เปิดแล้ว! Art Aquarium Nihonbashi รีวิวเน้นๆ ชมศิลปะสุดอลังของเหล่าปลาทองกว่า 30,000 ตัว!

Art Aquarium เปิดแสดงถาวรในโตเกียวแล้ว! สัมผัสความอลังการของอควาเรียมแบบใหม่ที่รวมเหล่าปลาทองกว่า 30,000 ตัว ไว้ในตู้สีสันสดใสหลากสไตล์ ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นอย่างลงตัว จะดูอลังการขนาดไหน ซื้อตั๋วอย่างไร วันนี้เราจะมารีวิวแบบเต็มๆ ให้ชมกันค่ะ!

นิฮงบาชิ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ทำความรู้จัก Art Aquarium Museum Nihonbashi

Art Aquarium Museum คือ งานแสดงศิลปะที่นำเอาปลาทองและปลาอื่นๆ อีกหลายชนิดนับหมื่นตัวมาจัดแสดงในตู้กระจกหลากสไตล์พร้อมแสง สี เสียง สุดอลังการ เป็นงานที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ปี 2007 โดยในช่วงแรกจะเป็นการจัดแสดงชั่วคราวตามเมืองต่างๆ ในช่วงฤดูร้อนค่ะ

ด้วยเสียงตอบรับอันท่วมท้น Art Aquarium ก็ได้มีงานจัดแสดงทั่วญี่ปุ่น ไปจนถึงต่างประเทศอย่างอิตาลีและเมืองจีน จนในปี 2019 ก็มียอดผู้เข้าชมทะลุ 100 ล้านคน!

ล่าสุดในเดือนสิงหาคมปี 2020 นี้ Art Aquarium ก็ได้เปิดเป็นนิทรรศการถาวรที่ย่านนิฮงบาชิ กรุงโตเกียวเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเองค่ะ

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าช่วงนี้มีการระบาดของโรคโควิด - 19 ซึ่งทางผู้จัดงานนี้ก็ไม่นิ่งนอนใจ มีการออกมาตรการรับมืออย่างเคร่งครัด ทั้งการจำกัดจำนวนคนเข้า, การรักษาระยะห่าง, รักษาความสะอาด, ระบายอากาศ และมีการแนะนำเวลาที่เหมาะสมกับการเข้าชมอีกด้วย (สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่นี่)

ดังนั้น ใครที่กังวลอยู่ก็สามารถสบายใจได้ และเลือกเวลาเยี่ยมชมเป็นช่วงกลางวันของวันธรรมดาก็จะยิ่งลดความเสี่ยงลงไปได้อีกค่ะ

สำหรับใครที่อยู่ต่างจังหวัดก็ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะ Art Aquarium ยังมีการเปิดนิทรรศการชั่วคราวในจังหวัดอื่นอยู่เรื่อยๆ ล่าสุด คือ ที่เกียวโตซึ่งเพิ่งจะเสร็จสิ้นไปเมื่อไม่นานมานี้ และกำลังจะเปิดใหม่ที่จังหวัดโคจิจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้าค่ะ (สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่นี่)

แน่นอนว่านิทรรศการถาวรก็ยังมีแค่ที่โตเกียวเท่านั้น ดังนั้น ใครที่อยู่โตเกียวก็สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปีเลย

แนะนำกันคร่าวๆ กันเรียบร้อยแล้ว ต่อไปมาดูกันดีกว่าค่ะว่า Art Aquarium Nihonbashi มีจุดน่าสนใจ หรือจุดถ่ายรูปเด็ดๆ อะไรบ้าง

เข้าสู่ดินแดนมหัศจรรย์ของเหล่าปลาทอง

เพียงก้าวเข้าไปในอควาเรียมก็เหมือนกับหลุดเข้าไปในแดนมหัศจรรย์ ราวกับโลกแห่งความฝันท่ามกลางเหล่าปลาทอง ขอให้ทุกคนลองนึกภาพบรรยากาศรอบตัวที่เป็นโลกอีกใบ เต็มไปด้วยสีสัน คลอเสียงเพลงเบาๆ ทว่าทรงพลัง แล้วอินไปกับศิลปะอันงดงามตรงหน้าด้วยกันนะคะ

ZEN Aquarium (禅アクアリウム)

เริ่มต้นด้วยผลงานชิ้นแรก "ZEN Aquarium" เป็นการจำลองภาพของปลาทองที่มักจะถูกวาดลงบนภาพวาดญี่ปุ่น และปลาทองในตู้นี้ก็เป็นปลาทองที่สวยงามเป็นพิเศษเมื่อมองจากด้านข้างอีกด้วย

Tokogake Kingyo Ornament (床掛け金魚飾り)

ผลงานต่อไป คือ "Tokogake Kingyo Ornament" จำลองโลกใต้บาดาล มีปลาทองตาโปนสีดำแหวกว่ายโดยมีพื้นหลังเป็นภาพวาดหมึกญี่ปุ่น ดูงดงามสะกดทุกสายตาจริงๆ ค่ะ

หากสังเกตจะพบว่าพื้นหลังที่เป็นภาพวาดหมึกญี่ปุ่นนี้เป็นแบบ Virtual ใช้เทคโนโลยีจำลองให้น้ำหมึกขยับอย่างสวยงามสมจริง พอฉายคู่กับกับเงาของปลาทองจริงๆ แล้วงดงามมาก เปรียบเหมือนการผสมผสานระหว่าง “Virtual” (ภาพเสมือนจริง) และ “Reality” (ความเป็นจริง) นั่นเองค่ะ

Kaleidorium3D (カレイドリウム3D)

ตู้ปลาขนาดมหึมาทรงหกเหลี่ยมนี้มีชื่อว่า “Kaleidorium3D” ซึ่งแต่ละด้านจะมีสามเหลี่ยมคาไลโดสโคป ฉายด้วยแสงไฟหลากสีสัน ภายในมีเหล่าปลาทองตัวน้อยๆ กำลังแหวกว่ายอยู่

ขอให้ทุกคนลองส่องเข้าไปในสามเหลี่ยมคาไลโดสโคป เมื่อมีปลาว่ายผ่านมา ก็จะเกิดเป็นภาพสะท้อนสวยงามแบบไม่ซ้ำใคร ตามแต่ละลายของปลาทองตัวนั้นๆ นั่นเอง ยืนมองได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อเลยค่ะ

Kingyo Collection (金魚コレクション)

ต่อไป คือ คอลเลคชันปลาทองที่เรียงรายไปตามทางเดิน ในแต่ละตู้จะมีปลาทองหลากชนิดไม่ซ้ำกัน ทุกตัวมีลักษณะและลวดลายเฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกันเลยด้วยค่ะ 

ปลาทองในแต่ละตู้เองก็มีตั้งแต่พันธุ์ทั่วไปไปจนถึงพันธุ์หายากสุดๆ ลองเดินไล่ดูทีละตู้ แล้วหาพันธุ์และลวดลายที่ชอบกันดูนะคะ

Rock Gardenrium (石庭リウム)

ต่อไปคือผลงานศิลปะที่มีชื่อว่า “Rock Gardenrium” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากสวนหินของญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ โดยจะมีตู้ปลารูปหินขนาดใหญ่จำนวนมากตั้งเรียงกัน มีน้ำไหลและแสงไฟที่เปลี่ยนสีตลอดเวลา เกิดเป็นลวดลายที่ไม่ซ้ำกันเลยค่ะ

จุดที่น่าสนใจของผลงานชิ้นนี้ คือ คอนเซปต์ที่ตรงข้ามกับหลักการสวนหินของญี่ปุ่นโดยสิ้นเชิง เพราะหลักการทั่วไปของสวนหินญี่ปุ่นจะ ‘ไม่มีน้ำ’ และ ‘คงความเรียบง่าย’ นั่นเอง เป็นอีกจุดหนึ่งที่เราชอบมากๆ เลยล่ะค่ะ

Round Windowrium (円窓リウム)

หลังสวนหินก็จะเป็น “Round Windowrium” จำลองบานกระจกวงกลมที่มักจะประดับในห้องญี่ปุ่นสมัยก่อน เช่น ห้องชงชา มองเข้าไปจะเห็นปลาทองสีสวยแหวกว่าย เป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ไปอีกแบบ

Stone Lanternrium (灯籠リウム)

โคมไฟหินเองก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มักจะพบเห็นในสวนญี่ปุ่น ผลงานชิ้นนี้จึงจำลองโคมไฟหินในรูปแบบของ Art Aquarium นั่นเองค่ะ เมื่อมองเข้าไปก็จะเห็นปลาทองที่ดูราวกับกำลังว่ายอยู่ในอวกาศเลยทีเดียว

Oiran Courtesan Procession (花魁道中)

“Hanamachi” คือ สถานที่ซึ่งครึกครื้นมากที่สุดในยุคสมัยเอโดะ และมีจุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง คือ การเดินขบวนของเหล่าโออิรัน (โสเภณีระดับสูง) หรือที่เรียกว่า Oiran Dochu ซึ่งเป็นที่มาของผลงานสุดอลังนี้นั่นเองค่ะ ผลงานชิ้นนี้ยังเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวแทนของ Art Aquarium แห่งนี้ด้วยนะคะ

Andonrium (アンドンリウム)

“Andonrium” เป็นผลงานจำลองโคมไฟญี่ปุ่นซึ่งเปรียบเหมือนแสงที่ส่องสว่างในอควาเรียมแห่งนี้ จุดเด่นคือเงาของปลาทองที่แหวกว่ายอยู่ภายใน รวมกับลวดลายของโคมไฟแล้วเป็นภาพที่สวยงามสุดๆ  เป็นผลงานที่เราชอบที่สุดเลยล่ะค่ะ 

Reflecterium (リフレクトリウム)

ต่อไปคือ “Reflecterium” ตู้ปลาขนาดใหญ่ที่มีเลนส์นูน เลนส์เว้า และเลนส์ 2 ชั้น อยู่ตามส่วนต่างๆ ทำให้เกิดเป็นภาพหลายมิติเมื่อมองเข้าไป ภายในมีเหล่าปลาหลากไซส์​ แถมไฟยังเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ได้ด้วยค่ะ

เมื่อมองผ่านเลนส์ต่างๆ เข้าไป ก็จะปรากฎภาพปลาที่มีความเล็ก ใหญ่ เปลี่ยนรูปร่างแตกต่างกันไป เป็นภาพที่ดูแปลกตา แต่ทว่าสวยงามจนละสายตาไปไม่ได้เลยล่ะค่ะ

Ceiling Kingyo (天井金魚)

ผลงานชิ้นนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานสุดอลังการที่ใช้เวลาวางแผนนานกว่า 5 ปีเลยทีเดียว เป็นเพดานแก้วใสหลากสีที่ภายในมีเหล่าปลาทองอยู่ แต่เนื่องจากอยู่ที่ ‘เพดาน’ แน่นอนว่าต้องเงยหน้าขึ้นไปมองจึงจะมองเห็นค่ะ เป็นการชมศิลปะอีกมุมที่คุณคาดไม่ถึง และอาจเดินผ่านไปโดยไม่รู้ตัวได้นะคะ!

Bonborium (ボンボリウム)

“Bonborium” จำลองโคมไฟญี่ปุ่นทรงกลม (เรียกว่า Bonbori) ในรูปแบบตู้ปลาทรงมนที่ภายในจะมีปลาอยู่แค่ตัวเดียว เป็นเหมือนเปลวไฟในโคมไฟนั่นเองค่ะ แถมยังมีการเล่นกับแสง สี เงา ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เป็นอีกจุดที่มองเพลินๆ ได้เรื่อยๆ เลยค่ะ

Temaririum (テマリリウム)

สำหรับผลงานชิ้นนี้เป็นการจำลองของเล่นญี่ปุ่นซึ่งเป็นลูกบอลผ้าที่เรียกว่า “Temari” ด้วยลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์สไตล์ญี่ปุ่นโบราณ บวกกับแสงสี และปลาที่ว่ายอยู่ภายใน เป็นการผสมผสานศิลปะของสิ่งมีชีวิตกับงานฝีมือญี่ปุ่นได้อย่างลงตัวที่สุด

A show of Kingyo (金魚品評)

ผลงาน “A show of Kingyo” คือ อ่างปลามนกลมใส ให้เหล่าปลาทองได้แหวกว่ายกันอย่างอิสระ โดยมีสายน้ำไหลอยู่ตลอดเวลา ปรากฏเป็นคลื่นสวยอยู่บนผิวน้ำ และคุณสามารถมองลงไปเห็นความสวยงามของปลาทองได้

แต่ละอ่างจะมีการตกแต่งที่ต่างกันไป และน้ำที่ไหลอยู่ตลอดเวลาก็ดูเข้ากับการแหวกว่ายของปลาทองเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นดีไซน์การโชว์ปลาทองที่ล้ำสมัยและสวยงามสุดๆ

Floatingrium (フローティングリウム)

“Floatingrium” เป็นตู้ปลาทรงกระบอกขนาดใหญ่พิเศษเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 1.5 เมตร ที่รวมปลาคาร์พพันธุ์หายากและชั้นสูงที่สุด “Nishikigoi” (ปลาคาร์พหลากสี) ส่งตรงมาจากหมู่บ้านในจังหวัดนีกาตะ บ้านเกิดของปลาคาร์พสายพันธุ์นี้

เมื่อมองลงไปจะรู้สึกราวกับว่าเหล่าปลาคาร์พกำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศ เป็นที่มาของชื่อผลงานนี้นั่นเอง
 

Earth Aquarium Japonism (アースアクアリウム・ジャポニズム)

ภายในห้องนี้จะมีตู้ปลาทรงกลมขนาดมหึมา ภายในคือปลาคาร์พ Nishikigoi หากมองดีๆ จะเห็นแผนที่โลกอยู่บริเวณพื้นผิว ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “Earth Aquarium Japonism” นั่นเอง เพราะโลกของเราเป็นดาวเคราะห์น้ำที่รวบรวมศิลปะแห่งสิ่งมีชีวิต และมนุษย์อย่างเราก็ควรปกปักษ์รักษาสิ่งมีชีวิตที่เป็นดั่งผลงานชั้นเยี่ยมของโลกเอาไว้

The forest of Kingyo (金魚の柱)

โซนนี้เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์เด็ดของ Art Aquarium แห่งนี้เลยทีเดียว “The forest of Kingyo” เป็นผลงานที่รวมตู้ปลาทรงเสาสีสันสดใส ภายในมีปลาทองจำนวนนับไม่ถ้วนแหวกว่ายส่องประกายระยิบระยับ เปรียบเสมือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งอควาเรียมแห่งนี้ 

เมื่อคุณเดินเข้ามาแล้วก็อาจจะสงสัยว่าที่นี่คือที่ไหน เพราะให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในโลกแห่งความฝันที่ดูสวยสดงดงามสุดๆ ไปเลย

นอกจากจะชมความสวยงามจากข้างล่างได้แล้ว คุณยังสามารถเดินขึ้นชั้น 2 ไปชมผลงานชิ้นนี้จากมุมสูงได้อีกด้วยค่ะ ถือเป็นการปิดท้ายที่น่าประทับใจจริงๆ

* ข้อควรระวัง : เมื่อขึ้นไปชั้น 2 แล้วจะไม่สามารถลงมาที่ชั้น 1 ได้อีก
 

เพลินเสร็จก็พักชิลล์ที่คาเฟ่ได้

หากเดินชมเสร็จเหนื่อยๆ แล้วรู้สึกอยากพัก ที่นี่ก็มีคาเฟ่ชื่อ "Kagyoryoran" (華魚繚乱) อยู่ด้านในใกล้บริเวณทางออก ร้านนี้จัดว่าตกแต่งได้สวยงามดูมีสไตล์มาก แถมยังสามารถชมตู้ปลาจากบริเวณที่นั่งได้อีกด้วย ไปนั่งเล่นเพลินๆ กันได้เลยค่ะ

ในส่วนของเมนูก็จะมีทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่มมากมาย แต่ละเมนูก็จัดจานอย่างสวยงามเข้าธีมอควาเรียม เช่น เยลลี่น้องปลาและพาร์เฟต์ปลาทอง น่ารักสุดๆ 

ปิดท้ายกันที่ร้านขายของที่ระลึกสุดคิวท์ที่มีสินค้าให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นของใช้, ขนม, เครื่องประดับ, สมุดรวมภาพ ไปจนถึงของกระจุกกระจิก น่ารักจนอดใจไม่ไหวต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นที่ระลึกกันสักหน่อยแล้วล่ะค่ะ

อยากไปขึ้นมาแล้ว ซื้อตั๋วอย่างไรดี!?

สำหรับวิธีซื้อบัตรเข้าชม สามารถทำได้ 2 ช่องทางค่ะ

1. จองล่วงหน้าผ่าน Official Website ของทางอควาเรียมโดยตรง แล้วคุณจะได้บัตรเข้าชมอิเล็กทรอนิกส์เป็น QR Code โดยมีตัวเลือกอยู่มากมายหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น

  • บัตรเข้าชมปกติ 2,300 เยน
  • ค่าบัตรเข้าชมหลัง 18:00 น. 2,000 เยน
  • ค่าบัตรเข้าชมสำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 2,000 เยน (แถมเครื่องดื่ม และลดราคาไกด์เสียงครึ่งหนึ่ง)
  • ค่าบัตร VIP Admission 5,500 เยน
  • ค่าบัตรเข้าชมพร้อมของหวาน เครื่องดื่ม และไกด์เสียง 4,400 เยน
  • ค่าไกด์เสียง 500 เยน

* เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่เสียค่าเข้าชมแต่จะต้องมีผู้ใหญ่เข้าด้วย
* เลือกจองได้เป็นสล็อตเวลา และต้องเข้าในเวลาที่กำหนดไว้เท่านั้น

2. ซื้อที่อควาเรียมได้ในวันเข้าชม โดยสามารถซื้อได้ที่เครื่องขายตั๋วบริเวณหน้าทางเข้า แต่ค่าไกด์เสียงจะเพิ่มขึ้นเป็น 600 เยน มีข้อควรระวังอีกอย่างหนึ่ง คือ หากบัตรในช่วงเวลาดังกล่าวขายในเว็บไซต์หมดแล้ว ก็จะไม่สามารถซื้อที่อควาเรียมได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรตรวจสอบในเว็บไซต์ก่อนไปค่ะ

จบกันไปแล้วนะคะกับรีวิวอควาเรียมสุดอาร์ตเปิดใหม่ในโตเกียวแบบจัดเต็ม แน่นอนว่านอกจากที่เรานำมารีวิวแล้วก็ยังมีจุดน่าสนใจอีกมากมายรอให้ทุกคนไปสัมผัสด้วยตัวเอง ใครไปมาแล้วมีความคิดเห็นอย่างไร หรือมีจุดถ่ายรูปเด็ดๆ ตรงไหน ก็สามารถนำมาแบ่งปันกันได้เลยนะคะ 

วันนี้ก็ขอลาไปก่อน ครั้งหน้าจะรีวิวที่เที่ยวไหนอีก รอติดตามกันได้เลยค่ะ!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร