13 จุดชมดอกไม้ในแต่ละฤดูกาลของญี่ปุ่น (ฉบับ 2020)

ประเทศญี่ปุ่นมีดอกไม้นานาชนิดเบ่งบานไปตามแต่ละฤดูกาลทั้งสี่ ซึ่งได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ธรรมเนียมการชมดอกไม้แต่ละฤดูนั้นฝังรากลึกอยู่ในการดำรงชีวิตของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโบราณ ตัวอย่างเช่น "ฮานามิ" ธรรมเนียมการเพลิดเพลินไปกับงานเลี้ยงใต้ต้นซากุระ ไหนๆ ก็มีโอกาสมาเยือนประเทศญี่ปุ่นกันแล้ว ขอแนะนำให้ลองออกมาชมดอกไม้สวยงามของแต่ละฤดูกาลดูสักครั้ง คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับธรรมชาติและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กันเลยทีเดียว ลองมาเช็คข้อมูลจุดชมดอกไม้แนะนำทั่วประเทศญี่ปุ่นต่อไปนี้ แล้วนำไปใช้ประกอบการวางแผนทริปญี่ปุ่นของคุณดูสิ

ทั่วประเทศ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ฤดูใบไม้ผลิ

ชิบะซากุระ : สวนสาธารณะฮิสึจิยามะ [ไซตามะ] / เมษายน - พฤษภาคม

จากสวนสาธารณะฮิสึจิยามะ (羊山公園) ท่านสามารถกวาดสายตาชมพื้นที่เมืองชิชิบุได้อย่างทั่วถึง "เนินชิบะซากุระ (芝桜の丘)" ที่อยู่ตรงมุมหนึ่งทางทิศใต้ของที่นี่เป็นจุดชมดอกชิบะซากุระอันโด่งดังที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในคันโต ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกอยู่กว่า 17,600 ตารางเมตร ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมจะมีดอกชิบะซากุระหลากสีสัน 9 ชนิดนับ 4 แสนดอกบานสะพรั่งจนกลายเป็นพรมดอกไม้ผืนใหญ่ ในช่วงที่ดอกไม้เบ่งบาน ข้างๆ เนินชิบะซากุระจะจัดอีเวนต์ต่างๆ มากมาย เช่น "ตลาดสินค้าพื้นเมืองบนถนนชิชิบุ (秩父路の特産市)" เป็นต้น

ทิวลิป : กุนมะฟลาวเวอร์ปาร์ค [กุนมะ] / เมษายน

กุนมะฟลาวเวอร์ปาร์ค (ぐんまフラワーパーク) สวนสวรรค์แห่งดอกไม้และสีเขียวขจีที่แผ่กว้างไปทั่วที่ราบเชิงเขาอาคางิ คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับดอกไม้สวยงามตลอดปีในพื้นที่สุดกว้างใหญ่นับ 18.4 เฮกตาร์ (184,000 ตารางเมตร) "แปลงดอกไม้ขนาดใหญ่ฟลอร่าโทเปีย (フラトピア大花壇)" ซึ่งอยู่บริเวณใจกลางสวนนั้นมีการปลูกดอกไม้ใหม่ถึง 4 ครั้งต่อปี ในฤดูใบไม้ผลิจะมีดอกทิวลิป 70 ชนิดนับ 2 แสนดอกบานสะพรั่ง ทิวทัศน์ที่มองลงมาจากปาร์คทาวเวอร์สูง 18 เมตรนั้น ราวกับเป็นภาพวาดที่ถูกวาดด้วยดอกไม้เลยก็ไม่ปาน นอกจากนี้ภายในยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอยู่อีกมากมาย เช่น สวนดอกกุหลาบ สวนดาเลีย สวนสไตล์ญี่ปุ่น และสวนสไตล์อังกฤษ เป็นต้น

เนโมฟีลา : ฮิตาจิ ซีไซด์ ปาร์ค [อิบารากิ] / เมษายน - พฤษภาคม

ฮิตาจิ ซีไซด์ ปาร์ค (ひたち海浜公園) สวนสาธารณะริมชายหาดที่ห้อมล้อมไปด้วยดอกไม้และพรรณไม้สีเขียวขจี ภายในสวนมีพื้นที่ประมาณ 200 เฮกตาร์ (2 ตารางกิโลเมตร) และแบ่งออกเป็น 7 ส่วน คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมสันทนาการท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการกีฬา ขี่จักรยาน หรือว่าบาร์บีคิว ในแต่ละฤดูดอกไม้ใบหญ้าจะบานสะพรั่ง ไม่ว่าจะเป็นดอกนาร์ซิสซัสและทิวลิปในฤดูใบไม้ผลิ ดอกกุหลาบ บานชื่น และทานตะวันในฤดูร้อน รวมถึงดอกโคเชียและคอสมอสในฤดูใบไม้ร่วง นอกจากนี้ทิวทิศน์แสนมหัศจรรย์ที่มีเนโมฟีลาสีฟ้านับ 4.5 ล้านต้นแผ่กระจายไปทั่วเนินนั้น ยังเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในฐานะสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิด้วย

ฟูจิ : อาชิคางะ ฟลาวเวอร์ปาร์ค [โทชิกิ] / เมษายน - พฤษภาคม

อาชิคางะ ฟลาวเวอร์ปาร์ค (あしかがフラワーパーク) หรือ "สวนสวรรค์แห่งดอกไม้และแสงไฟประดับ" แห่งนี้มีไฮไลท์อยู่ที่ต้นฟูจิขนาดใหญ่ที่มีอายุกว่า 150 ปีและดอกไม้นานาชนิดในแต่ละฤดูกาล ในฤดูใบไม้ผลิที่นี่จะดูน่าตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษด้วยภาพของต้นฟูจิที่ออกดอกบานสะพรั่งกว่า 350 ต้น ไม่ว่าจะเป็นที่ต้นฟูจิขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ที่ราวพาดเถาไม้ฟูจิ (ฟูจิดานะ) อุโมงค์ชิราฟูจิ (ฟูจิสีขาว) ที่ยาวถึง 80 เมตร หรือที่อุโมงค์คิบานะฟูจิ (ฟูจิดอกเหลือง) อีกทั้งยังมีการฉายไฟไลท์อัพ ทำให้เราสามารถเพลิดเพลินไปกับความงดงามของดอกไม้ที่แตกต่างกันระหว่างตอนกลางวันและกลางคืน ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามชวนฝันนี้เอง ทำให้มันเป็นสถานที่แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน "10 สถานที่ท่องเที่ยวในฝันจากทั่วโลก" โดย CNN

กุหลาบ:เฮาส์เทนบอช [นางาซากิ] / พฤษภาคม

เฮาส์เทนบอช (ハウステンボス) สวนสนุกที่กว้างใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นโดยจำลองทิวทัศน์บ้านเมืองของเนเธอร์แลนด์ในช่วงศตวรรษที่ 17 บนพื้นที่สุดกว้างใหญ่ที่มีคลองยาวถึง 6 กิโลเมตรนี้ มีดอกไม้ประจำฤดูกาลเบ่งบานกันอยู่หนาแน่น เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ปราสาทและต้นไม้จะส่องสว่างไปด้วยแสงไฟอันงดงาม ในฤดูใบไม้ผลิจะมีการจัดเทศกาลกุหลาบครั้งใหญ่ที่สุดในเอเชียขึ้น ซึ่งมีสิ่งที่น่าสนใจหลักๆ เป็นสวนแกรนด์โรสการ์เด้น คลองกุหลาบ และวังกุหลาบ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานและสุดยอดทัศนียภาพจริงๆ 

แพนซี่และอื่นๆ : สวนดอกไม้คุจู [โออิตะ] / พฤษภาคม

สวนดอกไม้คุจู (くじゅう花公園) แผ่กว้างไปทั่วที่ราบสูงคุจูสุดกว้างใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเกาะคิวชู ช่วงตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วงจะมีดอกไม้นับ 5 ล้านดอกจากกว่า 500 ชนิดเบ่งบานอยู่อย่างหนาแน่น ภายในสวนถูกแบ่งออกเป็นป่า สวนดอกไม้ ทุ่งหญ้า ฯลฯ ณ สวนสีสันแห่งฤดูใบไม้ผลิ (春彩の畑) ของที่นี่มีการนำดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ 11 ชนิดมาปลูกไว้ด้วย ทำให้คุณได้รับชมทัศนียภาพราวกับงานถักทอของดอกไม้ที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันสุดแสนโรแมนติก

ฤดูร้อน

อาจิไซ:สวนมิจิโนกุอาจิไซ [อิวาเตะ] / กรกฎาคม

สวนมิจิโนกุอาจิไซ (みちのくあじさい園) ตั้งอยู่บนถนนสายเล็กๆ ในสุกิยามะ เมื่อถึงช่วงประมาณหนึ่งเดือนหลังจากปลายเดือนมิถุนายน ที่นี่จะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันสดใจของดอก "อาจิไซ (ไฮเดรนเยียญี่ปุ่น)"  ทั้งสองฝั่งของทางเดินที่มีระยะประมาณ 2 กิโลเมตรนี้ มีดอกอาจิไซประมาณ 400 ชนิด ตั้งแต่อาจิไซภูเขาที่ออกดอกเร็วไปจนถึงอาจิไซตะวันตกที่ออกดอกช้า เบ่งบานอยู่กว่า 4 หมื่นต้น หากได้เดินเข้าไปในป่าพร้อมสัมผัสสายลมที่เย็นสบายตรงนี้ล่ะก็ ทั้งร่างกายและจิตใจของคุณคงจะได้รับการรีเฟรชอย่างแน่นอน

ลาเวนเดอร์:ฟาร์มโทมิตะ [ฮอกไกโด] / กรกฎาคม - สิงหาคม

ฟาร์มโทมิตะ (ファーム富田) สวนลาเวนเดอร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีประวัติความเป็นมายาวนาน และมีขนาดใหญ่ที่สุดในฟุราโนะ เมืองที่เลื่องชื่อเรื่องลาเวนเดอร์ นอกจากลานเวนเดอร์แล้ว โทมิตะฟาร์มยังมีดอกไม้อีกกว่า 80 ชนิดเบ่งบานอยู่ อย่างเช่น ซัลเวีย แมรี่โกลด์ อะเจอราตุ้ม เป็นต้น ช่วงชมดอกไม้ของที่นี่อยู่ที่กลางถึงปลายเดือนกรกฎาคม คุณจะได้รับชมทัศนียภาพเจ็ดสีอันสวยงาม ซึ่งเกิดจากดอกลาเวนเดอร์ที่มีสีม่วง ดอกยิปโซที่มีสีขาว ดอกป๊อปปี้ที่มีสีแดง และดอกไม้สีสันสดใสอื่นๆ ทอดตัวไปตามทางลาดชันของเนินจนดูราวกับว่าเป็นสายรุ้ง

ทานตะวัน:หมู่บ้านทานตะวัน [ฮอกไกโด] / กรกฎาคม - สิงหาคม

หมู่บ้านทานตะวัน (ひまわりの里) เป็นเนินลาดชันที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ซึ่งมีทานตะวันนานาพันธุ์นับ 2 ล้านต้นเบ่งบานอยู่ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ไฮบริดซันฟลาวเวอร์ ฮารุรินโซ (春りんぞう) นัตสึรินโซ (夏りんぞう) หรือฮานะรินโซ (花りんぞう) ในทุกปีตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมไปจนถึงปลายเดือนสิงหาคม คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับสภาพการผลิบานที่หลากหลายของเหล่าดอกทานตะวัน แต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคมนั้น หมู่บ้านทานตะวันจะถูกย้อมไปด้วยสีเหลืองทันที ซึ่งถือเป็นช่วงที่น่ามาชมมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าที่มีอากาศแจ่มใส จะมีแสงอาทิตย์สาดส่องมายังทานตะวันที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทำให้ยิ่งเจิดจ้ามากขึ้นไปอีก มารับความสดชื่นจากเหล่าดอกทานตะวันที่เบ่งบานอย่างสง่างามกันเถอะ

แมรี่โกลด์ ดาเรีย คอสมอส:สวนสนุกกรินปะ [ชิซูโอกะ] / กรกฎาคม - ตุลาคม

สวนสนุกกรินปะ (遊園地ぐりんぱ) สวนสนุกสำหรับครอบครัวที่ตั้งตระหง่านอยู่บนจุดพักลำดับที่ 2 ของภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาไฟที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ในช่วงตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมไปจนถึงต้นเดือนตุลาคม ที่นี่จะมีการจัดเทศกาลดาเรียแห่งท้องนภา (天空のダリア祭) สวนดาเรียที่แผ่กว้างไปทั่วที่ราบเชิงเขาฟูจินั้นเป็นจุดถ่ายรูปชั้นยอด นอกจากดอกดาเรียนับ 3 หมื่นต้นนี้แล้ว เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงก็ยังมีแมรี่โกลด์กว่า 3 แสนต้นและคอสมอสกว่า 1.6 แสนต้นพากันผลิดอกเบ่งบานแต่งแต้มสีสันให้กับสวนสนุกแห่งนี้อีกด้วย

ฤดูใบไม้ร่วง

พลับพลึงแดง:คินชาคุดะ [ไซตามะ] / กันยายน

คินชาคุดะ (巾着田) ที่ราบที่เกิดขึ้นจากการไหลที่คดเคี้ยวของแม่น้ำโคมะ เป็นสถานที่ที่มีพลับพลึงแดง (มันจูชาเกะ) กว่า 5 ล้านต้นรวมตัวกันอยู่ เรียกได้ว่าเป็นจุดที่มีพลับพลึงแดงมากเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น เมื่อเข้าสู่ช่วงที่ดอกไม้เบ่งบาน ที่แห่งนี้จะมีทัศนียภาพราวกับมีพรมแดงปูอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ให้ได้รับชม อีกทั้งยังมีการจัด "เทศกาลพลับพลึงแดง (曼珠沙華まつり)" ที่เรียงรายไปด้วยร้านแผงลอยขายสินค้าพื้นเมืองของเมืองฮิดากะ แค่เฉพาะในช่วงที่จัดเทศกาลดังกล่าวนี้ก็มีผู้คนมาเยือนถึงกว่า 3 แสนคนแล้ว

คอสมอส:สวนอนุสรณ์โชวะ [โตเกียว] / ตุลาคม

สวนอนุสรณ์โชวะ (昭和記念公園) สวนสาธารณะสุดกว้างใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร ที่จัด "เทศกาลคอสมอส (コスモス祭)" เพื่อเป็นเครื่องบ่งบอกการมาถึงของฤดูใบไม้ร่วง ที่นี่มีคอสมอสนานาชนิดนับ 5.5 ล้านต้นผลิดอกเบ่งบานกันอยู่เต็มพื้นที่ ทุ่งดอกไม้ทั้ง 3 ในสวนแห่งนี้เพาะปลูกคอสมอสสายพันธุ์ที่แตกต่างกันออกไป โดยคอสมอสของแต่ละพื้นที่จะเบ่งบานให้รับชมเวียนกันไปตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม ในช่วงเทศกาลยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างการสัมผัสประสบการณ์การเด็ดดอกคอสมอส ฯลฯ อีกด้วย ซึ่งมักจะจัดขึ้นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

ฤดูหนาว

ดอกบ๊วย:สวนบ๊วยอาตามิ [ชิซูโอกะ] / มกราคม - มีนาคม

สวนบ๊วยอาตามิ (熱海梅園) สวนสาธารณะที่นอกจากจะตั้งอยู่ในย่านอาตามิ ที่เป็นแหล่งออนเซ็นชื่อดังแล้ว ยังเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีดอกบ๊วยเบ่งบานเร็วที่สุดอีก ต้นบ๊วย 59 สายพันธุ์นับ 472 ต้นรวมไปถึงต้นไม้เก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 100 ปีนั้น จะพร้อมใจกันผลิบานในช่วงตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนมีนาคม ทำให้คุณสามารถดื่มด่ำไปกับความงามได้ในระยะยาวเลยทีเดียว ในช่วงที่จัดเทศกาลดอกบ๊วย (梅まつり) นอกจากจะมีร้านขายของฝากและบ่อน้ำร้อนแช่เท้ามาเปิดให้บริการภายในสวนแล้ว ยังมีการแสดงบนเวทีโดยเกอิชาและการแสดงราคุโกะ (การแสดงประเภทหนึ่งในสมัยเอโดะ เป็นการเล่าเรื่องตลกโดยคนคนเดียว) อีกด้วย

ดอกไม้เป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจของผู้คนด้วยกลิ่นอันหอมหวานและสีสันที่สดใส ทั้งยังฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เพราะเวลาที่จะได้รับชมความงามของมันนั้นมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ความประทับใจที่ได้รับมีมากขึ้นตามไปด้วย ยังไงก็อย่าพลาดชมทิวทัศน์ที่หาชมได้แค่บางฤดูกาลเท่านั้นกันล่ะ

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ความสนใจที่เกี่ยวข้อง

ค้นหาร้านอาหาร