นัตโตะกาแฟเปลี่ยนโลก! พบปะกับโอโนโอกะ เคตะ ผู้ดำเนินธุรกิจนัตโตะกาแฟ

นัตโตะทำขึ้นจากถั่วเหลืองหมัก เป็นอาหารที่มีกลิ่นแรงและความเหนียวหนุบหนับเป็นเอกลักษณ์ คนที่ชอบก็มักจะชอบเลย คนที่ไม่ชอบก็มักจะไม่ชอบไปเลย แต่ในขณะเดียวกันนัตโตะก็เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่เต็มไปด้วยโปรตีน ในช่วงหลังมานี้จึงเริ่มกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ผู้ที่อยากจะเปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมๆ ของนัตโตะและพามันออกไปสู่สายตาของผู้คนมากขึ้นก็คือคุณโอโนโอกะ เคตะคนนี้ โดยไอเดียของเขาก็คือการนำนัตโตะมาผสมผสานกับกาแฟนั่นเอง คุณโอโนโอกะเริ่มก่อตั้ง "Shonan Soy Studio" ที่เป็นแหล่งผลิตนัตโตะกาแฟขึ้นในปี 2019 ในระหว่างที่ทำงานเป็นพนักงานบริษัทไปพลางๆ อีกทั้งยังมีส่วนร่วมในด้านอื่นๆ อย่างการจัดการ Art Hotel ด้วย ในบทความซีรี่ส์ "People of Japan" ครั้งนี้ เราจะพานักอ่านทุกท่านไปรู้จักกับคุณโอโนโอกะกัน!

คานางาวะ

อาหารการกิน

Klook.com

วันที่เรานัดสัมภาษณ์คุณโอโนโกะเป็นวันที่โตเกียวได้สัมผัสกับแสงแดดอันอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิหลังจากที่ถูกปกคลุมด้วยฝนและความหนาวเย็นมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ โดยสถานที่ที่เราไปเยือนในครั้งนี้ก็คือชายฝั่งทะเลอันงดงามของเมืองโออิโซะ จังหวัดคานากาว่า

เมื่อลงจากรถบัสและตามป้ายสีขาวที่เขียนว่า "Shonan Soy Studio" ไป เราก็จะได้พบกับบ้านแบบยุคเก่าที่ปกติจะเห็นได้แต่ในภาพยนตร์หรือละคร ที่นี่ก็คือ Shonan Soy Studio ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและโชว์รูมของนัตโตะกาแฟนั่นเอง ผนังด้านนอกสีขาวตัดกับผ้าม่านชิคๆ และหลังคามุงกระเบื้องทำให้บ้านหลังเก่านี้ดูมีเสน่ห์ นอกจากนี้ที่มุมหนึ่งของระเบียงที่ติดกับสวนยังมีเบาะรองนั่งนุ่มๆ วางไว้ด้วย สามารถมานั่งรับลมชมบรรยากาศได้ราวกับมาเที่ยวบ้านเพื่อนเลยทีเดียว

สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับ "นัตโตะไร้กลิ่น" ที่เหมาะกับขนมหวานสุดๆ !

"ก่อนจะเริ่มคุยกัน ลองทานนี่ดูก่อนน่าจะเข้าใจง่ายกว่าครับ" คุณโอโนโอกะกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ แต่พวกเรากลับรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย สิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะในตอนนั้นจะเรียกว่าขนมก็พูดได้ไม่เต็มปากนัก เป็นขวดแก้วที่บรรจุครัมสด นัตโตะ และมูสงาเป็นชั้นๆ ไล่มาจากด้านบน พอลองทานดูแบบกล้าๆ กลัวๆ ก็พบว่าไม่มีกลิ่นของนัตโตะอยู่เลย แต่กลับได้กลิ่นหอมของกาแฟแทน กลายเป็นว่าเข้ากับครีมและมูสงาได้อย่างลงตัว

การบอกว่า "สร้างชีวิตใหม่ให้กับนัตโตะ" อาจฟังดูง่าย แต่อันที่จริงแล้วเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นจากผลึกของความคิดและความพากเพียรนับไม่ถ้วนโดยมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงโลกเป็นรากฐาน

ความเป็นไปได้ของอาหารญี่ปุ่นที่สัมผัสได้ในต่างประเทศและพันธกิจที่ก่อตัวขึ้น

ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อบ้านของคุณโอโนโอกะได้เป็นโฮสท์แฟมิลี่ให้กับเด็กต่างชาติในสมัยมัธยมปลาย เด็กนักเรียนจากแคลิฟอร์เนียที่มาอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณโอโนโอกะนั้นอายุน้อยกว่าเขาแต่กลับมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมืองจนน่าตกใจ เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงทำให้คุณโอโนโอกะเริ่มสนใจเรื่องความแตกต่างของการศึกษาในต่างประเทศ และตัดสินใจไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาในที่สุด เขาเริ่มออกไปสัมผัสกับโลกภายนอก ในช่วงหลายปีหลังจากนั้นก็ไปเยือนประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรป เอเชีย และแอฟริกากว่า 30 ประเทศ การได้พบเจอกับสิ่งต่างๆ เช่นนี้เองที่เปิดเส้นทางที่แตกต่างออกไปให้กับคุณโอโนโอกะ

คุณโอโนโอกะค้นพบเป้าหมายของชีวิตจากประสบการณ์การเดินทางรอบโลก เขาได้พบว่าอาหารญี่ปุ่นอย่างเต้าหู้ นมถั่วเหลือง และถั่วแระญี่ปุ่นได้รับการยอมรับในต่างประเทศในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากที่ตัวเองคุ้นเคย จึงเริ่มใฝ่ฝันที่จะมีแบรนด์อาหารญี่ปุ่นแบบออริจินัลเป็นของตัวเองและเผยแพร่มันออกไปทั่วโลก

นอกจากนี้ การไปเยือนประเทศที่กำลังพัฒนาก็ทำให้คุณโอโนโอกะสัมผัสได้ถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างลึกซึ้ง การใช้ชีวิตในญี่ปุ่นนั้นสะดวกสบาย อยากเดินทางไปที่ไหนเมื่อไรก็ไปได้ อยากทานอะไรก็ทานได้ และมีเวลามากพอที่จะไล่ตามความฝันได้ แต่ไม่ใช่ทุกประเทศที่จะเป็นเช่นนั้น เขาจึงปรารถนาที่จะลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากประเทศหรือสภาพแวดล้อมที่เติบโตมาด้วย

หากสั่งสมประสบการณ์ไว้ ก็จะมีโอกาสได้ใช้อย่างแน่นอน

คุณโอโนโอกะมีทั้งแรงใจที่จะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายและสปิริทที่พร้อมจะสนุกไปกับความท้าทายต่างๆ เรียกได้ว่ามีคุณสมบัติของนักธุรกิจอยู่อย่างเต็มเปี่ยม อีกทั้งยังเคยลองลงมือทำธุรกิจเองตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา เขาเคยทำช่องสอนภาษาอังกฤษสำหรับคนญี่ปุ่นร่วมกับเพื่อนชาวอเมริกันในช่วงที่ Youtube เพิ่งออกสู่สายตาชาวโลกได้ประมาณ 4 ปี เคยตีพิมพ์หนังสือเรียนออนไลน์ และยังเคยทำธุรกิจตัดชุดตามสั่งโดยใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างกัญชงหรือขวดพลาสติกรีไซเคิลร่วมกับเพื่อนที่มีประสบการณ์ตัดเสื้อด้วย แม้ว่าธุรกิจเหล่านี้จะไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนัก แต่คุณโอโนโอกะก็ไม่เคยทิ้งจิตวิญญาณที่จะท้าทายกับสิ่งใหม่ๆ และถ่ายทอดอุดมคติของเขาไปให้กับคนรอบข้างด้วยวิธีต่างๆ เสมอมา

คุณโอโนโอกะตัดสินใจที่จะผ่อนแรงลงสักหน่อย จึงกลับมาที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเขาและเริ่มทำงานในบริษัทเคมีภัณฑ์รายใหญ่ของต่างประเทศ ขณะที่เรียนรู้เรื่องต่างๆ จากที่ทำงานก็วางแผนธุรกิจใหม่ไปด้วยพลางๆ โดยตั้งใจว่าจะเริ่มทำก่อนอายุ 30

ในระหว่างนั้น คุณโอโนโอกะก็นึกได้ว่าอาหารรูปแบบใหม่ๆ อย่างอาหารมังสวิรัติหรืออาหารออร์แกนิคเป็นนิยมมากในสมัยที่เรียนอยู่ที่อเมริกา ในช่วงนั้นคุณโอโนโอกะเองก็ทานอาหารมังสวิรัติ 2 มื้อต่อสัปดาห์จึงสังเกตได้ว่าอาหารมังสวิรัตินั้นย่อยง่ายและทำให้ร่างกายรู้สึกเบาสบาย พอย้อนกลับมาคิดว่าญี่ปุ่นมีอาหารสุขภาพอะไรบ้าง จึงได้คำตอบออกมาเป็นนัตโตะนั่นเอง

นัตโตะเป็นอาหารดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่อุดมไปด้วยโปรตีนจากถั่วเหลืองและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก แต่เมื่อคุณโอโนโอกะลองแนะนำให้เพื่อนต่างชาติทานมักจะมีแต่คนบ่ายเบี่ยงเพราะกลิ่นอันรุนแรงของมัน เห็นว่าทุกคนยอมแพ้เพราะรู้สึกว่ากลิ่นของนัตโตะเหมือนกับถุงเท้าที่ทิ้งไว้ 3 วันอย่างไรอย่างนั้น

หลังจากนั้นคุณโอโนโอกะก็ทุ่มเวลาหลังเลิกงานในการวิจัยเพื่อเอากลิ่นเหม็นออกไปจากนัตโตะ แม้ว่าจะไม่เคยมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอาหารมาก่อน แต่ทักษะที่ได้มาจากการทำงานในบริษัทเคมีภัณฑ์ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือสารเคมี การเพิ่ม ลด และปรับส่วนผสมก็จะทำให้เราได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันออกไปเรื่อยๆ

"เป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกว่าประสบการณ์ที่สั่งสมมามีประโยชน์สุดๆ เลยครับ"  คุณโอโนโอกะทดลองใส่ส่วนผสมหลากหลายชนิด เช่น ชาเขียว ใบโหระพา หรือน้ำตะไคร้ลงไปในระหว่างกระบวนการแช่และต้มถั่วเหลือง จนในที่สุดก็ต้นพบว่าการใช้กาแฟจะทำให้กลิ่นของนัตโตะหายไปได้ ในขณะเดียวกันก็คงคุณค่าทางโภชนาการของนัตโตะเอาไว้ด้วย

จากนั้น Shonan Soy Studio ก็ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อคุณโอโนโอกะอายุได้ 28 ปี และผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองหมักกาแฟรูปแบบใหม่ "SOYFFEE" ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกัน

เอกลักษณ์ของ SOYFFEE

SOYFFEE มีหน้าตาแทบจะเหมือนกับนัตโตะแบบเดิม แต่ที่น่าตกใจก็คือแทบไม่มีกลิ่นอันรุนแรงที่เป็นเอกลักษณ์ของนัตโตะอยู่เลย หากลองตั้งใจดมดูก็จะได้กลิ่นกาแฟหอมๆ แทน อย่างไรก็ตาม รสสัมผัสของ SOYFFEE ก็ยังคงเหมือนกับนัตโตะถั่วไป ถ้าใครไม่ชอบอะไรเหนียวๆ ก็อาจจะไม่ถูกปากนัก

วิธีการทานก็มีอยู่หลายแบบ แต่ที่แนะนำก็คงจะเป็นการนำไปทานร่วมกับอาหารอย่างโทสต์ ของหวาน หรือสลัด หรือจะทานคู่กับของว่างหรืออาหารเช้าที่มักจะไม่มีโปรตีนอยู่มากนักก็ได้ อีกทั้งยังเข้ากับอะไรหวานๆ อย่างน้ำผึ้งหรือครีมได้อย่างไม่น่าเชื่อ ครีมเหนียวๆ ให้รสชาติที่แปลกใหม่ดีทีเดียว

การนำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาประยุกต์ใช้นี้เองที่เป็นจิตวิญญาณของคุณโอโนโอกะ ในเดือนเมษายนปี 2022 เขาก็ได้คิดค้นผงนัตโตะที่คล้ายกับเครื่องปรุงรสขึ้นมา และเปิดร้านขายของหมักจากผงนัตโตะกับถั่วเหลืองสำหรับซื้อกลับบ้าน "SOY BREWERY" ขึ้นในชิงาซากิที่อยู่ห่างจากโออิโซะไป 2 สถานี

ชีวิตของการทำงานหลายอย่างควบคู่กัน

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าคุณโอโนโอกะทำงานอยู่ในบริษัทเคมีภัณฑ์ โดยทั่วไปแค่จะประกอบธุรกิจในขณะที่เป็นพนักงานกินเงินเดือนก็ยากแล้ว แต่คุณโอโนโอกะยังเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารโรงแรมได้อีก ตัวคุณโอโนโอกะชอบการตั้งแคมป์มาก จึงเริ่มสร้างโรงแรมด้วยความรู้สึกที่ว่า "ไหนๆ จะไปแล้วก็อยากมีที่ที่ไปนอนได้ตลอดน่ะครับ" ในปัจจุบันจึงมีโรงแรมธีม Art & Chill แบบเช่าเหมาตึก "norm." เปิดทำการอยู่ที่ริมทะเลสาบคาวากุจิ จังหวัดยามานาชิ

พอคุณโอโนโอกะสนใจอะไรสักอย่างก็มักจะเริ่มลงมือทำและกลายเป็นงานในที่สุด โรงแรมนี้ก็คือหลักฐานชั้นดี

โรงแรมนี้ได้ร่วมมือกับศิลปินหลากหลายท่านและเปลี่ยนธีมไปตามเวลา จึงมีบรรยากาศคล้ายกับแกเลอรี่ นอกจากนี้ยังใช้ระบบการเช่าเหมาแบบจำกัด 1 กลุ่มต่อ 1 วันเพื่อให้แขกที่เข้าพักได้พักผ่อนอย่างสบายใจที่สุด

แน่นอนว่าการทำงานในสิ่งที่ชอบแยกกับงานประจำนั้นเป็นสิ่งที่คนในยุคปัจจุบันหลายคนใฝ่ฝัน แต่อย่างไรการลงมือทำหลายอย่างพร้อมกันก็ยังเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับคนคนหนึ่ง โชคดีที่คุณโอโนโอกะได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนและครอบครัวเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นในการทำนัตโตะหรือการบริหารโรงแรม "อะไรที่ต้องการความเชี่ยวชาญ ก็ฝากให้คนที่เชี่ยวชาญรับผิดชอบไปส่วนหนึ่งครับ" การจัดการเช่นนี้เองที่ทำให้คุณโอโนโอกะสามารถทำงานหลายอย่างไปควบคู่กันได้

เส้นทางที่บุกเบิกมาด้วยความมุ่งมั่นจะเชื่อมต่อไปยังอนาคตที่วาดฝัน

ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินธุรกิจผลิตนัตโตะ เป็นเจ้าของโรงแรมศิลปะ หรือทำงานบริษัทก็ล้วนต้องใช้ความพยายามอย่างมาก แล้วคุณโอโนโอกะไม่เคยรู้สึกเหนื่อยล้าบ้างเลยหรือ ?

"ก็รู้สึกเหมือนลงมือทำในสิ่งที่ต้องทำไปเรื่อยๆ อะไรแบบนี้มั้งครับ" คนนอกอาจจะมองว่าคุณโอโนโอกะเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่ตัวคุณโอโนโอกะเองแค่รู้สึกว่าได้ทุ่มเทให้กับสิ่งที่ตัวเองรักและการสร้างอนาคตที่ไม่มีความเหลื่อมล้ำเท่านั้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็อย่างเช่นโครงการ "BITE for BITE" (ให้คำหนึ่งของคุณ เป็นคำหนึ่งของใครสักคน) ของ Shonan Soy Studio ที่จะนำกำไรส่วนหนึ่งของธุรกิจไปซื้อถั่วเหลืองเพื่อบริจาคให้กับประเทศลาว เป็นต้น

คุณโอโนโอกะเคยไปที่ชุมชนการเกษตรในลาวมาและได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบากที่นั่น ลาวเป็นหนึ่งในประเทศที่มี GDP ต่ำที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางทีชาวบ้านก็ได้ทานเนื้อสัตว์แค่สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น เด็กๆ จึงเติบโตมากับอาหารที่ขาดโปรตีนและลดเวลาในการศึกษาเล่าเรียนลงเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แต่แม้กระทั่งในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น ศาสนาพุทธที่ฝังรากลึกอยู่ในลาวก็ยังผลักดันให้ผู้คนใส่บาตรให้กับพระสงฆ์ที่ออกบิณฑบาต และพระสงฆ์ก็จะนำอาหารที่เหลือไปแจกจ่ายให้กับเด็กยากไร้ต่อไป การสนับสนุนและพึ่งพากันและกันเช่นนี้ทำให้คุณโอโนโอกะประทับใจมาก และยังรู้สึกขอบคุณในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่มากขึ้นด้วย

เนื่องจากการระบาดของโคโรนาไวรัส คุณโอโนโอกะจึงไม่ได้ไปลาวมา 2 ปีแล้ว ในระหว่างนั้นเขาก็หันมาสนใจความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจนในญี่ปุ่นที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มจัดหาถั่วเหลืองให้กับโรงอาหารของเด็กๆ ในเขตโชนันเพื่อช่วยเหลือเด็กยากไร้ ในอนาคตเมื่อสถานการณ์กลับมาปกติเขาก็มีแพลนจะกลับไปเยือนลาวอีกครั้งด้วย

ถั่วเหลืองจะหยั่งรากลึกและนำพาไปสู่ความฝัน

การเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้อาจดูเป็นความฝันที่เลื่อนลอย แต่หากไม่ลองทำดูสักครั้งก็ไม่มีทางพูดได้เต็มปากว่าเป็นไปได้ เมื่อก่อนก็คงไม่มีใครเคยคิดมาก่อนว่านัตโตะจะสามารถกลายเป็นขนมอร่อยๆ ได้เมื่อนำมาผสมกับกาแฟ แถมยังเป็นก้าวหนึ่งที่พาเราไปสู่โลกในอุดมคติได้เช่นนี้ เมื่อสถานการณ์การระบาดของโคโรนาไวรัสเริ่มคลี่คลายแล้ว รสชาติของ SOYFFEE คงส่งไปถึงผู้คนได้อีกมากมาย หลังจากนั้นความคิดนอกกรอบของคุณโอโนโอกะจะนำพาอะไรมาให้เราอีกก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป!

มนต์เสน่ห์คันโต

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

เกี่ยวกับนักเขียน

Fuchi
Fuchi Pan
Writer / Editor. Born in Taiwan, based in Tokyo. Passionate about food, travel, and learning something new. Strive to convey the beauty of Japan and Japanese culture through words and photography.
Klook.com

ค้นหาร้านอาหาร