ทำความรู้จักกับร้านอาหารแฟรนไชส์ตัวท็อปในญี่ปุ่นกันเถอะ

ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นร้านที่ได้รับความนิยมในหลายๆ ประเทศเพราะมันทั้งเร็วและถูก ญี่ปุ่นก็เช่นกัน ที่นี่มีร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดมากมายตั้งเรียงรายอยู่ตามริมถนน ไม่ว่าคุณกำลังอาหารที่ทำให้อิ่มท้องได้ในราคาประหยัดหรืออาหารที่ทานเร็วๆ ง่ายๆ หรือแค่อยากรู้ว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดของญี่ปุ่นเป็นอย่างไร คุณจะได้พบทุกคำตอบในบทความนี้ ตามไปรู้จักกับร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดตัวท็อปที่มีแฟรนไชส์อยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่นกันเถอะ!

ทั่วประเทศ

อาหารการกิน

เบอร์เกอร์

เฟรชเนสเบอร์เกอร์ (Freshness Burger)

ร้าน Freshness Burger ถูกตั้งขึ้นในโตเกียวเป็นครั้งแรกในปี 1992 เจ้าของร้านได้รับแรงบันดาลใจจากเบอร์เกอร์ที่เขาได้รับประทานตอนไปเที่ยวที่รัฐ Tennessee ประเทศอเมริกา เมื่อกลับมาจากการเดินทาง เขาก็ตัดสินใจเปิดร้านนี้ขึ้นเพื่อเลียนแบบรสชาติของเบอร์เกอร์เหล่านั้น ร้านนี้ให้ความสำคัญการทำเบอร์เกอร์ด้วยวัตถุดิบสดๆ ตามที่บอกไว้ในชื่อร้านและยังมีขนมปังให้เลือกได้ถึง  3 แบบ คือ ฟักทอง งาและแบบแป้งน้อย สิ่งที่น่าประทับใจอีกอย่างหนึ่งของร้านนี้ คือ สต๊อกเครื่องเทศ (ซอสเผ็ด เกลือ ผงกะหรี่ น้ำมันกระเทียมแบบเสปรย์และอื่นๆ อีกมากมาย) ที่นำเข้ามาจากหลายประเทศทั่วโลก

ร้านนี้มีเมนูเบอร์เกอร์มากมายให้คุณเลือก ทั้งแบบคลาสสิกที่คุณสามารถหาทานได้ทั่วไปและรูปแบบใหม่ๆ ที่มีไส้เป็นไก่ทอด ไข่ออมเล็ต สแปม(SPAM) และปลาทอด ในบางพื้นที่ก็จะมีเมนูเบอร์เกอร์ที่มีเฉพาะสาขาด้วยเช่นกันเช่น เบอร์เกอร์โฮมรันเนื้อ 4 ชั้นที่สนามกีฬาวัดเมจิ (Meiji Jingu Stadium) และไส้ "เกี๊ยวทอด" ของเมนูที่ชื่อ Utsunomiya Yasai Gyoza Burger ที่สามารถหากินได้เพียง 4 สาขาในจังหวัดโทชิกิ (Tochigi)

นอกจากเบอร์เกอร์แล้ว คุณยังสามารถสั่งเมนูอาหารอื่นๆ เช่น ฮอทดอกกับพาสต้าได้หลัง 11 โมงเช้าด้วย!

มอสเบอร์เกอร์ (MOS BURGER)

ร้าน MOS BURGER เปิดทำการตั้งแต่ปี 1972 และเสิร์ฟเป็นเบอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น ร้านนี้มีเบอร์เกอร์รสชาติญี่ปุ่นๆ อยู่มากมาย เช่น เทริยากิ กุ้งสับชุบเกล็ดขนมปังทอด เบอร์เกอร์ปลา เบอร์เกอร์ไส้หมูทงคัตสึ (หมูชุบเกล็ดขนมปังทอด) และยังมีเบอร์เกอร์ข้าวอีกด้วย! โดยเขาจะใช้ข้าวปั้นเป็นแผ่นกลมๆ มาใช้แทนขนมปังแล้วยัดไส้ด้วยอาหารญี่ปุ่นที่ทุกคนรู้จักดี เช่น เทมปุระกุ้ง ยากินิคุ (เนื้อย่าง) และ ไคเซ็นคาคิอาเกะ (อาหารทะเลทอด)

หากคุณกำลังอยู่ในช่วงคุมน้ำหนัก ก็สามารถสั่งเบอร์เกอร์ที่ใช้ผักกาดหอมแทนที่ขนมปังหรือขอเปลี่ยนชิ้นเนื้อตรงกลางเป็นแผ่นไส้ที่ทำจากถั่วเหลืองก็ได้ และเช่นเดียวกับ Freshness Burger ร้านนี้มีเมนูฮอทดอกให้สั่งและในช่วงเช้าคุณก็สามารถสั่งขนมปังปิ้งมาทานเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ที่สดใสได้ด้วย!

ล็อตเตอเรีย (Lotteria)

ร้าน Lotteria ถูกก่อตั้งตั้งแต่ปี 1972 และครองอันดับต้นๆ ในบรรดาแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของญี่ปุ่นมายาวนานจนถึงปัจจุบัน เมนูของร้านนี้ถูกออกแบบให้เข้ากับรสชาติและวัฒนธรรมอาหารของคนญี่ปุ่น ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้เห็นเมนูเบอร์เกอร์ที่มีเอกลักษณ์ที่คุณจะไม่มีทางหาได้ตามร้านอาหารฟาสฟู้ดตะวันตกแน่นอน ตัวอย่างเช่น เบอร์เกอร์กุ้ง เบอร์เกอร์ไข่ต้มและเทอริยากิ

ทางร้านมักจะมีเเบอร์เกอร์และเครื่องดื่มเมนูพิเศษออกมาวางขาย หากเป็นช่วงนี้ก็จะมีแคมเปญเมนูพิเศษเป็นเบอร์เกอร์เนื้อพริก เบอร์เกอร์ Buffalo Chicken (ไก่ชุบซอสแดงทอด) และเบอร์เกอร์ชีสสามเกลอ นอกจากนี้ก็มีเมนูช่วงเช้าแยกต่างหากด้วย ร้านนี้มักจะมีโครงการร่วมกับแบรนด์มันฝรั่งทอดต่างๆ ดังนั้นบางครั้งคุณก็จะได้เห็นภาพเบอร์เกอร์ของ Lotteria ไปโผล่อยู่บนซองขนมที่วางขายอยู่ตามร้านค้าด้วย

เฟิร์สคิทเช่น (First Kitchen)

First Kitchen เปิดร้านในญี่ปุ่นราวๆ ปี 1977 และในปี 2016 ก็ได้จับมือกับร้านฟาสต์ฟู๊ดที่ชื่อ Wendy's ซึ่งเป็นร้านจากฝั่งอเมริกา จากนั้นแบรนด์นี้จึงกลายเป็น Wendy's First Kitchen ไปนั่นเอง ร้านนี้มีเมนูอาหารที่หลากหลาย ทั้งเบอร์เกอร์ แซนด์วิช พาสต้า เครื่องดื่มและเฟรนช์ฟรายส์หลากหลายรสชาติ เช่น รสเนย ซุปไก่ เนยโชยุ และไข่ปลาพอลล็อค

ร้านนี้ขายทั้งเบอร์เกอร์แบบคลาสสิกและแบบญี่ปุ่น (กุ้ง เทอริยากิ ฯลฯ) แต่ก็มีเมนูที่ล้ำยิ่งกว่าเช่น แซนด์วิชโชกะยากิที่สอดใส้ด้วยหมูผัดขิงและ Wild Rock เบอร์เกอร์ที่เนื้อสองแผ่นคือ "ขนมปัง"

แกงกะหรี่ญี่ปุ่น

โกโกเคอร์รี่ (Go! Go! Curry)

Go! Go! Curry เป็นร้านที่โดดเด่นด้านแกงกะหรี่สูตรคานาซาว่า มีเอกลักษณ์อยู่ตรงที่จานจะโปะหน้าด้วยของชุบแป้งทอดกรอบๆ ตัดเป็นชิ้นๆ วางมาบนซอสแกงกะหรี่ที่เข้มข้น อาหารจะถูกเสิร์ฟมาบนจากแสตนเลสพร้อมด้วยกะหล่ำปลีซอยกองโต ที่ใส่มาข้างๆ รับประทานโดยใช้ส้อมกับช้อนกึ่งส้อม (Spork) แกงกะหรี่คานาซาว่าของร้านแห่งนี้มีขั้นตอนการเตรียมน้ำแกงกะหรี่มากถึง 55 ขั้นตอน และใช้เวลาเคี่ยวนานถึง 5 ชั่วโมงเพื่อรีดเค้นรสชาติที่น่าหลงใหลนั้นออกมา

คุณสามารถสั่งแกงกะหรี่พร้อมหมูหรือไก่ชุบแป้งทอด กุ้งทอดและใส้กรอกได้ และยังสามารถเพิ่มท็อปปิ้งได้ตามใจชอบด้วย หากคุณเป็นคนทานเยอะและอยากได้อะไรที่มีความท้าทายแล้งล่ะก็ เราขอแนะนำให้ลองสั่ง Grand Slam ซึ่งเป็นเมนูที่ยัดท็อปปิ้งทุกอย่างที่ทางร้านมีให้ หรือ World Champion Curry ข้าวราดแกงกะหรี่ขนาดยักษ์ที่มีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 2.5 กิโล!

เคอร์รี่เฮาส์ โคโค่อิฉิบันยะ (CURRY HOUSE CoCo ICHIBANYA)

ร้าน CoCo ICHIBANYA หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า "Coco-ichi" เป็นหนึ่งในบรรดาร้านแกงกะหรี่ยอดนิยมในญี่ปุ่นและความโด่งดังก็ทำให้ร้านแห่งนี้ได้ขยายสาขาไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก จุดเด่นของร้าน Coco-ichi คือ ความยืดหยุ่นในการสั่งอาหารที่สามารถเลือกทั้งปริมาณข้าว ระดับความเผ็ด และเครื่องท็อปปิ้งได้ตามใจชอบ โดยทางร้านก็มีตัวเลือกให้มากถึง 40 อย่าง

คุณสามารถเพิ่มเนื้อและอาหารทะเลได้ หรือจะเลือกท็อปปิ้งเป็นของทอดต่างๆ เช่น หมูหรือไก่ชุบแป้งทอดก็ได้เช่นกัน และหากคุณต้องการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการก็สามารถสั่งแบบที่เพิ่มผักต่างๆ เช่น ผักโขม มะเขือม่วงและมะเขือเทศได้

นอกจากนี้ ยังมีท็อปปิ้งอื่นๆ อย่างไข่คน ชีสและนัตโตะ (ถั่วเหลืองหมัก) คุณสามารถเพิ่มลดท็อปปิ้งและสิ่งต่างๆ ได้ตามใจคุณเพราะที่ร้านแห่งนี้ ลูกค้าคือพระเจ้า

ข้าวหน้าต่างๆ และเซตอาหารญี่ปุ่น

มัตสึยะ (Matsuya)

ร้าน Matsuya เป็นหนึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่แห่งร้านแฟรนไชส์กิวด้ง (ข้าวหน้าเนื้อ) ในญี่ปุ่น เริ่มบริการเสิร์ฟข้าวหน้าเนื้อร้อนๆ แสนอร่อยให้ลูกค้ามาตั้งแต่ปี 1980 ถึงแม้ว่าเมนูหลักของทางร้านจะเป็นข้าวราดหน้าเนื้อและหอมใหญ่ตุ๋นรสชาติเค็มหวานกำลังดี คุณยังสามารถปรุงรสด้วยการเพิ่มวัตถุดิบต่างๆ เช่น หอมซอยและหัวไชเท้าขูด และหากคุณอยากได้อาหารเซต ก็สามารถสั่งซุปมิโสะกับผักดองมากินคู่กันได้ด้วย

นอกจากเมนูกิวด้งแบบมาตรฐานแล้ว ที่นี่ยังมีข้าวราดหน้าแบบอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งแกงกะหรี่ เทโชคุ (อาหารเซตแบบญี่ปุ่น) อุด้งและสลัด หรือหากมาหาอาหารเช้าทานที่นี่ ก็จะได้รับประทานอาหารเช้าตามมาตรฐานของชาวญี่ปุ่นซึ่งมีปลาย่าง ข้าวไข่ดิบราดซอสโชยุ ไส้กรอกและไข่

สุคิยะ (Sukiya)

หนึ่งในคู่ต่อสู้ตัวฉกาจในศึกประชันกิวด้ง คือ Sukiya ร้านที่เริ่มต้นเสิร์ฟความอร่อยมาตั้งแต่ปี 1982 และมีสาขาอยู่มากถึง 2,000 แห่งทั่วประเทศ เมนูชามเด็ดสูตรมาตรฐานของทางร้านก็เด็ดก็ถูกชนิดที่ราคาไม่ถึง 500 เยนด้วยซ้ำ! ยิ่งถ้าคุณทานคู่กับท็อปปิ้งอย่างกิมจิ ชีส ไข่ดิบหรือมันเทศขูด คุณก็จะได้สัมผัสกับรสชาติใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

นอกจากนี้ คุณสามารถสั่งเมนูข้าวแกงกะหรี่ ข้าวดงบุริหน้าต่างๆ ที่มีปลาทูน่าหรือไก่สับ และเทโชคุที่มากับอาหารสไตล์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นอย่างปลาแซลมอนย่าง เนื้อผัดหรือโชกะยากิ หรือจะเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วยการสั่งเซตอาหารสุดคุ้มที่เสิร์ฟมาพร้อมกับสลัด ซุปมิโสะ ไข่หรือเต้าหู้

โยชิโนยะ (Yoshinoya)

Yoshinoya เป็นร้านที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาแฟรนไชส์ร้านกิวด้งทั้ง 3 ร้านเปิดเป็นครั้งแรกในปี 1899 และก็ทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารที่รสชาติดี ทำเร็ว และราคาถูกมานานกว่า 100 ปี ร้านนี้มองหาค่อนข้างง่ายเนื่องจากมีป้ายร้านที่เป็นแถบสีส้มอันเด่นชัด

เช่นเดียวกับร้านกิวด้งร้านอื่นๆ ที่นี่มีข้าวหน้าเนื้อและท็อปปิ้งที่หลากหลาย รวมถึงโปรตีนเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ อย่างหมูหรือไก่ด้วย

ร้านนี้มีตัวเลือกอาหารให้คุณมากมาย ตั้งแต่เมนูแกงกะหรี่ ปลาไหล สุกี้ยากี้(หม้อไฟญี่ปุ่น) อาหารมังสวิรัติ คาราอาเกะ(ไก่ทอด) และอาหารญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิม และในช่วงเวลาตี 4 โมงถึง 11 โมงเช้า ก็มีเซต "1 ซุป 3 เครื่องเคียง" ที่มาพร้อมเครื่องเคียงอย่างสลัดผัก เนื้อตุ๋น(แบบที่ไว้ราดหน้ากิวด้ง) แฮมและไข่ นัตโตะ และปลาย่าง

นาคาอุ (Nakau)

ร้าน Nakau มีชื่อเสียงในฐานะร้านขายข้าวหน้าต่างๆ และอุด้งสไตล์เกียวโต เปิดทำการตั้งแต่ปี 1966 ร้านแห่งนี้มีข้าวราดหน้าสารพัดอย่าง ตั้งแต่โอยาโกะด้ง(ข้าวหน้าไก่กับไข่) คัตสึด้ง(ข้าวหน้าหมูชุบแป้งทอด) กิวโทจิด้ง (ข้าวหน้าเนื้อและไข่) และแน่นอนว่ากิวด้งก็มีเช่นกัน

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีโอยาโกะด้งสไตล์อิตาเลียนซึ่งทำมาจากซอสโหระพา ชีสและมะเขือเทศ รวมถึวเนื้อต่างๆ มีทั้งปลาไหลและลูกชื้นไก่

ที่ร้านมีเมนูอุด้งกับโซบะหลายๆ แบบให้เลือกเช่นกัน ไม่ว่าจะกินแบบจุ่มซุปแบบทั้งเย็นหรือร้อน หรือแบบไม่มีซุปเลยก็ตาม คุณสามารถสั่งได้ตามใจอยาก

เทนยะ (Tenya)

หากคุณเป็นคนที่ชอบทานเทมปุระ คุณน่าจะอยากพุ่งไปที่ร้าน Tenya มากกว่า ร้านนี้เสิร์ฟ "เทนด้ง" (ข้าวหน้าเทมปุระ) หลากหลายรูปแบบในราคาไม่เกิน 1,000 เยน ซึ่งต่างจากเทนด้งทั่วไปที่ปกติจะมีราคาค่อนข้างแพง ที่ Tenya คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับรสชาติของอาหารทอดคุณภาพดีในราคาสบายกระเป๋า

ข้าวแต่ละชามจะมาพร้อมกับเทมปุระในปริมาณที่พอเหมาะ ทำด้วยวัตถุดิบอย่างกุ้ง ฟักทองญี่ปุ่น กระเจี๊ยบ รากบัว หอยนางรมและมะเขือม่วง และหากคุณจ่ายเพิ่มอีกเล็กน้อย คุณก็จะได้เป็นเซตอาหารที่มาพร้อมผักแและซุป

คุณสามารถสั่งเต้าหู้เย็นมาแทนข้าวได้ หรือหากอยากได้เมนูที่หลากหลายยิ่งขึ้น จะสั่งเป็นเซตโซบะหรือเซตอุด้งมาทานแทนข้าวก็ได้เช่นกัน

อาหารประเภทเส้น

มารุกาเมะ เซเมง (Marugame Seimen)

ไม่ว่าคุณจะเที่ยวอยู่ที่ไหนในประเทศญี่ปุ่น คุณก็อาจบังเอิญเจอกับร้าน Marugame Seimen อยู่บ่อยครั้ง และร้านนี้ก็ไม่ได้มีชื่อเสียงแค่ในประเทศเท่านั้น แต่ยังดังข้ามน้ำข้ามทะเลอีกด้วย เพราะในปัจจุบันร้านนี้ได้มีการขยายสาขาไปยังต่างประเทศมากถึง 223 สาขา ใน 13 ประเทศ แน่นอนว่าเหตุผลที่ทำให้ร้าน Marugame Seimen ไปดีไปได้ไกลขนาดนี้ก็คือ ความอร่อย บริการที่รวดเร็ว และราคาที่สบายกระเป๋านั่นเอง

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของร้าน Marugame Seimen แห่งนี้ คือ วิธีการสั่งอาหารที่ไม่เหมือนใคร โดยเริ่มจากเลือกประเภทของเส้นอุด้งที่คุณต้องการ (คามะทามะอุด้ง, คาเคะอุด้ง, บุคคาเคะอุด้ง เป็นต้น คุณสามารถตามไปอ่านบทความนี้เพื่อทำความรู้จักกับอุด้งและความแตกต่างระหว่างอุด้งแต่ละประเภทได้เพิ่มเติม) พ่อครัวก็จะเสิร์ฟอุด้งในชามให้คุณในชั่วพริบตา จากนั้นคุณก็ถือถาดเดินตามแถวไปเรื่อยๆ คอยคึบเทมปุระหรือ โอนิกิริ (ข้าวห่อสาหร่าย) ที่คุณต้องการ และสุดท้ายก็จ่ายเงิน เร็ว ง่าย และสะดวกสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ

ริงเกอร์ฮัท (Ringer Hut)

Ringer Hut เป็นร้านที่ค่อนข้างใหม่ในวงการอาหาร เพิ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2006 แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามีการเติบโตและขยายสาขาได้มากมาย ร้านนี้ตั้งต้นอยู่ที่จังหวัดนางาซากิ มีเมนูเด็ดประจำร้านเป็น "นางาซากิจัมปง" เป็นก๋วยเตี๋ยวในน้ำซุปที่ทำจากหมูและไก่ มีท็อปปิ้งเป็นวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น เนื้อหมู อาหารทะเล และผัก ถือเป็นอาหารที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพที่ต้องการทานผักเยอะๆ

นอกจากนี้ยังมีเมนูบะหมี่แห้งที่เรียกว่า"ซาระอุด้ง" (Sara Udon) เป็นหมี่กรอบราดซอสที่ทำจากอาหารทะเล หมู และผักต่างๆ คุณสามารถปรุงรสเพิ่มเติมด้วยมิโซะเผ็ด ไข่ต้ม เนยโชยุ และนิกุมิโซะ (เนื้อบดที่ปรุงรสด้วยมิโซะ) และหากคุณกลัวไม่อิ่มจะสั่งเครื่องเคียงเป็นเกี๊ยวซ่า (เกี๊ยวทอด) ข้าวสวย ข้าวผัด หรือของหวานมาร่วมด้วยก็ได้ 

เบนโตะ (ข้าวกล่อง)

ออริจินเบนโตะ (Origin Bento)

Origin Bento เป็นร้านขายข้าวกล่องรายวัน เมื่อคุณเดินเข้าไปก็จะเห็นชั้นวางอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารจานหลักและเครื่องเคียงวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด คุณสามารถเลือกตักได้ตามใจชอบโดยตักใส่ภาชนะพลาสติกแบบต่างๆ หรือใช้กล่องข้าวพลาสติกแบบเบนโตะที่มีช่องแบ่งสำหรับตักอาหารหลายๆ อย่าง ร้าน Origin แห่งนี้จะทำให้มื้ออาหารของคุณง่าย หลากหลาย และมีคุณภาพ

และที่นี่ก็มีซื้อข้าวกล่องแพ็กสำเร็จกับโอนิกิริแบบต่างๆ ให้คุณหยิบซื้อได้เลยในวันที่เร่งรีบ

 

ฮกกะ ฮกกะ เทอิ (Hokka Hokka Tei)

เมื่อคุณเหนื่อนล้ามาจากการทำงานทั้งวัน การเรียน หรือการเดินทางท่องเที่ยว ในบางครั้งคุณก็อาจจะแค่ขี้เกียจทำอาหารหรือไม่อยากจ่ายค่าอาหารที่แพงเกินไปเวลาไปออกไปกินนอกบ้าน เวลาอย่างนี้แหละที่ร้านอาหารกล่องอย่าง Hokka Hokka Tei จะออกโรง ร้านนี้มีข้าวกล่องมากมายหลายประเภท ทุกกล่องจะมีข้าวกับเครื่องเคียงหลายแบบที่คุณเลือกได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นคาราอาเกะ (Karaage) ไก่นัมบัง (Chicken Namban เนื้อไก่ทอดกรอบราดซอสทาร์ทาร์), โชกะยากิ (เนื้อสัตว์ผัดขิง), ปลาย่าง หรือสเต็กแฮมเบิร์ก เป็นมื้ออาหารที่ค่อนข้างสมบูรณ์ อิ่มท้อง แถมยังอร่อยด้วย!

ฮตโตะ มตโตะ (Hotto Motto)

Hotto Motto เป็นอีกหนึ่งร้านที่ให้บริการอาหารข้าวกล่องเบนโตะแบบเทคเอาต์ ร้านนี้จะทำให้มื้ออาหารของคุณสะดวกสุดๆ แถมยังมีอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่นด้วย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะหิวมากหิวน้อยก็สามารถแวะไปได้ทุกเมื่อ

ร้านนี้มีเมนูอาหารที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมอย่าง เนื้อหรือหมูชุบเกล็ดขนมปังทอด, ปลาย่าง, แกงกะหรี่ญี่ปุ่น, คาราอาเกะ, โชกะยากิ, ไก่นัมบัง และยังมีอาหารต่างชาติ เช่น ข้าวผัดกะเพราะและบิบิมบับ (Bibimbab) อีกด้วย

ซูชิสายพาน

ซูชิโร (Sushiro)

ร้านซูชิสายพาน เป็นร้านอาหารที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นร้านอาหารที่ราคาไม่แพงและเป็นร้านแบบบริการตนเองซึ่งสะดวกและรวดเร็ว 

Sushiro เป็นร้านที่มียอดขายสูงเป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่นเมื่อปี 2011 เดิมทีเป็นเพียงร้านซูชิธรรมดาๆ ที่เปิดให้บริการในจังหวัดโอซาก้าเป็นที่แรก โดยตอนนั้นใช้ชื่อ "Sushi Taro" จากนั้นก็เริ่มมีสาขาอื่นตามมา โดยใช้ชื่อ "Sushiro"  ที่คนรู้จักกันในปัจจุบัน ร้านนี้มีสาขาอยู่ใน 47 จังหวัดทั่วประเทศญี่ปุ่น ไม่แน่ว่าแถวๆ ที่พักของคุณอาจมีสักสาขาหนึ่งตั้งอยู่ก็ได้

ร้านนี้มีเมนูซูชิมากถึง 80 แบบ และหากนับรวมกับเมนูเครื่องเคียงอื่นๆ (อุด้ง, ซุป, ราเมง, ของทอด, ของหวาน) ก็จะมีมากถึง 120 อย่างเลยทีเดียว ซูชิ 1 จาน (ปกติจะมี 2 คำ) มีราคาเริ่มต้นที่ 100 เยน (ยังไม่รวมภาษี) ไปจนถึง 300 เยน

คุระซูชิ (Kurasushi)

Kurasushi เปิดร้านที่เปิดตัวในโอซาก้าเช่นกัน และในปัจจุบันก็มีสาขาอยู่กว่า 420 แห่งทั่วโลก รวมถึงที่สหรัฐอเมริกาและประเทศไต้หวันด้วย! ร้านนี้มีระบบการเก็บจานที่ต่างจากร้านอื่น โดยคุณสามารถเอาจานซูชิที่ทานเสร็จแล้วใส่เข้าไปในช่องเก็บจาน และคุณก็จะไม่มีจานมากองสูงๆ อยู่ข้างตัวอีกต่อไป จำนวนจานที่นำไปใส่ช่องจะถูกนับด้วยระบบดิจิทัล และเมื่อคุณกินครบ 5 จาน ก็จะมีสิทธิ์เล่นตู้กาชาปองได้ 1 ครั้ง

ที่นี่เองก็มีหน้าซูชิหลายแบบให้เลือก แต่ก็ไม่เหมือนร้าน Sushiro ที่ตั้งเมนูซูชิราคาแพงหน่อยอยู่ที่ 300 เยนต่อซูชิ 2 คำ เมนูซูชิแพงๆ ของร้าน Kurasushi จะอยู่ในราคา 100 เยน ต่อซูชิ 1 คำเท่านั้น และเนื่องจากเมนูส่วนใหญ่มักจะราคา 100 เยน คุณจึงสามารถเพลิดเพลินไปกับซูชิหลากประเภทได้ในราคาสบายกระเป๋า คุณสามารถสั่งเบอร์เกอร์ที่นี่ได้ด้วยนะ!

ฮามะซูชิ (Hamazushi)

Hamazushi มีสาขาอยู่ประมาณ 486 แห่งทั่วประเทศ จัดว่าเป็นร้านที่มีสาขามากเป็นอันกับต้นๆ ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ร้านนี้มีเมนูซูชิมีให้เลือกอยู่กว่า 100 ชนิดและยังมีการดัดแปลงโดยใส่มายองเนสและซอสอื่นๆ ด้วย ซูชิส่วนใหญ่ราคาอยู่ที่ 100 เยน และในวันจันทร์ - ศุกร์ก็จะยิ่งถูกลงไปอีก เหลือเพียง 90 เยนต่อจานเท่านั้น

คุณสามารถสั่งซูชิหน้าปกติทั่วไปอย่างแซลมอน ทูน่า ปลาแมคเคอเรล กุ้ง ฮามาจิ (ปลาชนิดหนึ่ง) ฯลฯ หรือจะสั่งเป็นเมนูซูชิดัดแปลงแบบต่างๆ เช่น เนื้อติดซี่โครง เนื้อย่าง เนื้อเป็ด โปรสชุตโต้ (Prosciutto แฮมดิบ) สเต็ก เทมปุระ

คัปปะซูชิ (Kappa Sushi)

Kappa Sushi เปิดกิจการขึ้นในปี 1979 เป็นร้านซูชิสายพานที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของประเทศญี่ปุ่น หากพูดถึงเอกลักษณ์ของร้านนี้แล้วล่ะก็ คงจะเป็นชินคันเซ็น (รถไฟหัวกระสุน) ที่คอยส่งออเดอร์ให้ถึงโต๊ะของคุณนี่ล่ะ แต่รู้ไหมว่าเมื่อก่อนร้านนี้เสิร์ฟอาหารด้วยการนำซูชิใส่ถังแล้วปล่อยให้ไหลลงมาตามทางน้ำด้วยนะ

ระบบสั่งอาหารด้วยแท็บเล็ตที่เราเห็นตามร้านซูชิสายพานในปัจจุบันก็เริ่มต้นมาจากร้าน Kappa sushi แห่งนี้เช่นกัน

เมนูซูชิอันหลากหลายของร้านนี้ถูกแบ่งออกเป็นหมวดต่างๆ ได้แก่ ซูชิหน้าพิเศษ (Limited Time), นิกิริ (ซูชิแบบพื้นฐาน), อะบุริ (ลนไฟ), เทมปุระ, ชีสกับมายองเนส, เนื้อสัตว์, กุงกัง (Gunkan Sushi ข้าวปั้นเป็นคำแล้วพันรอบด้วยสาหร่ายหรือเนื้อปลาแล้วใส่หน้าพูนๆ อยู่ด้านบน หน้าตาเหมือนเรือรบที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า "กุงกัง") และมากิโมโนะ (ข้าวห่อสาหร่ายแบบที่ใส่ไส้อยู่ตรงกลาง ทำเป็นชิ้นยาวแล้วหั่นเป็นคำๆ) และนอกจากนี้ ก็ยังมีเมนูอื่นๆ อีก เช่น เครื่องเคียงต่างๆ เมนูเส้น ของหวาน และเครื่องดื่มที่เข้ากันได้ดีกับซูชิ

อื่นๆ

กินดาโกะ (Gindaco)

คุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับทาโกะยากิมาบ้าง เพราะมันเป็นหนึ่งในอาหารขึ้นชื่อของเมืองโอซาก้า ทาโกะยากิเป็นอาหารที่ทำจากแป้ง ปั้นเป็นลูกกลมๆ ขนาดไม่ใหญ่ มีไส้เป็นปลาหมึกที่หั่นเป็นชิ้น แล้วราดหน้าด้วยซอส ปลาโปนิโตะแห้งและผงสาหร่าย

Gindaco เป็นร้านแฟรนไชส์ทาโกะยากิที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงมากจนคุณแทบจะหาได้ทุกมุมตึก ทาโกะยากิแบบปกติ (6 ลูก) ราคาเพียงแค่ 580 เยนเท่านั้น จึงเหมาะเป็นของว่างทานเล่นในราคาย่อมเยา

คุณสามารถเพิ่มรสชาติของทาโกะยากิได้ด้วยการใส่ท็อปปิ้งเช่น ต้นหอมซอย สลัดไข่ เมนไทโกะ (ไข่ปลาพอลแลค รสชาติเค็มปนเผ็ดอ่อนๆ) มายองเนส และชีส เมื่อสั่งเสร็จแล้วคุณยังจะได้ชมลีลาการพลิกทาโกะยากิระดับโปรที่ทำให้ดูกันแบบสดๆ อีกด้วย

มิสเตอร์โดนัท (Mister Donut)

Mister Donut เป็นร้านโดนัทที่เปรียบเสมือนแมคโดนัลด์สำหรับคนญี่ปุ่นเลยทีเดียว เพราะเป็นร้านแฟรนไชส์ที่ทุกคนรู้จักและก็เป็นร้านในดวงใจของใครหลายๆ คนด้วย ที่นี่มีโดนัทให้เลือกทานอยู่มากมาย แต่ที่เด่นที่สุด เห็นจะเป็น "พอน เดอ ริง (Pon-de-Ring)" ที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นเป็นความหนึบหนับและเนื้อสัมผัสเด้งๆ เคี้ยวเพลิน

นอกจากนี้ เมนูอื่นๆ ที่เป็นที่นิยมก็คือ "เฟรนช์ครูเลอร์ (French Crueller โดนัทแป้งนุ่มหน้าตาเหมือนเกลียวเชือก)" และแบบดั้งเดิม (Old Fashion โดนัทแบบที่มีรูตรงกลาง)

และหากคุณอยากได้อะไรมาทานตัดหวานตัดเลี่ยนแล้วล่ะก็ คุณสามารถสั่งอาหารคาวอย่าง พายบาร์บีคิวแฟรงก์เฟิร์ต (BBQ Frankfurt Pie) ขนมปังปิ้งทูน่าเยิ้ม (Tuna Melt Toast) พาสต้าต่างๆ เมนูอาหารจีน และฮอทดอก

กาแฟแบบเมล็ดผสมและคาเฟ่โอเล่ของที่นี่ก็สามารถเติมฟรี ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารและผ่อนคลายไปกับบรรยากาศของร้านได้อย่างชิลๆ

แม้ว่า "ฟาสต์ฟู้ด" จะเป็นคอนเซ็ปต์อาหารแบบตะวันตก แต่คุณก็ได้เห็นแล้วว่าที่ญี่ปุ่นเองก็มีร้านอาหารที่เสิร์ฟทั้งเมนูเส้นและซูชิซึ่งไม่เหมือนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในประเทศอื่น และร้านที่เรานำมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักในครั้งนี้ต่างก็มีบริการที่รวดเร็ว ราคาเป็นมิตร แถมยังอร่อยอีกด้วย! เวลาไปเที่ยว บางทีเราก็อาจจะต้องการแค่อาหารเร็วๆ ถูกๆ เท่านั้นเอง และฟาสต์ฟู้ดก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุณไม่ควรมองข้ามเลย ลองแวะไปที่ร้านเหล่านี้ดูสิ แล้วคุณจะแปลกใจจนต้องร้อง ว้าว! เลยล่ะ

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร