8 สถานที่พักหรูและปลอดภัยในภูมิภาคชิโกกุ ฉบับปี 2021!

วันนี้ tsunagu Japan จะมาแนะนำที่พักที่น่าสนใจในชิโกกุ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเก่าปรับปรุงใหม่ ใกล้กับธารน้ำใสแห่งสุดท้ายของญี่ปุ่นอย่างแม่น้ำชิมันโตกาวะ บ้านพักที่สามารถมองเห็นเกาะโชโดชิมะกลางทะเลเซโตะใน ที่พักในโดโกะออนเซ็น ไปจนถึงดินแดนลึกลึกลับอย่างอิยะออนเซ็น มีทั้งที่พักแบบวิลล่าและบ้านพักตากอากาศที่ลดการสัมผัสกับผู้อื่น รวมถึงที่พักที่มีมาตรการป้องกันโควิด19 ด้วย สามารถไปใช้เวลาส่วนตัวกันได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล!

ชิโคขุ

ที่พัก

ที่พักในจังหวัดเอฮิเมะ

จังหวัดเอฮิเมะ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคชิโกกุ (แผนที่) โดยปกติมีปริมาณน้ำฝนน้อย อยู่ในเขตภูมิอากาศทะเลเซโตะใน และมีอากาศปลอดโปร่งเป็นส่วนมาก ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 200 แห่ง บริเวณกลางจังหวัดมีภูเขาอิชิซึจิ (石鎚山) ทอดตัวอยู่ ซึ่งภูเขาที่สูงที่สุดในฝั่งตะวันตกของภูมิภาคคิงคิด้วยความสูงกว่า 1982 เมตร

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องที่ยวที่โด่งดังอีกมากมาย ภาพแรกคือภาพของสถานีไร้คนอย่างสถานีชิโมนาดะ (下灘駅) ที่มีเพียงแค่ม้านั่งและหลังคาเก่าๆ ติดทะเลเท่านั้น เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวด้วยมีทิวทัศน์ที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ส่วนภาพที่สองคือตัวอาคารหลักของโดโกะออนเซ็น (道後温泉) ที่มีประวัติยาวนานกว่า 3,000 ปีและเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งตัวเมืองมัตสึยามะ และปราสาทมัตสึยามะซึ่งสามารถมองออกไปเห็นทะเลเซโตะได้อีกด้วย

Setouchi Retreat Aonagi (瀬戸内リトリート青凪)

บ้านพักแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาที่หันหน้าเข้าหาทะเลเซโตะใน จังหวัดเอฮิเมะ มีห้องสวีทสำหรับผู้ใหญ่ทั้งหมด 7 ห้อง สร้างและออกแบบโดยสถาปนิกระดับโลก คุณอันโด ทาดาโอะ (安藤忠雄) โดยภาพด้านบนคือภาพของสระว่ายน้ำ คุณอันโดได้กล่าวถึงความสุดยอดของบ้านพักไว้ดังนี้

ตัวอาคารตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 500 เกาะของทะเลเซโตะใน ตัวห้องพักมีทั้งสระว่ายน้ำที่ยื่นเข้าไปในทะเล และสวนภายในที่ถูกล้อมรอบไปด้วยท้องฟ้า น้ำทะเล และพื้นที่สีเขียว จึงสามารถดื่มด่ำทิวทัศน์ของทะเลเซโตะในได้อย่างเต็มที่

ผมคิดว่าถึงแม้แต่ละห้องพักจะมีสเน่ห์ของมันเอง แต่ก็ไม่ได้แบ่งแยกเสียทีเดียว มีทั้งทิวทัศน์และพื้นที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ให้ประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาจากที่ไหนอีกได้

อย่างที่คุณอันโดกล่าวไว้ บ้านพักที่ถูกรายล้อมไปด้วยทิวทัศน์ของทะเลเซโตะในก็มีบรรยากาศที่เงียบสงบจริง ๆ

ห้องพักที่แนะนำคือบ้านพักสไตล์ Maisonette (บ้านหลังเล็ก) ที่วิวสวยที่สุดใน Setouchi Retreat Aonagi อย่างบ้านพัก “THE AONAGI Suite” ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลเซโตะในได้จากหน้าต่างบานใหญ่ที่สูงตั้งแต่พื้นจนถึงเพดาน ชั้นบนมีห้องนอนและห้องอาบน้ำอ่างจากุซซี่ ส่วนชั้นล่างก็มีโต๊ะ (ภาพที่สองทางด้านบน) และห้องรับแขกที่มีโซฟา (ภาพแรกทางด้านบน)

นอกจากนี้ยังขอแนะนำห้องพัก Hot Spring Suit ซึ่งภายในมีบ่อน้ำร้อนที่สามารถเอนนอนได้ถึง 180 องศา และยังสามารถนำเครื่องดื่มเข้าไปได้ (ภาพแรกทางด้านบน) และห้องพักที่มีห้องนอน 2 ห้องตั้งอยู่แยกกันอย่างห้อง 4-Bed suite (ภาพที่สองทางด้านบน)

อาหารเย็นจะเป็นอาหารชุดที่มาในธีมของ "ทิวทัศน์" โดยอาหารแต่ละจานจะแสดงถึงแต่ละทิวทัศน์ของทะเลเซโตะใน ได้ดื่มด่ำกับทั้งรสชาติและวิวสวยๆ

ที่นี่รายล้อมไปด้วยทัศนียภาพที่สวยงามและความสงบเงียบ จึงเหมาะมากสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการพักผ่อน

ขอแนะนำให้จองผ่านเว็บไซต์ของโรงแรมโดยตรงเพื่อให้ไม่พลาดสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้แก่

● การรับประกันราคาถูกที่สุด
● คูปองสำหรับใช้สระว่ายน้ำส่วนตัวในร่มฟรี 1 ชั่วโมง
● Sparkling Wine ฟรี โดยทางโรงแรมจะเตรียมไว้ให้ในห้องพัก

นอกจากนี้ยังสามารถเช่าทั้งตึกได้ด้วยเช่นกัน

CHAHARE Hanare Dogo Yumekura (CHAHARU 離れ 道後 夢蔵)

CHAHARE Hanare Dogo Yumekura เป็นเรียวกัง (โรงแรมแบบญี่ปุ่น) ที่อยู่ห่างจากตัวอาคารหลักของออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นอย่างโดโกะออนเซ็นเพียงแค่ 60 เมตร ใช้เวลาเดินเพียงแค่ 1 นาทีก็ถึงแล้ว ในแต่ละห้องพักมีห้องอาบน้ำส่วนตัว สามารถเพลิดเพลินไปกับน้ำแร่ธรรมชาติอันอ่อนโยนต่อผิวของโดโกะออนเซ็นได้เต็มที่

ทุกห้องมีอ่างอาบน้ำในตัว แต่ห้องพักที่แนะนำเป็นพิเศษคือห้องพักที่กินพื้นที่ชั้นบนสุดทั้งชั้น “Bettei Yukiya” (別邸 如矢) ซึ่งใช้ไม้รีไซเคิลในการสร้าง ได้เป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ที่มีชั้นลอย ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในบ้านพักลับๆ ภายในประกอบด้วยห้องนอน 3 ห้องที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน และห้องอาบน้ำที่ทำจากไม้ สามารถพักผ่อนหย่อนใจไปกับโดโกะออนเซ็นได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ อ่างอาบน้ำในแต่ละห้องยังทำขึ้นจากเครื่องเคลือบ Tobeyaki (砥部焼) จากจังหวัดเอฮิเมะ ซึ่งจะมีลักษณะที่แตกต่างกันไปตามแต่ละห้องด้วย สามารถเลือกเข้าพักกันตามชอบได้เลย!

อาหารเย็นจะเป็นคอร์สอาหารฝรั่งเศสจากห้องอาหาร Quatre-Cinq นอกเหนือจาก “MODE” (คอร์สพื้นฐาน) แล้ว ยังสามารถอัพเกรดเป็นคอร์สที่สูงขึ้น เช่น คอร์ส “La Passion” คอร์ส ”E’motion” หรือคอร์ส “Reconnaissance” ได้ด้วย วัตถุดิบที่ใช้ก็จะเป็นของประจำฤดูกาลนั้นๆ ส่วนอาหารเช้าจะเสิร์ฟเป็นสลัดหรือสมูทตี้ที่ทำจากผักสดจากท้องที่

เนื่องจากตัวเรียวกังตั้งอยู่ใกล้กับอาคารหลักอันเป็นสัญลักษณ์ของโดโกะออนเซ็น จึงเป็นที่พักที่สะดวกมากในการเดินทางท่องเที่ยว!

บริเวณโทคุชิมะ

จังหวัดโทคุชิมะ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของภูมิภาคชิโกกุ (แผนที่) เนื่องจากเขตภูเขากินพื้นที่กว่า 80% ของจังหวัด ในแต่ละบริเวณจึงมีภูมิอากาศแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะ "โอโบเกะ โคโบเกะ" (大歩危小歩危) (ภาพแรกทางด้านบน) เป็นผาหินที่ถูกกัดเซาะเป็นร่องยาวกว่า 8 กิโลเมตร และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโด่งดังแห่งหนึ่ง ในสมัยก่อน ขึ้นชื่อเรื่องการเดินทางอันยากลำบาก แต่ปัจจุบันก็เดินทางมาด้วยเรือท่องเที่ยวได้

ส่วนในภาพที่สองทางด้านบนคือภาพของ "น้ำวนแห่งนารุโตะ" (鳴門の渦潮) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามกระแสน้ำวนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในช่วงพีคอย่างฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงอาจมีความเร็วได้ถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอาจมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ถึง 20 เมตรเลยทีเดียว ในปัจจุบันสามารถนั่งเรือเข้าไปชมใกล้ๆ ได้

นอกจากนี้ยังมีหนึ่งในสามดินแดนลึกลับของญี่ปุ่นอย่าง "อิยะ" (祖谷) ซึ่งรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ และยังมี "เทศกาลอาวะโอโดริ(阿波おどり※) ที่โด่งดังอีกด้วย บริเวณนี้จึงเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว เทศกาลแบบดั้งเดิม และกิจกรรมต่างๆ มากมาย

 

เทศกาลนี้จัดขึ้นในช่วงกลางเดือนสิงหาคมของทุกปี (ปี 2021 จัดวันที่ 12 - 14 สิงหาคม)

Togenkyo (桃源郷) เมืองเล็กกลางหุบเขา

Togenkyo อีกหนึ่งดินแดนลึกลับในญี่ปุ่น และเป็นชุมชนของบ้านที่มีหลังคา Kayabukiyane (茅葺屋根 / หลังคามุงหญ้าภูเขาหรือฟาง พบในมรดกโลกทางวัฒนธรรมอย่าง Shirakawago) ตั้งอยู่บนภูเขาอิยะ เป็นผลงานของนักวิจัยวัฒนธรรมตะวันออกอย่างคุณ Alex Arthur Kerr รวมแล้วมีบ้านแบบดั้งเดิมถึง 7 หลังที่นำมาเปิดให้บริการเป็นที่พัก

หลังคาแบบดังกล่าวมีความทนทานสูง สามารถกันน้ำไม่ให้เข้ามาในตัวอาคารได้เป็นอย่างดี อีกทั้งอากาศยังถ่ายเทได้ง่าย มีคุณสมบัติกันเสียง กันความร้อน และเก็บความชื้น จึงช่วยให้เย็นสบายในหน้าร้อน แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้อบอุ่นในฤดูหนาว

ภายในมีเตาอิโรริ (囲炉裏) แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เอามาดีไซน์ให้ดูทันสมัยมากขึ้น เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็จะพบกับธรรมชาติกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาที่แม้แต่ในญี่ปุ่นก็ไม่ได้หาได้ง่ายๆ สมกับชื่อดินแดนลึกลับ!

แต่ละตึกมีการออกแบบแตกต่างกันไป แต่ทุกตึกล้วนมีเตา IH ในครัว เครื่องปรุง เครื่องปรับอากาศ ฮีทเตอร์ที่พื้น และยังมีของใช้ในห้องน้ำเตรียมไว้อย่างเพียบพร้อม ส่วนฟูกที่นอนผู้เข้าพักจะต้องเป็นผู้นำออกมาจากตู้และปูเอง ยกเว้นสำหรับห้อง "Yukyo" (悠居※)  ที่เป็นเตียงเสื่อทาทามิ ทั้งหมดนี้จะทำให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่นโบราณที่ผสมผสานกับความสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

※Booking.com ใช้ชื่อว่า 町屋5 ส่วน Agoda ใช้ชื่อว่า ”Japanese-Style Townhouse 6”

หากถูกใจรูปแบบอาคารไหนก็เลือกเข้าพักกันได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นอาคารไหนก็สามารถมองเห็นทิวเขาได้ทั้งนั้น และเนื่องจากตัวรีสอร์ทตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาจึงจะได้เห็นสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปมาด้วย หากอากาศดีก็สามารถนั่งชิลๆ ท่ามกลางธรรมชาติที่บริเวณระเบียงหรือสวนของบ้านได้ตามสบาย


การเดินทางมาที่รีสอร์ทขอแนะนำให้ใช้บริการแท็กซี่ เนื่องจากต้องผ่านทางคดเคี้ยวลึกไปในหุบเขา นอกจากนี้รอบๆ รีสอร์ทก็ไม่มีซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อเลย หากต้องการสุราหรือวัตถุดิบต่างๆ จึงควรซื้อไว้ล่วงหน้า และในฤดูหนาว (เดือนมกราคม - มีนาคม) หิมะอาจก่อตัวหนาจนไม่สามารถเข้าพักได้ อาจมีกรณีที่ถูกยกเลิกการจอง แต่อย่างไรก็ตาม ที่นี่ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ควรมาลองพักดูสักครั้งในชีวิต!

Iya Onsen (祖谷温泉)

Iya Onsen เป็นบ้านพักหลังโดดที่ตั้งอยู่ในหุบเขาอิยะ (祖谷渓) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งดินแดนลึกลับ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ริมหุบเขารูปตัว V เรื่องทิวทัศน์จึงแน่นอนว่าสวยละลานตาสุดๆ

สิ่งที่ไม่ควรพลาดก็จะเป็นบ่อน้ำร้อนกลางแจ้งริมแม่น้ำอิยาคาวะ (祖谷川) ในภาพแรกทางด้านบนที่สามารถเดินทางไปได้โดยนั่งกระเช้า (ภาพที่สอง) เนื่องจากเป็นบ่อน้ำร้อนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาลึกจึงให้ประสบการณ์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร น้ำแร่จากตาน้ำธรรมชาตินี้มีความลื่นและขุ่นเล็กน้อย เมื่อลงอาบก็จะช่วยขัดผิวให้เหมือนถูด้วยสบู่ และยังช่วยทำให้ผิวนุ่มลื่นอีกด้วย

ห้องพักทั้ง 20 ห้องแบ่งออกเป็น 5 รูปแบบ มีเช่นห้องที่มีบ่อน้ำร้อนกลางแจ้ง, ห้องพิเศษพร้อมอ่างแช่เท้า, ห้อง Suite above the cloud Tamayura (玉響) เป็นต้น แต่ทั้งหมดก็ตั้งอยู่บนทำเลทองในการชมวิว ไม่ว่าห้องไหนก็สามารถชื่นชมทัศนียภาพของหุบเขาอิยะได้ทั้งนั้น

อาหารเย็นเสิร์ฟเป็นคอร์สไคเซกิ (ชุดอาหารแบบญี่ปุ่น) สูตรพิเศษของทางโรงแรม  โดยใช้ผักที่ปลูกได้เฉพาะในท้องถิ่นและเนื้อวัวจากจังหวัดโทคุชิมะเป็นวัตถุดิบ ทั้งยังมีคอร์ส “Awa Special Kaiseki (阿波特選会席)” ที่มีทั้งเนื้อวัว Awagyu ชื่อดังในจังหวัด เมนูเนื้อกวางป่าย่าง ซาชิมิปลาเทราต์ (ซาชิมิปลาน้ำจืดถือว่าหาทานได้ยากมาก) และอื่นๆ

ชุดอาหาร Appetozer ก็มีให้เลือกหลากหลายไม่แพ้กัน สามารถอัพเกรดกันได้ตามชอบ อย่างในภาพที่สองทางด้านบนจะเป็นไก่ Awaodori ของจังหวัดโทคุชิมะกับผักประจำฤดูกาลนึ่ง รับประทานคู่กับซอสมิโสะแบบเผ็ด นอกจากนี้ยังมีเมนูปลาหวานซอสส้มสุดาจิที่เสิร์ฟเฉพาะช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนเท่านั้นด้วย

ที่พักในจังหวัดคากาวะ

จังหวัดคากาวะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของภูมิภาคชิโกกุ (แผนที่) แม้จะเป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในญี่ปุ่นแต่ก็มีประวัติศาสตร์ยาวนาน อย่างเกาะโชโดชิมะ (小豆島) ที่ขึ้นชื่อเรื่องซอสโชยุและน้ำมันมะกอก สันทราย Angel Road ที่จะปรากฏให้เห็นเพียงแค่บางฤดูกาลเท่านั้น (ดังในภาพแรก) และวัดซานุกิ คมปิระซัง (さぬきこんぴらさん) ซึ่งจากทางเข้าจนถึงตัววัดต้องเดินขึ้นบันไดหินถึง 785 ขั้น เป็นต้น (ภาพที่สอง) สามารถสัมผัสธรรมชาติและภูมิอากาศริมทะเลเซโตะในได้อย่างเต็มที่ เรียกได้ว่าเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจเลยทีเดียว


เนื่องจากเป็นบริเวณที่ฝนตกน้อยจึงนิยมปลูกข้าวสาลีที่ใช้น้ำน้อยกว่ามากกว่าข้าว ด้วยเหตุนี้ที่นี่จึงมีอ่างเก็บน้ำจำนวนมากเพื่อใช้ในการเกษตร และยังได้มีการนำข้าวสาลีที่ปลูกในพื้นที่มาแปรรูปเป็นซานุกิอุด้ง (ซานุกิคือชื่อเก่าของจังหวัดคากาวะ) จนโด่งดังไปทั่วทั้งประเทศ นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารอร่อย ๆ มากมายให้ลิ้มลอง เช่น สะโพกไก่ติดกระดูกที่ย่างจนเกรียม

Umioto Mari (海音真里)

ตัวรีสอร์ท Umioto Mari ตั้งอยู่บนเกาะโชโดชิมะริมทะเลเซโตะใน ใช้เวลาเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ประมาณ 1 ชั่วโมงจากสนามบินทาคามัตสึ จังหวัดคากาวะ สามารถชมวิวทะเลชิลๆ ได้โดยไม่มีใครอื่นมารบกวน

ห้องพักแนะนำคือห้องพักที่มีอ่างอาบน้ำสำหรับชมวิวในร่มอย่างห้องพัก “-SA-” (離れ「さ」の音) ซึ่งใช้ไม้จากภายในเกาะในการสร้างสรรค์ความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมผสานกับความสมัยใหม่ และยังเห็นทะเลเซโตะในอยู่เบื้องหน้า ให้บรรยากาศที่เงียบสงบคลอด้วยเสียงคลื่น อีกหนึ่งห้องพักลักษณะคล้ายกันที่แนะนำคือห้องพัก “-TO-” (離れ「と」の音)


หากได้ลองเอนกายลงบนเก้าอี้และเฝ้ามองทะเลที่เปลี่ยนไปในทุกวินาที รับรองว่าคุณจะลืมชีวิตประจำวันอันแสนวุ่นวายไปเลย

อาหารเย็นคอร์ส Olive ใช้น้ำมันมะกอกซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของเกาะประกอบกับเครื่องปรุงโฮมเมดต่างๆ จนเกิดเป็นรสชาติเฉพาะตัวของที่นี่ หากได้ลองชิมน้ำมันมะกอกที่ทำจากมะกอกที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาจากในเกาะดูสักครั้งแล้วจะพบว่าไม่มีอะไรเหมือนกับสิ่งที่คุณเคยทานเลย!

อีกหนึ่งบริการยอดนิยม คือ Shimayado Este สปาที่ใช้น้ำมันมะกอกจากในเกาะ และยังมีการใช้หินบะซอลต์ภายในบริเวณมาทำเป็นสปาหินร้อนอีกด้วย


เวลาบนเกาะโชโดชิมะเล็กๆ นี้ดูจะเดินช้ากว่าปกติ สามารถใช้เวลาไปกับการพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างเต็มที่

Seaside Villa SASAO

เมื่อขับรถออกมาจากเมืองทาคามัตสึที่อยู่ใจกลางของคากาวะประมาณ 30 นาที ก็จะพบกับวิลล่าหรูเนื้อที่กว่า 200 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง ตัวที่พักแทบจะอยู่ทางเหนือสุดของเกาะชิโกกุ จึงสามารถมองเห็นวิวที่สงบเงียบของทะเลเซโตะในได้จากทั้งห้องรับแขกและสวนขนาดใหญ่

สิ่งที่อยากจะเน้นเป็นพิเศษก็คือลานไม้กว้างในสวนสำหรับชมวิวทะเลเซโตะใน ตอนกลางคืนก็สามารถเปิดไฟได้ด้วย จะมีอะไรชวนฝันไปกว่าการดูดาวไปพร้อมๆ กับแสงไฟจากเรือประมงในทะเลยามค่ำคืนได้อีก


นอกจากนี้ทางบ้านพักยังมีเตาบาร์บีคิวให้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการใช้อีกด้วย

ห้องนอนที่มีเตียงขนาดใหญ่ถึง 3 เตียงด้วยกัน สามารถมองออกไปเห็นทะเลเซโตะในได้

ภายในห้องรับแขกมีเตาไม้ฟืนที่สามารถใช้อบอาหาร เช่น พิซซ่าได้ และยังมีเปลให้คุณนั่งเล่นระหว่างจ้องมองท้องฟ้าด้วย หรือจะนั่งชมวิวบนเก้าอี้ที่ระเบียงก็ได้เช่นกัน เหมาะสำหรับการพักผ่อนเป็นครอบครัวอย่างมาก

ที่พักในจังหวัดโคจิ

จังหวัดโคจิ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะชิโกกุ (แผนที่) ภาพแรกคือภาพของปราสาทโคจิ หนึ่งใน 12 ปราสาทเทนชุคาคุ (天守閣) ของญี่ปุ่นที่มีการสร้างใหม่ในปีค.ศ. 1753 ถึงแม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 260 ปีแล้ว แต่ตัวปราสาทก็ยังคงสภาพเดิมอยู่ จึงถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของจังหวัดโคจิที่ควรลองมาเยี่ยมชมดูสักครั้งในชีวิต

และยังมีสะพานที่พาดผ่านแม่น้ำที่ยาวที่สุดในภูมิภาคชิโกกุอย่างสะพานชินกะบาชิ (沈下橋 ※ ) รวมถึงแม่น้ำนิโยโดกาวะ (仁淀川) ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ใสที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย บริเวณนี้จึงเป็นแหล่งธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง

นอกจากนี้แล้วทุกปีระหว่างวันที่ 9 - 12 สิงหาคมจะมี "เทศกาลโยสะโค่ย" (よさこい祭り※) ที่มีผู้คนกว่า 20,000 คนมาร่วมเต้นรำกัน อีกทั้งยังมีเมนู "คัทสึโอะโนะทาทากิ" (カツオのたたき) ซึ่งเป็นการนำปลาคัตสึโอะสดมาเผาด้วยไฟที่จุดด้วยฟาง เรียกได้ว่ามีครบครันทั้งแหล่งท่องเที่ยว เทศกาล รวมถึงอาหารเลิศรสเลยทีเดียว

 

※ 沈下橋 แปลเป็นไทยว่าสะพานที่จมน้ำ เนื่องจากบริเวณนี้มีไต้ฝุ่นเยอะและมีน้ำท่วมบ่อย ตัวสะพานจึงไม่มีราวจับเพื่อไม่ให้สะพานพัง และเมื่อเกิดอุทกภัยสะพานจะจมอยู่ใต้น้ำ
※ เทศกาลปี 2021 ถูกยกเลิก

Shimanto Riverside Hideaway

ตัวโรงแรมตั้งอยู่ข้างแม่น้ำชิมันโตกาวะ (四万十川) ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในชิโกกุที่ โดยเป็นบ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมนำมาปรับปรุงใหม่ นอกจากบ้านพักแบบวิลล่าแล้ว ยังมีห้องพักแบบที่จำกัดผู้เข้าพักสูงสุดแค่ 3 กลุ่มต่อวันด้วย

จุดเด่นของที่นี่ก็คือบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงญี่ปุ่นสมัยก่อน โดยรอบจะทีทิวทัศน์ของนาข้าวสมัยโบราณ และสามารถเดินไปยังสะพาน "ทาคาเสะ ชินกะบาชิ" (高瀬沈下橋) ในภาพที่สองได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น

เนื่องจากสะพานนี้ไม่มีราวจับและยังแคบมาก มีโอกาสตกลงไปได้สูง จึงแนะนำให้มาด้วยจักรยานหรือเดินเท้ามากกว่ารถยนต์
 

บ้านพักแบบโบราณนี้จะช่วยให้คุณได้ดื่มด่ำบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างเต็มเปี่ยม ภาพแรกคือภาพของ Endai (縁台 / ลานบ้านที่หันหน้าเข้าหาสวน สามารถเดินเข้าบ้านจากสวนได้โดยตรง) ซึ่งสามารถพักผ่อนไปพลางชมสีสันของแต่ละฤดูกาลได้ แน่นอนว่าทั้งบ้านพักมี Wi-fi ครบครัน

ในกรณีที่ไม่ได้เช่าบ้านทั้งหลังก็สามารถเลือกห้องพักในบรรดาห้องเสื่อทาทามิวิวสวน (สูงสุด 3 ท่าน) ห้องนอนเตียงคู่ (รับได้สูงสุด 2 ท่าน) และห้องนอนเตียงแยก (สูงสุด 2 ท่าน) ได้ด้วย ดังนั้นสำหรับใครที่ไม่ชินกับการนอนพื้นก็สามารถเลือกนอนเตียงได้เช่นเดียวกัน

สำหรับอาหารเย็นสามารถเลือกได้ระหว่างทำอาหารเองที่ครัว กับสั่งอาหารกับทางโรงแรมโดยแจ้งล่วงหน้าตั้งแต่ตอนจอง ภาพที่สองเป็นภาพของตัวอย่างอาหาร โดยจะเสิร์ฟเมนูชื่อดังของจังหวัดโคจิอย่างคัทสึโอะโนะทาทากิ (ตรงกลางของภาพ มีลักษณะเป็นปลาที่ถูกเผาด้านนอกจนเป็นสีขาวแต่ด้านในยังคงดิบอยู่) ร่วมด้วย ควรค่าแก่การลิ้มลองดูสักครั้งในชีวิต

หากกลางคืนอากาศปลอดโปร่งจะมองเห็นดวงดาวที่ส่องประกายเต็มท้องฟ้า คลอไปกับเสียงของแม่น้ำชิมันโตกาวะ สามารถรับรองได้เลยว่าจะเป็นค่ำคืนที่พิเศษคืนหนึ่งในชีวิตของคุณ หากคุณกำลังมองหาที่พักที่มีบรรยากาศชนบทหน่อย ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ และสามารถใช้ชีวิตแบบสไลว์ไลฟ์ได้ ก็ต้องที่นี่เลย!

นอกจากนี้ยังสามารถเช่าจักรยานเสือภูเขาและจองกิจกรรมต่างๆ อีกหลายอย่างได้ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของโรงแรมอีกด้วย
 

Auberge Tosayama (オーベルジュ土佐山)

รีสอร์ทแห่งนี้สามารถขับรถจากตัวเมืองโคจิมาได้โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที รายล้อมด้วยภูเขาจำนวนมากในบริเวณภูเขาโทสะซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเซริว คากามิกาวะ (清流・鏡川) ในบริเวณตอนกลางของจังหวัด และยังมีกลิ่นอายของหมู่บ้านภูเขาอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

นอกจากการขับรถส่วนตัวแล้ว ก็สามารถใช้บริการรถบัสจาก Orient Hotel Kochi (แผนที่) ในการเดินทางได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ※


※ รถออกเวลา 15:00 น. และจำเป็นต้องจองล่วงหน้า โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่หน้าเว็บไซต์ของทางโรงแรม

ตัวรีสอร์ทถูกสร้างมาเพื่อให้ผู้คนมาดื่มด่ำกับธรรมชาติของภูเขาโทสะได้อย่างเต็มที่ จึงเป็นอีกที่ที่สามารถพักผ่อนหย่อนใจไปพลางเพลิดเพลินกับธรรมชาติได้

อาหารเย็นจะเสิร์ฟเป็นอาหารฟูลคอร์สตามแบบฉบับของโรงแรม Auberge ที่ใช้ทั้งผักจากในพื้นที่ และไข่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นของไข่แดงอย่าง Tosajiro (土佐ジローの卵) เป็นส่วนประกอบ

ชุดอาหารจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลและใช้วัตถุดิบประจำฤดูกาลนั้นๆ ให้รสชาติที่แตกต่างกันออกไปในต่างช่วงเวลาที่เข้าพัก เป็นประสบการณ์การเที่ยวภูเขาโทสะที่คุณไม่มีวันลืม

ทางโรงแรมมีบ้านพักวิลล่าทั้งหมด 4 หลัง ตั้งอยู่ที่อีกฟากของสะพานแขวนบนแม่น้ำคากามิกาวะ (ภาพแรกและภาพที่สองทางด้านบน) ได้ความเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ นอกจากนั้นก็มีห้อง Twin room ในตึกโรงแรมอีก 12 ห้องที่ก็สามารถชมวิวธรรมชาติที่สวยงามตามแบบฉบับของภูเขาโทสะได้อย่างเต็มตาเช่นกัน

ส่งท้าย

ภูมิภาคชิโกกุอาจจะออกตัวช้ากว่าภูมิภาคอื่นๆ ไปบ้างในเรื่องการท่องเที่ยวเนื่องจากการเดินทางทางบกยังไม่สะดวก แต่นั่นก็หมายความว่าภูมิภาคนี้เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวและโรงแรมมากมายที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้พบกับที่พักที่ถูกใจจากบทความนี้

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร