เที่ยวญี่ปุ่นในราคา 0 เยน?! 20 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่เข้าฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

การท่องเที่ยวนอกจากจะมีค่าเดินทางแล้ว ยังต้องเจอกับค่าที่พัก ค่าอาหาร ไปจนถึงค่าเข้าที่เที่ยวต่างๆ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นปกติ แต่ที่ญี่ปุ่นยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่ทั้งเป็นจุดท่องเที่ยวชื่อดังแถมยังเที่ยวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย วันนี้เราจะมาแนะนำ 20 อันดับจุดท่องเที่ยวที่ไม่มีค่าใช้จ่ายยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น ซึ่งจะทำให้แผนการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นของคุณเต็มไปด้วยสีสันอย่างแน่นอน

ทั่วประเทศ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

[อันดับที่ 20] จุดชมวิวอาคารที่ทำการมหานคร / โตเกียว, เขตชินจูกุ

"จุดชมวิวอาคารที่ทำการมหานคร" (都庁展望室) เป็นจุดชมวิวไม่เสียค่าเข้าใช้บริการที่ตั้งอยู่บนชั้น 45 ของอาคาร 1 สำนักงานที่ทำการมหานครโตเกียวในเขตชินจูกุ บนชั้นนี้มีการแบ่งจุดชมวิวออกเป็นจุดชมวิวทิศเหนือและจุดชมวิวทิศใต้ โดยตั้งอยู่บนความสูงจากพื้นดิน 202 เมตรให้เราได้ชื่นชมกับทัศนียภาพของกรุงโตเกียวได้อย่างเต็มตา

ทิวทัศน์ด้านตะวันออกเฉียงเหนือนั้นสามารถมองเห็น "โตเกียวสกายทรี" ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้มองเห็น "โตเกียวทาวเวอร์"  ฝั่งตะวันตกมองเห็น "ภูเขาไฟฟูจิ" นอกจากจะได้ชื่นชมทัศนียภาพจุดท่องเที่ยวที่เป็นดั่งตัวแทนประเทศญี่ปุ่นหลากหลายแห่งจากมุมสูงของมหานครโตเกียวแล้ว ยังสามารถดื่มด่ำชื่นชมกับบรรยากาศของตึกรามอาคารสมัยใหม่ที่ถักทอแผ่กว้างออกไปบนผืนแผ่นดินของกรุงโตเกียวอีกด้วย เหล่านักท่องเที่ยวต่างก็แวะเวียนมาที่นี่อย่างไม่ขาดสายเพื่อให้ได้ชมสุดยอดทิวทัศน์แบบนีักันสักครั้งหนึ่ง!

[อันดับที่ 19] สวนสัตว์โนเกยามะ / คานากาว่า, เมืองโยโกฮาม่า

"สวนสัตว์โนเกยามะ" (野毛山動物園) เป็นสวนสัตว์ที่ตั้งอยู่ในเมืองโยโกฮาม่า จังหวัดคานากาว่า ที่นี่สามารถชมสัตว์ได้ทั้งสิงโต เสือ ยีราฟ และสัตว์อื่นๆ กว่า 100 ชนิดได้อย่างใกล้ชิดโดยไม่เสียค่าเข้าชม สวนนี้มีคอนเซ็ปต์ว่า "สวนสัตว์ที่ไม่ว่าใครก็สามารถมาเยือน พักผ่อน และได้รับการปลอบประโลมใจได้อย่างง่ายๆ" และ "สวนสัตว์ที่เหล่าเด็กๆ จะได้พบ สัมผัส และรับรู้ถึงคุณค่าแห่งชีวิตของเหล่าสัตว์เป็นครั้งแรก" และเพื่อให้จุดประสงค์นี้เป็นไปตามเป้าหมาย ทางสวนสัตว์จึงไม่คิดค่าธรรมเนียมการเข้าชม สำหรับสวนสัตว์ที่ไม่เสียค่าเข้านั้นนอกจากจะเป็นที่แปลกประหลาดสำหรับญี่ปุ่นแล้วก็คงแปลกประหลาดในระดับโลกด้วยเช่นกัน

ที่โยโกฮาม่ายังเต็มไปด้วยจุดท่องเที่ยวอื่นๆ ทั้งโกดังอิฐแดง พิพิธภัณฑ์มะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พิพิธภัณฑ์ราเมงชินโยโกฮาม่า โยโกฮาม่ามินาโตะมิไร โยโกฮาม่าไชน่าทาวน์ และที่อื่นๆ อีกมากมาย หากมีโอกาสได้ไปสัมผัสบริเวณใกล้เคียงแล้วล่ะก็ อย่าลืมแวะเวียนไปที่นี่กันนะ

[อันดับที่18] สวนสาธารณะโมเอเลนุมะ / ฮอกไกโด, เมืองซัปโปโร

"สวนสาธารณะโมเอเลนุมะ" (モエレ沼公園) เป็นสวนสาธารณะที่เปิดขึ้นในปี 2005 ที่ในเมืองซัปโปโรของฮอกไกโด โดยเป็นสวนสาธารณะที่อยู่ในแผนการพัฒนาเมืองซัปโปโรในส่วนของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่เรียกว่า "แผนกรีนเบลต์ล้อมรอบเมือง" ภายในสวนนั้นมีการออกแบบพื้นฐานจากสุดยอดศิลปินนักแกะสลักระดับโลก "คุณอิซามุ โนกุจิ" โดยใช้แนวคิดที่ว่า "ให้ทุกชิ้นคือผลงานชิ้นเดียวกัน" โดยหลอมรวมธรรมชาติและศิลปะเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นทิวทัศน์อันงดงาม

[อันดับที่ 17] พิพิธภัณฑ์กองกำลังป้องกันตนเองทางสมุทร / ฮิโรชิม่า, เมืองคุเระ

"พิพิธภัณฑ์กองกำลังป้องกันตนเองทางสมุทร" (海上自衛隊呉史料館) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ "กองกำลังป้องกันตนเองทัพเรือญี่ปุ่น (JMSDF)" โดยเป็น "พิพิธภัณฑ์ที่นำเรือดำน้ำจริงมาจัดแสดงบนแผ่นดิน" เพียงแห่งเดียวภายในประเทศ และสามารถที่จะเข้าชมภายในของเรือดำน้ำได้ แถมยังสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกองกำลังป้องกันตนเองทัพเรือและความเป็นมาของเมืองคุเระ จังหวัดฮิโรชิม่าได้

โดยเรือดำน้ำที่จัดแสดงบนฝั่งนั้นเป็นเรือที่กองกำลังป้องกันตนเองที่ชื่อว่า "AKISHIO" ซึ่งเคยถูกใช้งานจริงมาก่อน จากรูปทรงของมันจึงมีการตั้งชื่อเรียกว่า "Tetsu no Kujira-Kan (พิพิธภัณฑ์วาฬเหล็ก)" โดยนอกจากจะมีนักท่องเที่ยวท้องถิ่นแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกจังหวัดในญี่ปุ่นแวะมาเยี่ยมชมกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย

[อันดับที่ 16] สวนดอกไม้ทะเลสาบฮามานะ / ชิซูโอกะ, เมืองฮามามัตสึ

"สวนดอกไม้ทะเลสาบฮามานะ" (浜名湖ガーデンパーク) เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะประจำเมืองที่ทางจังหวัดชิซูโอกะเป็นผู้บริหารจัดการ โดยดัดแปลงมาจากพื้นที่ที่ในปี 2004 เคยได้ถูกใช้จัดงาน "PACIFIC FLORA" ซึ่งเป็นนิทรรศการระดับโลก ที่นี่มีพื้นที่ของสวนดอกไม้ที่กว้างใหญ่ถึง 3,000 ตารางเมตร ช่วงฤดูใบไม้ผลิคุณจะได้พบกับดอกเนโมฟิลา ฤดูร้อนก็จะเป็นดอกทานตะวัน ส่วนฤดูใบไม้ร่วงจะเป็นดอกคอสมอสที่เบ่งบานไปจนทั่ว ทั้งสวนเป็นที่รู้จักของเหล่านักแสวงหาที่ท่องเที่ยว

ดอกไม้แต่ละประเภทนั้นจะได้รับการจัดวางให้เป็นภาพต่างๆ ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากบนหอชมวิว นอกจากนี้ยังสามารถที่จะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิเมื่ออากาศดีๆ ได้อีกด้วย แถมยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เกี่ยวกับดอกไม้ด้วย

[อันดับที่ 15] การทัศนศึกษาโรงงานประกอบเครื่องบิน ANA / โตเกียว, เขตโอตะ

"บริษัทการบินขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น ANA" (ANA機体工場見学)ได้เปิดให้บริการการทัศนศึกษา "โรงงานประกอบเครื่องบิน ANA (All Nippon Airways)" ที่อยู่ในกรุงโตเกียว เขตโอตะ เสน่ห์อันยิ่งใหญ่ที่สุดของที่นี่ก็คือการเข้าไปดูขั้นตอนการซ่อมบำรุงเครื่องบินได้อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปชมโรงเก็บเครื่องบิน หรือการสอบถามเกี่ยวกับชื่อรุ่นและฟังอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการซ่อมบำรุงเครื่องบิน ที่นี่เหมาะสำหรับให้เหล่าเด็กๆ ที่ชื่นชอบเครื่องบินมากๆ เลย ที่นี่อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ แต่ต้องระวังเพราะไม่อนุญาตให้มีการถ่ายวีดีโอหรือบันทึกเสียง อย่างไรก็ตาม การเข้าชมโรงงานนั้นจำเป็นต้องมีการจองคิวล่วงหน้าผ่านอินเตอร์เน็ต และมีเพียงเว็บไซต์กับคำอธิบายระหว่างเยี่ยมชมเป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น

[อันดับที่ 14] พิพิธภัณฑ์หน่วยลาดตระเวนทางสมุทร สาขาโยโกฮามะ / คานากาว่า, เมืองโยโกฮาม่า

"พิพิธภัณฑ์หน่วยลาดตระเวนทางสมุทร สาขาโยโกฮาม่า" (海上保安資料館 横浜館) ถูกสร้างขึ้นโดยวัตถุประสงค์เพื่อแสดงสถานการณ์ทางทะเลญี่ปุ่นในปัจจุบันและความสำคัญของงานลาดตระเวนชายฝั่ง โดยเปิดขึ้นเป็นพิพิธภัณฑ์และหอสมุดในปี 2004 ภายในมีฉากแสดงเอกสารข้อมูลต่างๆ ที่สรุปข้อมูลของหน่วยลาดตระเวนทางสมุทรญี่ปุ่น รวมไปถึงการแนะนำเรือและเครื่องบินลาดตระเวน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเรือขนาดเล็กที่จมลงในระดับ 90 เมตรบริเวณแถบทะเลใต้ของคิวชูเมื่อเดือนธันวาคมปี 2001 ตอนเกิดอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้างอีกด้วย เรือลำนี้ถูกเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ในฐานะวัตถุข้อมูลสำคัญที่ทำให้เห็นถึงสภาพความเป็นจริงของการเกิดเหตุทางท้องทะเล

[อันดับที่ 13] พระราชวังหลวงเกียวโต / เกียวโต, เมืองเกียวโต

"พระราชวังหลวงเกียวโต" (京都御所) เป็นหนึ่งในสถานที่พำนักของพระจักรพรรดิ์ญี่ปุ่นหลายต่อหลายรุ่น แม้ว่าในปัจจุบันพระจักรพรรดิ์นั้นได้ย้ายไปพำนักอยู่ที่ตำหนักหลวงในเขตชิโยดะ กรุงโตเกียว แต่ก่อนหน้านั้นได้พำนักและสำเร็จราชการอยู่ที่พระราชวังหลวงเกียวโตนี้ถึงปี 1869 ในปี 1944 ได้มีการเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมได้ จึงทำให้มีเหล่านักท่องเที่ยวมากมายแวะมาเยี่ยมชม "Shitenden (พระราชฐานหลัก)" หรือ "Kenreimon (ประตูบรมมหาราชวัง)"  ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวดั้งเดิมซึ่งเคยเป็นที่พำนักของพระจักรพรรดิ์ซึ่งสามารถเข้าชมได้ตลอดปีโดยไม่ต้องมีการจองล่วงหน้า หากมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเกียวโตก็ลองไปกันดูนะ สำหรับทีมงานที่ดูและที่นี่นั้นสามารถอธิบายประวัติความเป็นมาได้ทั้งภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ และจีน

[อันดับที่ 12] โรงงานเบียร์คิรินโยโกฮาม่า / คานากาวะ, เมืองโยโกฮาม่า

บริษัทผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น Kirin Beer ได้เปิดให้บริการทัวร์ "โรงงานเบียร์คิรินโยโกฮาม่า" (キリンビール 横浜工場) ที่สามารถเข้าทัศนศึกษาภายในโรงงานและทดลองชิมผลิตภัณฑ์ได้ แผนการเยี่ยมชมโรงงานแบ่งออกเป็น 3 รูท ได้แก่ "ทัวร์ค้นหาความลับความอร่อยของ Kirin Ichiban Shibori" ซึ่งจะได้ชิมรสชาติ "Kirin Ichiban Shibori" ซึ่งเป็นสินค้าอันดับหนึ่งของที่นี่ "ทัวร์สัมผัสธรรมชาติ" ที่คุณจะได้ชื่นชมกับสวนและไบโอโทปภายในเขตโรงงาน และ "แฟมิลี่ทัวร์" ที่มีการเข้าชมโรงงานไปพร้อมๆ กับเล่นเกมตอบคำถามระหว่างทาง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถเยี่ยมชมได้อย่างเพลิดเพลินทั้งนั้น

แต่ละรูทก็มีโปรแกรมการเดินที่ยอดเยี่ยมจนแทบจะไม่คิดว่าเป็นการเยี่ยมชมโรงงานแบบไร้ค่าใช้จ่าย การเข้าชมจำเป็นต้องจองล่วงหน้าเพราะฉะนั้นอย่าลืมจองก่อนไปกันนะครับ

ผลิตภัณฑ์ที่มีให้ชิม :
・Kirin Ichiban Shibori เบียร์สด
・Kirin Ichiban Shibori〈Kuronama〉
・Kirin Zero ICHI *Non-alcohol / เครื่องดื่มรสชาติเบียร์

<เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์>
・Kirin Afternoon Tea - Straight Tea
・Kirin Namacha
・Kirin Fire Low Sugar Coffee
・Tropicana 100% Orange
・Kirin Lemon
* สามารถดื่ม "Ichiban Shibori" ทั้ง 3 ประเภทเทียบกันได้
* สามารถดื่มเบียร์สดได้จากถังหมักโดยตรง
* ผู้เข้าชมสามารถชิมเครื่องดื่มได้ถึง 3 แก้ว
* มีการเตรียมเครื่องดื่มไร้แอลกฮอล์สำหรับเด็กๆ และคนที่ไม่สามารถดื่มแอลกฮอล์ได้
* ผลิตภัณฑ์ที่ให้ชิมนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

[อันดับที่ 11] แอร์ปาร์ค (ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศ เขตฮามามัตสึ) / ชิซูโอกะ, เมืองฮามามัตสึ

"แอร์ปาร์ค" (エアーパーク) ก็คือพิพิธภัณฑ์ทางการทหารที่เกี่ยวกับกองทัพอากาศซึ่งเปิดขึ้นในปี 1999 มีชื่ออย่างทางการว่า "ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศ เขตฮามามัตสึ" ภายในพิพิธภัณฑ์มีทั้งหอสมุดและโรงจัดแสดงเครื่องบิน แบ่งออกเป็นสองอาคารซึ่งมีเนื้อหาในการจัดแสดงต่างกัน ในส่วนของหอสมุดนั้นจะมีข้อมูลประวัติของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับกลไกการบินจัดแสดงเอาไว้ ในส่วนของโรงจัดแสดงเครื่องบินนั้นมีการนำเครื่องบินที่กองกำลังป้องกันตนเอง 19 ลำมาจัดแสดงเอาไว้อีกด้วย เป็นจุดท่องเที่ยวที่สามารถสนุกสนานเพลิดเพลินตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่แม้จะไม่เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องบิน จะมากันทั้งครอบครัวก็สามารถที่จะหาเรื่องสนุกทำกันได้ทั้งวัน

[อันดับที่ 10] สวนญี่ปุ่น Hotel New Otani / โตเกียว, เขตชิโยดะ

"สวนญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ใน Hotel New Otani Tokyo" (ホテルニューオータニ日本庭園) โรงแรมเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่เปิดทำการมาแล้วกว่า 400 ปี สวนนี้มีพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร มีทั้งบ่อน้ำที่มีปลาคาร์ฟว่ายอยู่ถึง 350 ตัว น้ำตกที่ความสูงกว่า 6 เมตร และ "สถาปัตยกรรม Sukiyazukuri" แบบญี่ปุ่นที่กระจัดกระจายกันอยู่ในสวน แถมยังสามารถที่จะชื่นชมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของต้นไม้ใบหญ้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล และยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเมื่อมีการประดับไฟอีกด้วย แม้จะอยู่ใจกลางเมืองใหญ่ แต่ก็เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีความสวยงามตามแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม สวนญี่ปุ่นแห่งนี้สามารถเดินเข้าทางล็อบบี้ของโรงแรมได้โดยตรง แน่นอนว่าแม้ไม่ได้พักที่โรงแรมนี้ก็สามารถเข้าไปชมสวนได้ การชมสวนญี่ปุ่นที่ใหญ่ขนาดนี้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายก็ถือว่าคุ้มค่านะ

[อันดับที่ 9] โรงกลั่นสุรา Suntory Hakushu / ยามานาชิ, เมืองโฮคุโตะ

จากสภาพภูมิศาสตร์ที่ที่ห้อมล้อมด้วยป่าอันอุดมสมบูรณ์ ทำให้ "โรงกลั่นสุรา Suntory Hakushu" (サントリー白州蒸溜所) ถูกเรียกว่า "โรงกลั่นกลางป่า" ที่นี่เป็นโรงกลั่นวิสกี้ที่ "Suntory" บริษัทผลิตเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ชั้นนำเป็นผู้บริหาร การเยี่ยมชมภายในโรงงานสามารถเข้าชมได้ทุกวันยกเว้นวันที่หยุดการผลิต หรือวันหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แน่นอนว่าไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม ที่นี่นอกจากจะผลิตซิงเกิลมอลต์วิสกี้ "Hakushu" อันสุดพิถีพิถันที่มีประวัติอันยาวนานแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวิสกี้ในวัฒนธรรมต่างๆ อีกด้วย สำหรับคอวิสกี้ญี่ปุ่นที่นี่ถือเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์เลยก็ว่าได้

[อันดับที่ 8] สวนเขตพระราชฐานฝั่งตะวันออก / โตเกียว, เขตชิโยดะ

"สวนเขตพระราชฐานฝั่งตะวันออก" (皇居東御苑) เป็นสวนที่อยู่ในพระบรมมหาราชวังที่พระจักรพรรดิ์ได้พำนักอยู่ในปัจจุบัน สวนแห่งนี้สร้างขึ้นบนพื้นที่ที่เคยเป็นพระราชฐานชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นในของปราสาทเอโดะ และเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 1968 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็เปิดให้บริการโดยไม่คิดค่าเข้าชมได้ตลอด ยกเว้นแต่วันที่มีการจัดพิธีการภายในปราสาท

ที่สวนเขตพระราชฐานฝั่งตะวันออกแห่งนี้มีดอกไม้ตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นดอกซากุระ ดอกบ๊วย ดอกสึบากิ หรือดอกซาซันกะ ซึ่งเบ่งบานตลอดทั้ง 4 ฤดูกาลของญี่ปุ่นให้ได้ชม นอกจากนี้ยังมีสิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น "ซากปราสาทหลังหลัก Edojo Tenshuato" "ป้อม Fujimi Yakuro" "ประตู Otemon" หรือ "ประตูข้ามสะพาน Kitahane Bashimon" ตั้งเรียงรายกันอยู่อย่างกลมกลืนให้ได้ชมท่ามกลางธรรมชาติ ที่นี่ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นอีกด้วย

[อันดับที่ 7] ล็อบบี้ชมวิวศูนย์ราชการเมืองโกเบ / เฮียวโกะ, เมืองโกเบ

บริเวณ "ล็อบบี้ชมวิวของอาคาร 1 ศูนย์ราชการเมืองโกเบ" (神戸市役所 展望ロビー) ชั้น 24 นั้นอยู่สูงจากพื้นดินราว 100 เมตร และเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองโกเบได้โดยรอบ ในช่วงกลางวันนั้นจะเห็นทั้งทิวทิศน์ของทะเลและภูเขารวมถึงหมู่ตึกระฟ้าทั้งหลายที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ ในส่วนของทิวทัศน์ยามกลางคืนก็เป็นที่รู้จักในนาม "ทัศนียภาพยามค่ำคืนมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์" ให้คุณได้ชื่นชมกับทิวทัศน์อย่างเพลิดเพลิน

ในโกเบนั้นมีจุดชมวิวอีกมากมาย โดยสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือ "Kobe Port Tower (ความสูง 108 เมตร)" ซึ่งต้องเสียค่าเข้าชม แต่ที่ล็อบบี้ของศูนย์ราชการที่แห่งนี้นอกจากจะได้ชมวิวเมืองโกเบโดยรอบโดยไม่เสียค่าเข้าแล้วยังมีความสูงพอๆ กันกับ "Kobe Port Tower" อีกด้วย หากมีโอกาสได้ไปเยือนแถบคันไซแล้วล่ะก็ ขอให้ลองแวะไปดูกันนะ

[อันดับที่ 6] โรงกลั่นสุรา Nikka Whisky จังหวัดมิยากิ / มิยากิ, เมืองเซนได

"โรงกลั่นสุรา Nikka Whisky" (ニッカウヰスキー 宮城峡蒸溜所) จังหวัดมิยากิ ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองของเมืองเซนได จังหวัดมิยากิ โดยเป็นโรงกลั่นสุราที่บริษัท "Nikka Whisky" ที่เป็นผู้ผลิตแอลกอฮอล์ของญี่ปุ่นเป็นผู้บริหาร สำหรับที่นี่นั้นเปิดทำการแทบทุกวันยกเว้นวันหยุดให้สามารถเยี่ยมชมได้โดยไม่เสียค่าบริการ นอกจากจะได้ดูขั้นตอนการทำวิสกี้ของญี่ปุ่นแล้ว หลังการเยี่ยมชมยังมีให้ชิมอีกด้วย ไปเพลิดเพลินกับการดื่มวิสกี้เทียบกันได้ สถานที่ตั้งนั้นอยู่ในหุบเขาลึกจนเรียกได้ว่าเป็นเมืองลับแลจึงทำให้เดินทางลำบากเล็กน้อย แต่การสัมผัสกับวัฒนธรรมวิสกี้ของญี่ปุ่นในพื้นที่ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ก็เป็นประสบการณ์ที่หาที่อื่นไม่ได้ จนทำให้หลายๆ คนลุ่มหลงในสถานที่แห่งนี้

[อันดับที่ 5] ฟาร์มโทมิตะ / ฮอกไกโด, เมืองนากะฟุราโนะ

"ฟาร์มโทมิตะ" (ファーム富田) เป็นสวนปลูกดอกลาเวนเดอร์ที่โด่งดังในเมืองนากะฟุระ จังหวัดฮอกไกโด ทุกๆ ปีจะเปิดให้บริการช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง โดยมีนักท่องเที่ยวกว่า 1 ล้านคนมาเยี่ยมชมที่นี่ จุดยอดนิยมในสวนคือ "Traditional Lavender Farm" ที่ถือเป็นสวนขนาดใหญ่ที่สุดอันน่าภาคภูมิใจของชาวญี่ปุ่น โดยพื้นที่กว่า 100 ล้านตารางเมตรที่เป็นที่ลาดถูกถมไปด้วยดอกลาเวนเดอร์จนเต็มเหมือนเป็นผืนแผ่นดินสีม่วงเลยทีเดียว หากจะถ่ายรูปขึ้นโซเชียลล่ะก็ ไม่มีที่ไหนเหมาะไปกว่าตรงนี้อีกแล้วล่ะ ช่วงที่แนะนำให้ไปก็คือฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูใบไม้ร่วง แต่ก็เป็นช่วงไฮซีซั่นที่มีคนแน่นมากๆ จึงควรไปตั้งแต่เช้าๆ ที่คนโล่งอยู่เพื่อให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศตรงนี้ได้อย่างเต็มที่

[อันดับที่ 4] มัสยิดโตเกียวและศูนย์วัฒนธรรมตุรกี / โตเกียว, เขตชิบูย่า

"มัสยิดโตเกียวและศูนย์วัฒนธรรมตุรกี" (東京ジャーミイ トルコ文化センター) เป็นมัสยิดสไตล์ออสมันตุรกีที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ได้รับความนิยมจากการเป็นจุดเผยแผ่วัฒนธรรมมุสลิมในตัวเมืองซึ่งให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศแบบต่างแดน สำหรับลักษณะพิเศษของที่นี่คือสามารถให้คนที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมสามารถเข้าชมได้ สำหรับมัสยิดที่ยอมให้ผู้ประกาศตนไม่มีศาสนาและคนศาสนาอื่นเข้าชมนั้นถือเป็นสิ่งแปลกประหลาดเลยล่ะ ที่นี่เปิดให้บริการทัวร์ทั้งในวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์ตั้งแต่ 10:00-18:00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้าจึงสามารถเข้าชมได้ทันที นอกจากนี้ทุกๆ วันศุกร์เวลา 12:45 น. จะมีการทำศาสนพิธีละหมาดอีกด้วย

[อันดับที่ 3] Nikka Whisky โรงกลั่นโยอิจิ / ฮอกไกโด, เมืองโยอิจิ

"Nikka Whisky โรงกลั่นโยอิจิ" (ニッカウヰスキー 余市蒸溜所) นั้นเป็นหนึ่งในสองโรงกลั่นวิสกี้ในญี่ปุ่นของ "Nikka whisky" เช่นเดียวกับ "โรงกลั่นวิสกี้จังหวัดมิยากิ" ในอันดับที่ 6 โรงกลั่นนี้ก็เปิดให้เข้าทัศนศึกษาด้วยเช่นกัน ซึ่งมีไกด์คอยอธิบายรายละเอียดภายในโรงงานไปด้วย ที่ชั้น 2 ของอาคารนั้นยังมี "พิพิธภัณฑ์วิสกี้" ซึ่งดัดแปลงมาจากโรงเก็บสุราอีกด้วย เรายังสามารถที่จะเรียนรู้ประวัติศาสตร์และความเป็นมาของผู้ก่อตั้งจากภาพถ่ายหรือเอกสารที่จัดแสดงเอาไว้ภายในได้อีกด้วย นอกจากนี้ ในสถานที่เดียวกันนี้ยังมีคฤหาสน์ส่วนตัวของ "Masataka Takezuru" ซึ่งว่ากันว่าเป็น "บิดาแห่งวิสกี้ญี่ปุ่น" อยู่ภายในพื้นที่ โดยเราสามารถเข้าทัศนศึกษาบางส่วนของที่นั่นได้อีกด้วย เป็นสถานที่ที่มีเหล่านักท่องเที่ยวมากมายให้ความสนใจมาเยี่ยมชม สำหรับผู้ชื่นชอบวิสกี้แล้ว ที่นี่ถือว่าเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว

[อันดับที่ 2] เขื่อนคุโรเบะ / โทยามะ, เมืองทาเทยามะ

"เขื่อนคุโรเบะ" (黒部ダム) เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดที่ตั้งคร่อมระหว่างจังหวัดโทยามะกับจังหวัดนากาโน่ เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 1956 และใช้เวลาถึง 7 ปีในการสร้างเป็นเขื่อนขนาดมหึมานี้ ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ "การปล่อยน้ำสำหรับนักท่องเที่ยว" ที่จะมีน้ำถูกปล่อยออกมาปริมาณราว 10 ตันต่อวินาทีจาก "สันเขื่อน Entei" ซึ่งมีความสูง 186 เมตรและกว้าง 492 เมตร คุณจะเห็นภาพพื้นหลังห้อมล้อมด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ และสามารถถ่ายรูปกับสายรุ้งอันสวยงามได้ นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมี "รถไฟช่องแคบคุโรเบะ Kurobe Keiya" หรือ "กระเช้า Tateyama Ropeway" หรือจะเป็นกำแพงหิมะสูง 2 เมตรที่เรียกว่า "Yuki no Taiya" ที่เป็นจุดท่องเที่ยวใกล้เคียงอีกด้วย หากจะเที่ยวให้ครบทั้งหมดนี่ เวลา 1 วันก็คงจะไม่พอแน่ๆ ลองวางแผนท่องเที่ยวไปกันให้เต็มอิ่มดูนะ

[อันดับที่ 1] เที่ยวชมโรงงาน JAL ที่ Sky Museum / โตเกียว, เขตโอตะ

สำหรับสถานที่ที่เปล่งประกายเป็นอันดับ 1 อย่างเต็มภาคภูมิในครั้งนี้ก็คือ "Sky Museum" พิพิธภัณฑ์ที่บริหารจัดการโดย "Japan Airlines Limited (JAL)" อยู่ในจังหวัดโตเกียว ที่นี่มีการแสดงประวัติศาสตร์ของบริษัทและแสดงเอกสารเกี่ยวกับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบิน ไปจนถึงการสวมชุดเครื่องแบบเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก และเยี่ยมชมโรงงานแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย

ในการเยี่ยมชมโรงงานนั้นหลังจากชมส่วนที่เป็นจุดจัดแสดงต่างๆ แล้ว ไกด์จะพาเข้าไปให้ความรู้ในห้องอบรมและพาไปชมโรงเก็บเครื่องบิน โดยคนที่พาเยี่ยมชมก็คือฝ่ายเทคนิคและพนักงานต้อนรับบนเครื่องเอง จึงทำให้สามารถฟังประสบการณ์ตรงของพนักงานได้อีกด้วย จากความนิยมของที่นี่เคยมีการจองคิวแน่นขนัดตลอดเวลา แต่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2020 เป็นต้นไปจะมีการปรับปรุงสถานที่ซึ่งทำให้ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว เลือกวันไปเที่ยวดีๆ กันนะ

เที่ยวญี่ปุ่นอย่างเต็มอิ่มโดยแทบไม่ต้องใช้เงิน

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกเลือกมาในบทความนี้นั้นไม่มีการคิดค่าบริการทุกที่เลย แถมส่วนใหญ่ยังอยู่ในแถบคันโต หากมีโอกาสแล้วเราอยากให้คุณแวะเวียนไปชื่นชมดูสักครั้ง!  อยากให้ทุกคนลองไปดูกันด้วยตนเองจริงๆ ครับว่าทำไมที่เที่ยวเหล่านี้ถึงได้เป็นจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากชาวญี่ปุ่นอย่างล้นหลามมานาน ลองสัมผัสด้วยตัวคุณเองนะ

ที่มาของการจัดอันดับ : TripAdvisor - Top 20 Free Attractions in Japan 2019

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร