ตลาดปลาสึคิจิ กับ ตลาดปลาโทโยซุ แตกต่างกันอย่างไร ประมูลปลาที่ไหน?

'ตลาดปลาสึคิจิ' เคยเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของนักท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนโตเกียว ในทุกๆ เช้าตรู่ นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะแห่กันมาที่ตลาดปลาแห่งนี้ เพื่อเข้าชมการประมูลทูน่า อย่างไรก็ตาม ในปี 2018 ที่ผ่านมา ตลาดปลาสึคิจิปิดตัวลงและสร้างใหม่ที่บริเวณโทโยซุ ด้วยหน้าตาของตลาดที่เปลี่ยนไป และตลาดด้านหน้าตลาดปลาสึคิจิยังคงดำเนินการอยู่ ทำให้เกิดความสับสนไม่น้อยในหมู่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางหรือความแตกต่างของตลาดปลาทั้งสอง วันนี้ บทความเราจึงจะพาท่านไปรู้จักกับตลาดปลาทั้ง 2 แห่ง พร้อมทั้งแทรกวิธีการเดินทาง เรื่องราวในอดีต และทำไมเราต้องไปตลาดปลาแห่งนี้มาให้อ่านกันเลย!

โตเกียว

อาหารการกิน

เรื่องราวเบื้องหลังตลาดปลาสึคิจิและตลาดปลาโทโยซุ

ตลาดปลาสึคิจิอันโด่งดังถูกย้ายไปทำการ ณ ที่แห่งใหม่ในย่านโทโยซุตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา การย้ายทำเลครั้งนี้ถูกถกเถียงยืดเยื้อกันมายาวนานกว่า 2 ปี ผ่านทั้งการต่อรอง ความขัดแย้งทางการเมืองและการต่อต้านจากตลาดมาหลายหน แต่เหตุผลที่ทำให้ต้องย้ายก็คือ เรื่องสุขภาพและความปลอดภัย การก่อสร้างและการยกระดับให้เหมาะสมกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อตลาดปลาโทโยซุเปิดให้บริการในปี 2018 การประมูลทูน่าที่เคยจัดในสึคิจิก็กลับมาทำจัดใหม่อีกครั้งที่โทโยซุเมื่อตอนต้นปี 2019 ทุกวันนี้ การประมูลดังกล่าวยังคงขลังเหมือนเดิม ใครอยากจะมาชมก็ต้องรีบกระโดดขึ้นรถไฟคันแรกๆ มาดูเลยทีเดียว

เจาะลึกจุดเด่นแต่ละตลาด!

สิ่งแรกที่เห็นว่าต่างชัดเจนสำหรับสองตลาดก็คือ ตลาดปลาโทโยซุดูสะอาดกว่าตลาดปลาสึคิจิ ซึ่งก็อาจจะเป็นข้อดีหรือข้อเสียก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังมองหาอะไร หากสิ่งที่คุณต้องการคือความท้องถิ่น ชั้นวางปลาแบบญี่ปุ่นโบราณๆ คำตอบก็คงเป็นสึคิจิแน่ๆ แต่ถ้ามองหาการประมูลที่ดูทันสมัย เดินเล่นเพลินๆ แล้วล่ะก็ มาที่โทโยซุได้เลย

ตลาดปลาโทโยซุ ถูกปรับให้เข้ากับนักท่องเที่ยว ในขณะที่ตลาดปลาสึคิจิ ตั้งมาเป็นตลาดของคนท้องถิ่น ดังนั้นในโทโยซุ ทุกอย่างจึงดูมีระบบระเบียบ จุดชมการประมูลก็มีราวกั้นชัดเจน นอกจากนี้ แผงอาหารในตลาดโทโยซุมีเพียง 40 แผง แม้ว่าขนาดพื้นที่จะใหญ่กว่าตลาดสึคิจิถึง 1.7 เท่าก็ตาม ยิ่งกว่านั้น ภายในตลาดปลาโทโยซุ ยังมีมุมขายของที่ระลึก QR code ให้ถ่ายรูปแล้วอ่านข้อมูล และสัญลักษณ์หลากหลายภาษาไว้รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วมุมโลกอีกด้วย

ไปดูการประมูลทูน่า ต้องไปโทโยซุ!

กิจกรรมยอดฮิตยามเช้า ย่อมหนีไม่พ้นการประมูลปลา นักท่องเที่ยวจะมารอกันตั้งแต่ช่วงกลางคืนวันก่อนหน้า เพื่อจับจองจุดดีๆ ไว้ดูการประมูล การประมูลนี้ ถูกเรียกกันปากต่อปากว่า การประมูลปลาสึคิจิ แต่การประมูลนี้เริ่มขึ้นอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2562 ที่ตลาดปลาแห่งใหม่ ซึ่งก็คือตลาดโทโยซุนั่นเอง

ปัจจุบัน การประมูลปลายามเช้าจัดภายในตึกขายส่ง ตั้งแต่ประมาณ 5:30 - 6:30 น. แต่เราแนะนำให้คุณไปล่วงหน้าถ้าอยากได้ตำแหน่งที่ดีๆ การเดินทางโดยรถสาธารณะที่ง่ายที่สุดคือการเดินมาจากสถานีชิโจมาเอะ (Shijo-mae Station)

ในการชมการประมูล มีจุดให้ชม 2 จุดหลัก ได้แก่เวทีด้านหน้าที่จะเห็นมุมใกล้ และจุดชมจากด้านบน หากต้องการที่นั่งแบบใกล้ชิดสุดๆ แล้ว คุณจะต้องจองคิวดูประมูลปลาตลาดปลาโทโยซุก่อน ซึ่งสามารถจองได้ฟรี แต่ควรจองล่วงหน้าอย่างต่ำ 1 เดือนเพื่อให้มีที่ว่าง อย่างไรก็ตาม ในเว็บไซต์มีแต่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น หากชาวต่างชาติต้องการจะจองแล้ว ก็สามารถจองได้ที่ Voyagin แทนนะคะ

ส่วนที่สอง หรือจุดชมจากด้านบนนั้น ตั้งอยู่บนชั้นเหนือการประมูลปลา ดังนั้นมุมที่ได้ก็จะเป็นมุมสูง และไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า หากจะเข้าไปตรงจุดนี้ ก็แค่เดินตรงไปจากโต๊ะประชาสัมพันธ์ เดินผ่านห้องนิทรรศการการประมูลปลาไปได้เลย ห้องนิทรรศการดังกล่าว ถูกสร้างขึ้นในขนาดเท่าปลาทูน่า ครีบน้ำเงิน หรือบลูฟินทูน่าที่ตัวใหญ่ที่สุดที่เคยนำมาประมูลในปี 1986 เพื่อเป็นการเคารพและยกย่องประวัติศาสตร์ของการประมูลนั่นเอง

หาแผงร้านอาหาร ไปสึคิจิ!

แม้ว่าที่ตลาดปลาสึคิจิจะไม่มีการประมูลปลาอีกแล้ว แต่ตลาดสึคิจิก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางแห่งอาหารที่โด่งดังอยู่ ทุกวันนี้ บริเวณตลาดสึคิจิมีตลาดขายอาหาร แถมยังมีตรอกซอกซอยเรียงราย พร้อมกับร้านค้าขายขนมอีกด้วย หากคุณมาถึงที่นี่ในตอนเช้า ลองเริ่มวันด้วยการไปเยือนร้าน Turret Coffee ร้านกาแฟที่ตั้งชื่อจากป้อมปืนรถบรรทุกที่เล็งมาที่ตลาดปลานั่นเองดูสิ

อีกร้านท้องถิ่นก็คือ ร้านเบเกอรี่ Rupan ลองชิมครัวซองค์ถั่วแดงที่มีกลิ่นเนยและรสชาติที่กรอบนอก นุ่มหวานถั่วแดงด้านในดูนะคะ

แม้ว่าการเก็บท้องของคุณให้ว่างไว้จนเที่ยวดูทุกอย่างในสึคิจิจนจบจะเป็นสิ่งที่ยากมากๆ แต่อย่าลืมเผื่อท้องไว้กินไข่หวานญี่ปุ่นที่ร้าน Tsukiji Shouro ด้วยนะ! ที่นี่มีขายทั้งไข่หวานและแซนด์วิชไข่คน ซึ่งคนก็มักมาซื้อกันก่อนเวลาอาหารเที่ยง เพราะฉะนั้น ช้าหมดอดกินนะคะ!

 

ถ้าหาซูชิล่ะ?

พูดกันง่ายๆ เลยก็คือ คุณจะหาร้านอาหารยอดนิยมทั้งหลายได้ที่ตึก 6 ตลาดปลาโทโยซุ หนึ่งในร้านที่ดังที่สุดก็คือซูชิได (Sushi Dai) ที่เรียกว่าเป็นราชาซูชิของย่านนี้เลยทีเดียว นอกจากร้านอาหารจำนวนมากแล้ว คุณก็ยังจะต้องเจอกับผู้คนจำนวนมากที่มายืนรอคิวเข้าร้านด้วยอย่างแน่นอน หากคุณต้องการจะลองลิ้มรสอาหารเหล่านี้ คุณควรไปต่อคิวตั้งแต่รุ่งสาง เพราะร้านดังๆ ส่วนมากจะขายหมดตั้งแต่ 11 โมง! ถ้าให้ทางเราแนะนำล่ะก็ ไปลองคอร์สซูชิโอมากาเสะ หรือคอร์สอาหารที่เชฟเป็นผู้เลือกเมนูให้ดูสิคะ ราคาก็จะอยู่ที่ประมาณ 4000 เยนค่ะ!

แต่หากคุณพลาดร้านซูชิไดไปแล้ว ร้านนากายะ สึคิจิ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน ร้านนากายะ สึคิจิโด่งดังเป็นพิเศษเรื่องข้าวหน้าซีฟู้ด ที่มาพร้อมกับอาหารทะเลตามฤดูกาลโปะลงบนข้าว ขอบอกเลยว่า ข้าวหน้าอูนิ (ไข่หอยเม่น) เนี่ยอร่อยสุดๆ ไปเลย 

สึคิจิ ไปยังไงนะ

ตลาดปลาสึคิจิสามารถขึ้นรถไฟใต้ดินสายฮิบิยะ แล้วเดินจากสถานีสึคิจิ (Tsukiji Station) ได้เลย แต่หากต้องการไปด้วยรถไฟ JR แล้ว สถานีที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ชิมบาชิ (Shimbashi) แล้วเดินต่อประมาณ 20 นาทีก็ได้เช่นกัน สึคิจิถือว่าไปได้ง่ายกว่าโทโยซุมากๆ เพราะสายรถไฟเหล่านี้วิ่งผ่านแหล่งท่องเที่ยวดังๆ หลายแห่งมากเลยนั่นเอง

แล้วถ้าจะไปโทโยซุล่ะ

ตลาดปลาโทโยซุตั้งอยู่ข้างๆ สถานีชิโจมาเอะ บนรถไฟสายยูริคาโมเมะ (Yurikamome) ซึ่งเชื่อมระห่างสถานีชิมบาชิและผ่านไปถึงโอไดบะ ถ้ามาจากสถานีชินจูกุ ชิบูย่าหรือสถานีโตเกียวก็แค่ขึ้นรถไฟสายยามาโนเตะ (Yamanote) ไปยังสถานียูราคุโจ (Yurakucho) แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟใต้ดินมุ่งหน้าสู่โทโยซุ ลงที่สถานีชิโจมาเอะ ออกมายังทางออกที่ 7 และเดินไปยังรถไฟสายยูริคาโมเมะ แล้วขึ้นรถไฟใต้ดินเพียง 2 สถานีไปยังสถานีชิโจมาเอะได้เลย

หากคุณต้องการไปให้ทันเวลาประมูลแล้ว ขึ้นรถบัสสายโทเออิ (Toei Bus 01) จากสถานีชิมบาชิประมาณช่วงตีห้า ก็จะถึงสถานีตลาดโทโยซุภายใน 25 - 40 นาทีค่ะ

ตำนานสองตลาด

ในขณะที่ตลาดปลาโทโยซุแย่งจุดขายหลักของตลาดปลาสึคิจิอย่างการประมูลปลาไปแล้ว ทั้งสองตลาดก็ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป ตลาดปลาทั้งสองแห่งต่างกันและยังแข่งขันกันแสดงความสุดขั้วของแต่ละแห่ง สึคิจิจะแสดงความเป็นโตเกียวที่เก่าแก่ เร่งรีบและมีความผูกพันอันลึกซึ้งกับเศรษฐกิจ แต่โทโยซุจะเป็นตัวแทนของความสดใหม่ การเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างขึ้นเพื่อโอลิมปิกปี 2020 

หากคุณมีเวลาแล้ว ไปเยี่ยมชมทั้งสองตลาดได้ ก็จะได้เห็นความแตกต่างตรงจุดนี้ แถมยังได้ชิมอาหารแสนอร่อยอีกด้วยค่ะ!

 

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่


ค้นหาร้านอาหาร