ทริป 2 วัน 1 คืนในคุโรเบะและอุโอซึ ขับรถเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีในโทยามะ!

จังหวัดโทยามะ มีภูเขาโอบอยู่ด้านหลังและมีท้องทะเลอยู่เบื้องหน้า ฤดูใบไม้ร่วงของที่นี่มีทั้งธรรมชาติที่ชวนให้ผ่อนคลายและอาหารทะเลแสนอร่อยติดมันกำลังดี ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปเที่ยวโทยามะแบบชิลๆ ในเขตนิอิคาวะ คุณจะได้นั่งรถไฟฟ้าโทรอกโกะที่เมืองคุโรเบะ ดื่มด่ำกับหุบเขาคุโรเบะที่ปกคลุมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี แช่อุนาซึกิออนเซ็นให้ผิวงาม ชมอุโอซึไมโบสึริน ป่าใต้น้ำน่าพิศวงของเมืองอุโอซึ และลองทำเครื่องเขินอุโอซึอันเก่าแก่ของญี่ปุ่น มาออกทริปฤดูใบไม้ร่วงแบบสบายๆ ตามใจคุณกันดีกว่า!

โทยามะ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

Klook.com

* บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมการท่องเที่ยวอ่าวโทยามะ หุบเขาคุโรเบะ และเขตเอ็ตชูนิอิคาวะ

เขตนิอิคาวะ จังหวัดโทยามะ - เมืองอุโอซึ, คุโรเบะ, นิวเซน, อาซาฮี

"เขตนิอิคาวะ" (にいかわ) เป็นเขตท่องเที่ยวที่มีพื้นที่กว้างขวาง ประกอบไปด้วย 2 เมืองใหญ่ 2 เมืองเล็กในภาคตะวันออกของจังหวัดโทยามะ ได้แก่ อุโอซึ คุโรเบะ นิวเซน และอาซาฮี มีสภาพภูมิศาสตร์ที่เพียบพร้อมไปด้วยภูเขา ทะเลและแม่น้ำ จึงมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันหลากหลาย ตั้งแต่ภูเขาสูง 3,000 เมตร แม่น้ำคุโรเบะอันใสสะอาด ไปจนถึงอ่าวโทยามะที่อุดมไปด้วยอาหารทะเล

การเดินทาง

จังหวัดโทยามะตั้งอยู่ในภูมิภาคโฮคุริคุที่มีทั้งสนามบินนานาชาติและสถานีรถไฟชินคันเซ็น คุณสามารถนั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวไปได้โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที หรือจะเดินทางจากเมืองอื่นๆ ในญี่ปุ่นก็สะดวกสบายเช่นกัน

เดินทางโดยเครื่องบิน

คุณสามารถนั่งเครื่องบินจาก "สนามบินฮาเนดะ" (羽田空港) จังหวัดโตเกียว ไปยัง "สนามบินโทยามะคิโตะคิโตะ" (富山きときと空港) ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และเมื่อไปถึงก็มีเคาน์เตอร์บริการของบริษัทเช่ารถยนต์อยู่ในบริเวณห้องโถงชั้น 1 ของสนามบินด้วย
 

*หมายเหตุ: ข้อมูลเที่ยวบินอาจเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 กรุณาตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซต์ของสายการบิน

*หมายเหตุ2: มีเคาน์เตอร์ให้บริการสำหรับการเช่ารถยนต์ที่ชั้น 1 ของสนามบินโทยามะ

เดินทางโดยชินคันเซ็น

- นั่งรถไฟชินคันเซ็นสายโฮคุริคุจาก "สถานี Tokyo" ไปยัง "สถานี Kurobe-Unazukionsen" (黒部宇奈月温泉駅) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที ราคาประมาณ 12,000 เยนต่อคน

- นั่งรถไฟด่วนพิเศษ Thunderbird ของ JR West จาก "สถานี Shin-osaka" ไปยัง "สถานี Kanazawa" (金沢駅) แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟชินคันเซ็นสายโฮคุริคุเพื่อไปยัง "สถานี Kurobe-Unazukionsen" โดยจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที ราคาประมาณ 10,000 เยนต่อคน

* มีบริษัทเช่ารถหลายแห่งใกล้สถานี Kurobe-Unazukionsen ระยะเดินเท้า 3 นาที สามารถทำเรื่องเช่ารถได้ทันทีหลังลงจากชินคันเซ็น

แพลนเที่ยว 2 วันในคุโรเบะและอุโอซึ

วันที่ 1 เมืองคุโรเบะ

Katsubei Kurobe - อร่อยกับคุโรเบะเมซุยพอร์ค

สำหรับใครหลายคน ภาพจำของเมนูเด็ดประจำจังหวัดโทยามะอาจเป็นอาหารทะเลสดใหม่ แต่นอกเหนือจากอาหารทะเลแล้ว ที่คุโรเบะก็มีเมนูลับอื่นอีก อย่าง "คุโรเบะเมซุยพอร์ค" (黒部名水ポーク) เป็นหมูที่เลี้ยงโดยใช้น้ำบาดาลของแม่น้ำคุโรเบะที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ลักษณะจะเป็นเนื้อติดมัน อ่อนนุ่ม และชุ่มฉ่ำอย่างมาก

การจะใช้ชื่อคุโรเบะเมซุยพอร์คไม่ใช่เรื่องง่าย มีเพียงเนื้อหมูชั้นแนวหน้า 20 - 30% ต้นๆ จากการประเมินคุณภาพเท่านั้นที่จะสามารถใช้ชื่อนี้ได้ และ "Katsubei Kurobe" (かつ兵衛黒部店) เป็นร้านยอดฮิตของคนท้องถิ่นที่เสิร์ฟเมนูจากหมูแบรนด์นี้นั่นเอง

เซ็ตทงคัตสึของที่นี่จะประกอบด้วยเนื้อหมูชิ้นหนาในแป้งกรุบกรอบที่มีส่วนเนื้อแดงอัดแน่นเต็มปากเต็มคำ และส่วนไขมันที่หวานและทานง่ายแสนง่าย นอกจากนี้คุโรเบะเมซุยพอร์คที่ทางร้านเสิร์ฟยังเป็นเกรดพรีเมี่ยมที่จัดอยู่ใน 5% ต้นๆ เป็นสุดยอดเมนูที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง!

ขอแนะนำให้ลองแบ่งทานทีละครึ่ง ครึ่งแรกโรยเกลือ ส่วนครึ่งหลังจิ้มซอสเข้มข้นสูตรพิเศษที่ทำจากงาขาวบดใหม่ๆ รับรองว่าอร่อยจนลืมไม่ลงอย่างแน่นอน!

Kurobe Bokujo Makiba no Kaze - ลิ้มรสของหวานจากฟาร์มพลางชมวิวสวยๆ ของอ่าวโทยามะ

"Kurobe Bokujo Makiba no Kaze" (くろべ牧場 まきばの風) ตั้งอยู่บนที่ราบสูงของเมืองคุโรเบะ ในวันที่อากาศดีจะมองเห็นวิวของอ่าวโทยามะและคาบสมุทรโนโตะ เพลิดเพลินไปกับท้องทะเลสีฟ้าได้ ทั้งยังสามารถใกล้ชิดกับแกะ แพะ และสัตว์อื่นๆ ที่ถูกเลี้ยงไว้ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ได้ด้วย 

นอกจากนี้ก็ห้ามพลาดผลิตภัณฑ์จากนมอย่างนมวัวและซอฟต์ครีมที่ทางฟาร์มผลิตขึ้นเองเช่นกัน

นมวัวของที่นี่เป็นนมสูตรออริจินัลที่รีดมาจากวัว 3 สายพันธุ์ มีความเข้มข้น รสชาติก็ใกล้เคียงกับนมที่รีดใหม่ๆ เลยทีเดียว ส่วนพุดดิ้งจะทำจากนมวัวและไข่ที่ผลิตในโทยามะ รสชาติเข้มข้น ถูกปากทั้งเด็กและผู้ใหญ่

อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตก็คือเจลาโตแฮนด์เมดที่มีให้เลือกด้วยกัน 10 รส บวกกับรสพิเศษที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ที่เห็นอยู่ในรูปด้านบนคือรสครีมชีส มีรสเปรี้ยวอ่อนๆ เมื่อทานแล้วกลิ่นหอมก็จะแผ่ซ่านอยู่ในปากของคุณ!

Kurobe Kyokoku Torokko Densha - โลดแล่นท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสีสุดอลังการ

รถไฟ "Kurobe Kyokoku Torokko Densha" (黒部峡谷トロッコ電車) วิ่งอยู่ในหุบเขาคุโรเบะ ซึ่งเป็นหนึ่งในหุบเขาตัว V ชื่อดังของญี่ปุ่น ช่วงแรกเป็นรถไฟขนส่งวัสดุสำหรับการพัฒนาแหล่งกำเนิดไฟฟ้า แต่ภายหลังได้กลายมาเป็นรถไฟชมวิวสำหรับเหล่านักท่องเที่ยว มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่สถานีอุนาซึกิ สิ้นสุดที่สถานีเคยากิไดระ ระยะทางทั้งหมดประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเที่ยวละ 1 ชั่วโมง 20 นาที

คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของฤดูกาลทั้งสี่ได้ผ่านหน้าต่างรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นสีเขียวขจีของช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ น้ำแข็งหมื่นปีที่ไม่ละลายแม้แต่กลางฤดูร้อน หรือทิวทัศน์ภูเขาที่เต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีสีสันสดใสในฤดูใบไม้ร่วง

Kuronagi Onsen - ออนเซ็นลับเก่าแก่ท่ามกลางหุบเขา

ตามทางรถไฟหุบเขาคุโรเบะมีจุดท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง และยังมีออนเซ็นลับๆ ที่เดินทางมาโดยรถยนต์ไม่ได้อีกด้วย (ต้องนั่งรถไฟมาเท่านั้น)

"Kuronagi Onsen" (黒薙温泉) ถูกกล่าวขานว่าเป็นออนเซ็นลับในหุบเขาลึก ใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาทีจากสถานีคุโรนางิของรถไฟโทร็อกโกะ เป็นที่ตั้งของออนเซ็นกลางแจ้งขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ในบรรดาเรียวกังรอบๆ หุบเขาคุโรเบะ มีบ่อออนเซ็นกลางแจ้งที่ทำจากหินธรรมชาติและอยู่ติดกับชานแม่น้ำ

หากได้ดื่มด่ำความสวยงามแบบชนบทของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และแช่น้ำพุร้อนยามค่ำคืนพลางเงยมองดวงดาวที่อยู่เต็มท้องฟ้า ความเหนื่อยล้าของคุณก็จะหายเป็นปลิดทิ้งอย่างแน่นอน

เมืองออนเซ็น Unazuki Onsengai - ประตูหน้าของหุบเขาคุโรเบะ

"อุนาซึกิออนเซ็น" (宇奈月温泉) เป็นย่านออนเซ็นเก่าแก่ที่กำลังจะครบรอบ 100 ปีในปี ค.ศ. 2023 มีความใสถึงขนาดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นออนเซ็นที่ใสเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น โด่งดังมากในฐานะน้ำพุผิวงามที่อ่อนโยนต่อผิว

เนื่องจากมีอุณหภูมิสูง (ประมาณ 90 องศาเซลเซียสที่ต้นน้ำ) จึงช่วยให้ร่างกายอบอุ่นไปถึงภายใน ปริมาณน้ำก็เยอะมาก จึงมีบ่อแช่เท้าให้ใช้บริการได้ฟรีอยู่ตามจุดต่างๆ ของเมือง

・Eki no Ashiyu Kuronagi

บริเวณชานชาลาของสถานีอนาซึกิออนเซ็นของรถไฟ Toyama Chiho จะมีบ่อแช่เท้าอยู่ สามารถใช้บริการได้ทั้งจากด้านในและด้านนอกสถานี ถ้าเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ก็ลองพักมานั่งแช่เท้าแล้วมองรถไฟที่ผ่านไปมาดูนะ!

・Ashiyu Momohara

"Yumedokoro Unazuki" (湯めどころ宇奈月) เป็นทั้งศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวและโรงอาบน้ำสาธารณะ ที่นี่เองก็มีบ่อแช่เท้าอยู่ด้านนอกเช่นกัน โดยมีชื่อเล่นว่า "Momohara" (桃原) แปลว่า "ทุ่งพีช" เนื่องจากในอดีตอุนาซึกิมีต้นพีชขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง

・Ashiyu Omokage

"Ashiyu Omokage" (足湯おもかげ) บ่อแช่เท้าสไตล์อาซุมายะ (เพิงแบบญี่ปุ่น) ที่ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของสวนสาธารณะอุนาซึกิ สร้างขึ้นในโอกาสที่อุนาซึกิออนเซ็นมีอายุครบ 80 ปี สามารถเดินทางจากสถานีอุนาซึกิออนเซ็นของรถไฟ Toyama Chiho มาได้โดยใช้เวลาเพียง 5 นาที จะเดินชิลๆ แวะร้านอาหารและร้านของฝากที่อยู่ระหว่างทางไปด้วยก็ไม่เลวเลย

Yamabikobashi & Yamabiko Yuhodo - ชมทิวทัศน์น่าตื่นตาของรถไฟโทร็อกโกะ

หุบเขาคุโรเบะมีสะพานสีแดงพาดอยู่ 2 เส้น เส้นหนึ่งคือ "Shin Yamabikobashi" (新山彦橋) ที่รถไฟโทร็อกโกะสายปัจจุบันวิ่งอยู่ ส่วนอีกเส้นหนึ่งคือ "Yamabikobashi" (山彦橋) ทางรถไฟทิ้งร้างที่ถูกปรับปรุงให้กลายมาเป็นเส้นทางสำหรับคนเดิน

"Yamabiko" เป็นภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า "เสียงสะท้อน" ได้ชื่อนี้จากการที่ในอดีตรถไฟที่วิ่งข้ามหุบเขาจะส่งเสียงล้อกระทบกับรางสะท้อนไปถึงย่านออนเซ็นนั่นเอง

ทางเดินจากสถานีอุนาซึกิไปจนถึงเขื่อนอุนาซึกิมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถชมภาพของรถไฟที่วิ่งข้ามสะพานและหุบเขาสูงชันได้เรื่อยๆ และหากมาในฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ที่แท้จริงของหุบเขาที่ล้อมรอบไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีทั้ง 360 องศา บอกเลยว่าเหมือนหลุดเข้าไปในภาพเขียนเลยทีเดียว

Kurobe Unazukionsen Yamanoha - ออนเซ็นกลางแจ้งและทิวทัศน์สุดพิศวงของใบไม้ร่วง

"Kurobe Unazukionsen Yamanoha" (黒部・宇奈月温泉やまのは) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคุโรเบะ ยึดธรรมชาติและฤดูกาลทั้งสี่ของอุนาซึกิเป็นคอนเซ็ปต์ ภายในมีออนเซ็นกลางแจ้งที่เปิดโล่งมากๆ สามารถมาเยียวยาความเหนื่อยล้าจากการเดินทางในน้ำอุ่นๆ พลางดื่มด่ำทิวทัศน์ของหุบเขาสีทองและวิวใบไม้เปลี่ยนสีได้

โทยามะเป็นขุมทรัพย์ของธรรมชาติที่มีทั้งภูเขา ทะเล และหมู่บ้าน ในฤดูใบไม้ร่วงก็มีผลผลิตท้องถิ่นอุดมสมบูรณ์และมีอาหารทะเลที่ติดมันกำลังดี ครัวของที่นี่เป็นแบบเปิดที่ปรุงอาหารให้เห็นกันจะๆ คุณจะได้ลิ้มรสเมนูหายากจากทั้งภูเขาและทะเลที่แตกต่างไปตามฤดูกาล

มื้อค่ำเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ที่มีตัวเลือกหลากหลาย ตั้งแต่อาหารทะเลอย่างกุ้งดิบ กุ้งเผา ปูนึ่ง ข้าวหน้าปู ไปจนถึงสเต็ก และแบล็คราเมงของโทยามะ ส่วนมื้อเช้าในวันรุ่งขึ้นก็ครบครันทั้งอาหารญี่ปุ่นและอาหารตะวันตก มีของขึ้นชื่อของโทยามะที่ใช้อาหารทะเลเป็นวัตถุดิบ เช่น ซุปมิโซะปู ข้าวปั้นทาราโกะ (ไข่ปลาคอด) หมึกโฮตารุดองโชยุะ คุณจะได้อิ่มท้องตั้งแต่เช้า และเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันที่ 2 ได้อย่างเต็มที่

 

วันที่ 2 เมืองอุโอซึ

พิพิธภัณฑ์ Uozu Maibotsurin - พบกับ 2 สิ่งอัศจรรย์ของอุโอซึ

หลังจากจบทริปภูเขาในวันแรก เราก็ออกรถไปยังชายฝั่งอุโอซึเพื่อเริ่มการเดินทางวันที่ 2 ที่มีธีมหลักเป็น "ทะเล" จุดหมายแรกของเราคือ "พิพิธภัณฑ์ Uozu Maibotsurin" (魚津埋没林博物館) ที่คุณจะได้พบกับ 2 ใน 3 สิ่งอัศจรรย์ของอุโอซึ

Uozu Maibotsurin - สมบัติธรรมชาติอายุสองพันปี

Uozu Maibotsurin (魚津埋没林) เป็นป่าต้นซีดาร์ดึกดำบรรพ์ที่เคยมีอยู่ในอุโอซึเมื่อราว 2,000 ปีก่อน ต่อมาถูกหินและทรายที่พัดพามาจากแม่น้ำกลบฝัง ก่อนรากไม้จำนวนมากจะถูกค้นพบอีกครั้งในตอนที่มีการสร้างอ่าวอุโอซึ สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนในยุคนั้นเป็นอย่างมาก

พิพิธภัณฑ์ Uozu Maibotsurin เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่ออนุรักษ์ป่าฝังดินที่ทรงคุณค่านี้  และเป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติของญี่ปุ่นด้วย

ที่อาคารจัดแสดงแบบแห้งคุณจะได้สัมผัสกับ Maibotsurin โดยตรง ส่วนอาคารจัดแสดงใต้น้ำก็มีการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่อายุราว 500 ปีไว้ภายในแทงก์น้ำโดยใช้น้ำบาดาลที่เย็นและใสสะอาด สามารถชมได้ทั้งจากบนแทงก์น้ำและจากห้องใต้ดินผ่านกระจก เมื่อได้ยืนใกล้กับสมบัติของธรรมชาติอายุ 2,000 ปี คุณจะรู้สึกว่ามนุษย์นั้นช่างเล็กน้อย เป็นประสบการณ์ที่ทรงพลังมากจริงๆ

ชินคิโร - งานศิลปะธรรมชาติจากแสงและลม

ที่พิพิธภัณฑ์ Uozu Maibotsurin คุณยังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับ "ชินคิโร" (蜃気楼) ที่เป็นอีกหนึ่งสิ่งน่าอัศจรรย์ของอุโอซึได้ด้วย ชินคิโรเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ทำให้เราเห็นภาพที่ต่างไปจากความเป็นจริง เช่น เห็นทิวทัศน์ที่ไกลออกไปยึดขึ้น หรือเห็นภาพกลับหัว เกิดจากการหักเหของแสงในอากาศเมื่อน้ำอุณหภูมิต่ำตัดกับอากาศอุณหภูมิสูง สามารถแบ่งออกได้เป็น "ชินคิโรแบบเหนือ" (上位蜃気楼) และ "ชินคิโรแบบต่ำ" (下位蜃気楼) โดยมีเงื่อนไขการเกิดที่ต่างกันไป เช่น ทิศทางลมและอุณหภูมิในตอนนั้น

ชินคิโรแบบเหนือนั้นหายากและมีเงื่อนไขการเกิดที่ค่อนข้างจำกัด โดยจะปรากฏขึ้นในช่วงปลายมีนาคมถึงต้นมิถุนายนเท่านั้น ต่างกับชินคิโรแบบต่ำที่สามารถรับชมได้ตลอดปี หากสั้นหน่อยก็ไม่กี่นาที หากนานหน่อยก็ได้ถึงหลักชั่วโมง และจะเกิดขึ้นแค่ประมาณ 20 ครั้งต่อปี เนื่องจากพยากรณ์ปรากฏการณ์ได้ยาก จึงส่งผลให้ดูน่าพิศวงยิ่งขึ้นไปอีก

อุโอซึโด่งดังจากปรากฏการณ์นี้มาตั้งแต่ยุคเอโดะ (ปี 1603 - 1868) ถึงขนาดที่ถูกเรียกว่า "เมืองแห่งชินคิโร" และมีการจัดแสดงอธิบายอย่างละเอียดอยู่ในพิพิธภัณฑ์

Uoroshidonya Haritaya - กินมาซุซูชิและชมอ่าวโทยามะที่ Shinkiro Road

นอกเหนือจากพิพิธภัณฑ์ Maibotsurin ภายในเมืองอุโอซึยังมีจุดท่องเที่ยวที่สามารถชมปรากฏการณ์ชินคิโรได้ หนึ่งในนั้นก็คือ "Shinkiro Road" (蜃気楼ロード) ที่อยู่ริมอ่าวโทยามะ เป็นถนนยาวประมาณ 8 กิโลเมตรเลียบชายฝั่งไปทางทิศเหนือและใต้ เนื่องจากชินคิโรเป็นปรากฏการณ์ของฤดูใบไม้ผลิ เราที่ออกทริปในฤดูใบไม้ร่วงจึงไม่มีโอกาสได้เห็น แต่แค่ทิวทัศน์สีฟ้าหมดจดนี้ก็ทำให้สดชื่นแล้ว

เมื่อพูดถึงอาหารสวยๆ ที่เข้ากันได้ดีกับวิวอ่าวโทยามะ ก็คงไม่พ้น "มาซุซูชิ" (鱒寿司) ของขึ้นชื่อของโทยามะซึ่งห่อด้วยใบไผ่และใส่มาในลังไม้ ทำขึ้นจากข้าวซูชิรสกลมกล่อมและปลาเทราต์แซลมอนดองน้ำส้มชายชูที่ปรับรสชาติอย่างพิถีพิถันในระดับวินาที เป็นโอชิซูชิ (ซูชิแบบกด) ที่กดโดยใช้ไม้ไผ่และหนังยาง

ใกล้กับ Shinkiro Road เป็นที่ตั้งของ "Uoroshidonya Haritaya" (魚卸問屋はりたや) ร้านขายอาหารทะเลราคาส่งที่เปิดกิจการมาแล้วกว่า 100 ปี จำหน่ายเมนูปลาคุณภาพดีที่คัดสรรมาอย่างถี่ถ้วนสมกับเป็นร้านขายส่งในพื้นที่

มาซุซูชิของร้านนี้ทำขึ้นด้วยวิธีโบราณโดยใส่เนื้อปลาลงไปก่อนแล้วค่อยตามด้วยข้าวซูชิรสเปรี้ยวกำลังดี ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ข้าวแฉะจากน้ำที่ไหลออกมาจากเนื้อปลา เมื่อเปิดฝาก็จะเห็นข้าวซูชิก่อน รับประทานโดยปิดฝาไว้ คว่ำให้ฝาอยู่ด้านล่าง แล้วตัดด้วยมีดที่แถมมาให้โดยใช้ฝาแทนเขียง เนื้อปลานั้นตัดเป็นชิ้นหนาเต็มปากเต็มคำ ส่วนข้าวก็เปรี้ยวกำลังดี เมื่อกัดลงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบไผ่ก็จะแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก

Umi no Eki Shinkiro - ช็อปปลาสดและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น

"Umi no Eki Shinkiro" (海の駅蜃気楼) ตั้งอยู่ติดกับท่าขึ้นปลาอุโอซึ ห่างจากพิพิธภัณฑ์ Maibotsurin โดยเดินเท้าประมาณ 5 นาที เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับซื้อของขึ้นชื่อของอุโอซึ ภายในอาคารมีทั้งร้านขายปลาและร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูทะเลสดใหม่ในราคาสบายกระเป๋า

นอกเหนือจากอาหารทะเลแล้วยังสามารถสัมผัสฤดูทั้งสี่ของอุโอซึได้ด้วย ฤดูใบไม้ผลิมีของป่า ฤดูร้อนมีผักสด ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงก็มีผลไม้อย่างแอปเปิลคาซุมิ (加積リンゴ) และลูกแพร์ยูโด (友道梨) รวมถึงขนมขึ้นชื่อของโทยามะอื่นๆ

สำหรับผู้ที่อยากไปตลาดปลาเพื่อสัมผัสชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่ก็ไม่ควรพลาดตลาดเช้าอุโอซึ (魚津朝市) ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ครั้งที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน

Kobo Yamasen Tsujibutsudan - สัมผัสศิลปะเครื่องเขินอุโอซึผ่านจอกเหล้าแฮนด์เมด

นอกเหนือจากอาหารอร่อยๆ และทิวทัศน์เวิ้งน้ำ ความสวยงามของงานฝีมือพื้นบ้านก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้มาอุโอซึ ในอดีตภูมิภาคนิอิคาวะเป็นแหล่งผลิตเครื่องเขินรายใหญ่ที่สุดของโฮคุริคุ เครื่องเขินอุโอซึที่เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างเนื้อไม้กับศาสตร์เครื่องเขินที่ละเอียดอ่อนจะแข็งแรงและทนทาน ทั้งยังมีราคาถูก จึงแพร่หลายมากในฐานะเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

"Kobo Yamasen Tsujibutsudan" (工房ヤマセン辻佛檀) เป็นร้านที่สืบทอดกันมา 4 รุ่น ในระยะเวลากว่าร้อยปี โดดเด่นด้วยชิ้นงานพื้นบ้านสุดวิเศษที่ทำขึ้นอย่างประณีต ตั้งแต่ของเล็กๆ อย่างถ้วยชามและสึรุชิคาซาริ (โมบายแบบญี่ปุ่น) ไปจนถึงแท่นบูชาขนาดใหญ่ในวัดและศาลเจ้า ในปีหลังๆ นี้ดูเหมือนว่าจะได้รับออเดอร์สั่งทำพิเศษจากลูกค้าที่อยู่ไกลถึงไต้หวันด้วย

เพื่อทำให้งานฝีมือพื้นบ้านเป็นสิ่งใกล้ตัวมากขึ้น ร้านแห่งนี้จึงได้เปิดเวิร์คช็อปงานไม้และศิลปะแลคเกอร์ขึ้นมา ในครั้งนี้เราได้ลองสร้างถ้วยสาเกที่เป็นเครื่องเขินมาเอกิ (การตกแต่งด้วยลวดลายด้วยเงินหรือทอง) ภายใต้คำชี้แนะที่เป็นกันเองของช่างแลคเกอร์

ลองมาวาดลวดลายที่ชอบลงบนถ้วยด้วยพู่กันมาเอกิ โปรยผงทองหรือเงินลงไป และทำให้มันเป็นผลงานเพียงชิ้นเดียวในโลกดูนะ รับรองว่าคุณจะได้ของฝากสุดพิเศษกลับบ้านไปอย่างแน่นอน

ช็อปของฝากให้ผู้อื่นและของขวัญให้ตัวเอง

Unazuki Beer แพ็ค 3 กระป๋อง - เบียร์ท้องถิ่นที่อัดแน่นไปด้วยความเป็นคุโรเบะ

คราฟท์เบียร์ของอุนาซึกิทำขึ้นจากน้ำพุของแม่น้ำคุโรเบะและข้าวบาร์เลย์ที่เติบโตในธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของคุโรเบะ ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย เช่น The International Beer Cup แพ็คเป็นแบบกระป๋อง จึงสามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางได้ต่อแม้จะกลับถึงบ้านแล้ว

"Jujikyo" (十字峽) เป็นเบียร์สไตล์ Kölsch ที่มีสีอำพันกึ่งโปร่งใสสวยๆ กลมกล่อมด้วยความสดชื่นซาบซ่านและรสสัมผัสที่เฉียบแหลม ทำให้อยากกระดกให้หมดภายในทีเดียว

ส่วน "Torokko" (トロッコ) เป็นเบียร์ Alt สีน้ำตาลอมแดงเข้มข้น มีจุดเด่นเป็นกลิ่นหอมหรูหราจากการหมักด้วยยีสต์แบบลอยตัว กลมกล่อมด้วยรสหวานจางๆ และรสขมที่เข้มข้น

สุดท้ายคือ "Premium" เป็นไรซ์เอลที่นำข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่นของโทยามะ "Fufufu" (ふふふ) มาเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบ ให้สัมผัสที่เบาบางลื่นคอและทิ้งรสขมอ่อนๆ ไว้ภายในช่องปาก เข้ากับเมนูที่ทำจากปลาได้ดีมาก

Patissier Nokki - พายจากแอปเปิลคาซุมิรสเปรี้ยวเข้มข้นของอุโอซึ

แอปเปิลคาซุมิของอุโอซึเป็นสินค้าหายากที่มีขายในจังหวัดโทยามะเท่านั้น เป็นแอปเปิลรสชาติเข้มข้มที่ออกเปรี้ยวอย่างชัดเจน ความเปรี้ยวนี้ทำให้มันไม่เหมาะกับการทานสดๆ แต่จะให้รสชาติที่นุ่มลึกมากเมื่อนำไปทำเป็นของหวาน

"Patissier Nokki" (ぱてぃしえ・のっき) เป็นร้านของหวานที่คนท้องถิ่นคุ้นเคยกันอย่างดี ร้านนี้จะปรุงรสแอปเปิลสไลด์ชิ้นหนาที่วางอยู่ด้านบนของพายแอปเปิลด้วยน้ำตาล โดยจะปรับปริมาณของเลมอนและวัตถุดิบจากส้มอื่นๆ ตามความเปรี้ยวของแอปเปิลในวันนั้นๆ เพื่อดัดแปลงรสเปรี้ยวอมหวานดั้งเดิมของแอปเปิลคาซุมิไม่ให้ทานยากจนเกินไป

พายแอปเปิลที่มีรูปร่างเหมือนหมอนนี้เป็นการผสมผสานระหว่างแป้งพายกรอบๆ กับแยมแอปเปิลที่หวานและอ่อนนุ่ม ให้รสชาติที่ลืมไม่ลงอย่างแน่นอน เนื่องจากแอปเปิลคาซุมิมีช่วงเก็บเกี่ยวอยู่ในฤดูหนาวและใบไม้ร่วง จึงเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยในทริปฤดูใบไม้ร่วงของเรา

แผนที่จุดท่องเที่ยวต่างๆ ของคุโรเบะและอุโอซึ

จบแล้วกับทริปฤดูใบไม้ร่วงในคุโรเบะและอุโอซึ

แม้จะเป็นทริปเพียง 2 วัน แต่ก็สามารถขับรถเที่ยวคุโรเบะและอุโอซึได้แบบชิลๆ ชิมอาหารทะเลสดใหม่ตามฤดูกาล ชมซากต้นไม้มหึมาที่น่าหลงใหล และใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามราวกับภาพเขียน ลองแช่เท้าและออนเซ็นกลางแจ้งวิวสวยที่เยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณเต็มอิ่มทั้งกายใจอย่างแน่นอน หากมีโอกาสก็ไม่ควรพลาดที่จะมาสัมผัสความสวยงามของฤดูใบไม้ร่วงในคุโรเบะและอุโอซึด้วยตัวคุณเองดูสักครั้ง!
 

นอกจากคุโรเบะและอุโอซึแล้ว ในภูมิภาคนิอิคาวะก็ยังมี "ละแวกนิวเซนและอาซาฮิ" ที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน

สามารถอ่านต่อได้ที่นี่เลย! ทริป 2 วัน 1 คืน ขับรถเที่ยวนิวเซนและอาซาฮีในฤดูใบไม้ผลิ ตื่นตาไปกับดอกไม้หลากสีแห่งโทยามะ!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

มนต์เสน่ห์ชูบุ

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

เกี่ยวกับนักเขียน

Fuchi
Fuchi Pan
Writer / Editor. Born in Taiwan, based in Tokyo. Passionate about food, travel, and learning something new. Strive to convey the beauty of Japan and Japanese culture through words and photography.
Klook.com

ค้นหาร้านอาหาร