10 อันดับเมืองออนเซ็นธรรมชาติของญี่ปุ่น ในคิวชู จัดอันดับจากเว็บจองที่พักชื่อดัง!

ในช่วงนี้ที่ต้องอยู่บ้านกันจนเบื่อ ออนเซ็นกลางแจ้งก็อาจจะเป็นตัวเลือกในการผ่อนคลายที่น่าสนใจท่ามกลางธรรมชาติ ญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศแห่งออนเซ็น และมีแหล่งออนเซ็นอยู่หลายแห่ง ภูมิภาคที่มีออนเซ็นชื่อดังจำนวนมากอย่าง "คิวชู" ก็เป็นที่ที่เหล่าคนรักออนเซ็นจะพลาดไม่ได้เลย บทความนี้ เราจะพาคุณไปเจาะลึกเสน่ห์ของ 10 อันดับ "เมืองออนเซ็นยอดฮิตของคิวชู ปี 2021" ที่คัดเลือกโดยผู้ใช้งานเว็บจองที่พักยอดนิยม "Jalan" มาเต็มอิ่มไปกับออนเซ็นอันหลากหลายของคิวชูกันเถอะ!

คิวชู

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ทำไมคิวชูถึงมีย่านออนเซ็นชื่อดังมากมาย?

"ภูมิภาคคิวชู" เป็นที่ตั้งของออนเซ็นที่ 3 ใน 5 แหล่งมีปริมาณน้ำผุด และจำนวนต้นน้ำมากที่สุดของญี่ปุ่น ถึงขั้นถูกเรียกว่าเป็นสวรรค์แห่งออนเซ็นเลยทีเดียว

ต้นกำเนิดของออนเซ็นเหล่านี้เกิดจากภูเขาไฟที่ยังมีพลังจำนวนมากให้ความร้อนกับน้ำใต้บาดาล ส่งผลให้มีออนเซ็นที่มีแร่ธาตุตามเอกลักษณ์ของดินผุดขึ้นมาตามจุดต่างๆ น้ำร้อนปริมาณมากทำให้เมืองอบอวลไปด้วยหมอกไอ ดึงดูดผู้คนมากมายให้มาสัมผัสออนเซ็นเฉพาะตัวของพื้นที่นั้นๆ ยิ่งไปกว่านั้นคนในแต่ละพื้นที่ยังได้ร่วมมือกันสร้างวัฒนธรรมเมืองออนเซ็นที่ไม่เหมือนใคร คิวชูจึงมีย่านออนเซ็นชื่อดังอยู่เยอะด้วยเหตุนี้เอง

ตัวเลือกออนเซ็นมากหน้าหลายตาคงทำให้หลายคนลังเลว่าควรไปออนเซ็นไหนดี ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปเจาะลึกจุดเด่นของแหล่งออนเซ็นในคิวชูผ่าน การจัดอันดับแหล่งออนเซ็นยอดฮิตของคิวชู ปี 2021 (九州の人気温泉地ランキング2021) ที่โหวตโดยผู้ใช้งานเว็บไซต์ Jalan (じゃらん) เว็บไซต์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่มีผู้ใช้งานเป็นอันดับหนึ่งในปี 2020

ลองมาค้นหาออนเซ็นที่เข้ากับคุณกันเถอะ!

อันดับ 1 "เบปปุออนเซ็นเคียว" เมืองออนเซ็นที่โด่งดังทั่วโลก! [จ. โออิตะ]

เบปปุออนเซ็น (別府温泉郷) มีจำนวนต้นน้ำและปริมาณน้ำผุดมากเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น โดยมีปริมาณน้ำผุด 83,058 ลิตรต่อนาที (*อันดับ 2 อยู่ที่ 44,486 ลิตร) และจำนวนต้นน้ำ 2,848 แห่ง (*อันดับ 2 อยู่ที่ 804 แห่ง) ภายในเมืองเบปปุมีออนเซ็นให้ลองแช่มากกว่า 300 บ่อ ซึ่งเยอะกว่าที่อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด

โดยเฉพาะ เบปปุโนะจิโกคุ (別府の地獄) หรือ นรกแห่งเบปปุ ที่โด่งดังเป็นพิเศษและได้รับการยอมรับจากทางรัฐว่ามีคุณค่าทางวัฒนธรรม ที่นี่ประกอบด้วยออนเซ็นธรรมชาติที่มีทิวทัศน์แปลกตาและสีสันที่แตกต่างกันไป เช่น ทะเลนรก (海地獄) นรกบ่อเลือด (血の池地獄) และ นรกบ่อขาว (白池地獄) เป็นต้น

ในบรรดาออนเซ็นเหล่านี้ "ทะเลนรก" เป็นบ่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีสีน้ำเงินเข้มจากการละลายของเหล็กซัลเฟตที่อยู่ในน้ำ รอบด้านรายล้อมไปด้วยสวนที่สวยงามตลอดสี่ฤดู ว่าไปแล้วก็ดูเหมือนสวรรค์มากกว่านรก แม้ว่าไม่สามารถลงแช่ในทะเลนรกได้โดยตรง แต่ก็มีสิ่งน่าสนใจมากมายให้นักท่องเที่ยได้เพลิดเพลิน เช่น บ่อแช่เท้าที่ปล่อยน้ำไหลมาจากต้นน้ำโดยตรง และ เอนมังโนะยุ (えんまんの湯) ผงอาบน้ำที่ทำมาจากน้ำออนเซ็นของที่นี่

เบปปุออนเซ็นเป็นตัวแทนของออนเซ็นญี่ปุ่น ถึงขนาดที่มีคำกล่าวว่า "ภูเขาต้องฟูจิ ทะเลต้องเซโตะใน น้ำพุร้อนต้องเบปปุ" คนดังฝั่งตะวันตกหลายท่านอย่าง Helen Keller ก็เคยแวะมาเยือนที่นี่ 

ต้นน้ำออนเซ็นจำนวนมากนี้ก็ยังมีการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าจากความร้อนใต้ดิน การเพาะพันธุ์ดอกไม้ ไปจนถึงอุตสาหกรรมประมง แค่เพียงก้าวเข้าไปก็ทำให้รู้สึกถึงความเป็นเมืองที่มีชีวิตอยู่ร่วมกับออนเซ็นแล้ว

อันดับ 2 "คุโรคาวะออนเซ็น" รวม 28 ออนเซ็น เช็คอินทั้งเมืองได้จากที่พักเดียว [จ. คุมาโมโตะ]

คุโรคาวะออนเซ็น (黒川温泉) เป็นหมู่บ้านออนเซ็นที่ออกแบบให้ที่พัก 30 หลังและทิวทัศน์ภูเขาชนบททั้งหมดเป็นเหมือนเรียวกังเพียงแห่งเดียว มีคอนเซ็ปต์ให้ที่พักแต่ละหลังเป็นเหมือนบ้านพักตากอากาศ และให้เส้นทางเล็กๆ ที่เชื่อมต่อที่พักเข้าด้วยกันเป็นระเบียงข้ามฟาก ทำป้ายต่างๆ ในเมืองให้คล้ายกัน จัดสภาพแวดล้อมด้วยการปลูกและตัดแต่งต้นไม้ และสร้างออนเซ็นกลางแจ้งรูปแบบต่างๆ เป็นจุดขายของที่พักแต่ละหลังโดยใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวธรรมชาติ

ที่นี่มีทั้งออนเซ็นที่สามารถยืนแช่ได้ทั้งตัว และออนเซ็นถ้ำที่เจ้าของที่พักลงมือขุดด้วยตัวเอง ทั้งยังมีน้ำออนเซ็นที่ต่างกันอยู่ถึง 7 ชนิด ไม่ว่าจะเวียนแช่กี่แห่งก็ไม่มีทางเบื่ออย่างแน่นอน

นอกจากนี้ยังมีตั๋วแช่สุดคุ้มในราคา 1,300 เยน โดย 1 ใบ สามารถใช้แช่ออนเซ็นได้ 3 แห่ง และสามารถใช้ได้กับออนเซ็นกลางแจ้งเกือบทุกแห่งในคุโรคาวะออนเซ็น กล่าวคือ ไม่ว่าจะพักที่ที่พักหลังไหนก็สามารถเพลิดเพลินกับคุโรคาวะออนเซ็นได้อย่างทั่วถึง

ตามจุดต่างๆ ยังมีร้านเมนูเด็ดที่เหมาะกับการเดินกิน และร้านของฝากที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เป็นเมืองออนเซ็นที่น่าเดินสำรวจทุกซอกทุกมุม นอกจากนี้ยังมีอีเวนต์ ยุอาคาริ (湯あかり) ประดับโคมไฟทรงกลม มาริโทโร (鞠灯篭) กว่า 500 ชิ้นร่วมกับโคมไฟทรงกระบอกสูง 2 เมตรที่เรียกว่า สึสึโทโร (筒灯篭) โดยจัดขึ้นตั้งแต่วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2020 ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม 2021

เรียกได้ว่าเป็นเมืองออนเซ็นที่ตารางอัดแน่นถึงขนาดที่อยู่ 1 คืน 2 วัน ก็ยังไม่น่าพอเลยทีเดียว

อันดับ 3 "ยูฟุอินออนเซ็น" ดินแดนที่สาวญี่ปุ่นหลงใหล งดงามราวกับภาพวาด [จ. โออิตะ]

ยูฟุอินออนเซ็น (由布院温泉) มีจำนวนต้นน้ำกว่า 900 แห่ง และปริมาณน้ำผุดที่สูงถึง 38,600 ลิตรต่อนาที และได้รับการระบุโดยรัฐบาลญี่ปุ่นให้เป็นแหล่งออนเซ็นเพื่อสุขภาพของประชาชน หากได้ลองแช่ออนเซ็นพลางชมรูปทรงโคนสวยๆ ของภูเขายูฟุ (由布岳) ที่ถูกขนานนามว่าเป็นฟูจิแห่งบุงโงะ (แคว้นเก่าแก่ของญี่ปุ่น) แล้วล่ะก็ รับรองได้ว่าคุณจะลืมความวุ่นวายของชีวิตประจำวันไปจนหมดอย่างแน่นอน

บริเวณตีนเขายูฟุนั้นมีจุดเดินเล่นยอดนิยมที่ชื่อว่าทะเลสาบคินริน (金鱗湖) อยู่ เนื่องจากทะเลสาบนี้มีออนเซ็นและน้ำพุผุดขึ้นมาด้วย ในเช้าของฤดูหนาวจึงจะมีโอกาสได้เห็นภาพผิวน้ำที่ปกคลุมไปด้วยหมอกราวกับภาพลวงตา นอกจากนี้ ช่วงพระอาทิตย์ตกดินน้ำจะสะท้อนแสงส่องประกายเหมือนเกล็ดสีทอง เป็นอีกหนึ่งทิวทัศน์ที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน

ภายในเมืองออนเซ็นนี้ไม่มีย่านรื่นเริงแต่ก็เต็มไปด้วยสถานที่ทางวัฒนธรรมมากมาย ทั้งโถงศิลปะของสถานียูฟุอินและแกลลอรี่ส่วนบุคคลของศิลปิน นอกจากนี้ยังมีเรียวกังสุดหรูหราสามแห่งที่แค่มองก็รู้สึกได้ถึงความหรู ทำให้เมืองทั้งเมืองดูสวยงามราวกับเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ยูฟุอินรายล้อมไปด้วยบรรยากาศ, ที่พักหรูหรากลางธรรมชาติที่เงียบสงบของภูเขายูฟุ เป็นสถานที่ในฝันที่ครองใจสาวๆ ชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน

อันดับ 4 "อิบุซุคิออนเซ็น" ฝังทรายและถ่ายรูป ที่ออนเซ็นประสิทธิภาพคูณสี่! [จ. คาโกชิม่า]

อิบุซุคิออนเซ็น (指宿温泉) ได้ชื่อว่าเป็น "ฮาวายแห่งตะวันออก" ตั้งอยู่บนจุดที่มีวิวสุดอลังการที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเล ในบรรดาออนเซ็นจำนวนมากของที่นี่ ที่จะพลาดไม่ได้เลยก็คือบ่อแช่ทรายร้อนธรรมชาติ เป็นวิธีแช่แบบพิเศษโดยกลบตัวด้วยทรายที่ได้รับความร้อนจากออนเซ็นที่ไหลไปยังทะเลจากใต้ดิน นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการปวดตามเส้นประสาทและปวดกล้ามเนื้อแล้วก็ยังดีต่อผิวพรรณอีกด้วย แถมเมื่อไม่นานมานี้ยังได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์ว่ามีประสิทธิภาพเป็น 3 - 4 เท่าของออนเซ็นทั่วไป ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จากทั่วญี่ปุ่นเลยทีเดียว

ที่บ่อทรายร้อน แค่เพียงนอนลงก็จะมีพนักงานมาช่วยกลบทรายให้ เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากมาก แค่มองดูเพื่อนหรือคนในครอบครัวถูกทรายกลบก็สนุกแล้ว บางสถานที่ก็อาจมีแผ่นป้ายสำหรับถ่ายรูปตั้งไว้ สามารถเก็บภาพสวยๆ แปลกๆ ได้หลายรูปแบบ แม้ว่าตอนถูกฝังจะขยับมือไม่ได้ก็จะมีพนักงานจะมาช่วยถ่ายรูปให้แทน สบายใจได้เลย

อันดับ 5 "อุเรชิโนะออนเซ็น" หนึ่งในสามสุดยอดออนเซ็นผิวงาม ชำระล้างทั้งกายและใจ [จ. ซากะ]

มีตำนานเล่าว่า เมื่อในอดีต จักรพรรดินีจิงงูได้เห็นนกกระเรียนขาวแช่ปีกที่เหนื่อยล้าลงในแม่น้ำและโผบินอีกครั้งอย่างแข็งแรง จึงให้ทหารที่บาดเจ็บจากสงครามลองลงไปแช่ดูบ้าง และพบว่าสามารถช่วยรักษาได้จริง และสถานที่ในตำนานดังกล่าวก็คือ อุเรชิโนะออนเซ็น (嬉野温泉) แห่งนี้นี่เอง

กล่าวกันว่าจักรพรรดินีดีใจกับเหตุการณ์นี้มาก จนอุทานออกมาว่า "อานะ อูเรชี่โนะ" (ความหมาย: ตายแล้ว น่าดีใจจัง) จึงเป็นที่มาของชื่ออุเรชิโนะนั่นเอง น้ำพุที่เหนียวลื่นของที่นี่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสามสุดยอดน้ำพุผิวงามของญี่ปุ่น เป็นน้ำด่างคุณภาพดีที่มีส่วนผสมของเกลือและกรดคาร์บอนิก ตอนตักขึ้นมาใหม่ๆ จะมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 100 องศาเซลเซียส

ภายในมีออนเซ็นมากเสน่ห์หลายแห่งกระจายอยู่ทั่ว ไม่ว่าจะเป็นบ่อชา (茶風呂) ที่ผสมชาขึ้นชื่ออย่างชาอุเรชิโนะลงไป, ซีบ็อลท์โนะยุ (シーボルトの湯) โรงอาบน้ำสาธารณะอายุกว่า 1,200 ปีที่แพทย์ชาวเยอรมันชื่อ ซีบ็อลท์ เคยใช้บริการ, หรือบ่อเครื่องเคลือบ (陶器風呂) ที่สั่งทำพิเศษจากโรงปั้นเครื่องเคลือบอาริตะ ลองแช่ออนเซ็นและลิ้มรสชาอุเรชิโนะที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซีและแคทีชิน ให้ร่างกายสวยงามทั้งภายนอกและภายในกันเถอะ

อันดับ 6 "อุนเซนออนเซ็น" เที่ยวนรก 30 บ่อในอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของญี่ปุ่น! [จ. นางาซากิ]

บริเวณภูเขาอุนเซนที่ตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางของคาบสมุทรชิมาบาระเป็นแหล่งออนเซ็นเพื่อสุขภาพที่ได้รับการระบุให้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของญี่ปุ่น อุนเซนออนเซ็น (雲仙温泉) เป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เดิมชื่อเขียนด้วยคันจิตัวเดียวกับว่าคำว่าออนเซ็นแต่อ่านออกเสียงว่าอุนเซน น้ำของที่นี่มีความเป็นกรดสูงและมีกำมะถันเป็นส่วนประกอบ เนื่องจากมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อจึงดีต่อผิวพรรณและช่วยบรรเทาโรคทางผิวหนังต่างๆ เช่น ผื่นแดงและน้ำแข็งกัดได้

อุนเซนจิโกคุ (雲仙地獄) หรือ "นรกอุนเซน" เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงมาก โดยเป็นบริเวณที่มีไอร้อนพุ่งขึ้นมาจากพื้นหินและอบอวลไปด้วยกลิ่นกำมะถัน เนื่องจากเป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์สังหารชาวคริสต์ยุคแรกของญี่ปุ่นและเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำที่ดูราวกับนรกอย่าง ไดเคียวคังจิโกคุ (大叫喚地獄) ที่มีจำนวนรวมกันกว่า 30 บ่อ จึงมีทัวร์กลางคืนชมนรกพลางฟังเรื่องราวต่างๆ (ต้องจองล่วงหน้า) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มของผู้ที่มีความสนใจเฉพาะด้าน

ทัวร์นรกที่ใช้เวลาประมาณ 60 นาที จะพาเราไปสัมผัสประสบการณ์นรกมากมาย เช่น จุดพักที่สามารถสัมผัสแก๊สและความร้อนใต้พิภพได้จากปลายเท้า หรือไข่ออนเซ็นที่ต้มโดยใช้ไอร้อนจากนรก เป็นประสบการณ์ต่างแดนขั้นสุดที่จะทำให้คุณชื่นใจอย่างแน่นอน

อันดับ 7 "คิริชิมะออนเซ็น" ที่ฮันนีมูนของซาคาโมโตะ เรียวมะ [จ. คาโกชิม่า]

คิริชิมะออนเซ็น (霧島温泉) เป็นชื่อเรียกรวมของออนเซ็นทั้งหมดที่อยู่ในเมืองคิริชิมะ แบ่งออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ คิริชิมะออนเซ็นเคียว (霧島温泉郷), คิริชิมะจินกูออนเซ็นเคียว (霧島神宮温泉郷), เมียวเค็น อันราคุออนเซ็นเคียว (妙見・安楽温泉郷), และฮินาตะยามะออนเซ็นเคียว (日当山温泉郷)

หนึ่งในนั้นก็คือ อิโอดานิออนเซ็น (硫黄谷温泉) ของคิริชิมะออนเซ็นเคียว ออนเซ็นเก่าแก่ชื่อดังที่ ซาคาโมโตะ เรียวมะ ซึ่งบาดเจ็บจากเหตุการณ์ลอบโจมตีที่เทราดายะในฟูชิมิของเกียวโตได้เดินทางมาพักพื้น และฮันนีมูนกับโอริวผู้เป็นภรรยา ปัจจุบันได้กลายเป็นสวนน้ำอาบขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนธีมปาร์ค ซึ่งใช้ต้นน้ำ 14 แห่ง และน้ำพุ 4 ประเภทอย่างไม่มีกั๊กใดๆ

ในด้านของการท่องเที่ยว ก็ได้รับความนิยมจากทัวร์เส้นทางฮันนีมูนของเรียวมะ โดยผ่านทั้ง ศาลเจ้าคิริชิมะจินกู (霧島神宮) ที่เป็นศาลเจ้าจินกูที่ใหญ่ที่สุดในคิวชูใต้ และ น้ำตกอินุไค (犬飼滝) ที่เป็นดั่งจุดรวมจิตวิญญาณ ไม่ควรพลาดโอกาสติดตามรอยเท้าของเรียวมะ ในสถานที่ที่แม้แต่คนในยุคปัจจุบันอย่างเราๆ ก็สามารถแวะมาเยียวยาความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวันได้

อันดับ 8 "มินามิอะโซะออนเซ็น" แหล่งน้ำแร่ธรรมชาติคุณภาพเยี่ยม [จ. คุมาโมโตะ]

มินามิอะโซะออนเซ็น (南阿蘇温泉郷) ตั้งอยู่ฝั่งทิศใต้ของภูเขาอะโซะที่มีแอ่งภูเขาไฟชื่อดังระดับโลก ประกอบไปด้วยออนเซ็น 5 แห่ง ได้แก่ โทชิกิออนเซ็น (栃木温泉), ทารุทามะออนเซ็น (垂玉温泉), จิโกคุออนเซ็น (地獄温泉), โออะโซะฮิโนะยามะออนเซ็น (大阿蘇火の山温泉), และฮาคุซุยออนเซ็น (白水温泉)

แต่ละแห่งโดดเด่นด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว เช่น โทชิกิออนเซ็นที่ช่วยเยียวยาจิตใจด้วยความเงียบสงบของป่าโบราณ, ทารุทามะออนเซ็นที่เป็นที่โปรดของนักกวีชื่อดังอย่าง คิตะฮาระ ฮาคุชู และ โยซาโนะ เทคคัง และจิโกคุออนเซ็นที่เฟื่องฟูในฐานะออนเซ็นรักษาโรคมาแต่โบราณ

นอกจากนี้ แอ่งภูเขาไฟและกลุ่มเนินโดยรอบยังทำให้บริเวณนี้มีน้ำพุมากเป็นพิเศษ มีแหล่งน้ำ 11 แห่ง ที่คอยให้ความชุ่มชื้นกับหมู่บ้านมินามิอะโซะ สองในนั้นก็คือชิราคาวะซุยเกน (白川水源) ที่จัดอยู่ในร้อยแหล่งน้ำชื่อดังของญี่ปุ่น และมินามิอะโซะยูซุยกุน (南阿蘇湧水群) ที่จัดอยู่ในร้อยแหล่งน้ำชื่อดังยุคเฮเซ 

น้ำที่ใสสะอาดทำให้บริเวณนี้โด่งดังในฐานะแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติของญี่ปุ่น ทั้งยังมี "เมนูจากน้ำพุ" อย่างเต้าหู้และน้ำโซดาซึ่งได้ปรากฏอยู่ในหนังสือนำเที่ยวด้วย เป็นที่ที่เราสามารถสัมผัสออนเซ็น น้ำพุ และรับพรจากน้ำได้อย่างเต็มที่

อันดับ 9 "ยามางะออนเซ็น / ฮิรายามะออนเซ็น" ออนเซ็นผิวงามที่เยียวยาทั้งคนและกวาง! [จ. คุมาโมโตะ]

ยามางะออนเซ็น (山鹿温泉) เป็นหนึ่งในแหล่งออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดคุมาโมโตะ กล่าวกันว่าค้นพบในศตวรรษที่ 12 จากการเห็นกวางที่บาดเจ็บลงไปแช่ ภายในนอกจากจะมีที่พักกว่า 20 แห่งแล้ว ยังมีจุดที่สามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนผ่านของประวัติศาสตร์มากมาย เช่นซุ้มประตูหินของวัดคอนโกโจจิ (金剛乗寺) ที่เชื่อว่าคูไคสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9, โรงละครยาจิโยสะ (八千代座) มรดกวัฒนธรรมทรงคุณค่าของญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นในยุคเมจิ, และอาคารงานฝีมือพื้นเมืองยามางะโทโร (山鹿灯籠民芸館) ที่สร้างขึ้นในยุคไทโช 

นอกจากนี้ยังมีรถลากและทัวร์ที่มีไกด์เป็นคนท้องถิ่น เป็นเมืองออนเซ็นที่ให้ความสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความคะนึงถึงอย่างประหลาด

เมื่อเดินทางต่อเข้าไปอีกนิดในส่วนลึกของยามางะก็จะพบกับ ฮิรายามะออนเซ็น (平山温泉) ตำนานเล่าว่าน้ำพุผุดขึ้นมาตอบสนองต่อการสวดอ้อนวอนต่อเทพอะโซะไดเมียวจิน ช่วยรักษาโรคผิวหนังที่แพร่ระบาด ทั้งยามางะและฮิรายามะออนเซ็นมีน้ำร้อนเหนียวลื่น เป็นน้ำพุธาตุด่างบริสุทธิ์ที่หายาก อ่อนโยนต่อผิว และเป็นที่รักในฐานะน้ำพุคนงามมาอย่างยาวนาน

อันดับ 10 "อะโซะอุจิโนะมากิออนเซ็น" ออนเซ็นจากภูเขาไฟอะโซะ [จ. คุมาโมโตะ]

เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในคิวชูก็ต้องนึกถึงแอ่งภูเขาไฟของเมืองอะโซะในจังหวัดคุมาโมโตะ ที่นี่เป็นแอ่งภูเขาไฟใหญ่ระดับโลกที่ทอดตัวจากทิศตะวันออกไปตะวันตกเป็นระยะราว 18 กิโลเมตร และจากทิศใต้ไปทิศเหนือราว 25 กิโลเมตร รอบๆ แอ่งดังกล่าวเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านออนเซ็น และ อะโซะอุจิโนะมากิออนเซ็น (阿蘇内牧温泉) ก็ออนเซ็นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่บ้านนี้นั่นเอง

ที่นี่โดดเด่นด้วยมีน้ำร้อนปริมาณมากได้รับพลังงานจากภูเขาไฟ มีอุณหภูมิสูง ใสไร้สี และสามารถดื่มได้ด้วย ประกอบไปด้วยต้นน้ำกว่า 80 แห่งและที่พักเกือบ 30 หลัง เป็นออนเซ็นที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับหนึ่งในอะโซะ

ทั้งยังมีมาจิยุ (町湯) หรือโรงอาบน้ำสาธารณะเป็นจุดขาย โรงอาบน้ำทั้ง 7 แห่งล้วนมีต้นน้ำและคุณภาพน้ำที่ต่างกัน และสามารถแวะแช่ได้ง่ายๆ เนื่องจากมีค่าใช้บริการเพียง 100 เยน คนท้องถิ่นเองก็ใช้บริการกันอยู่เป็นประจำ

แม้แต่นักประพันธ์ชื่อดังอย่าง นัตสึเมะ โซเซกิ และ โยซาโนะ อากิโกะ ก็เคยมาเยี่ยมออนเซ็นแห่งนี้ ลองมาแช่ออนเซ็นพลางดื่มด่ำไปกับธรรมชาติ และหาแรงบันดาลใจดูหน่อยไหม?

เรื่องน่าสนุกของสวรรค์ออนเซ็นอย่างคิวชูก็คงไม่พ้นการเวียนเที่ยวออนเซ็น นอกจากตัวบ่อน้ำพุร้อนเองแล้ว แหล่งออนเซ็นก็ยังมีเสน่ห์อื่นๆ อีกมาก ทั้งผู้คน บรรยากาศเมือง และอาหารต่างๆ ขอแนะนำให้ลองลิสต์สถานที่ที่ถูกใจไว้ก่อน หากสามารถเดินทางได้อย่างอิสระเมื่อไรก็อย่าลืมลองไปเที่ยวแหล่งออนเซ็นเหล่านี้ดูนะ!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร