50 สิ่งที่ต้องไปสัมผัสในฮาราจูกุ อัพเดต 2020

คุณนึกถึงอะไรเมื่อได้ยินคำว่า "ฮาราจูกุ" แฟชั่นเก๋ๆ? คอสเพลย์แนวๆ? วันนี้ tsunagu Japan ขอแนะนำที่เที่ยวต่างๆ ในย่านฮาราจูกุ (Harajuku・原宿) ย่านสุดฮิปประจำกรุงโตเกียว แหล่งรวมวัฒนธรรมวัยรุ่น แหล่งช็อปเก๋ อาหารอร่อย และอื่นๆ อีกมากมาย ไปดูกันเลย !

ฮาราจูกุ / โอโมเตะซันโด / อาโอยาม่า

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

*หมายเหตุ: แผนที่ของสถานที่ต่างๆ อยู่ ณ ท้ายบทความนี้ สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้

1. สถานีฮาราจูกุ [เยี่ยมชม]

陳ポーハン /Flickr

สถานีฮาราจูกุ ประตูสู่ฮาราจูกุที่มักจะเต็มไปด้วยผู้มาเยี่ยมชมหลั่งไหลมาอย่างคับคั่งเสมอ ถูกสร้างขึ้นในปี 1924 และเป็นอาคารไม้ที่เก่าที่สุดในโตเกียวเลยทีเดียว และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในร้อยสถานีรถไฟที่ถูกจำได้มากที่สุดในภาคคันโตอีกด้วย แต่ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย ทำให้สถานีจะถูกรีโนเวทใหม่หลังโตเกียวโอลิมปิก 2020 เป็นเวลา 1 ปีเต็มจนถึง 31 สิงหาคม 2021

2. ศาลเจ้า Meiji Jingu [เยี่ยมชม]

Gary0801/Flickr

hiroooooki/Flickr

ถัดจากสถานีฮาราจูกุ เป็นศาลเจ้า Meiji Jingu อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติที่คุณจะนึกไม่ถึงว่ามันจะอยู่ใจกลางเมืองแบบนี้ ว่ากันว่าที่นี่เป็นศาลเจ้าที่มีคนมา Hatsumode (การไหว้พระที่ศาลเจ้าครั้งแรกของปี) มากที่สุดในญี่ปุ่น ในหลายปีมานี้ก็กลายเป็นแหล่งสักการะขอพรที่เป็นที่นิยมอีกด้วย หนึ่งในนั้นก็มีบ่อน้ำ Kiyomasa no Ido ซึ่งหาได้ยากในย่านเมืองนี้ เชื่อกันว่าถ้าถ่ายภาพบ่อน้ำนี้แล้วใช้เป็น wallpaper ในโทรศัพท์มือถือ จะมีโชคดี ลองทำดูนะ!

เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ: http://www.meijijingu.or.jp/english/index.html

 

3. สะพาน Jingu [เยี่ยมชม]

Cheng-ting Chang/Flickr

สะพาน Jingu เชื่อมระหว่างสถานีฮาราจูกุ และศาลเจ้า Meiji Jingu ไม่ใช่แค่สะพานเดินเท้าธรรมดา แต่มันเป็นสถานที่ซึ่งมักจะมีผู้คนที่ชื่นชอบสไตล์โกธิค โลลิต้า รวมถึงการคอสเพลย์ และซับคัลเจอร์ต่างๆ ของฮาราจูกุ จะมารวมตัวกันในช่วงสุดสัปดาห์ อาจจะดีถ้าคุณลองไปเยี่ยมชมที่นี่ในช่วงนั้น คุณจะได้เห็นความแปลกและมีลักษณะเฉพาะของสไตล์ต่างๆ โดยมีฉากหลังเป็นความเขียวขจีของ Meiji Jingu

 

4. สนามกีฬาแห่งชาติ Yoyogi [เยี่ยมชม]

kanegen/Flickr

สนามกีฬาแห่งชาติ Yoyogi เป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดที่มีการจัดกิจกรรมหลากหลาย เช่น การแข่งขันกีฬา คอนเสิร์ต และการจัดแสดงต่างๆ มันถูกสร้างขึ้นสำหรับ Tokyo Olympics ปี 1964 โดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อดัง Kenzo Tange และด้วยเหตุนี้เอง คุณจีงต้องไปเยี่ยมชมสนามกีฬาแห่งนี้ให้ได้ ลองดูและซึมซับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวอาคารด้วยนะ 

เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ: http://www.jpnsport.go.jp/corp/english/tabid/382/Default.aspx

 

5. สวน Yoyogi [เยี่ยมชม]

Marc Mosko/Flickr

ต้นซากุระ หญ้าเขียวขจี ใบไม้ร่วง และหิมะ สวนสาธารณะ Yoyogi เป็นสถานที่สุดเพอร์เฟ็คที่จะให้คุณได้สนุกกับโฉมหน้าอันแตกต่างกันในสี่ฤดู เหมาะที่สุดสำหรับการเดินเล่นและปิคนิค ที่นี่มีจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย ทางด้านวัฒนธรรมและกลุ่มดนตรีต่างๆ เป็นสถานที่ยอดนิยมที่ผู้คนออกมาใช้เวลากันในช่วงสุดสัปดาห์

เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ: http://www.tokyo-park.or.jp/english/park/detail_03.html#yoyogi

 

6. ถนน Takeshita [เยี่ยมชม]

wallyg/Flickr

ถนน Takeshita อยู่ถัดจากสถานีฮาราจูกุ เป็นถนนแฟชั่นที่เต็มไปด้วยร้านค้าที่มีจำหน่ายสินค้าสุดน่ารัก เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวเองสนุกกับการจับจ่ายซื้อของ ถนนนี้เต็มไปด้วยร้านค้าที่มีไอเท็มสุดฮิต ลองมาเดินช็อปปิ้งที่นี่ หาแฟชั่นสไตล์ฮาราจูกุที่เข้ากับคุณดูนะ!

เว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่น: http://www.takeshita-street.com/index.html

 

7. Daiso [ช็อปปิ้ง]

Danny Cho/Flickr

Daiso เป็นร้าน 100 เยนของญี่ปุ่นที่คงไม่มีใครไม่รู้จัก ซึ่งตอนนี้ก็ได้มีการขยายสาขาไปในต่างประเทศแล้ว และหนึ่งใน Daiso สาขายอดนิยมก็คือที่ฮาจูกุนี่เอง ที่นี่เต็มไปด้วยสินค้าที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย แถมยังเป็นสถานที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวมาซื้อของที่ระลึกอีกด้วย 

เว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่น: http://www.daiso-sangyo.co.jp/shop/index.php?prc=detail&sid=7157

 

8. Marion Crêpes [อาหารและเครื่องดื่ม]

ร้านเครปที่สาขาถนน Takeshita แห่งนี้เป็นที่นิยมมายาวนาน พูดได้เลยว่า หากพูดถึงถนน Takeshita ก็นึกถึง Marion Crêpes เลยทีเดียว หรือหากนึกถึงภาพฮาราจูกุแล้วละก็ คงจะมีภาพวัยรุ่นหนุ่มสาวเดินกินเครปอันน่าอร่อยเหล่านี้อยู่ด้วยเลยล่ะ 

เว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่น: http://www.marion.co.jp/

 

9. Paris Kid's [ช็อปปิ้ง]

คาถาของที่นี่คือ "สวยและถูก"! ร้านเครื่องประดับยอดฮิต Paris Kid's มีเครื่องประดับสุดน่ารักในราคาเพียงแค่ 300 เยน ลองไปช็อปปิ้งที่นี่หาของน่ารักมาใส่แปลงโฉมกันนะคะ 

เว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่น: http://www.pariskids.jp/

 

10. ร้าน Purikura NOA [กิจกรรม] 

www.printclub.jp

ร้าน NOA เป็นร้านแห่งแรกในญี่ปุ่นที่มีแค่ purikura (ตู้ถ่ายรูปสติกเกอร์) เท่านั้น มันเป็นที่นิยมมาเป็นเวลาหลายปีว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่ง purikura เนื่องจากมีเครื่องถ่ายสติ๊กเกอร์หลากหลายแบบ ที่นี่มีเครื่องถ่ายสติ๊กเกอร์แบบล่าสุดมากกว่า 17 เครื่องสำหรับการถ่าย purikura โดยเฉพาะ เป็นอีกกิจกรรมที่สาวๆ ไม่ควรพลาดที่ฮาราจูกุ! 

เว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่น: http://www.printclub.jp/

 

11. Closet Child [ช็อปปิ้ง]

Closet Child เป็นร้านแฟรนไชส์เล็กๆ ขายของมือสอง ที่มีเสื้อผ้าทุกชนิดจากวัฒนธรรม Lolita ตั้งแต่ Loli แบบหวานๆ ไปจนถึงแบบ Goth Loli, Punk, Aristocratic ที่นี่มีความหลากหลายให้เลือกสรร เพราะฉะนั้นคุณจะหาอะไรก็ได้ที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับราคาแสนจะสมเหตุสมผล ไปจนถึงชุดเดรสจากคอลเลคชันหายากหรือแบรนด์หรู หากสนใจในเสื้อผ้าสไตล์ Lolita ร้านนี้เป็นร้านที่พลาดไม่ได้เลยนะ 

เว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่น: http://www.closetchildonlineshop.com/

 

12. Calbee PLUS [อาหารและเครื่องดื่ม]

chinnian/Flickr

ร้านนี้เป็นร้านที่รวมขนมญี่ปุ่นแบรนด์สุดฮิต Calbee ที่ร้านแห่งนี้มีไอศกรีมที่ทำจากนมฮอกไกโด กับมันฝรั่งทอดใหม่ๆ เมนูนี้เป็นที่ชื่นชอบมานานหลายปี หากมีโอกาสลองไปทานกันดูสิ

เว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่น: http://www.calbee.co.jp/calbeeplus/index.html

 

13. WEGO [ช็อปปิ้ง]

ในบรรดาร้านเก๋ๆ ในฮาราจูกุทั้งหลายแหล่ มีเพียงไม่กี่ร้านที่เป็นร้านขายของมือสอง และร้านที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุด คือร้าน WEGO สุดฮิต ร้านอยู่บนถนน Takeshita เป็นศูนย์กลางแฟชั่น หากอยากเข้าถึงแฟชั่นล่าสุดแล้วล่ะก็ คุณต้องแวะที่ร้านนี้แล้วล่ะ 

เว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่น: http://www.wego.jp/

14. CANDY A☆GO☆GO! [อาหารและเครื่องดื่ม]

Candy A☆Go☆Go เป็นร้านขนมมากมายจากทั่วโลก ภายในร้านตกแต่งด้วยลูกอมสีสันหลากหลาย พนักงานในร้านก็แต่งตัวตามแฟชั่นสไตล์ฮาราจูกุสุดน่ารัก เลือกซื้อได้แบบเพลินสุดๆ ลองแวะมากันนะ!

เว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่น: http://www.candyagogo.com/

 

15. ตะลุยกินชานมไข่มุก

หนึ่งเมนูประจำใจทุกคนก็คงไม่พ้น "ชานมไข่มุก" ซึ่งช่วงไม่กี่ปีมานี้ในย่านฮาราจูกุมีร้านชานมไข่มุกเพิ่มขึ้นมากมาย เรียกได้ว่าเจอแทบทุกซอยทีเดียว มีทั้งร้านหน้าใหม่ และร้านดังๆ จากไต้หวัน เช่น Gongcha, The Alley, Tiger Sugar และอื่นๆ เยอะจนเลือกไม่ถูก ใครที่เป็นสาวกชานมไข่มุกจะมาลิ้มรสชานมแสนอร่อยหลังช็อปปิ้งเสร็จก็คงจะฟินน่าดู ถ้าไม่รู้จะไปร้านไหนดี ลองดูบทความนี้ก่อนได้เลย

16. Laforet Harajuku [ช็อปปิ้ง]

Wally Gobetz/Flickr

หากอยากสัมผัสประสบการณ์แฟชั่นฮาราจูกุแบบเต็มๆ ต้องมาช็อปปิ้งที่นี่ Laforet มีตั้งแต่เสื้อผ้า Casual ไปจนถึงสไตล์ Gothic Lolita แฟชั่นเทรนด์ล่าสุดนั้นมารวมไว้ที่อาคารนี้หมดแล้ว และยังมีไอเท็มบางอย่างที่มีแค่ที่ Laforet หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วอีกต่างหาก 

เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ: http://www.laforet.ne.jp/en/

 

17. Maison de Julietta [ช็อปปิ้ง]

รู้จักแฟชั่นสไตล์ Lolita สุดหวาน ที่เหมือนตุ๊กตาสุดแบ๊วไหม? ที่ชั้น 1.5 ใน Laforet มีร้านหนึ่งที่ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์แต่งตัวเป็น Lolita! มาลองแปลงโฉมเป็นสาว Lolita ในฝันกันซักครั้งในชีวิตกันเถอะ! 

เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ: http://www.maison-de-julietta.net/english/

·ร้านนี้ได้ปิดทำการแล้วเมื่อปี 2019 เดือน 1

 

18. Metamorphose [ช็อปปิ้ง]

www.metamorphose.gr.jp

Metamorphose เป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำของวัฒนธรรม Lolita ที่ร้านค้าใน Laforet คุณสามารถพบกับ collection ล่าสุดของที่นี่ตั้งแต่เครื่องประดับจนถึงเสื้อผ้าที่เข้าชุดกันทั้งหมด

เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ: https://www.metamorphose.gr.jp/shop/laforet?language=en

 

19. Sakura-tei [อาหารและเครื่องดื่ม]

ที่ร้าน Sakura-tei เสิร์ฟอาหารแบบกินไม่อั้น คุณสามารถทำโอโคโนมิยากิ (พิซซ่าญี่ปุ่น) และ มอนจายากิด้วยตัวเองที่เตา เป็นประสบการณ์การกินแสนสนุก เต็มไปด้วยเมนูต่างๆ มากมาย ร้านนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว จึงมีเมนูภาษาอังกฤษและภาษาจีนด้วย และอย่าลืมชมศิลปะบนฝาผนังที่นี่ ร้านนี้เป็นร้านที่คุณจะสนุกได้ทั้งกับอาหารและบรรยากาศเลยล่ะ!

เว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่น: http://www.sakuratei.co.jp/

20. Harajuku Gyoza-rou [อาหารและเครื่องดื่ม]

ร้านนี้มีทำเลดีตั้งอยู่ห่างจากสถานี Meiji Jingu เพียง 2 นาทีเท่านั้น Gyoza-rou เสิร์ฟแค่เกี๊ยวซ่าตั้งแต่ Yakigyoza ที่มีเปลือกบางกรอบและเกี๊ยวซ่าชุ่มน้ำอวบๆ น่าหม่ำ ราคาก็สมเหตุสมผล หากหิวๆ ก็ลองแวะมากินที่นี่นะ 

เว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่น: http://tabelog.com/tokyo/A1306/A130601/13001284/

 

ต่อไป:ที่เที่ยวและกิจกรรมเด็ดๆ ในฮาราจูกุ อันดับที่ 21-40 

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร