่ 2) ที่ทั้งอ่างน้ำ กำแพง และเพดานทำขึ้นจากสนอาโอโมริ ช่วยเยียวยาร่างกายและจิตใจของคุณด้วยกลิ่นหอมสดชื่นที่เป็นเอกลักษณ์ของไม้สน

ที่ร้านอาหารนันบุมาการิยะ (南部曲屋, รูปที่ 3 และ 4) คุณจะได้รับประทานมื้อเช้าเป็นปลาน้ำจืดที่ย่างในเตาผิงแบบหลุม และเพลิดเพลินมื้อค่ำไปกับชุดอาหารที่ทำขึ้นจาก "นานาโกะฮัจจิน" (七子八珍) อาหารทะเล 15 อย่างที่มีชื่อปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์มาอย่างนาวนาน

นอกจากนี้ก็มีโนเรโซเระโชคุโด (のれそれ食堂) ร้านบุฟเฟ่ต์สไตล์บ้านญี่ปุ่นโบราณที่สามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารร้อนๆ ที่ย่างให้เห็นต่อหน้าต่อตา และเมนูพื้นบ้านที่ทำขึ้นโดยคุณป้าคนท้องถิ่นที่สวมคัปโปกิ (ชุดกันเปื้อนแขนยาวแบบสวมทับ)


สำหรับใครที่อยากหนีความวุ่นวายของตัวเมือง ลืมความรีบร้อนในชีวิตประจำวันพลางดื่มด่ำไปกับบริการแสนอบอุ่นของคนท้องถิ่นและวัฒนธรรมประจำเมืองก็ต้องที่นี่เลย!

2. Hoshino Resorts Oirase Keiryu Hotel (星野リゾート 奥入瀬渓流ホテル)

โรงแรมแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ริมธารน้ำโออิราเซะ อนุสรณ์แบบพิเศษของญี่ปุ่นที่อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติโทวาดะฮาจิมังไท (十和田八幡平国立公園) คอยเยียวยาจิตใจของผู้ที่มาเยี่ยมชมด้วยสียงของธารน้ำใสสะอาด โขดหินธรรมชาติ และป่าที่อุดมสมบูรณ์ บริเวณล็อบบี้ประดับด้วยเตาผิงทองแดงขนาดมหึมาที่หนักถึง 5 ตัน (ภาพที่ 2) และผลงานอีกมากมายที่ดีไซน์โดยโอคุมุระ ทาโร่ (岡村太郎) นักออกแบบที่มีชื่อเสียงจากสไตล์ที่แปลกใหม่และทรงพลัง

ห้องพักมีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น ห้องญี่ปุ่นเคริว (渓流和室, ภาพที่ 1) ที่หันเข้าหาธารน้ำโออิราเซะและมีดีไซน์เรียบหรูเพื่อให้ดื่มด่ำกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ โมเดิร์นรูม (モダンルーム) ห้องแบบตะวันตกที่จัดให้พักผ่อนได้สบายๆ แม้จะเดินด้วยเท้าเปล่า และห้องญี่ปุ่นเคริวพร้อมออนเซ็นนอกระเบียง (渓流和室 露天風呂テラス付き, ภาพที่ 2) ที่สามารถแช่ออนเซ็นไปพร้อมๆ กับชมทิวทัศน์ของธารน้ำได้

ไม่ว่าจะเลือกห้องแบบไหนคุณก็จะได้สัมผัสช่วงเวลาแสนผ่อนคลายในธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ท่ามกลางธารน้ำสายเล็ก เสียงใบไม้ไหว และเสียงนกร้องแสนไพเราะอย่างแน่นอน

หนึ่งในไฮไลท์ของที่นี่คือออนเซ็นกลางแจ้งที่มีวิวสวยเกินบรรยาย คุณจะได้ดื่มด่ำธรรมชาติของโออิราเซะที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาและฤดูกาล โดยมีทั้งเซ็คเคโรเทนบุโระ บ่อหญิง (絶景露天風呂 女湯, ภาพที่ 1) ที่มีอากาศสดชื่นในช่วงเช้า และเซ็คเคโรเทนบุโระ บ่อชาย (絶景露天風呂 男湯, ภาพที่ 2) ที่มีวิวภูเขาปกคลุมด้วยใบไม้เปลี่ยนสีให้ชมในฤดูใบไม้ร่วง

Aomori Ringo Kitchen (青森りんごキッチン, ภาพที่ 1) เป็นร้านอาหารสไตล์บุฟเฟ่ต์ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง คุณจะได้ลิ้มรสเสน่ห์ของแอปเปิ้ลอาโอโมริแบบเต็มๆ ลูก มีเมนูให้เลือกมากมาย เช่น ไก่และแอปเปิ้ลต้มครีม แซลมอนหมักราดซอสแอปเปิ้ลปูว์เร (ภาพที่ 2) รวมถึงพายแอปเปิ้ลร้อนๆ ที่เป็นเมนูประจำร้าน

ในส่วนของร้านอาหารฝรั่งเศส Sonore นั้น คุณจะได้ลิ้มรสอาหารฝรั่งเศสตามฤดูกาลและไวน์ชั้นยอดจากผู้ผลิตชื่อดัง พลางฟังเสียงที่น่าผ่อนคลายของธารน้ำโออิราเซะ มื้ออาหารของที่นี่จะเริ่มต้นด้วยแอพเพอริทิฟ (การดื่มแอลกอฮอล์และทานของว่างก่อนอาหาร) บนระเบียงที่มีวิวของธารน้ำโออิราเซะ (ภาพที่ 2) พลางฟังเสียงน้ำไหลและชมธารน้ำที่ส่องประกายจากพระอาทิตย์ตกดิน เป็นประสบการณ์ที่สามารถสัมผัสได้ที่ร้านนี้เท่านั้น

โรงแรมนี้มีกิจกรรมตามฤดูกาลมากมายที่ไม่มีใครเหมือน ในภาพที่ 1 เป็นการปั่นเลียบธารน้ำโออิราเซะด้วย E-BIKE Rental จักรยานแบบพิเศษที่มีระบบเสริมแรงด้วยไฟฟ้า ส่วนภาพที่ 2 คือทัวร์ประดับไฟเฮียวบาคุ (氷瀑ライトアップツアー) ซึ่งเป็นการตกแต่ง "เฮียวบาคุ" น้ำตกแช่แข็งสุดอลังการที่หาชมได้เฉพาะในหน้าหนาวของโออิราเซะด้วยรถที่ติดไฟประดับ เกิดเป็นงานศิลปะจากน้ำแข็งที่น่าหลงใหลและให้คุณได้ชมสักครั้งในชีวิต

หากเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้ รับรองได้ว่าทริปอาโอโมริของคุณจะกลายเป็นความทรงจำที่แสนพิเศษแน่นอน


* กิจกรรมบางอย่างอาจปิดบริการชั่วคราวเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของโรงแรม

จังหวัดอาคิตะ

จังหวัดอาคิตะตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอาโอโมริและทางตะวันตกของอิวาเตะ มีที่เที่ยวห้ามพลาดคือมรดกโลกที่ตั้งอยู่คาบเกี่ยวระหว่างอาคิตะกับอาโอโมริอย่างเขตภูเขาชิราคามิ เป็นที่ตั้งของป่าต้นบุนะ (บีชญี่ปุ่น) ดึกดำบรรพ์ที่กว้างใหญ่ระดับโลก

ภาพที่ 1 คือป่าสังเกตการณ์ธรรมชาติดาเคะได (岳岱自然観察教育林) ที่มีทางเท้าสร้างไว้ให้เดินชมได้อย่างง่ายๆ ทั้งยังมีบางส่วนของทางเดินที่สามารถเดินทางได้ด้วยรถเข็นอีกด้วย


ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือ Omagari Fireworks Festival* (大曲花火大会) ในภาพที่ 2 เป็นหนึ่งในสามเทศกาลดอกไม้ไฟที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น กล่าวกันว่ามีคุณภาพดอกไม้ไฟสูงที่สุดในบรรดาเทศกาลทั้งสาม และยังสามารถเพลินไปกับดอกไม้ไฟตอนกลางวันที่ไม่มีให้เห็นมากนักได้อีกด้วย


อาคิตะยังอุดมไปด้วยวัฒนธรรมและธรรมชาติอีกมากมาย เช่น นิวโทออนเซ็น (乳頭温泉郷) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบ่อน้ำรักษาโรค คาคุโนดาเตะ (角館) ย่านซามูไรเก่าแก่ที่ถูกเรียกว่าเกียวโตขนาดย่อมแห่งมิจิโนคุ (ชื่อโบราณของภูมิภาคโทโฮคุ) หรือทะเลสาบทาซาวะ (田沢湖) ทะเลสาบที่ลึกที่สุดของญี่ปุ่น
 

* จัดขึ้นทุกปีในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม สำหรับปี 2021 คือวันที่ 28 สิงหาคม แต่ในปัจจุบันยังไม่แน่นอนว่าจะจัดหรือไม่

3. Kemuri no Yado Inazumi Onsen (湯けむりの宿 稲住温泉)

Kemuri no Yado Inazumi Onsen เป็นที่พักพร้อมออนเซ็นที่กว้างขวางถึง 3,300 ตารางเมตร รายล้อมไปด้วยภูเขามากมายที่แบ่งจังหวัดอาคิตะ มิยากิ และยามากาตะออกจากกัน ตั้งอยู่ในหมู่บ้านออนเซ็นอากิโนะมิยะ (秋の宮温泉郷) กล่าวกันว่าเป็นย่านออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของอาคิตะ มาแช่ออนเซ็นและชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ได้ที่นี่

สิ่งที่เราขอแนะนำเป็นพิเศษคือบ้านเดี่ยว 4 หลัง อามาโนะซะ (天の坐) ที่ประกอบไปด้วย รันเท (嵐亭) คันเท (鷴亭) ซันเท (杉亭) และ เรนเท (漣亭) ทั้ง 4 หลังมีสไตล์ต่างกัน สามารถเลือกพักได้ตามแต่ความชอบ บ้านพักทุกหลังมาพร้อมกับออนเซ็นกลางแจ้งและออนเซ็นในร่มที่ทำจากไม้ฮิโนะกิ (สนไซเปรสญี่ปุ่น) และเติมเต็มด้วยน้ำร้อนที่ปล่อยไหลมาจากต้นน้ำ

ไม่ว่าจะมองผ่านหน้าต่างหรือริมระเบียง ธรรมชาติจะแผ่กว้างอยู่เบื้องหน้าในขณะที่คุณแช่ออนเซ็น สามารถดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาและพื้นที่ส่วนตัวได้อย่างเต็มอิ่ม

มื้อค่ำของที่นี่เป็นอาหารชุดที่เต็มไปด้วยผักตามฤดูกาลของอาคิตะ เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนวัตถุดิบก็จะเปลี่ยนตามไป สามารถสนุกไปกับหน้าตาและรสชาติอาหารตามสี่ฤดูกาลของโทโฮคุได้

จังหวัดอิวาเตะ

จังหวัดอิวาเตะตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอาโอโมริ มีชื่อเสียงจากขนาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองลงมาจากฮอกไกโด

จังหวัดนี้แบ่งคร่าวๆ ออกเป็น 2 เขต ได้แก่เขตเหนือที่เป็นผาสูงชันหันเข้าหามหาสมุทรแปซิฟิก และเขตใต้ที่เป็นชายฝั่งเว้าแหว่งที่มีเวิ้งน้ำมากมาย มีไฮไลท์เป็นวิวที่สวยงามของหาดโจโดะกะฮามะ (浄土ヶ浜) ในรูปที่ 1


อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดก็คือคองจิคิโดแห่งวัดจูชอนจิ (中尊寺金色堂) ในรูปที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งมรดกโลกฮิราอิซุมิ
นอกจากนี้ อิวาเตะยังเป็นบริเวณที่มีประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่น่าสนใจซ่อนเร้นอยู่อีกมาก เช่น ภูเขาอิวาเตะ (富士山) ที่มีชื่อเล่นว่า "ฟูจิครึ่งซีกแห่งนันบุ" หรือฟาร์มโคอิวาอิ (小岩井農場) ฟาร์มเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นซึ่งทอดตัวที่เชิงเขาทิศใต้ของภูเขาอิวาเตะ

4. Bessou Kakei (別荘佳景)

ที่พักแห่งนี้ครองพื้นที่กว่า 23,000 ตารางเมตร บนพื้นที่ยกระดับของภูเขา เป็นที่พักสไตล์วิลล่าที่ให้บริการเพียง 6 ห้อง ในระยะ 500 เมตร รอบที่พักจะปราศจากบ้านคนและสิ่งก่อสร้าง มีเพียงธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่แผ่กว้างอยู่เบื้องหน้าเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นส่วนตัวสุดๆ

ห้องพักจะมี 1 หลังที่เป็นวิลล่าสไตล์บ้านญี่ปุ่นโบราณ ส่วนอีก 5 หลังจะเป็นสไตล์สุคิยะ (รูปแบบสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่น มีจุดเด่นเป็นดีไซน์ที่ประณีต เรียบง่าย และละเอียดอ่อน) ที่ทำขึ้นจากไม้สนอาโอโมริ สถาปัตยกรรมรูปแบบนี้จะไม่เน้นการตกแต่ง จึงสามารถดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาส่วนตัวท่ามกลางกลิ่นหอมสดชื่นของสนได้อย่างเต็มที่

ห้องพักทุกห้องมาพร้อมกับออนเซ็นหินกลางแจ้ง (รูปที่ 1) สามารถผ่อนคลายไปกับน้ำออนเซ็นที่ปล่อยให้ไหลตามธรรมชาติ พลางชมวิวทะเลสาบอยู่ใกล้ๆ ได้

หรือหากมองออกไปอีกหน่อยก็จะเห็นภูเขาและท้องฟ้าที่เปลี่ยนลวดลายอยู่ตลอดเวลาด้วย นอกจากนี้ก็มีออนเซ็นสำหรับชมวิวในร่ม (รูปที่ 2) ทำขึ้นจากสนอาโอโมริและหินโทวาดะ

สิ่งที่มีเสน่ห์ที่สุดของที่พักแห่งนี้คือวิวสุดวิเศษจากการที่โรงแรมตั้งบนที่สูง ในวันที่อากาศแจ่มใสจะสามารถมองเห็นภูเขาอิวาเตะที่อยู่ไกลออกไปและภูเขาน้อยใหญ่ที่เป็นส่วนหนึ่งของแนวเขาโออุ (奥羽山脈) ได้ ทั้งยังมีวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามไม่น้อยหน้ากัน

จังหวัดมิยากิ

จังหวัดมิยากิรุ่งเรืองมาอย่างยาวนานในฐานะศูนย์กลางแห่งโทโฮคุ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอิวาเตะและเป็นที่ตั้งของ เซนได (仙台) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ มีจุดเด่นเป็นมัตสึชิมะ (松島, รูปที่ 1) กลุ่มของเกาะน้อยใหญ่กว่า 260 เกาะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามสุดยอดวิวของญี่ปุ่น (*1) ที่คุ้นเคยกันมาแต่โบราณ มองเห็นเป็นทัศนียภาพอันงดงามที่เกิดจากสีที่ตัดกันระหว่างท้องฟ้า ทะเล และพืชสีเขียวของเกาะ 

อีกที่ที่ไม่ควรพลาดก็จะเป็นคุจากุโนะมะ (孔雀の間) โถงที่วาดภาพนกยูงและต้นสนไว้บนฟุซุมะ (บานเลื่อนญี่ปุ่น) สีทอง ในอาคารหลักของวัดซุยกังจิ (瑞巌寺)


มิยากิยังเป็นสถานที่จัดของหนึ่งในสามเทศกาลใหญ่ของโทโฮคุ Sendai Tanabata Festival (仙台七夕まつり, รูปที่ 2) (*2) ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ช่วงปี 1600 ด้วย ในช่วงเทศกาลเมืองเซนไดก็แทบจะถูกย้อมด้วยสีสันสดใสจากของประดับทานาบาตะเลยทีเดียว

ในส่วนของกินก็มีเมนูเด็ดอยู่ไม่น้อย เช่น กิวทัง (牛タン / ลิ้นวัว) ที่เป็นของขึ้นชื่อประจำเซนได
 

*1: อีกสองแห่งคือ สะพานอามาโนะฮาชิดาเตะ (天橋立) ของเกียวโต และเกาะมิยาจิมะ (宮島) ของฮิโรชิม่า
*2: จัดในวันที่ 6 - 8 สิงหาคมของทุกปี ในปัจจุบันยังไม่มีกำหนดการสำหรับปี 2021

5. Saryou Souen (茶寮宗園)

ตั้งอยู่ในอาคิอุออนเซ็น (秋保温泉) ที่โด่งดังมาแต่โบราณ ขึ้นชื่อว่าเป็นห้องโถงพักผ่อนแห่งเซนได ที่นี่เป็นเรียวกังญี่ปุ่นขนานแท้ที่ครอบครองสวนญี่ปุ่นกว้างกว่า 26,000 ตารางเมตร สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอม รสนิยม และการแต่งแต้มสีสันแบบญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่

เราขอแนะนำให้เข้าพักในบ้านเดี่ยว ที่นี่จะมีบ้านเดี่ยว 10 หลังที่มีสไตล์แตกต่างกัน อย่างอาซาฮิ (旭) จะประกอบด้วยห้องญี่ปุ่นกว้างขวาง 2 ห้อง ออนเซ็นกลางแจ้งส่วนตัว และฮิโรเอน (ระเบียงบ้านแบบญี่ปุ่นที่กว้างเป็นพิเศษ) ที่สามารถนั่งชมสวนได้อย่างสบายๆ หรือบ้านชิคิชิมะ (敷島) ก็จะมีห้องญี่ปุ่น 2 ห้อง ออนเซ็นกลางแจ้ง และออนเซ็นในร่ม เป็นต้น รับรองได้ว่าจะมีสักหลังที่ถูกใจคุณอย่างแน่นอน

น้ำของอาคิอุออนเซ็นเป็นหนึ่งในสามสุดยอดน้ำออนเซ็นของญี่ปุ่น มีสรรพคุณที่ดีต่อโรคผิวหนังเรื้อรัง โรคระบบย่อยอาหารเรื้อรัง และเป็นที่โปรดปรานของผู้คนมาแต่โบราณ

ภาพด้านบนคือออนเซ็นกลางสำหรับผู้ชาย สัมผัสความรู้สึกเปิดโล่งได้โดยไม่ต้องกังวล ออนเซ็นของบ้านพักแต่ละหลังทั้งกลางแจ้งและในร่มล้วนดึงน้ำมาจากออนเซ็นนี้เช่นกัน สามารถลงแช่เพื่อเยียวยาร่างกายและจิตใจไปกับน้ำร้อนสารพัดสรรพคุณได้เลย

มื้อค่ำของที่นี่เป็นอาหารญี่ปุ่นที่พัฒนามาจากชาไคเซกิ (มื้ออาหารแบบง่ายๆ ที่รับประทานก่อนชา) คุณจะได้ลิ้มรสวัตถุดิบภูเขาจากแนวเขาโออุที่ทอดผ่านไปทางตะวันออก และวัตถุดิบทะเลจากอ่าวซันริคุ (อ่าวฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของอาโอโมริ อิวาเตะ และมิยากิ) ที่มีปริมาณการจับปลาติดอันดับโลก

จังหวัดยามากาตะ

จังหวัดยามากาตะตั้งอยู่ทางตะวันตกของมิยากิ เป็นขุมทรัพย์ของเมนูเด็ดมากมาย ตั้งแต่เนื้อวัวโยเนซาวะ (米沢牛) ที่โด่งดังไปทั่วประเทศ ไปจนถึงโซบะและฮิยาชิราเมง (ราเมงเย็น)

ด้านสถานที่ท่องเที่ยวก็ไม่น้อยหน้า ที่เห็นอยู่ในรูปที่ 1 คือ วัดยามะเดระ (山寺) (ชื่อทางการคือ วัดโฮจูซังริชชาคุจิ (宝珠山立石寺)) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังของจังหวัดยามากาตะ ที่จะช่วยตัดความสัมพันธ์แย่ๆ และผูกความสัมพันธ์ดีๆ

นอกจากนี้ก็มีเจดีย์ห้าชั้นแห่งภูเขาโฮคุโระ (羽黒山 五重塔) สูง 29 เมตร ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่เมื่อประมาณ 600 ปีก่อน ภูเขาซาโอ (蔵王) ที่มีชื่อเสียงจากจุเฮียว (ต้นไม้น้ำแข็ง) ในฤดูหนาว และที่พิเศษสุดก็คือกินซังออนเซ็น (銀山温泉) ในรูปที่ 2 เป็นย่านออนเซ็นที่คงไว้ซึ่งทิวทัศน์บ้านเมืองยุคไทโช (ปี 1912 - 1926) และอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน

6. Kosekiya Bekkan (古勢起屋 別館)

ที่พักแนะนำสำหรับคนที่อยากค้างคืนในกินซังออนเซ็น แม้ว่าจะมีขนาดเล็ก แต่ก็เป็นอาคารไม้แบบญี่ปุ่นที่มีกลิ่นอายของรสนิยมแบบย้อนยุคอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ภายในอาคารมีเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ที่สามารถสัมผัสได้ถึงไทโชโรมัง (วัฒนธรรมผสมระหว่างญี่ปุ่นกับตะวันตกที่ได้รับความนิยมในยุคไทโช)

ห้องพักของที่นี่มีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ ห้องญี่ปุ่นฝั่งภูเขา (山側の和室) ที่มาพร้อมกับเตียงแบบตะวันตก เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเงียบสงบ ห้องญี่ปุ่นฝั่งแม่น้ำ (川側の和室) ที่เป็น 2 ห้องเชื่อมต่อกันตามรูปด้านบน มองเห็นวิวของแม่น้ำกินซัง รวมถึงย่านออนเซ็นที่อยู่เบื้องล่าง และห้องพักโรมัง (浪漫客室) ห้องพิเศษบนชั้น 5 ที่เป็นชั้นบนสุดซึ่งได้รับการรีโนเวทมา

ห้องที่เราขอแนะนำเป็นพิเศษคือห้องญี่ปุ่นฝั่งแม่น้ำซึ่งเมื่อตกกลางคืนจะเห็นโคมไฟแก๊สริมแม่น้ำส่องสว่าง สามารถดื่มด่ำไปกับเสียงแม่น้ำและบรรยากาศแบบสมัยก่อนได้

ออนเซ็นของที่นี่เป็นออนเซ็นในร่ม 2 บ่อ ที่ปล่อยน้ำไหลมาจากต้นน้ำ เป็นบ่อเล็กกะทัดรัดที่มีบรรยากาศย้อนยุค ในรูปที่ 1 คือฮคโคริโนะจิกะยุ (ほっこりのちか湯) ที่มีกระจกสีประดับอยู่อย่างสวยงาม ส่วนรูปที่ 2 คือนุคคุริโนะคินทาโรยุ (ぬっくりの金太郎湯) ที่มีน้ำร้อนไหลออกมาจากรูปปั้นหิน

นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการโรงอาบน้ำสาธารณะ ออนเซ็นกลางแจ้ง และออนเซ็นนอนกลางแจ้งของกินซังโซ (銀山荘) ที่เป็นโรงแรมในเครือเดียวกันได้ฟรีด้วย

มื้อค่ำเป็นชุดอาหารญี่ปุ่นที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลของยามากาตะ โดยเฉพาะเนื้อโอบานาซาวะ (尾花沢牛) วัตถุดิบลับของยามากาตะที่มีรสเลิศเกินบรรยาย มีออพชั่นเพิ่มปริมาณเนื้อย่างหรือเพิ่มเมนูชาบูชาบูด้วย จึงเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเนื้อวัวญี่ปุ่น

7. Meigetsuso (名月荘)

Meigetsuso ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบในบริเวณตีนเขา ห้องพักทุกห้องเป็นบ้านหลังเดี่ยว มีให้เลือก 7 แบบจาก A ถึง G แม้แต่ในแบบเดียวกันก็ยังมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปในแต่ละหลัง

รูปที่ 1 ด้านบนคือห้องแบบ F ที่ชื่อฮิอิรากิ (柊) เป็นห้องพักกว้างขนาด 134 ตารางเมตร มีออนเซ็นกึ่งกลางแจ้งและระเบียงนั่งเล่น สามารถมองออกไปเห็นวิวยอดเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาซาโอได้

ที่เห็นอยู่ในรูปด้านบนคือออนเซ็นกึ่งกลางแจ้งของห้องพักแบบ D สึซึมิ (鼓) นอกจากนี้ก็มีออนเซ็นแบบอื่นอีก ทั้งโรงอาบน้ำสาธารณะแบบกลางแจ้งที่แบ่งหญิงชาย ออนเซ็นกลางแจ้งแบบเช่าเหมาที่ทำขึ้นโดยเจาะหินซาโอให้กลายเป็นบ่อ ไปจนถึงออนเซ็นสำหรับครอบครัวและอื่นๆ อีกหลากหลาย 

ออนเซ็นแบบเหมาและออนเซ็นสำหรับครอบครัวนั้นไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า หากว่างอยู่ก็สามารถใช้บริการได้เลย

ความพิเศษของที่พักแห่งนี้คือจะเสิร์ฟอาหารทั้งหมดให้ทานที่ห้องพัก มื้อค่ำเป็นอาหารไคเซกิต้นตำรับที่ใช้วัตถุดิบในฤดูกาล คัดสรรอย่างดีจากทะเลและภูเขาในท้องถิ่น ส่วนมื้อเช้าก็เป็นอาหารเช้าแบบญี่ปุ่นที่ทานได้ที่ห้องของตัวเองเช่นกัน

สามารถดื่มด่ำอาหารญี่ปุ่นและวัตถุดิบเฉพาะตัวของยามากาตะได้แบบสบายๆ โดยไม่มีใครรบกวน

จังหวัดฟุกุชิมะ

จังหวัดฟุกุชิมะตั้งอยู่ทางทิศใต้ของมิยากิ มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น รองลงมาจากอิวาเตะ

ในรูปที่ 1 คือปราสาทสึรุกะโจ (鶴ヶ城) ปราสาทหลังคาอิฐแดงเพียงหลังเดียวของญี่ปุ่น รอบปราสาทดังกล่าวจะเป็นไอซึวากามัตสึ (会津若松) ย่านเมืองชานปราสาทซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น ซาซาเอะโด (さざえ堂) โบสถ์พุทธหกเหลี่ยมสามชั้นที่มีโครงสร้างเกลียวคู่อันน่าประหลาดใจ และยังมีเมนูอร่อยอย่างไอซึวากามัตสึราเมง (会津若松ラーメン) ที่โด่งดังไปทั่วประเทศด้วย


นอกจากนี้ก็มีโกะชิกินูมะ (五色沼) (กลุ่มบึงและทะเลสาบโกะชิกินูมะ (五色沼湖沼群)) ในรูปที่ 2 ซึ่งมีบึงหลากสีกระจายอยู่มาก แต่ละบึงก็มีสีต่างกันออกไป เช่น สีเขียวมรกต สีโคบอลต์บลู งดงามน่าพิศวงสุดๆ

8. Hanare no Kakure Yado Auberge Suzukane (離れの隠れ宿 オーベルジュ鈴鐘)

ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 7 ห้อง ทั้งหมดอยู่ห่างจากกันและมีสไตล์เป็นของตัวเอง ที่เห็นอยู่ด้านบนคือรูปของห้องรีนิววอล คินุ (リニューアル 絹) ที่สร้างขึ้นภายใต้ธีม "แสงรุ่งอรุณ" ถ่ายทอดออกมาด้วยสีที่ให้ความรู้สึกถึงหญิงสาว และแสงที่บริสุทธิ์อ่อนโยน ราวกับผ้าไหม (คินุ) ที่ส่องประกายล้อแสงอาทิตย์

ในส่วนของออนเซ็นก็มีทั้งออนเซ็นในร่ม (รูปที่ 1) ที่ติดตั้งอยู่ในห้องพักทุกห้อง และออนเซ็นกลางแจ้ง (รูปที่ 2) ที่แบ่งเป็นบ่อชายและบ่อหญิง น้ำออนเซ็นเป็นแบบปล่อยไหลมาจากบันไดอาสึมิออนเซ็น (磐梯熱海温泉) ออนเซ็นเก่าแก่กว่า 800 ปี โด่งดังในฐานะน้ำผุผิวงาม ให้คุณได้ดื่มด่ำกับการแช่ออนเซ็นสุดหรูหรากันได้อย่างเต็มที่

ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งก็คือมื้อค่ำ ในรูปด้านบนคืออาหารไคเซกิสุดหรูหราที่ทำขึ้นโดยหัวหน้าเชฟที่ชนะรางวัลมามากมาย นามว่าสึคิดะ โทโมกิ (槻田 知己)

นอกจากนี้ยังมีอาหารเช้าที่ทำขึ้นอย่างประณีตไม่แพ้กัน เป็นมื้อเช้าอันดับ 1 ของจังหวัดฟุกุชิมะที่น่าลิ้มลองเป็นอย่างยิ่ง!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร