12 วลีพื้นฐานสำหรับใช้ในร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น ควรรู้ก่อนไป!

คุณเคยเจอเหตุการณ์ที่พนักงานร้านสะดวกซื้อที่ญี่ปุ่นพูดอะไรมาสักอย่าง แต่ไม่รู้ว่าจะต้องตอบอย่างไรไหม? "เวลาที่เข้าร้านมาเขาพูดอะไรมานะ?" แล้วเวลาที่คิดเงินแล้วล่ะ "เขาถามอะไร?" เรารู้ว่ามีคนกลุ้มใจกับประสบการณ์เช่นนี้อยู่ไม่น้อย ดังนั้น วันนี้เราจะแนะนำ 12 วลีควรรู้ที่นำไปใช้ในร้านสะดวกซื้อที่ญี่ปุ่น พร้อมวิธีการตอบรับ เพื่อให้คุณได้ใช้บริการร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นอย่างสบายใจกัน

ทั่วประเทศ

เจาะลึกญี่ปุ่น

บทบาทของร้านสะดวกซื้อที่มีต่อคนญี่ปุ่น

ร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นหรือที่คุ้นเคยกันในชื่อย่อ "คอมบินิ (コンビニ)" มีบทบาทเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่น ข้อมูลเมื่อต้นปี 2019 เผยว่า ปัจจุบันมีร้านสะดวกซื้อกว่า 57,000 ร้านที่เปิดให้บริการอยู่ทั่วประเทศ และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

ความสะดวกของร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นนั้นอยู่ที่ความหลากหลาย เนื่องจากแต่ละร้านนั้นมีสินค้าหลากหลายชนิดวางจำหน่ายอยู่ รวมถึงมีบริการต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการขายตั๋วงานดนตรี นิทรรศการ ธีมปาร์ค ฯลฯ ไปจนถึงการถ่ายเอกสาร พิมพ์รูป ส่งแฟกซ์ ชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ รับ - ส่งของ จำหน่ายสุราและบุหรี่ ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพ เรียกได้ว่า เป็นสถานที่ที่มีสินค้าและการบริการเพียบพร้อมและหลากหลายจริงๆ

ร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นไม่เพียงแต่อำนวยความสะดวกในเรื่องการหาซื้อสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังผลักดันให้ความสะดวกสบายขั้นพื้นฐานเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนด้วย ร้านแสน "สะดวก (convenience)" ตามชื่อของมันนี้ เปิดให้บริการ 365 วันแบบไม่มีวันหยุดตลอด 24 ชั่วโมง และตามเมืองใหญ่ๆ อย่างโตเกียวหรือโอซาก้า ก็มีร้านสะดวกซื้อมากมาย เรียกว่าในแต่ละบล็อกถนน จะต้องมีร้านสะดวกซื้ออยู่สักร้านเลยก็ว่าได้ ในญี่ปุ่นนั้นมีร้านสะดวกซื้อกระจายตัวอยู่หลายแห่ง ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ส่อให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยนี้ ผู้ที่เริ่มดำเนินการเพื่อเตรียมรับมือกับสภาพสังคมไร้เงินสดของญี่ปุ่นอย่างฉับไวก็คือวงการธุรกิจร้านสะดวกซื้อนี่เอง ทำให้สะดวกสบายต่อนักเดินทางที่ชอบชำระเงินด้วยบัตรเครดิตมากกว่าเงินสด

ลองมาซื้อของในร้านสะดวกซื้อกัน - วลีภาษาญี่ปุ่นที่มักได้ยินในร้านสะดวกซื้อมีอะไรบ้าง?

ร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นมีสินค้าหลากหลายชนิดวางเรียงกันอยู่มากมาย ความสะอาดและความมีระเบียบในการจัดเรียงนี่เองที่ช่วยกระตุ้นความอยากซื้อของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพียงแค่ก้าวเข้าไปในร้านเท่านั้น เราก็จะได้ยินเสียงต้อนรับที่สดใสของพนักงานดังขึ้นมาทันที

ทีนี้ เรามาลองซื้อของกันจริงๆ กันเถอะ จะหยิบเป็นขนมที่ดูญี่ปุ๊นญี่ปุ่น หรือจะซื้อข้าวปั้นโอนิกิริเพื่อให้อิ่มท้องแบบเบาๆ ก็ดี หรือจะซื้อข้าวกล่อง สลัด ขนม หรือจะเป็นเครื่องดื่มก็ได้นะ ถ้าคุณตัดสินใจได้แล้วว่าจะซื้ออะไร ก็มุ่งหน้าไปที่แคชเชียร์กันเลย

เอาล่ะ เรามาดูคำพูดและท่าทางของพนักงานตั้งแต่เราหยิบสินค้าไปที่แคชเชียร์จนถึงตอนคิดเงินจริงกันเลยดีกว่า

1. Otsugi de omachi no kata (dozo) | お次でお待ちの方 (どうぞ)

ร้านสะดวกซื้อที่เรียกได้ว่าเป็นเสาค้ำจุนในการใช้ชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นนั้น จะมีลูกค้ามายืนต่อแถวรอคิดเงินกันเป็นปกติ "โอะสึงิ เดะ โนะ โอะมาจิ โนะ คาตะ (โดโซะ)" หมายถึง (เชิญ) ลูกค้าท่านถัดไปครับ/ค่ะ เป็นเสียงจากพนักงานที่เรียกลูกค้าที่ยืนอยู่หัวแถวรอการคิดเงิน ส่วนมากจะเรียกพร้อมกับยกมือขึ้นเพื่อให้ลูกค้ารู้ตัว ดังนั้น คงไม่ลำบากในการสังเกตนัก ระหว่างที่ต่อคิวรอจ่ายเงิน ก็ให้มุ่งความสนใจไปที่แคชเชียร์เอาไว้ พอได้ยินเสียงเรียกก็เดินไปที่แคชเชียร์ได้เลย

2. Pointo caado wa omochi desu ka? ❘ ポイントカードはお持ちですか?

กรณีร้านลอว์สัน : Ponta caado wa omochi desu ka? / ポンタカードはお持ちですか? แปลว่า คุณมีบัตร Ponta Card หรือไม่? (Ponta Card คือ บัตรสะสมแต้มที่สามารถใช้กับร้านลอว์สันได้)
กรณีร้านแฟมิลี่มาร์ท :
T pointo caado wa omochi desu ka? / Tポイントカードはお持ちですか? แปลว่า คุณมีบัตร T-Point หรือไม่? (บัตร T-Point คือ บัตรสะสมแต้มที่สามารถใช้กับร้านแฟมิลี่มาร์ทได้)
ตัวอย่างคำตอบ : "อะริมาเซ็น (ありません)" หรือ "(มตเตะ)ไน่ เดส ((持って)ないです)" แปลว่า ไม่มีครับ/ค่ะ

โดยส่วนใหญ่แล้วร้านสะดวกซื้อหลักๆ อย่าง แฟมิลี่มาร์ท ลอว์สัน หรือเซเว่นอีเลฟเว่น ก่อนจะสแกนสินค้าที่แคชเชียร์ พนักงานจะถามว่าคุณมี "บัตรสะสมแต้ม" หรือไม่ กล่าวได้ว่า คำถามที่มักจะโดนเป็นอย่างแรกเมื่อไปถึงแคชเชียร์ในของร้านค้าส่วนใหญ่ก็คือ คำถามเกี่ยวกับ "บัตรสะสมแต้ม" นี่แหละ

บัตรสะสมแต้มส่วนมาก มักจะเป็นบัตรแบบที่ได้รับแต้มสะสม 1 แต้ม เมื่อซื้อสินค้าทุกๆ 100 เยน และสามารถนำแต้มไปใช้เป็นส่วนลดในร้านสะดวกซื้อเดียวกันรวมถึงร้านค้าพันธมิตรได้ ถ้าใครวางแผนจะมาอยู่ในประเทศญี่ปุ่นสักพักหนึ่งล่ะก็ ทำบัตรพวกนี้ไว้สักใบก็น่าจะดี

อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นก็อาจจะสื่อสารกับพนักงานของทางร้านไม่เข้าใจจนเกิดความยากลำบากในการทำบัตรขึ้นมา ดังนั้น การเลือกตอบง่ายๆ ไปว่า "Nai (ไม่มี)" ไปก็อาจจะสบายใจกว่า

3. กดปุ่มยืนยันอายุ (Nenreikakunin) Botan o oshite kudasai | Gamen no tacchi onegai shimasu - (年齢確認)ボタンを押してください / 画面のタッチお願いします

ร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นนั้นเรียกได้ว่า เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของผู้ที่ชอบดื่มสุราและสูบบุหรี่ เพราะที่นี่มีทั้งบุหรี่และสุราจำหน่ายตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่มีวันหยุด ซึ่งประเทศญี่ปุ่นก็มีกฎหมายที่ระบุไว้ว่า ผู้ที่สามารถซื้อสุราหรือบุหรี่ได้ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น ทำให้ตอนที่ซื้อสุราหรือบุหรี่ จะมีปุ่มให้กดที่แคชเชียร์เพื่อยืนยันอายุของคุณ เมื่อปุ่มนั้นปรากฏขึ้นมาพนักงานก็จะบอกว่า "เนนเรคาคุนิน โบตัน โอ๊ะ โอชิเตะ คุดาไซ" ซึ่งแปลว่า กรุณากดปุ่ม (ยืนยันอายุ) ด้วยครับ/ค่ะ

ถ้าคุณไม่ได้ดูหน้าเด็กจนเกินไป ก็รู้ไว้เลยว่า แทบจะไม่มีโอกาสถูกขอดูบัตรประจำตัวประชาชนเลย เพราะพนักงานมักจะประเมินอายุของลูกค้าด้วยสายตาแทนการขอดูบัตรประจำตัวประชาชน แล้วให้ลูกค้ากดปุ่มบนหน้าจอเพื่อยืนยันด้วยตัวเอง เป็นกระบวนการที่ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อสุราหรือบุหรี่ได้โดยการตัดสินใจของทางร้านและความตั้งใจของตัวลูกค้า นั่นก็หมายความว่าถ้าคุณมีอายุถึง 20 ปีที่กำหนดแล้ว ก็ให้กดปุ่มแล้วจะสามารถซื้อของต่อไปได้ แต่ถ้าอายุไม่ถึง 20 ปี ต่อให้เป็นอายุที่สามารถสูบบุหรี่หรือดื่มสุราในประเทศอื่นใดได้ก็ไม่สามารถทำในประเทศญี่ปุ่นได้

ในประเทศตะวันตกและประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชียนั้น แม้ว่าจะมีหลายกรณีที่อนุญาตให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปีดื่มสุราและสูบบุหรี่ได้ แต่ในประเทศญี่ปุ่นนั้น การดื่มสุราหรือสูบบุหรี่เป็นสิ่งผิดกฎหมายจนกว่าจะอายุครบ 20 ปี ดังนั้น ขอให้ตระหนักในกฎหมายให้ดีก่อนไปซื้อแล้วกดปุ่มให้ถูกต้องด้วย

4. Obento (Kochira) atatame masuka? | お弁当 (こちら) 温めますか?

ตัวอย่างคำตอบ :

กรณีที่ต้องการ - "ไฮ่ (はい)" แปลว่า ครับ/ค่ะ หรือ "โอเนไกชิมัส (お願いします)" แปลว่า รบกวนด้วยครับ/ค่ะ

กรณีที่ไม่ต้องการ - " ไดโจบุเดส (大丈夫です)" แปลว่า ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ

เวลาที่ซื้อข้าวกล่อง ซุปอย่างซุปมิโซะ หรือข้าวปั้น พนักงานมักจะถามด้วยวลีว่า "โอเบนโตะ อะตาตาเมมัสก๊ะ? (お弁当温めますか)" แปลว่า ต้องการอุ่นข้าวกล่องไหมครับ/คะ? ซึ่งโดยมากพนักงานจะถือข้าวกล่องไว้ในมือแล้วพูดวลีนี้ออกมา ถ้าคุณซื้อของที่อุ่นได้อย่างพวกข้าวกล่อง แล้วพนักงานพูดเช่นนี้มาก็ให้ตอบว่า "ไฮ่" หรือ "โอเนไกชิมัส" เพื่อให้เขาอุ่นอาหารให้เรา

เพียงแต่พอจะให้อุ่นจริงๆ แล้ว ก็อาจจะมีคนที่สงสัยว่ามันใช้เวลานานแค่ไหนในการอุ่น ถึงจะอุ่นด้วยเตาไมโครเวฟ แต่ไมโครเวฟที่ติดตั้งไว้ตามร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นจะมีค่าวัตต์ที่สูง ทำให้เวลาในการอุ่นอาหารลดลงเหลือประมาณ 1 ใน 3 ของเตาไมโครเวฟตามบ้านเรือนเลย นั่นก็แปลว่า แม้จะเป็นข้าวกล่องที่ใช้เวลาประมาณ 3 นาทีในการอุ่นด้วยเตาอบไมโครเวฟตามบ้านเรือน แต่เมื่ออุ่นด้วยเตาอบไมโครเวฟของร้านสะดวกซื้อก็จะอุ่นเสร็จในเวลาไม่ถึง 1 นาที ทำให้ได้รับประทานข้าวกล่องหรือพวกซุปในสภาพที่อุ่นที่สุด บางอย่างอาจอุ่นเสร็จในเวลาเพียง 20 หรือ 30 วินาทีด้วยซ้ำ ในระหว่างที่รออุ่นอาหารก็ให้หลบมาข้างๆ แคชเชียร์เพื่อเปิดทางให้ลูกค้าคนต่อไปสามารถจ่ายเงินซื้อของได้ด้วยนะ

5. Shosho omachi kudasai | 少々お待ちください

เมื่ออุ่นข้าวกล่อง ซื้อบุหรี่ หรือสั่งอาหารว่างร้อนๆ ก็มักจะได้ยินวลีนี้ "โชโช โอมะจิ คุดาไซ" ซึ่งแปลว่า กรุณารอสักครู่ นี่เป็นวลีที่พนักงานพูดก่อนจะเดินออกไปจากแคชเชียร์ครู่หนึ่ง ดังนั้น ถ้าเขาพูดวลีนี้แล้วเดินไปจากแคชเชียร์ ก็ให้เรารออยู่ตรงนั้นได้เลย

6. Omatase itashimashita | お待たせいたしました

เมื่อพนักงานที่พูดวลี "Shosho omachi kudasai" เดินกลับมาแล้ว เขาก็จะพูดว่า "โอมาตาเสะ อิตาชิมะชิตะ" ซึ่งมีความหมายในเชิงที่ว่า "ขออภัยที่ให้คุณต้องรอ" หรือ "ขอบคุณที่อุตส่าห์รอ" นั่นเอง

7. Ohashi (Spoon/Fork/Straw) wa otsukai ni narimasuka? / Otsuke shimasuka? |お箸 (スプーン/フォーク/ストロー) はお使いになりますか / お付けしますか

ตัวอย่างคำตอบ :

กรณีที่ต้องการ - "ไฮ่", "โอเนไกชิมัส"

กรณีที่ไม่ต้องการ - "อิราไน่เดส (いらないです)" แปลว่าไม่ต้องการครับ/ค่ะ, "ไดโจบุเดส"

กรณีที่ซื้อสินค้าหลายชิ้น : นันเซ็น โอะสึเกะชิมัสก๊ะ(何膳お付けしますか) แปลว่ารับ (ตะเกียบ) กี่คู่ดีครับ/คะ?
ตัวอย่างคำตอบ:"◯-เซ็น (หรือ ◯-ปง/ฮน/บง, ◯-โกะ) โอเนไกชิมัส (◯膳(または◯本、◯個)お願いします)" แปลว่า รับ◯คู่ (หรือ ◯อัน, ◯ ชิ้น) ครับ/ค่ะ

เมื่อคุณซื้อข้าวกล่อง อาหารเมนูเส้น สลัด หรือซุป ก็จะถูกถามตอนที่ซื้อว่าจะใช้ตะเกียบ ช้อน หรือส้อม ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับร้านที่คุณไปซื้อหรือพนักงานที่รับรอง บ่อยครั้งที่เขาจะหยิบตะเกียบสำหรับข้าวกล่อง ส้อมสำหรับพาสต้า ช้อนสำหรับซุปให้เลยโดยไม่ถามอะไร ตอนซื้อเครื่องดื่มอาจจะมีถามว่ารับหลอดไหม แต่ส่วนมากพนักงานก็จะหยิบใส่ให้โดยไม่ถามเช่นกัน

สำหรับคนที่ไม่ชินกับการใช้ตะเกียบ แล้วต้องการช้อนหรือส้อมแทนตะเกียบก็ให้บอกว่า "Fork/Spoon โอ๊ะ โอเนไกชิมัส (フォーク/スプーンをお願いします)" แปลว่า ขอส้อม/ช้อนครับ(ค่ะ) เพื่อให้พนักงานใส่อุปกรณ์ที่เราต้องการมาให้แทน

8. Oshibori goriyoni narimasuka? | おしぼりご利用になりますか

ตัวอย่างคำตอบ :

กรณีที่ต้องการ - "ไฮ่", "โอเนไกชิมัส"

กรณีที่ไม่ต้องการ - "อิราไน่เดส", "ไดโจบุเดส"

"โอะชิโบริ โกะริโยนิ นาริมัสก๊ะ? (ต้องการใช้ผ้าเช็ดมือไหมครับ/คะ?)" เป็นวลีที่จะได้ยินในร้านสะดวกซื้อบางแห่งเมื่อซื้อข้าวกล่อง เมื่อเราตอบว่า "ไฮ่" เขาก็จะใส่ผ้าเช็ดมือแบบใช้แล้วทิ้งมาให้ด้วย ก็เลือกตอบให้เหมาะสมตามความจำเป็นนะ

9. Fukuro wa owake shimasu ka? | 袋はお分けしますか?

ตัวอย่างคำตอบ:

กรณีที่ต้องการแยกถุง - "ไฮ่", "โอเนไกชิมัส"

กรณีที่ไม่ต้องการแยกถุง - "อิชโช เดะ ไดโจบุเดส(一緒で大丈夫です)" แปลว่า ใส่รวมกันได้เลยครับ/ค่ะ

อย่างที่ได้กล่าวมาก่อนนี้ว่าร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นได้จำหน่ายพวกของกินอย่าง อาหารว่างร้อนๆ และข้าวกล่องที่มีบริการอุ่นให้ และก็ไม่ได้มีเพียงของกินเท่านั้น แต่ยังมีเครื่องดื่มอุ่นๆ ในกระป๋องหรือขวดพลาสติกจำหน่ายกันเป็นปกติด้วย เมื่อนำของอุ่นๆ อย่างนี้ไปจ่ายเงินพร้อมกับสิ่งที่ของที่ต้องเก็บในอุณหภูมิปกติอย่างพวกขนมขบเคี้ยว ขนมปัง ช็อกโกแลต นิตยสาร รวมถึงพวกของกินหรือเครื่องดื่มเย็นๆ คุณก็จะได้ยินคำถามในวลีที่ว่า "ฟุคุโระ วะ โอวาเคชิมัสก๊ะ? (袋はお分けしますか? ) แปลว่า แยกถุงไหมครับ/คะ?

ถ้าจำเป็นต้องแยกถุงระหว่างของอุ่นกับไม่อุ่น ก็ให้ตอบว่า "ไฮ่" ไปตามสมควร แต่ในทางกลับกัน ถ้าเดี๋ยวก็นำออกมากินหรือใช้เลย ก็ให้ตอบว่า "อิชโช เดะ ไดโจบุเดส" เพื่อบอกว่าไม่จำเป็นต้องใช้ถุงเพิ่ม

10. Fukuro ni oire shimasu ka? ❘ 袋にお入れしますか?

ตัวอย่างคำตอบ :

กรณีที่ต้องการ - "ไฮ่", "โอเนไกชิมัส"

กรณีที่ไม่ต้องการ - "อิราไน่เดส", "ไดโจบุเดส"

หากคุณซื้อข้าวปั้นเพียงก้อนเดียว ซื้อเครื่องดื่มกระป๋องหรือขวดพลาสติกเพียงอย่างเดียว หมากฝรั่ง หรือของชิ้นเล็กๆ อย่างเครื่องเขียน ก็จะได้ยินคำถามว่า "ฟุคุโระ นิ โอะอิเรชิมัสก๊ะ? (ต้องการใส่ถุงไหมครับ/คะ?)" ถ้าไม่จำเป็นต้องใส่ถุงก็สามารถให้ทางร้านติดสติ๊กเกอร์เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงว่าเป็นสินค้าที่ผ่านการจ่ายเงินแล้วได้เลย เพื่อเป็นการลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกที่ไม่จำเป็น

เวลาที่ไม่จำเป็นต้องใส่ถุงก็ขอให้บอกไปจะดีกว่า อีกทั้ง ถ้าเรามีกระเป๋าถือหรือกระเป๋าสะพาย ฯลฯ แล้วสามารถใส่ของในกระเป๋าเหล่านั้นได้ก็ให้บอกว่า "ฟุคุโระ อิราไน่เดส (袋いらないです) แปลว่า ไม่รับถุงครับ/ค่ะ" ซึ่งก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการซื้อของที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมไปด้วย

11. Shi-ru de yoroshii desu ka? / Kono mama de yoroshii desu ka? |(シールでよろしいですか? / このままでよろしいですか)

เวลาที่เราซื้อของน้อยๆ อย่างในตัวอย่างก่อนหน้า ในหลายๆ ครั้ง ทางร้านก็จะรับรองด้วยการใช้สติ๊กเกอร์เท่านั้น วลีที่จะได้ยินในสถานการณ์แบบนี้ คือ "ชีรุ เดะ โยโรชี่ เดสก๊ะ?" ที่แปลว่า ติดสติ๊กเกอร์ไหมครับ/คะ? หรือไม่ก็ "โคโนะมามา เดะ โยโรชี่ เดสก๊ะ?" ที่แปลว่า ปล่อยไว้อย่างนี้ได้เลยไหมครับ/คะ? เนื่องจากทางร้านจะทำการติดสติ๊กเกอร์ที่มีโลโก้ของร้านให้เพื่อแสดงว่าเป็นของที่ผ่านการซื้อมาแล้ว ถ้ามีสติ๊กเกอร์ติดอยู่ก็จะไม่มีใครเข้าใจผิดว่าเราไปแอบขโมยของจากในร้านมานั่นเอง

12. Reshi-to goriyo desu ka? | レシートご利用ですか

ตัวอย่างคำตอบ :

กรณีที่ต้องการ - "ไฮ่", "โอเนไกชิมัส"

กรณีที่ไม่ต้องการ - "อิราไน่เดส", "ไดโจบุเดส"

ลูกค้าชาวญี่ปุ่นนั้นจะมีคนที่รับและไม่รับสลิปใบเสร็จอยู่ประมาณครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งเรามักจะได้ยินคำถามว่า "เรชีโตะ โกะริโยเดสก๊ะ? (รับใบเสร็จไหมครับ/คะ?)" เพื่อถามความต้องการในการรับสลิปใบเสร็จหลังซื้อของ แม้จะแตกต่างกันออกไปบ้างโดยขึ้นอยู่กับพนักงานแต่ละคนหรือวิธีบริการลูกค้าของแต่ละร้าน แต่ก็มีบางคนหรือบางร้านที่ไม่ถามแล้วตัดสินใจเองว่าเราไม่ต้องการเช่นกัน

วลีในร้านสะดวกซื้อที่เราแนะนำมาจนถึงตอนนี้ เป็นวลีทั่วไปที่หากคุณจำไปใช้ได้ก็สามารถรับมือสถานการณ์เหล่านี้ได้อย่างเหมาะสมแน่นอน
กรณีที่ต้องการ :
・ไฮ่ (Hai)
・โอเนไกชิมัส (Onegai shimasu)

กรณีที่ไม่ต้องการ :
・อิราไน่เดส (Iranai desu)
・เค็กโคเดส (Kekko desu)
・ไดโจบุเดส (Daijobu desu)

นอกจากนี้ เวลาซื้อของเราก็ไม่จำเป็นต้องบอกพนักงานว่า "อาริงาโตะ โกไซมัส (ขอบคุณครับ/ค่ะ)" หรือ "อาริงาโตะ Arigato (ขอบคุณ)" ถ้าจะมีอะไรที่คนญี่ปุ่นแสดงออกต่อพนักงานหลังซื้อของก็แค่ "โค้งคำนับเบาๆ" เท่านั้น พนักงานจำเป็นต้องพูดกับลูกค้าว่า "อาริงาโตะ โกไซมัส (ขอบคุณครับ/ค่ะ)" อยู่เสมอก็จริง แต่หลังคิดเงินแล้ว โดยทั่วไปคนญี่ปุ่นจะไม่ค่อยสื่อสารอะไรกันอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แคชเชียร์ คุณไม่จำเป็นต้องบอกความรู้สึกขอบคุณออกไปแต่อย่างใด

แม้จะเป็นเพียงแค่การซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น แต่ก็มักจะถูกถามอะไรมากมายในครั้งเดียว เพื่อให้เป็นการซื้อของที่ได้ความรู้สึกดีๆ ทั้งของร้านและของเราเอง เราอยากให้คุณจำวลีและวิธีตอบเหล่านี้เอาไว้ให้ดีแล้วนำไปใช้กัน

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร