มัตสึโมโตะ ยูโกะ - ผู้จัดการร้านกิโมโนกับแนวคิด "ความสุขคือการแบ่งปัน"

การรู้จักผู้คนคือวิธีเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศนั้นนั้นได้ดีที่สุด ในบทสัมภาษณ์ชุดใหม่ของเรา "บุคคลแห่งญี่ปุ่น (People of Japan)" คุณจะได้เข้าใจญี่ปุ่นมากขึ้นผ่านการรู้จักกับผู้คนที่น่าอัศจรรย์ เจ้าของกิจการและทูตทางวัฒนธรรม ซึ่งล้วนแต่มีความหลงใหลอย่างแรงกล้าในบางสิ่งบางอย่าง ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับคุณมัตสึโมโตะ ยูโกะ ผู้ให้คำปรึกษาด้านกิโมโนและผู้จัดการร้านเช่ากิโมโน "Itten Kimono Soan" ที่ตั้งอยู่ในยานากะ หนึ่งในย่านที่เก่าแก่ที่สุดของโตเกียว เธอจะบอกเล่าเกี่ยวกับแนวคิดที่มองว่ากิโมโนเป็นสื่อกลางอันทรงพลังที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน พลางแบ่งปันความสุขที่ได้จากกิโมโนให้กับทั้งคนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ

โตเกียว

สัมผัสประสบการณ์

การเดินทางเข้าสู่โลกกิโมโนของคุณยูโกะ - "การแต่งชุดกิโมโนให้ผู้อื่นคือวิธีแบ่งปันความสุขของฉัน"

การเดินทางเข้าสู่โลกกิโมโนของคุณยูโกะเริ่มขึ้นเมื่อสิบปีที่แล้ว ในช่วงเวลาที่เปรียบเหมือนเป็นการค้นพบตัวตน

"ในพิธีปฐมนิเทศระดับประถมศึกษาของลูกๆ ฉันเห็นผู้หญิงญี่ปุ่นใส่ชุดกิโมโนเพื่อโอกาสพิเศษนั้น เป็นภาพที่ตราตรึงใจฉันมากๆ" เธอเล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นความสนใจในวัฒนธรรมกิโมโนที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

ในตอนนั้นคุณยูโกะไม่มีกิโมโนเป็นของตัวเองและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องสวมอย่างไร "ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองพลาดพื้นฐานบางอย่างของวัฒนธรรมญี่ปุ่นไป" ความประหลาดใจนี้ทำให้เธอตัดสินใจที่จะกระโดดเข้าสู่โลกของกิโมโน

หลังจากวันนั้น คุณยูโกะจึงเริ่มเข้าร่วมคอร์สคิสึเกะ (การสวมกิโมโนให้ผู้อื่น) ที่ร้านกิโมโน เมื่อความสนใจในกิโมโนของเธอเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ครูของเธอจึงแนะนำให้ลองเข้าเรียนที่โรงเรียนผู้เชี่ยวชาญด้านกิโมโน

ที่โรงเรียนดังกล่าว คุณยูโกะพบว่าเธอสนุกกับการศึกษาเรื่องการแต่งชุดกิโมโนมาก จนทำให้เธอตัดสินใจลงเรียนในคอร์สเพื่อเป็นผู้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกิโมโนที่มีใบรับรองอย่างเป็นทางการ

เธอกล่าวกับเราว่า "คนส่วนใหญ่พอใจเพียงแค่ได้เรียนรู้วิธีสวมกิโมโนให้ตัวเองโดยไม่สนใจที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ แต่การเรียนคิสึเกะทำให้ฉันมีความสุขและมองเห็นความสนุกในการสวมกิโมโนให้กับผู้อื่น การสวมกิโมโนให้ตัวเองอาจทำให้คุณรู้สึกพอใจในตัวเอง แต่หากได้ลองสวมกิโมโนให้ผู้อื่นแล้ว คุณก็จะสัมผัสได้ถึงความสุขที่มีร่วมกัน"

หลังจากได้ช่วยลูกค้าสวมกิโมโน คุณยูโกะมองเห็นความกระตือรือร้นที่อยู่ในสายตาของพวกเขา "เพราะลูกค้ามีความสุขกับสิ่งที่ฉันทำ การสวมกิโมโนให้ผู้อื่นจึงสนุกกว่าเวลาที่ฉันสวมกิโมโนให้ตัวเอง เพื่อนๆ ของลูกค้าและลูกค้าคนอื่นๆ ก็จะพากันกล่าวชมเชยตามไปด้วย" เธอชื่นใจเสมอเมื่อได้เห็นผู้คนสวมกิโมโนเดินไปมาและรู้สึกว่าตัวเองมีเสน่ห์มากขึ้น

คุณยูโกะบอกเราว่า "คุณควรลองสวมกิโมโนเวลาที่รู้สึกแย่ๆ มันจะทำให้คุณมีความสุขขึ้นได้ในทันที กิโมโนจะช่วยทำลายความจำเจและสร้างความแตกต่างให้กับชีวิตประจำวันของคุณ" เหตุผลเหล่านี้ทำให้เธอคิดว่าควรให้ความสำคัญกับเครื่องประดับ สีและทรงผมเพื่อให้เข้ากับกิโมโนด้วย

ถึงแม้จะต้องใช้เวลาในการสวมใส่และดูแล อีกทั้งยังไม่ใช่ชุดที่สามารถใช้งานได้จริงเสมอไป แต่ความพยายามและความใส่ใจทั้งหมดนี้ก็เพื่อทำให้การสวมกิโมโนเป็นสิ่งที่น่าจดจำสำหรับผู้ที่ได้ลองสัมผัสมัน

วัฒนธรรมอายุกว่าพันปีที่ยังคงเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน - "กิโมโนเป็นเครื่องแต่งกายที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล"

หลังจากได้ใบรับรองในฐานะผู้ให้คำแนะนำด้านกิโมโน คุณยูโกะได้ทำงานในร้านกิโมโนหลายแห่งในฐานะนักแต่งชุดกิโมโนมืออาชีพ แต่เธอก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งจะได้กลายมาเป็นผู้จัดการร้านกิโมโน เธอกล่าวว่า "ตอนที่ฉันได้พบกับเจ้าของร้าน Itten Kimono Soan บุคลิกของเราเข้ากันได้ดีมาก ราวกับเป็นพรหมลิขิตเลยทีเดียว" และตอนนี้คุณยูโกะก็ได้ทำงานที่เธอรักอย่างหมดหัวใจ

"ในฐานะผู้จัดการร้านกิโมโน ฉันได้เจอผู้คนที่หลากหลาย สื่อสารกับคนทุกประเภท และสร้างมนุษยสัมพันธ์กับทั้งคนญี่ปุ่นในพื้นที่และลูกค้าชาวต่างชาติ มันเป็นสิ่งที่ฉันรักมากที่สุดเกี่ยวกับงานของฉัน" เมื่อเราได้เรียนรู้จากคุณยูโกะ เราก็สัมผัสได้ว่ากิโมโนมีพลังบางอย่างที่ยากจะอธิบายอยู่ มันช่วยเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันและทำให้คุณดูน่าดึงดูดมากขึ้น

ลูกค้าของคุณยูโกะก็สามารถสัมผัสพลังที่มองไม่เห็นนี้ได้เช่นกัน "เมื่อคุณเดินไปมาในชุดกิโมโนผู้คนจะหยุดเพื่อคุยกับคุณ กิโมโนมักให้โอกาสในการสร้างเพื่อนใหม่ ฉันไม่อยากเป็นพนักงานร้านทั่วๆ ไปแต่อยากเป็นเพื่อนของคุณ!"

เมื่อเราขอให้คุณยูโกะอธิบายเกี่ยวกับกิโมโน เธอกล่าวว่า "มันเป็นเสื้อผ้าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทุกคนสามารถใส่กิโมโนได้ ฉันคิดว่าเป็นเรื่องดีที่ได้เห็นชาวต่างชาติในชุดกิโมโน และฉันก็จะตื่นเต้นมากด้วยหากได้สวมกิโมโนให้กับคนที่สนใจวัฒนธรรมกิโมโนจริงๆ"

คุณยูโกะอธิบายว่ากิโมโนยังเป็นเสื้อผ้าที่สามารถปรับได้ง่ายมากอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของกิโมโนสำหรับผู้หญิง เนื่องจากกิโมโนเหล่านี้มักถูกทำขึ้นให้ยาวกว่าส่วนสูงจริงของผู้ใส่ "แม้แต่คนที่สูงเป็นพิเศษก็มีเคล็ดลับที่สามารถใช้ได้ เช่น สวมฮากามะ (เครื่องแต่งกายดั้งเดิมแบบหนึ่งของญี่ปุ่น มีลักษณะคล้ายกระโปรงผสมกับกางเกงขายาว) ทับลงไป เท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความยาวของกิโมโนแล้ว แถมยังเข้ากันได้ดีกับกิโมโนสไตล์ย้อนยุคอีกด้วย"

เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง คุณยูโกะจึงหวังให้ผู้ชายหันมาสนใจกิโมโนด้วยเช่นกัน "ฉันอยากมีโอกาสแต่งชุดกิโมโนให้กับผู้ชายมากขึ้น ในปัจจุบันจะไม่ค่อยเห็นผู้ชายสวมกิโมโนสักเท่าไร แต่การคิสึเกะให้กับพวกเขาก็ง่ายและสนุกมาก ฉันยังสังเกตเห็นด้วยว่าหลังจากที่พวกเขาได้ลองสวมกิโมโนเป็นครั้งแรก ก็มักสนใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากขึ้น"

การพูดคุยกับคุณยูโกะทำให้เราพบว่ามีปัจจัยหลายอย่างมากที่ใช้ในการเลือกกิโมโน เช่น มันถูกฤดูกาลไหม? เป็นการสวมเพื่อเข้าร่วมพิธีหรืองานที่เฉพาะเจาะจงหรือเปล่า? กิโมโนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกาย แต่เป็นเหมือนองค์ประกอบอย่างหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่น

อนาคตของกิโมโน - "ผู้คนจะสามารถสนุกไปกับสไตล์และความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา"

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับอนาคตของเครื่องแต่งกายโบราณของญี่ปุ่น คุณยูโกะคิดว่ากิโมโนแบบเป็นทางการควรยึดตามกฎของคิสึเกะและอนุรักษ์ขนบดั้งเดิมเอาไว้ ในขณะที่กิโมโนแบบลำลองควรเปิดกว้างเพื่อรับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ

คุณยูโกะอธิบายกับเราว่า "คุณสวมกิโมโนแบบทางการเพื่อคนอื่น ไม่ใช่เพื่อตัวเอง เนื่องจากพวกเขาเชิญคุณไปพิธีหรือโอกาสพิเศษของเขา คุณจึงควรแต่งตัวโดยคำนึงถึงบุคคลดังกล่าว แต่ในอีกด้านหนึ่ง กิโมโนแบบลำลองมีไว้สำหรับแฟชั่นโดยเฉพาะ เป็นเสื้อผ้าที่จะให้โอกาสคุณได้แสดงออกถึงความเป็นตัวเองและสนุกไปกับมันตามที่ต้องการ  ฉันเคยเห็นวัยรุ่นญี่ปุ่นสวมกิโมโนแบบลำลองเป็นเสื้อคลุม หรือนางาจูบัง (ชั้นในสำหรับกิโมโน) เป็นเสื้อโค้ต"

เธอมั่นใจว่าผู้คนจะสร้างรูปแบบและสไตล์ใหม่ๆ ของกิโมโนต่อไปเรื่อยๆ กิโมโนลำลองสำหรับสวมในชีวิตประจำวันกำลังพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดอิสระในการแสดงออกใหม่ๆ ตามมาด้วย

"คุณสามารถผสมลวดลาย สีสัน องค์ประกอบสมัยใหม่และรายละเอียดแบบดั้งเดิมเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังสามารผสมผสานไอเท็มจากยุคสมัยที่ต่างกัน หรือปรับแต่งชุดโดยขึ้นอยู่กับอารมณ์ของคุณในวันนั้น หรือบุคลิกที่คุณต้องการจะแสดงออกได้อีกด้วย"

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือสิ่งที่คุณสามารถพบได้ที่ร้าน Itten Kimono Soan คุณยูโกะกล่าวกับเราว่า "ร้านของเราให้บริการเช่าทั้งกิโมโนแบบดั้งเดิมและกิโมโนที่ไม่เหมือนใครซึ่งไม่สามารถหาได้จากที่อื่น มีทั้งสไตล์วินเทจที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงดีไซน์ใหม่ๆ ที่เราออกแบบเอง พวกเราชอบทดลองสิ่งใหม่ๆ ประดิษฐ์กิโมโนที่ดูแปลกตา หรือแม้แต่ทำการทดลองกับผ้าที่ไม่ได้ถูกทอขึ้นเพื่อทำมาใช้ทำกิโมโน"

หนึ่งในดีไซน์ที่โดดเด่นของทางร้านคือ "กิโมโนครึ่ง-ครึ่ง" ซึ่งผสมผสานสองลวดลายที่แตกต่างกันได้อย่างลงตัว ทำให้เกิดเป็นลุคที่สวยสง่าและมีเอกลักษณ์ ดังที่เห็นได้จากกิโมโนที่คุณยูโกะสวมในระหว่างให้สัมภาษณ์กับเรา อีกหนึ่งผลงานที่ลูกค้าชอบมากก็คือ "กิโมโนซากุระ" ซึ่งทำขึ้นจากผ้าที่ซื้อจากย่านขายผ้านิปโปริที่อยู่ใกล้ๆ กัน เป็นกิโมโนที่ใช้ภาพซากุระจริงๆ มาสร้างเป็นลวดลายที่เหมือนจริง

"ลูกค้าชาวต่างชาติชอบดีไซน์ที่สีสันสดใสและมีชีวิตชีวาของกิโมโนยุคก่อนๆ แต่มันดูแลยากและยังมีขนาดเล็กจึงมีร้านไม่กี่แห่งที่ให้เช่ากิโมโนแนวนี้ ถึงอย่างนั้นที่ร้านของเราก็มีให้เลือกหลายแบบ เราไม่เจาะจงเกี่ยวกับสถานที่และวันเวลาที่ผลิตเพราะไม่ได้มองว่ากิโมโนเหล่านี้เป็นชิ้นงานสำหรับตั้งโชว์ในพิพิธภัณฑ์ สิ่งสำคัญสำหรับเราคือการที่ลูกค้าสามารถสวมใส่และเพลิดเพลินไปกับมันได้"

ความสุขและความมีเอกลักษณ์เป็นเรื่องที่ Itten Kimono Soan ให้ความสำคัญมาก ถึงขนาดเป็นที่มาของชื่อร้าน "Itten kimono แปลว่ากิโมโนที่มีเอกลักษณ์ ส่วน Soan นั้นเป็นการรวมตัวกันของไอเดียสองอย่าง ได้แก่ สถานที่ที่อบอุ่นใจและความคิดคำนึงถึงผู้อื่น เราต้องการสร้างร้านที่ดูอบอุ่นและเป็นมิตร เหมือนกับบ้านที่ผู้คนมาสนุกไปกับกิโมโนที่มีเอกลักษณ์"

สัมผัสมนต์เสน่ห์แบบญี่ปุ่นโบราณที่ย่าน “ยานากะ”

Itten Kimono Soan ตั้งอยู่ในยานากะ หนึ่งในย่านเก่าแก่ที่อยู่ใจกลางโตเกียว เป็นย่านที่คงไว้ซึ่งกลิ่นอายแบบเมืองเก่าที่เรียกว่า "ชิตามาจิ (Shitamachi)" ผู้มาเยี่ยมชมยานากะสามารถสำรวจตรอกซอยแคบๆ ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงวันวาน พบกับร้านค้าและบ้านไม้อายุหลายชั่วคนที่ถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดี หรือเดินไปตามถนนชอปปิ้งที่มีเสน่ห์ของยานากะกินซ่า ถนนสายนี้เรียงรายไปด้วยของขายหลากชนิด ให้โอกาสอันดีในการสวมบทบาทเป็นคนในท้องที่ ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นตามแผงลอยที่ดูเก่าแก่หรือคาเฟ่เก๋ๆ ที่รีโนเวทมาจากบ้านเรือนโบราณ และยังอาจได้พบของฝากสุดวิเศษจากบรรดางานฝีมือและสินค้าดั้งเดิมที่มีจำหน่ายอยู่มากมาย

บรรยากาศแบบวินเทจเข้ากันได้ดีกับโซนประวัติศาสตร์ของยานากะที่มีวัดอยู่กว่า 60 แห่ง หนึ่งในวัดที่คุณไม่ควรพลาดอย่างยิ่งก็คือวัดเทนโนจิ (Tennoji) เป็นวัดที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1274 และมีการอนุรักษ์พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่จากปี 1690 เอาไว้

ยานากะยังเป็นจุดหลักๆ ในการชมดอกซากุระอีกด้วย คุณสามารถชื่นชมหนึ่งในซากุระที่สวยงามที่สุดของโตเกียวได้ที่อุโมงค์ซากุระซึ่งตั้งอยู่หน้าวัดเทนโนจิ หรือไม่ก็ชมต้นชิดาเระซากุระอันน่าเกรงขามที่ตั้งอยู่ภายในวัดโจเมียวจิ (Chomyoji)

ยานากะมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวิวเมืองสวยๆ มากมาย จึงเหมาะมากสำหรับการเช่ากิโมโน แล้วเดินซึมซับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นโบราณ คุณยูโกะสามารถพูดอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว และก็เธอยินดีมากที่จะต้อนรับและแนะนำย่านยานากะให้กับคุณ โดยอาศัยวัฒนธรรมกิโมโนเป็นสื่อกลาง

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

มนต์เสน่ห์คันโต

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่


เกี่ยวกับนักเขียน

Stefania
Stefania Sabia

ค้นหาร้านอาหาร