แพลน 3 วันตะลุยเกาะชิโคคุ! ชมธรรมชาติ ปราสาท อาหารอร่อยที่โคจิและคากาวะ

จังหวัดโคจิและจังหวัดคากาวะเป็นสองในสี่จังหวัดบนเกาะชิโคคุ อยู่ทางใต้ของเกาะฮอนชู (เกาะหลักของญี่ปุ่น) โดยจังหวัดโคจิขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติสวยงาม ประวัติศาสตร์เข้มข้น และอาหารทะเลสดอร่อย ส่วนจังหวัดคากาวะก็มีอาหารอันเลื่องชื่ออย่างอุด้ง ครั้งนี้ขอแนะนำแพลนเที่ยว 3 วัน ไปชมปราสาท พิพิธภัณฑ์ สถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ และเอร็ดอร่อยไปกับอาหารขึ้นชื่อประจำจังหวัดในทริปตะลุยชิโคคุนี้กัน!

ชิโคขุ

เคล็ดลับ

วันที่ 1 - เที่ยวโคจิ

12:00 น. สถานีโคจิ

ครั้งนี้เดินทางมาจังหวัดโคจิโดยเครื่องบิน และนั่งบัสต่อมายังสถานีโคจิค่ะ

เมื่อมาถึงสถานีโคจิ จะเห็นรูปปั้นขนาดใหญ่สามรูปตั้งตระหง่านอยู่หน้าสถานี ซึ่งเป็นรูปปั้นของบุคคลสำคัญของญี่ปุ่นได้แก่ทาเคจิ ฮันเปอิตะ, นากาโอกะ ชินทาโร และซากาโมโตะ เรียวมะ ทั้งสามเป็นชาวโทสะ (ชื่อเรียกแคว้นที่ตั้งอยู่บริเวณจังหวัดโคจิในปัจจุบัน) ที่มีบทบาทสำคัญต่อการปฏิรูปเมจิ ซึ่งเป็นการล้มล้างระบอบโชกุนและชนชั้นศักดินา โดยทั้งสามอยู่ในกลุ่มที่ต้องการให้ชนชั้นศักดินาหมดไปนั่นเอง

นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวโคจิ และ “Ryomaden” Bakumatsu patriot Shachu ซึ่งมีการนำฉากที่ใช้ในการถ่ายทำละครเรื่อง เรียวมะเด็น ที่ฉายไปในปี 2010 มาจัดแสดง และที่นี่ยังมีการรวมเอาของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดโคจิทั้งของกินและงานหัตกรรมมากมายมาให้ได้เลือกซื้อกันอีกด้วย
 

12:30 น. ตลาดฮิโรเมะอิจิบะ (Hirome Ichiba)

ต่อไปขอพามาลิ้มลองของดีประจำจังหวัดอย่าง ทาทาคิคัตสึโอะ หรือปลาคัตสึโอะลนไฟ ที่ตลาดฮิโรเมะอิจิบะกันค่ะ ที่นี่รวบรวมเอาร้านขายทาทาคิคัตสึโอะและอาหารทะเลอื่นๆ มากมายให้ได้ซื้อมาชิมกัน โดยจะมีพื้นที่สำหรับนั่งรับประทานในตลาดให้เลือกนั่งกันได้อย่างอิสระด้วยค่ะ

สำหรับทาทาคิคัตสึโอะ คือปลาคัตสึโอะชิ้นโตๆ ที่ถูกนำไปลนไฟจนสุกหอมที่บริเวณด้านนอก แต่ด้านในยังคงความสดและชุ่มฉ่ำเอาไว้ บอกเลยว่าทั้งหอมและอร่อยมากๆ ค่ะ ถ้าได้มาเที่ยวโคจิห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะคะ
 

13:30 น. พิพิธภัณฑ์บ้านเกิดของซากาโมโตะ เรียวมะ (Sakamoto Ryoma's Hometown Museum)

ทำความรู้จักกับวัยเด็กของซากาโมโตะ เรียวมะ และสถานที่ที่เขาเติบโตขึ้นมาได้ที่พิพิธภัณฑ์บ้านเกิดของซากาโมโตะ เรียวมะ ที่นี่จะเล่าเรื่องราวของเมืองโคจิในสมัยก่อน สภาพสังคมที่หล่อหลอมให้เรียวมะเติบโตขึ้นมาและมีปณิธานที่อยากให้ทุกคนเท่าเทียมกัน

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบริการไกด์ (ภาษาญี่ปุ่น) ที่ไม่เพียงแต่จะคอยบรรยายเสริมและพาเราเดินชมในพิพิธภัณฑ์ แต่ยังพาเราออกมาเดินชมจุดต่างๆ ในเมือง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณที่เคยเป็นบ้านของตระกูลซากาโมโตะ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ตั้งชื่อสาขาตามชื่อของเรียวมะ (และเป็นที่ทำการไปรษณีย์สาขาแรกในญี่ปุ่นที่ตั้งชื่อตามชื่อคน) รูปปั้นของบุคคลสำคัญอื่นๆ ในประวัติศาสตร์ที่เกิดที่โคจิ สุสานของตระกูลซากาโมโตะ ฯลฯ ตามแต่คอร์สที่เราเลือกอีกด้วยค่ะ

เรียกได้ว่าได้ชมบรรยากาศเมืองเพลินๆ และยังได้ความรู้ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นด้วยค่ะ

15:30 น. ปราสาทโคจิ (Kochi Castle)

ปราสาทโคจิ เป็นปราสาทญี่ปุ่นแห่งเดียวที่ยังคงหลงเหลือทั้งส่วนอาคารหลัก หรือฮงมารุ และป้อมปราสาทอยู่ ซึ่งโครงสร้างหลายจุดในปราสาทยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติอีกด้วย

นอกจากจะเข้าไปชมสถาปัตยกรรมในตัวปราสาทได้แล้ว ด้านนอกยังมีสวนขนาดใหญ่รายล้อมและเต็มไปด้วยต้นซากุระที่พร้อมจะบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ นอกจากนี้ยังสามารถชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองโคจิได้จากด้านบนของป้อมปราสาทอีกด้วย
 

17:30 น. Kochi Yosakoi Information Exchange Center

Kochi Yosakoi Information Exchange Center สถานที่รวบรวมประวัติศาสตร์ของระบำโยซาโค่ย ระบำพื้นบ้านชนิดหนึ่งของญี่ปุ่นที่มีต้นกำเนิดมาจากจังหวัดโคจิ โดยระบำโยซาโค่ยจะใช้เครื่องมือเคาะจังหวะที่เรียกว่า นารุโกะ ซึ่งจะทำจากไม้และเกิดเสียงเมื่อขยับ ผู้เต้นจะถือนารุโกะไว้ในมือและเคาะพร้อมเต้นอย่างสนุกสนานไปตามจังหวะเพลง

ปกติจังหวัดโคจิจะมีการจัดเทศกาลโยซาโค่ยอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปีในฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม หากมาเที่ยวโคจิในช่วงอื่นๆ ก็สามารถมาชมความสนุกสนานของงานด้วยภาพและวิดีโอของงานเทศกาลในครั้งก่อนๆ ได้ที่นี่โดยไม่เสียค่าเข้าชมค่ะ

19:00 น. ร้านอาหารสไตล์โทสะ Tosa Ryori Tsukasa Honten

นอกจากทาทาคิทัตสึโอะแล้ว จังหวัดโคจิยังมีอาหารที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปลาทะเล กุ้ง สาหร่ายทะเล พืชตระกูลส้มอย่างยูสุ หรือแม้แต่ปลาไหลมอร์เรย์ ที่จะสามารถรับประทานได้ในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมเท่านั้น มาลองสัมผัสอาหารทะเลสดอร่อยตามแบบฉบับโทสะได้ที่ร้านนี้ค่ะ
 

วันที่ 2 - ชมธรรมชาติที่โคจิ

6:00 น. ชายหาดคัตสึระ (Katsura hama) และพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานซากาโมโตะ เรียวมะ (Sakamoto Ryoma Memorial Museum)

เริ่มต้นการเที่ยวเกาะชิโคคุวันที่ 2 ด้วยการมาชมพระอาทิตย์สวยๆ ที่หาดคัตสึระ และเยี่ยมรูปปั้นเรียวมะที่ตั้งอยู่เหนือหาด ทิศของรูปปั้นที่หันหน้าไปทางทะเลทำให้ดูราวกับว่าเรียวมะกำลังมองดูและปกป้องอ่าวโทสะอยู่นั่นเอง
 

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานซากาโมโตะ เรียวมะ ที่ไม่เพียงแต่จะนำเสนอประวัติของเขาตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิตจากการถูกลอบสังหาร แต่ยังมีความรู้เกี่ยวกับการปฏิวัติเมจิและบุคคลสำคัญในยุคนั้น หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญอย่างจดหมายที่เรียวมะเขียนโต้ตอบกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์คนอื่นๆ ปืนพกรุ่นที่เรียวมะใช้ในการป้องกันตัว ฉากกั้นห้องที่เปื้อนเลือดจากเหตุการณ์ลอบสังหารเรียวมะ และกิโมโนของเรียวมะที่มีตราประจำตระกูลอยู่ที่อกอีกด้วยค่ะ
 

11:30 น. สะพานฮาริยามะ (Harimaya Bridge)

จุดต่อไปคือสะพานฮาริยามะ แลนด์มาร์กจุดสำคัญของเมือง ซึ่งมีชื่อเสียงจากตำนานความรักที่ไม่สมหวังของนักบวชและคนรักในสมัยเอโดะ โดยนักบวชได้ซื้อปิ่นปักผมและมอบเป็นของขวัญให้แก่คนรักที่สะพานแห่งนี้ ก่อนจะถูกขับไล่เพราะทำผิดศีล
 

สะพานแห่งนี้ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์และเพลงประกอบระบำโยซาโค่ย นอกจากนี้ ตัวสะพานเองแม้จะมีความยาวเพียงราวๆ 20 เมตร แต่ก็เป็นภาพทิวทัศน์ที่สวยงามด้วยตัวสะพาน คูน้ำ และต้นไม้รอบๆ เป็นจุดถ่ายรูปที่ไม่ควรพลาดค่ะ

14:00 น. นิโยโดบลู (Niyodo Blue)

ทางทิศตะวันตกของเมืองโคจิ มีแม่น้ำ Niyodo ซึ่งไหลผ่านเมืองต่างๆ มากมายด้วยความยาวถึง 124 กิโลเมตร น้ำในบริเวณนี้จะมีสีฟ้าอมเขียวสดใสสวยงามน่าพิศวง ความสวยงามแปลกตาของมันทำให้มีผู้ตั้งชื่อสีนี้ว่า นิโยโดบลู (Niyodo Blue) นั่นเอง

สถานที่ที่สามารถชมสีฟ้าสวยงามแบบนี้ได้มีหลายที่ แต่เราขอแนะนำนิโกบุจิ (Niko Buchi) ซึ่งเป็นทะเลสาบเล็กๆ ที่มีน้ำตกและธรรมชาติอันสวยงามรายล้อม พอได้เข้าไปเห็นใกล้ๆ แล้วรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งเลยล่ะค่ะ แม้จะเดินทางลำบากสักหน่อยแต่รับรองว่าคุ้มค่าแก่การมาชมมากๆ
 

อีกจุดที่สามารถชมความสวยงามของนิโยโดบลูได้คือที่หุบเขา Nakatsu Keikoku ซึ่งเป็นหุบเขาที่มีแม่น้ำไหลผ่าน น้ำสีฟ้าสดใสในแม่น้ำตัดกับโขดหินและวิวภูเขาเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามมากจริงๆ ค่ะ
 

19:00 น. ร้านอาหารสไตล์โทสะ Tosa Ryori Tataki-tei

Tosa Ryori Tataki-tei เป็นอีกร้านที่สามารถลิ้มลองอาหารตามฉบับโทสะ ความพิเศษของร้านนี้คือมีเมนูปลาไหลมอร์เรย์หลากหลายชนิดให้ได้ลองชิม ทั้งแบบซาชิมิ ชุบแป้งทอด ย่าง เยลลี่ปลาไหล เป็นต้น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเนื้อแน่นๆ เคี้ยวเพลินของปลาไหลมอร์เรย์ค่ะ

วันที่ 3 - เที่ยวคากาวะ

10:30 น. ปราสาทมารุกาเมะ (Marugame Castle)

ข้ามมาจังหวัดคากาวะกันบ้าง เราจะมาแวะเมืองมารุกาเมะซึ่งอยู่ระหว่างทางนั่งรถไฟกลับจากโคจิพอดี เมืองนี้อยู่ติดกับทะเลเซโตอุจิในช่วงที่แคบที่สุด ทำให้สามารถเห็นวิวทะเลเซโตอุจิรวมถึงเกาะฮอนชูได้จากปราสาทมารุกาเมะ ซึ่งเป็นปราสาทที่ตั้งอยู่บนเขาเหนือกำแพงหินสูงชัน

ความพิเศษของที่นี่คือ เป็นปราสาทแห่งเดียวในปราสาท 12 แห่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในญี่ปุ่น ที่รอดพ้นจากการทำลายในยุคหลังการปฏิวัติเมจิและคงสภาพอาคารเดิมไว้ได้ เราสามารถขึ้นไปชมวิวเมืองและทะเลเซโตอุจิจากชั้นบนสุดของป้อมปราสาทที่ยังหลงเหลืออยู่นี้ รวมถึงชมนิทรรศการที่เล่าประวัติของปราสาทด้านในได้

12:00 น. ร้านอุด้ง สึซึมิ (Tsuzumi)

สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนเมืองนี้คืออาหารประจำจังหวัดคากาวะอย่างอุด้งและไก่ย่าง ซึ่งมีร้านให้เลือกมากมายหลายร้านบริเวณสถานีมารุกาเมะ เราจึงไปถามคุณน้าที่ร้านขายของที่ระลึกในปราสาทมารุกาเมะเพื่อขอคำแนะนำ จึงได้มาที่ร้านนี้ Tsuzumi ตามคำบอกของคุณน้าค่ะ 

เส้นอุด้งของที่นี่จะมีเอกลักษณ์คือความหนึบแต่ไม่เหนียว แน่นอนว่าทำเองด้วยมือทั้งหมด ไม่ใช้เครื่องทำเส้นเหมือนอุด้งทั่วไป โดยที่เราสามารถเห็นกระบวนการทำทั้งหมดผ่านกระจกใสที่กั้นบริเวณที่นั่งและครัว

เส้นอุด้งนุ่มหนึบเคี้ยวเพลินเข้ากับน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถเลือกท็อปปิ้งใส่ในชามอุด้งได้หลายสิบแบบอีกด้วย ถ้ามามารุกาเมะห้ามพลาดเลยค่ะ

14:00 น. ไก่ย่างติดกระดูก อิคคาคุ (Ikkaku Marugame Honten)

อีกหนึ่งความอร่อยที่ห้ามพลาดของเมืองมารุกาเมะ นั่นก็คือไก่ย่างที่ใช้เนื้อส่วนสะโพกและขาโดยไม่หั่น ทำให้ได้ไก่ชิ้นใหญ่จุใจ หอมกลิ่นเครื่องเทศ รสชาติเข้มข้น สามารถจับกระดูกยกขึ้นกัดได้เลย เหมาะแก่การกินคู่กับกะหล่ำปลีสดที่เสิร์ฟมาคู่กันหรือเบียร์เป็นที่สุด และร้านที่โด่งดังที่สุดคือร้านนี้ Ikkaku Marugame Honten 

ไก่ย่างแบบนี้จะมีสองชนิดคือแบบฮินะและโอยะ ซึ่งหมายถึงไก่สาวและไก่แก่ตามลำดับ ทำให้เนื้อของทั้งสองแบบจะต่างกันไปด้วย โดยแบบแรกจะให้เนื้อที่นุ่มเคี้ยวง่าย ส่วนแบบหลังจะให้ความเหนียวสู้ฟัน สามารถเลือกสั่งตามแบบที่ชอบได้ค่ะ

ชมวิวสวย ชิมอาหารอร่อย เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ชิโคคุ!

เป็นอย่างไรบ้างคะ เริ่มอยากมาเที่ยวเกาะชิโคคุกันบ้างหรือยัง ด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมของที่นี่ทำให้ทั้งอาหาร สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และโครงสร้างสังคมของพื้นที่บริเวณนี้แตกต่างจากเมืองใหญ่ๆ ของญี่ปุ่นบนเกาะฮอนชูมากเลยทีเดียวค่ะ มาสัมผัสสิ่งใหม่ๆ อาหารอร่อยๆ ธรรมชาติสวยงาม และวัฒนธรรมเฉพาะท้องถิ่นกันด้วยตนเองผ่านการเที่ยวเกาะชิโคคุกันนะคะ

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร