[รีวิว & เปรียบเทียบ] 11 ช็อคโกแลตญี่ปุ่น อร่อย แปลกใหม่ เด็ดแค่ไหน มาดูกัน!

“ช็อคโกแลต” ขนมหวานที่ไม่ค่อยจะอยู่ในตัวเลือกของฝากจากประเทศญี่ปุ่น เพราะมันดูเป็นขนมหวานที่แสนจะธรรมดา หากินที่ไหนก็ได้ แต่ที่จริงแล้วช็อคโกแลตญี่ปุ่นก็มีมุมที่น่าสนใจอยู่เหมือนกันเพราะมีทั้งรสชาติแปลกใหม่ และอะไรพิเศษๆ อยู่ด้วย เช่น ช็อคโกแลตที่ละลายแต่ไม่ติดนิ้ว หรือ ช็อคโกแลตที่ช่วยลดความเครียดหรือเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับ วันนี้เราจะพาทุกคนไปรีวิว 11 ช็อคโกแลตญี่ปุ่นพร้อมเปรียบเทียบ 3 ช็อคโกแลตไส้ถั่วแมคคาเดเมียสุดฮิตกัน จะหวานอร่อยไหม? แปลกใหม่หรือเปล่า? หากอยากรู้ก็ตามไปดูกันเลยค่ะ!

ทั่วประเทศ

อาหารการกิน

1. LOTTE Cookie Salt Almond Chocolate

มาเริ่มกันที่ช็อคโกแลตจากแบรนด์ล็อตเต้กันเลยค่ะ ตัวนี้เป็นสินค้าออกใหม่ในหน้าร้อนของปีนี้ ช็อคโกแลตรส "คุกกี้เกลือ" สอดไส้ถั่วอัลมอนด์แบบเต็มเมล็ด 

อย่างที่รู้ๆ กันว่าหน้าร้อนที่ญี่ปุ่นน่ะร้อนมากๆ จนทำให้เสี่ยงต่อการเกิดฮีทสโตรค (Heat Stroke) อาการหน้ามืด คลื่นไส้ หรือถึงขั้นชักเลยก็ได้ หนึ่งในวิธีเพิ่มความสดชื่นที่คนญี่ปุ่นฮิตกันสุดๆ เลยก็คือ การทานอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ "เกลือ" และน้ำตาลค่ะ ช็อคโกแลตที่เป็นขนมหวานอยู่แล้วเลยถูกนำมาดัดแปลงด้วยการเติมเกลือลงไปเพื่อให้เหมาะกับฤดูนี้นั่นเอง

หน้าตาก็เหมือนกับช็อกโกแลตไส้ถั่วทั่วไปค่ะ เม็ดใหญ่เพราะด้านในเป็นอัลมอนด์แบบเต็มเมล็ด ตัวนี้บอกว่ามีส่วนผสมของผลึกเกลือลอร์เรน (Lorraine Salt) อยู่ 0.14% ซึ่งบนกล่องก็บอกว่าเกลือชนิดนี้จะมีรสเค็มที่นุ่มละมุนค่ะ แล้วในเนื้อช็อคโกแลตก็มีการผสมคุกกี้บดลงไปเพื่อเพิ่มรสสัมผัสด้วย เอาล่ะ มาชิมกันเลยดีกว่า

กัดให้ดูกันไปเลย ด้านในก็จะเห็นเป็นเศษคุกกี้แบบนี้ค่ะ เนื้อช็อคโกแลตตัวนี้จะออกนุ่มๆ หนึบๆ คาดว่าตั้งใจให้มันตัดกับความกรุบของถั่วกับความกรอบของเนื้อคุกกี้ หวานพอสมควรเลยค่ะ แต่พอเคี้ยวไปเรื่อยๆ ก็จะมีรสเค็มจางๆ แทรกขึ้นมาบ้าง ถือว่าเป็นรสชาติที่ไม่ได้แปลกใหม่เท่าไร แต่ก็เคี้ยวเพลินดีค่ะ

 

LOTTE Cookie Salt Almond Chocolate ขนาด 81 กรัม ราคา 259 เยน (ไม่รวมภาษี)

หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อที่ญี่ปุ่นทั่วไปค่ะ 

2. LOOK Lemon Tart Chocolate

มาต่อกันที่ข็อคโกแลตญี่ปุ่นยี่ห้อ "ลุค (Look)" ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัทขนมหวานชื่อดังของญี่ปุ่นที่ชื่อฟูจิยะ (Fujiya) แบรนด์นี้ค่อนข้างเด่นเรื่องขนมที่เป็นแนวนมๆ ครีมๆ แต่เรื่องช็อคโกแลตก็ไม่แพ้ใครเช่นกัน เพราะจะชอบมีรสชาติแปลกๆ ใหม่ๆ ออกมาวางขายอยู่เรื่อยๆ สำหรับหน้าร้อนปีนี้ ก็มีออกรสเลม่อนทาร์ต สีกล่องน่ารักมาก ดูเข้ากับหน้าร้อนจริงๆ ค่ะ

อันนี้ถ่ายรูปสนุกดีค่ะ เพราะกล่อง 2 ด้านพิมพ์ลายไม่เหมือนกัน ทำให้ถ่ายได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แกะออกมาก็จะเป็นชิ้นเล็กๆ แบบในภาพ ทำให้สะดวกต่อการเก็บหรือแบ่งกันกับเพื่อนๆ ค่ะ เรียกได้ว่าเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่แสดงถึงความใส่ใจผู้บริโภคของญี่ปุ่นดี

บนกล่องบอกว่าจะเป็นช็อคโกแลตนมสอดไส้ครีมเลม่อนที่มีใส่เนื้อคุกกี้ครั้นช์ (เดาว่าน่าจะกรุบๆ) และเปลือกเลม่อนอบแห้งลงไปด้วย

เอาล่ะ ชิมได้!

แกะออกมาก็จะเจอช็อคโกแลตขนาดพอดีคำ มีการเล่นเหลี่ยมด้วย

มีเปลือกเลม่อนจริงค่ะ ส่วนเนื้อคุกกี้นี่อาจจะมองยากสักหน่อยเพราะสีมันกลืนไปกับตัวครีมเลม่อน แต่อร่อยดีนะคะ เนื้อครีมเลม่อนมันแอบมีเนื้อสัมผัสคล้ายๆ ชีสเค้กอยู่เบาๆ พอเข้าปากมันจะรู้สึกฟูๆ นุ่มลิ้น รสชาติไม่ค่อยเปรี้ยวแต่หอมกลิ่นเลม่อน แล้วก็มีตัวเปลือกเลม่อนให้เคี้ยวซึ่งเราว่าดีใช้ได้เลย ไม่ติดฟันด้วย แต่ส่วนตัวทานแล้วไม่รู้สึกว่ามีเนื้อคุกกี้ครั้นช์อยู่ด้านในค่ะ 

 

LOOK Lemon Tart Chocolate กล่องหนึ่งมี 8 ชิ้น ราคา 216 เยน (ไม่รวมภาษี)

หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อค่ะ

 

3. LOOK Amaou Ichigo Pouch

มาต่อกันที่อีกหนึ่งช็อคโกแลตญี่ปุ่นยี่ห้อลุค ตัวนี้มาในรูปแบบถุงซึ่งมีซิปล็อกมาให้ ทำให้สะดวกต่อการเก็บมากๆ ค่ะ ตัวนี้เป็นรสสตอเบอรี่ญี่ปุ่นสายพันธุ์ "อามะโอ (あまおう)" บนห่อเขียนไว้ว่ามีการผสมน้ำผลไม้และเนื้อของสตอเบอรี่อามะโอที่ผ่านการฟรีซดราย (Freeze-dried) มาด้วย แถมยังมีเพิ่มสารโพลิฟีนอล ซึ่งสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายแบบที่พบในชาเขียวญี่ปุ่นด้วย

เปิดซองก็มีกลิ่นสตอเบอรี่หอมๆ ลอยออกมาเลยค่ะ แล้วก็จะเจอช็อคโกแลตชิ้นเล็กๆ ประมาณนี้ เป็นสีชมพูอ่อนน่ารัก

เรามาชิมกันเลยดีกว่า

อันนี้อร่อย! รสหวานอ่อนๆ กำลังดี และตัวเนื้อช็อคโกแลตก็เบามากเลยค่ะ ละลายไปในปากเร็วมาก มีรสเปรี้ยวนิดๆ แทรกขึ้นมาบ้าง แล้วก็ไม่ทิ้งรสสัมผัสหนักๆ แบบเวลาทานของหวานไว้ในปากเลย แบบนี้ทำให้รู้สึกว่ากินแล้วสดชื่น ไม่หิวน้ำ ไม่หวานแสบคอดีค่ะ

ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่ทานแล้วมีความรู้สึกเย็นๆ อยู่ข้างในอกด้วยค่ะ (เหมือนเวลาทานผลไม้ฉ่ำน้ำเย็นๆ อย่างแตงโมหรือแตงกวาน่ะค่ะ) ใครอยากหาช็อคโกแลตญี่ปุ่นไว้ทานดับร้อน อยากให้ลองแบรนด์นี้ดูค่ะ

 

LOOK Amaou Ichigo Pouch ขนาด 35 กรัม ราคา 151 เยน (ไม่รวมภาษี)

หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อค่ะ

 

4. MORINAGA Koeda Shio Caramel

ต่อด้วยช็อคโกแลตจาก "โมรินากะ (Morinaga)" แบรนด์คาราเมลญี่ปุ่นชื่อดังกันบ้าง หน้าร้อนนี้เขาก็ได้ออกสินค้ารุ่นลิมิเต็ดเป็นขนมไวท์ช็อคโกแลตรสคาราเมลและเกลือซึ่งเป็นขนมขายดีประจำแบรนด์ออกมา อันนี้บอกว่าใช้เกลือลอร์เรน (Lorraine Salt) จากประเทศฝรั่งเศสมาผสม แล้วก็บอกว่าอร่อยจนหยุดไม่ได้ด้วย งั้นเรามาลองชิมกันเลยดีกว่า

พอแกะออกมาก็จะเจอขนมบรรจุแยกซองแบบนี้ค่ะ กล่องหนึ่งมี 11 ซอง ซองละ 4 ชิ้น เป็นไวท์ช็อคโกแลตทำเป็นรูปกิ่งไม้เล็กๆ สมชื่อ "โคะเอดะ (小枝)" เลย แล้วรสชาติล่ะ จะเป็นยังไง?

ความรู้สึกอย่างแรกเลย คือ แปลกใจค่ะ เห็นหน้าตาแบบนี้ ทีแรกเราคิดว่าเป็นขนมปังกรอบเคลือบช็อคโกแลต แต่จริงๆ แล้วมันคือช็อคโกแลตทั้งแท่งเลยค่ะ มีเศษคาราเมลกับอะไรสักอย่างที่คล้ายๆ ข้าวพองกรอบๆ ฟูๆ ปนมาด้วย แต่ก็เล็กจนแทบไม่ต้องเคี้ยว มีความเค็มแฝงมานิดหน่อย อร่อยกำลังดีค่ะ 

ที่สำคัญเลย คือ กลิ่นคาราเมลนี่หอมมากจริงๆ กรุ่นขึ้นไปถึงจมูกเลย ส่วนตัวเราชอบกลิ่นแบบนี้นะ มันทำให้รู้สึกสงบแล้วก็อบอุ่นดี ที่จริงเราคิดว่าเป็นอะไรที่เหมาะจะกินในช่วงหน้าหนาวมากๆ เลย เอาไปทานคู่กับนมร้อนสักแก้ว เราว่ามันต้องดีมากๆ แน่เลย

นอกจากนี้หลังทานก็ไม่ทิ้งความรู้สึกหนักๆ ไว้ในปาก แล้วก็มีกลิ่นหอมของข้าวพองติดอยู่ในปากจางๆ ด้วยค่ะ

MORINAGA Koeda Shio Caramel กล่องหนึ่งมี 11 ซอง ราคา 194 เยน (ไม่รวมภาษี)

หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อค่ะ

5. GLICO Mental Balance Stress Reducing with GABA

ตัวนี้ค่อนข้างน่าสนใจค่ะ เป็นช็อคโกแลตญี่ปุ่นจากแบรนด์ "กูลิโกะ (Glico)" ที่บอกว่าเป็นช็อคโกแลตช่วยลดความเครียดค่ะ

เราจำได้ว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่เห็นคนญี่ปุ่นใช้ชีวิตคู่กับช็อคโกแลตแบรนด์นี้บ่อยมาก บางคนก็ตั้งไว้บนโต๊ะตอนอ่านหนังสือ บางคนก็หยิบทานระหว่างทำงาน ทีแรกเราก็นึกว่าชอบทานกันเพราะดูคำเล็กๆ ตะมุตะมิดี เพิ่งมารู้วันนี้ว่ามันช่วยลดความเครียด ซึ่งเป็นคุณสมบัติของ "กาบา (GABA)" สารที่ว่ากันว่าช่วยลดความเครียดได้ดีผสมมาด้วยนั่นเอง

ปกติเจ้าสินค้าตัวนี้จะเป็นซองสีแดงซึ่งจะมีขายอยู่เรื่อยๆ ค่ะ แต่รสนี้จะเป็นสินค้าลิมิเต็ดของหน้าร้อนปีนี้ที่ผสมเกลือลงไปด้วย

ตัวช็อคโกแลตจะทำเป็นไซส์ขนาดเล็กๆ พอดีคำแบบนี้ค่ะ เราแอบไปเห็นคอมเมนต์ชาวญี่ปุ่นว่าตัวนี้มันมีความเจ๋งอีกอย่างหนึ่งด้วย คือ เวลามันละลาย มันจะไม่ค่อยติดนิ้วค่ะ เลยสงสัยว่า เอ๊ะ!? จะทำได้จริงเหรอ? 

ดังนั้นก่อนทาน เราจะมาลองทดสอบกันดู ด้วยการถือเจ้าช็อคโกแลตนี้ไว้ 3 นาที

ถือไว้สักพักก็เริ่มรับรู้ได้ว่ามันยวบๆ เบาๆ แล้ว แต่ก็สามารถถือได้จนครบ 3 นาทีค่ะ

คุณพระ! มันไม่เลอะจริงๆ ค่ะ มีแค่ช็อคโกแลตกับความมันติดนิ้วมาแค่นิดหน่อยเท่านั้น แต่โดยรวมถือว่าไม่ติดนิ้วจริงๆ 

เราก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าเพราะอะไร แต่ถือว่าน่าประทับใจมากๆ ค่ะ ปรบมือ!

อันนี้ขอซูมให้ดูเป็นหลักฐานค่ะ ว่าน้องละลายแล้วจริงๆ และในส่วนของรสชาติ...เราว่าเฉยๆ ค่ะ เป็นช็อคโกแลตนมธรรมดาเลย แต่มีเนื้อที่หนึบ หวาน เคี้ยวเพลินพอสมควร แต่เรื่องลดความเครียดไหมนี่เราก็ตอบไม่ได้ค่ะ 

จากคอมเมนต์ชาวญี่ปุ่นที่เราไปส่องมา หลายๆ คนบอกว่าช่วยได้ดีนะคะ บางคนถึงกับทานวันละห่อเลย แต่ส่วนตัวเราคิดว่าหากทานมากเกินไปก็อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน หากใครทานแล้วติดใจจนทานบ่อยๆ ก็อย่าลืมเว้นช่วงกันบ้างนะคะ tsunagu Japan เป็นห่วงนะ~

 

GLICO Mental Balance Chocolate GABA  ขนาด 51 กรัม ราคา 162 เยน

หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ และร้านขายยาทั่วไปค่ะ

6. GLICO Mental Balance GABA for Sleep

มาต่อกันที่อีกหนึ่งช็อคโกแลตญี่ปุ่นจากแบรนด์กูลิโกะ ตัวนี้ไม่ใช่ของใหม่ แต่ก็เป็นที่รักของชาวญี่ปุ่นอยู่พอสมควรเลย ว่ากันว่าเป็นช็อคโกแลตที่ช่วยให้หลับลึกขึ้น ตื่นมาแล้วสดชื่นมากขึ้น คนญี่ปุ่นทำงานหนักมากค่ะ บางคนก็เลยต้องใช้วิธีดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง ชากาแฟที่มีคาเฟอีน หรือพวกวิตามินที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายขณะนอนหลับซึ่งบางคนก็บอกว่าส่งผลต่อการนอนหลับของเขาด้วย (อย่างทำให้ปวดฉี่จนต้องตื่นขึ้นมากลางดึก หรือตื่นได้ไม่เต็มตา)

ซึ่งหลายๆ คนก็บอกมาว่าตัวนี้ให้ผลที่ต่างกันค่ะ ทาน 3 - 4 ชิ้นหลังอาหารเย็นหรือก่อนนอนก็จะช่วยให้อารมณ์ผ่อนคลายขึ้น นอนได้ดีขึ้นทำให้ตื่นขึ้นมาได้อย่างเต็มตา เอาล่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่ารสชาติจะเป็นยังไง
 

ถาดมีความเอียงด้วย เก๋ๆ ตัวนี้สีค่อนข้างอ่อนค่ะ และเนื่องจากตัวนี้เป็นสินค้าไลน์ Mental Balance เหมือนตัวด้านบน เราเลยสงสัยว่าหากละลายแล้วจะไม่คิดนิ้วเหมือนกันหรือเปล่า เลยจะขอลองถือช็อคโกแลต 3 นาทีดูค่ะ

ถือไปได้นาทีกว่าๆ ก็รู้สึกได้ว่ามันเริ่มละลายแล้วค่ะ แล้วก็จะเริ่มลื่นๆ แต่ดีที่ชิ้นใหญ่และค่อนข้างแบน ทำให้ถือต่อได้อยู่

แล้วก็ละลายติดนิ้วค่ะ เหมือนช็อคโกแลตปกติทั่วไป และในส่วนของรสชาติ ตัวนี้ก็ค่อนข้างหวานอ่อนๆ ค่ะ และหากถามว่ามันช่วยเรื่องการนอนหลับไหม ส่วนตัวเรารู้สึกว่าเฉยๆ ค่ะ รู้สึกว่านอนหลับได้สนิทดี แต่ตื่นมาก็ไม่ได้รู้สึกว่าปลอดโปร่งอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็อาจจะเป็นเพราะเพิ่งเริ่มกินด้วยก็ได้

แต่จากคอมเมนต์ชาวญี่ปุ่น มีคนที่เห็นผลอยู่หลายคนเลยนะคะ เขาบอกว่าตื่นมาแล้วไม่รู้สึกหัวตื้อๆ เหมือนที่เป็นปกติ และก็รู้สึกเหมือนได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มพร้อมลุยงานในวันต่อไป ใครสนใจก็ลองหาซื้อกันได้ค่ะ

GLICO Mental Balance GABA for Sleep กล่องหนึ่งมี 12 ชิ้น ราคา 192 เยน (ไม่รวมภาษี)

หาซื้อได้ตามร้านขายของฝาก ร้านขายยา และซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นค่ะ

7. MEIJI Oligo Smart Pouch

สำหรับอันที่ 7 นี้เป็นช็อคโกแลตญี่ปุ่นเพื่อสุขภาพอีกหนึ่งตัว เป็นช็อคโกแลตจากแบรนด์ "เมจิ (Meiji)" หนึ่งในผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ว่ากันว่าเมจิเป็นบริษัทแรกที่ทำการผลิตช็อคโกแลตภายในประเทศญี่ปุ่นซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1918 เลยล่ะค่ะ

เจ้าตัวนี้เป็นช็อคโกแลตที่มีการผสม "น้ำตาลโอลิโก (オリゴ糖)" ซึ่งเป็นน้ำตาลที่จะไม่ถูกดูดซึมในฐานะของน้ำตาล แต่จะไปช่วยเสริมประสิทธิภาพของจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกายที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ของเราค่ะ ผลคือ มันจะทำให้ร่างกายเราทำงานได้ดีขึ้น และทำให้ลำไส้ใหญ่ดูดซึมสารอาหารและแร่ธาตุต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นด้วย

ฟังดูว้าวมากเลย! ซึ่งบนห่อก็เขียนว่าในห่อนี้มี Fructo-oligosaccharides อยู่ถึง 3,840 มิลลิกรัม เพียงพอสำหรับปริมาณที่ต้องการต่อวัน (3 กรัม) เท่ากับการกินกล้วย, หอมหัวใหญ่, มะเขือเทศ, กระเทียม, โกะโบ (รากไม้) เยอะๆ เลยทีเดียว

เป็นช็อคโกแลตที่มีความแข็งพอสมควรเลยค่ะ ตอนเราเทออกมาใส่จาน ได้ยินเสียงกระทบดังกริ๊กๆ เลย

บนเนื้อช็อคโกแลตก็จะมีเป็นลายๆ ค่ะ สงสัยมันจะเป็นดีไซน์~

และเนื่องจากเราอยากรู้ค่ะว่าช็อคโกแลตที่ไม่ติดนิ้วอันที่แล้วเป็นเความพิเศษหรือเป็นเรื่องปกติของช็อคโกแลตแบบซองของญี่ปุ่น เราเลยจะมาทดสอบด้วยการถือช็อคโกแลตตัวนี้ 3 นาทีก่อนทานดูด้วยค่ะ

ถือไปสักพัก ยังไม่ทันครบ 3 นาที ช็อคโกแลตก็เริ่มยวบๆ ค่ะ ตอนนี้เริ่มถือยากแล้ว เหมือนจะลื่นหลุดออกจากมือตลอดเวลาเลย

และสุดท้ายก็ไม่ครบ 3 นาทีค่ะ เพราะน้องลื่นจนหลุดลงจานไปเลย และก็อย่างที่เห็น อันนี้มีเนื้อช็อคโกแลตติดมือมาเยอะพอสมควรเลยค่ะ แปลว่าช็อคโกแลต GABA ในข้อที่ 5 มันคือความพิเศษจริงๆ ด้วย!

แต่เราว่าตัวนี้รสชาติดีกว่าค่ะ หวานน้อยกว่า ไม่หนึบเท่า แต่เนื้อเนียนแล้วก็ละลายบนลิ้นได้ดี ทานเพลินๆ ได้เรื่อยๆ ค่ะ

 

MEIJI Oligo Smart Pouch ขนาด 32 กรัม ราคา 162 เยน (ไม่รวมภาษี)

หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ และร้านขายยาค่ะ

เปรียบเทียบ 3 ช็อคโกแลตไส้ถั่วแมคคาเดเมีย!

พูดถึงของฝากแล้ว แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าช็อคโกแลตไส้ถั่วแมคคาเดเมียนี้ เป็นหนึ่งในของฝากที่คนไทยนิยมซื้อเลยค่ะ ในวันนี้เราจะมารีวิวความแตกต่างของ 3 ตัวนี้ให้ดู เผื่อใครจะใช้เป็นไกด์ในการเลือกซื้อกันค่ะ

8. LOTTE Macadamia Chocolate

ช็อคโกแลตจากแบรนด์ล็อตเต้ มีจุดเด่นอยู่ที่ใช้ถั่วแมคคาเดเมียแบบเต็มเมล็ดค่ะ

 

LOTTE Macadamia Chocolate กล่องหนึ่งมี 9 ชิ้น ราคา 213 เยน (ไม่รวมภาษี)

หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ ร้ายขายยาและร้านขายขนมของฝากค่ะ

9. MEIJI Macadamia

ช็อคโกแลตญี่ปุ่นจากแบรนด์เมจิ ตัวนี้จะเป็นไส้ถั่วแมคคาเดเมียแบบไม่เต็มเมล็ด แต่ก็ขอสู้ด้วยการการันตีคุณภาพถั่ว ว่าเป็นถั่วที่คั่วด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิม คุณภาพระดับ Meiji Quality เลยเชียวนะ!

มีการทำดีไซน์กล่องเตรียมรับโอลิมปิกปี 2020 ไว้ด้วย ถึงแม้จะน่าเสียดายที่ไม่ได้จัดเนื่องด้วยสถานการณ์ โควิด-19 แต่ก็ถือว่าเก็บเป็นที่ระลึกได้เลยล่ะค่ะ

 

MEIJI Macadamia กล่องหนึ่งมี 9 ชิ้น ราคา 238 เยน (ไม่รวมภาษี)

หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ ร้ายขายยาและร้านขายขนมของฝากค่ะ

10. MEIJI Macadamia Matcha

อีกหนึ่งสินค้าจากแบรนด์เมจิ ซึ่งตัวนี้เคลือบด้วยช็อคโกแลตรสชาเขียวมัทฉะแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เลย และก็ยังคงสู้ด้วยถั่ว (ฉันคั่วมาดี) แบบดั้งเดิม การันตีด้วยมาตรฐาน Meiji Quality ค่ะ

 

MEIJI Macadamia Matcha กล่องหนึ่งมี 9 ชิ้น ราคา 270 เยน (ไม่รวมภาษี)

หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ ร้ายขายยาและร้านขายขนมของฝากค่ะ

ล็อตเต้ VS เมจิ

เมื่อมาวางเทียบกัน สิ่งหนึ่งที่เห็นว่าต่าง คือ ความเงาของช็อคโกแลตค่ะ ของเมจิจะดูเงากว่า ซึ่งไม่แน่ว่าอาจเป็นผลมาจากรูปทรงของมันด้วยก็ได้

ผ่าออกมาก็จะเห็นเป็นแบบนี้เลยค่ะ ก่อนอื่นต้องขอปรบมือให้กับความตรงปก ตรงมาก ตรงจริง Japan Quality มากๆ ค่ะ! จะเห็นว่าถั่วของทางฝั่งล็อตเต้มาแบบเต็มเมล็ด ทำให้ผ่าได้อย่างสวนงาม ในขณะที่ของเมจิเป็นชิ้นถั่วแทรกอยู่ทั่วๆ ชิ้น ผลคือทำให้หั่นยากค่ะ 

เรื่องรสชาติ เมื่อทานเทียบกันจะรู้สึกได้ว่าแตกต่างพอสมควร ของล็อตเต้เนื้อช็อคโกแลตจะมีความกรุบกรอบ แบบเคี้ยวแล้วได้ยินเสียงป็อกๆ ก่อนจะละลายไปบนลิ้น และเนื้อถั่วจะมีความหวานอ่อนๆ แต่ไม่มีกลิ่นหอมเหมือนถั่วคั่วค่ะ

ส่วนช็อคโกแลตของเมจิ เรื่องกลิ่นหอมนี่มาเต็มมากค่ะ ใส่ปากก็ได้กลิ่นช็อคโกแลตแล้ว พอเคี้ยวปุ๊บ กลิ่นถั่วก็ฟุ้งกระจายขึ้นมาเลยค่ะ (คั่วมาดีจริงๆ ด้วย555) เนื้อช็อคโกแลตไม่กรอบเท่าของล็อตเต้แต่ก็เนียนลิ้นและได้ความรู้สึกเต็มปากเต็มคำดีค่ะ เวลาทานปกติก็ไม่ได้สังเกตเห็นจุดนี้เลย แต่พอมาเทียบกันแล้วต่างกันพอสมควรเลยนะเนี่ย

โดยรวมเราถือว่าอร่อยทั้งคู่ค่ะ แต่สำหรับคนที่ชอบแบบเคี้ยวมันๆ และอยากได้ถั่วเยอะๆ เราแนะนำของล็อตเต้ ส่วนใครที่ชอบช็อคโกแลตเนียนๆ แบบค่อยๆ ละเลียดทานไป เอนจอยกลิ่นถั่วแมคคาเดเมียไป เราแนะนำของเมจิค่ะ

มาต่อกันที่ตัวช็อคโกแลตชาเขียวของเมจิ ตัวนี้ก็เป็นแบบถั่วไม่เต็มเมล็ดเหมือนกันค่ะ แต่ก็ถือว่าอร่อยเลย โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบชาเขียวญี่ปุ่น เพราะกลิ่นมัทฉะหอมมาก หอมแบบกลบกลิ่นถั่วแทบมิดเลยค่ะ และมีความหวาน ความเนียนของเนื้อช็อคโกแลตที่ลงตัวมาก โดยรวมถือว่าน่าประทับใจเลยค่ะ

11. MEIJI M's BAR Brandy au Lait

ปิดท้ายกันด้วยอีกหนึ่งช็อคโกแลตจากแบรนด์เมจิ ตัวนี้ปกติจะเป็นสินค้าที่วางขายเฉพาะช่วงฤดูหนาวค่ะ เพราะเป็นช็อคโกแลตผสมเหล้าที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย ปกติจะมี 2 รส เป็นรสบรั่นดี (กล่องสีส้ม) และรสรัมเรซิ่น (กล่องสีม่วง)

อันในภาพนี้จะเป็นรสบรั่นดีค่ะ เป็นช็อคโกแลตญี่ปุ่นนุ่มลิ้นสอดไส้ครีมนมผสมบรั่นดี แล้วก็มีการใส่เปลือกส้มเข้าไปด้วย สาวๆ ญี่ปุ่นบอกว่าเป็นช็อคโกแลตที่ดูมีความเป็นผู้ใหญ่ดี รวมถึงดูมีความหรูหราอยู่ในรสชาติเบาๆ ด้วย เราคิดว่าเหมาะจะซื้อเป็นของฝากดีนะคะ

ด้านในจะบรรจุแยกซองมาค่ะ หนึ่งกล่องจะมี 4 ชิ้น เมื่อแกะออกมาก็จะเห็นว่าตัวแท่งช็อคโกแลตมีการทำลายอยู่จางๆ ด้วย ทีนี้ก็มาดูรสชาติกันเลยดีกว่า

อันนี้อร่อยดีค่ะ ส่วนตัวเราเป็นคนชอบทานช็อคโกแลตรสขมอยู่แล้ว อันนี้ถึงจะเป็นความขมแบบแหลมๆ ของบรั่นดีที่ไม่นวลเหมือนความขมจากช็อคโกแลต แต่ก็ถือว่าทดแทนกันได้อยู่ กลิ่นบรั่นดีก็หอมดีค่ะ ไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นกลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่าไร และก็เข้ากันได้ดีกับกลิ่นหอมสดชื่นจากเปลือกส้มที่อยู่ด้านในด้วย เนื้อสัมผัสก็ดีใช้ได้เลยค่ะ ละลายไปบนลิ้นแล้วก็รู้สึกเนียนลิ้นดี

ใครที่กำลังมองหาของฝากจากญี่ปุ่นที่ไม่ซ้ำใคร สามารถซื้อตัวนี้ไปฝากได้ค่ะ

 

MEIJI M's BAR Brandy au Lait กล่องหนึ่งมี 4 ชิ้น ราคา 216 เยน (ไม่รวมภาษี)

หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยาและร้านขายขนมของฝากค่ะ

 

ช็อคโกแลตญี่ปุ่น : อร่อย แปลกใหม่ น่าซื้อไปเป็นของฝาก

ถึงแม้ว่าช็อคโกแลตจะไม่ใช่ขนมหวานที่มีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศญี่ปุ่น แต่ทางผู้ผลิตชาวญี่ปุ่นก็ได้ใส่ความคิดสร้างสรรค์ คุณภาพและความใส่ใจในผู้บริโภคลงไปอย่างเต็มเปี่ยม

นอกจากนี้ การที่ญี่ปุ่นมักจะออกสินค้าให้เข้ากับฤดูและเทศกาลต่างๆ ก็ทำให้มีช็อคโกแลตรสพิเศษที่คุณอาจหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วด้วย ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาของฝากใหม่ๆ หรือประสบการณ์ที่จะเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ไม่ซ้ำใคร ก็ไปลองความอร่อยของช็อคโกแลตญี่ปุ่นกันดูได้นะคะ

 

สำหรับวันนี้ tsunagu Japan ก็ขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ :)

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร