แพลนเที่ยว 1 วันใน "ฟุชิมิ" เมืองแห่งสายน้ำและสาเกของเกียวโต

"ย่านฟุชิมิ" อยู่ในจังหวัดเกียวโต ใช้เวลาเดินทางจากโดยรถไฟ 15 นาทีจากสถานีที่ใกล้ที่สุดของที่เที่ยวดัง "ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ" หรือประมาณ 30 นาทีจาก "อุจิ" เมืองแห่งชาอันโด่งดัง ฟุชิมิแผ่กว้างไปด้วยทิวทัศน์สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทางที่เรียงรายไปด้วยโรงเก็บสาเกเก่า หรือคลองที่มีเรือจิคโคคุบุเนะล่องผ่าน ทั้งยังเต็มไปด้วยสาเกอร่อยๆ และอาหารจานเด็ดที่เข้ากับสาเกได้ดี นอกจากนี้ยังมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเหล่าแม่ทัพและซามูไร เรียกได้ว่าเป็นย่านที่มีสิ่งน่าสนใจอยู่มากมายเลยทีเดียว ในบทความนี้ เราจะขอแนะนำแพลนสำหรับเที่ยว 1 วันในฟุชิมิให้ทุกคนได้รู้จักกัน!

ฟุชิมิ / ยามาชินะ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ฟุชิมิ เมืองแห่งสาเก
เดิมทีฟุชิมิถูกเขียนด้วยคันจิที่มีความหมายว่า "น้ำใต้ดิน" เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยน้ำบาดาลใสสะอาดคุณภาพดี ถึงขนาดที่โทโยโทมิ ฮิเดโยชิเคยนำน้ำจากบ่อในปราสาทฟุชิมิมาใช้ในงานเลี้ยงน้ำชา "โกโคซุย" (御香水) ของศาลเจ้าโกโคโนะมิยะก็ได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 1 ของ 100 น้ำดังของญี่ปุ่น และผู้ผลิตสาเกหลายรายก็ได้เลือกใช้น้ำบาดาลของที่นี่มาทำสาเก จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมสาเกของฟุชิมิถึงนุ่มนวลและอร่อยถึงเพียงนี้

ฟุชิมิ เมืองแห่งประวัติศาสตร์
บุคคลสำคัญอย่างโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และซาคาโมโตะ เรียวมะเคยมาเยือนที่ฟุชิมิ และมีเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์เกิดขึ้นหลากหลายแห่ง ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของปราสาทฟุชิมิซึ่งโทโยโทมิ ฮิเดโยชิสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ในระหว่างก่อสร้างก็เกิดการปรับปรุงทางน้ำขนาดใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำอุจิกาวะหรือบ่อโอกุระ มีการขุดคลองรอบตัวปราสาท ที่ภายหลังได้กลายมาเป็นแม่น้ำโฮริกาวะในปัจจุบัน
อ่าวฟุชิมิที่เกิดจากแม่น้ำโฮริกาวะก็ได้กลายมาเป็นจุดเชื่อมระหว่างโอซาก้ากับเกียวโต พลักดันให้เกิดการพัฒนาในฟุชิมิขึ้น ริมแม่น้ำโฮริกาวะนั้นก็ยังเป็นที่ตั้งของโรงเตี๊ยมเทดารายะ สถานที่เกิดเหตุการณ์บุกทำร้ายซาคาโมโตะ เรียวมะในปี 1862 กล่าวกันว่าไหวพริบของ โอริว ผู้เป็นภรรยาของเรียวมะได้ช่วยให้เขารอดพ้นอันตรายในครั้งนั้น ปัจจุบันได้มีการตั้งรูปปั้นของเรียวมะและโอริวไว้ในบริเวณที่ใกล้ๆ กับโรงเตี๊ยมดังกล่าว

ฟุชิมิ เมืองแห่งทิวทัศน์คูคลอง
ฟุชิมิเรียงรายไปด้วยโรงเก็บสาเกและบ้านไม้โบราณ ซับซ้อนไปด้วยถนนไร้ชื่อสายเล็กๆ มากมาย น้ำจากทะเลสาบบิวะได้ไหลอยู่ราวกับจะแทรกตัวไปตามช่องว่างของถนนและบ้านเรือนดังกล่าว เติมเต็มลำคลองเล็กๆ ด้วยน้ำไหลเอื่อยๆ
หากได้ล่องเรือภายในทิวทัศน์นี้แล้วล่ะก็ จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแสนโรแมนติกราวกับได้ย้อนเวลาไปในอดีตเลยทีเดียว

นอกจากนี้ จะเพิ่มฟุชิมิในแพลนเที่ยวก็ไม่ยากเลย เพราะฟุชิมิตั้งอยู่ในจุดที่สามารถเดินมาได้จากสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่างศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ และดินแดนแห่งชาเขียวอย่างย่านอุจิ 
ยกตัวอย่างเช่น หลังจากที่เที่ยววัดเบียวโดอินในอุจิและพักดื่มชาอุจิเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนั่งรถไฟเคฮังมายังสถานีจูโซะจิมะ จุดเริ่มต้นของการเที่ยวฟุชิมิได้ภายใน 15 นาที หลังจากเที่ยวฟุชิมิและแวะชมศาลเจ้าฟุชิมิอินาริเสร็จแล้ว ก็สามารถนั่งรถไฟกลับไปยังสถานีเกียวโตได้อย่างง่ายดาย
ที่สำคัญเลย ฟุชิมิเป็นเมืองที่ถ่ายรูปสวยสุดๆ! ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนก็รับรองได้ว่าได้ภาพสวยๆ ราวกับภาพเขียนอย่างแน่นอน

มาเริ่มการเดินทางใน 1 วัน ที่จะพาคุณไปพบกับน้ำที่ใสสะอาด สาเกแสนอร่อย และประวัติศาสตร์อันน่าสนใจของฟุชิมิกันเลยดีกว่า!

เรือเล็กๆ ที่ล่องไปกลับอยู่ในฟุชิมิ เมืองแห่งสายน้ำ

เรือจิคโคคุบุเนะ (十石舟)

ในยุคเอโดะ จิคโคคุบุเนะเป็นเรือที่ล่องขนส่งข้าวและสาเกจากฟุชิมิไปยังโอซาก้า ในบางครั้งก็ถูกใช้เป็นเรือโดยสาร กล่าวกันว่า ซาคาโมโตะ เรียวมะ ผู้โด่งดังเคยมานั่งเรือนี้ในระหว่างฮันนีมูน

แม้จะหายไประยะหนึ่งในช่วงเมจิตอนปลาย แต่ในปี 1997 ในโอกาสครบรอบ 1,200 ปี เหตุการณ์ย้ายเมืองหลวงมายังเกียวโต จิคโคคุบุเนะก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้งโดยใช้เป็นเรือชมทิวทัศน์ และปัจจุบันได้กลายมาเป็นหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวยอดนิยมที่จองได้ยากมากๆ เลยทีเดียว

ออกเรือไปพร้อมกับนายเรือผู้อ่อนโยนและห้าวหาญ!

เมื่อขึ้นเรือมาแล้วจะรู้สึกว่าผิวน้ำอยู่ใกล้มากๆ ผิวน้ำส่องสะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับเข้าจังหวะไปกับการเคลื่อนไหวของเรือ เป็นภาพที่สวยงามมาก นายเรือจะล่องเรือไปพลางเล่าเรื่องเกี่ยวกับประวัติของฟุชิมิและจิคโคคุบุเนะด้วยอารมณ์ขัน

ช่วงนี้ซากุระกำลังเริ่มบานพอดี สายน้ำที่ไหลริน สายลมอ่อนๆ กำลังดี ซากุระที่บานสะพรั่งอยู่ริมสองฝั่ง และวิวบ้านเมืองฟุชิมิ ผสมผสานเป็นทิวทัศน์ที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง

ลงที่ประตูเขื่อนมิซุโคมงซึ่งเป็นจุดกลับเรือ และแวะเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์

หลังจากที่ลงเรือที่ประตูเขื่อนมิซุโคมง (三栖閘門) คุณจะมีเวลาว่าง 20 นาทีให้เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับประวัติและโครงสร้างของประตูเขื่อนมิซุโคมงได้อย่างฟรีๆ หรือจะไปเดินเล่นที่ลานกว้างฟุชิมิมินาโตะ (伏見みなと広場) ก็ได้เช่นกัน

ประตูเขื่อนมิซุโคมงเป็นลิฟต์สำหรับเรือที่เชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำโฮริกาวะและอุจิกาวะซึ่งมีระดับความสูงต่างกัน ในสมัยก่อนถูกใช้เพื่อส่งเรือจากแม่น้ำโฮริกาวะและไปยังอุจิกาวะ หลังจากที่เที่ยวชมเสร็จแล้วก็ขึ้นเรือใหม่อีกครั้งเพื่อกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่ขึ้นเรือมา

ล่องเรือบรรยากาศยุคเอโดะ สัมผัสความงามของต้นไม้ สายน้ำ และสายลมของฟุชิมิ

ในระหว่างล่องเรือนอกจากจะได้ชมทิวทัศน์จากต้นซากุระและต้นยานางิ (ต้นหลิวญี่ปุ่น) แล้ว ยังมีโรงเก็บสาเกของ พิพิธภัณฑ์สาเกเกคเคคังโอคุระ (月桂冠大倉記念館) และสถานที่เกิดเหตุการณ์บุกทำร้ายซาคาโมโตะ เรียวมะอย่างโรงเตี๊ยมเทดารายะ (寺田屋) อยู่อีกด้วย ทัวร์เรือนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

นอกเหนือจากช่วงซากุระแล้ว ยังเหมาะที่จะแวะมาในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีของฤดูใบไม้ร่วงด้วยเช่นกัน เพราะสามารถชื่นชมทิวทัศน์บ้านเมืองและเหล่าต้นไม้ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละฤดูได้

"เกคเคคังโอคุระ" พิพิธภัณฑ์สาเกที่อบอวลทั้งกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์และสาเก

ประวัติศาสตร์ของ เกคเคคัง (月桂冠) เริ่มต้นขึ้นในปี 1637 เมื่อเจ้าของรุ่นแรก โอคุระ จิเอมอน ได้เดินทางจากเมืองคาซางิบริเวณทางใต้ของเกียวโตมายังฟุชิมิ และเปิดกิจการร้านผลิตและจำหน่ายสาเกที่มีชื่อร้านว่า "คาซางิยะ (笠置屋)" ขึ้น ร้านดังกล่าวถูกคงไว้เป็นพิพิณฑ์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อบอกเล่าวัฒนธรรมสาเกของฟุชิมิ และประวัติศาสตร์ของเกคเคคังที่มีจุดเริ่มต้นจากตระกูลโอคุระดังกล่าว

ชื่นชมบรรยากาศภายนอกสุดโรแมนติกแล้วก็เข้าชมพิพิธภัณฑ์กันเลยดีกว่า!

อาคารไม้ผนังขาวแสนโรแมนติกนี้ได้รับการปรับปรุงมาจากโรงเก็บสาเก (เหล้าญี่ปุ่น) ที่สร้างขึ้นในปี 1902 (ยุคเมจิ) กล่าวกันว่าสถานที่แห่งนี้เป็นจุดกำเนิดของสาเกแบรนด์เกคเคคัง ทั้งยังอบอวลไปด้วยบรรกาศอันน่าพิศวง แค่เพียงยืนอยู่เฉยๆ ก็รู้สึกเหมือนกับได้เป็นตัวเอกของละครย้อนยุคแนวลึกลับเลยทีเดียว

เริ่มจากการดื่ม "ซาคามิสึ (さかみづ)"

ณ ถิ่นกำเนิดของเหล้าเกคเคคังแห่งนี้มีบ่อน้ำลึก 50 เมตรอยู่ แม้แต่ในปัจจุบันก็ยังคงมีน้ำบาดาลผุดขึ้นมาอยู่อย่างต่อเนื่อง น้ำนี้มีชื่อว่า "ซาคามิสึ" และยังกล่าวกันว่าได้ถูกนำไปทำเป็นเหล้าเกคเคคังอีกด้วย ที่มาของชื่อนี้ก็คือในอดีตสาเกเคยถูกเรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า "ฮาเอมิซุ (栄え水)" เป็นน้ำเย็นชื่นใจและมีรสหวานอ่อนๆ แม้จะยังไม่ได้เอาไปทำไรก็อร่อยในตัวเองอยู่แล้ว!

เยี่ยมชมสวน สัมผัสบรรยากาศวันวานของเหล่าช่างทำสาเกในยุคเอโดะ

อาคารหลังนี้เป็นโรงเก็บสาเกที่ในปัจจุบันได้ถูกใช้เป็นส่วนจัดแสดง ด้านหน้าของอาคารเรียงรายไปด้วยลังไม้ ซึ่งลังไม้เหล่านี้ถูกใช้เป็นอุปกรณ์หมักสาเกมาจนถึงยุคโชวะตอนต้น กล่าวกันว่าในอดีตมีการล้างลังไม้ดังกล่าวที่บริเวณสวนนี้ และจะปล่อยตากแดดไว้จนกว่าจะแห้ง

ทัศนศึกษาขั้นตอนการทำสาเกแบบดั้งเดิมที่ เกคเคคังซาเซโบ (月桂冠酒香房)

ทันทีที่ก้าวเข้ามาภายในอาคาร ก็จะฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นหอมของข้าว จุดนี้เป็นโรงกลั่นขนาดเล็กที่หัวหน้าช่างทำสาเกมือฉมังใช้ทำสาเกในกรรมวิธีดั้งเดิมขึ้นจริงๆ ภายในหนึ่งปีจะผลิตสาเกได้ประมาณ 40,000 ลิตร เป็นปริมาณใกล้เคียงกับที่ "คาซางิยะ" ในยุคแรกเริ่มผลิตได้ หากโชคดีคุณอาจได้ชมขั้นตอนการผลิตสาเกอย่างจะๆ เลยก็ได้

เรียนรู้กรรมวิธีผลิตสาเกและประวัติศาสตร์ของฟุชิมิ เมืองแห่งสาเก ณ ห้องจัดแสดง

ภายในห้องจัดแสดงมีการอธิบายขั้นตอนการทำสาเกด้วยแผ่นภาพ จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สาเกญี่ปุ่นและวัฒนธรรมสาเกของฟุชิมิอย่างเข้าใจง่ายด้วยภาพถ่ายและภาพวาด ที่น่าตื่นตาเป็นพิเศษก็คือเหล่าอุปกรณ์ผลิตสาเกที่ได้รับการระบุเป็น "มรดกทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องได้ของเกียวโต" ไม่ว่าจะเป็นลังไม้ ลังสาเก หรือไม้พาย

ปิดท้ายด้วยการชิมสาเก 3 ชนิด สัมผัสรสชาติแห่งฟุชิมิ

สุดท้ายเราได้แวะไปชิมสาเกที่ "ห้องสาเกคิคิ" (きき酒処) โดยได้ลิ้มรสสาเก 3 ชนิด ได้แก่ 
"Retro Bottle Ginjushu" ซึ่งอัดแน่นไปด้วยรสหวานของสาเก
"Tama no Izumi Daiginjo" หรูหราลื่นคอ และ
"Plum Wine" ให้รสหวานดื่มง่าย

ไม่ว่าสาเกชนิดไหนก็อร่อยไม่แพ้กัน ดื่มไปฟังคำอธิบายเกี่ยวกับสาเกไปพลางๆ เหมือนจะเมาไม่รู้ตัวกันเลยทีเดียว

Torisei (鳥せい): ลิ้มรสสาเกญี่ปุ่นและเมนูไก่ที่โรงเก็บสาเกของแบรนด์ "ชินเซ"

Torisei สาขาหลัก เป็นร้านที่มีเมนูยอดนิยมเป็นยากิโทริและอาหารเมนูไก่ ดูแลโดยยามาโมโตะ ฮงเคะ ผู้ผลิตสาเกยี่ห้อดัง "ชินเซ" (神聖) ที่มีโรงกลั่นอยู่ในฟุชิมิแห่งนี้มายาวนานกว่า 300 ปี เป็นร้านเก่าแก่ที่มีแฟนๆ ทั้งจากในและนอกเมือง มักคึกคักไปด้วยลูกค้าอยู่อย่างไม่ขาดสาย

ร้านนี้ดัดแปลงมาจากโรงเก็บสาเกหลังหนึ่งของชินเซ สามารถเพลิดเพลินไปกับสาเกและเมนูไก่อร่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่สมกับเป็นเมืองแห่งสาเก

แวะดื่มน้ำดัง "ชิรากิคุซุย (白菊水)" หนึ่งในเจ็ดน้ำขึ้นชื่อของฟุชิมิ

"ชิรากิคุซุย" น้ำที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นหนึ่งในเจ็ดน้ำขึ้นชื่อแห่งฟุชิมิ ร้านนี้ได้ใช้น้ำดังกล่าวในการประกอบอาหาร ทั้งยังเป็นน้ำที่ใช้ในการผลิตสาเกแบรนด์ "ชินเซ" อีกด้วย เป็นน้ำคุณภาพดีให้รสชาติกลมกล่อม อร่อยจนไม่แปลกใจเลยที่สาเกฟุชิมิจะมีรสหวานและกลิ่นหอมจากการใช้น้ำชนิดนี้ คุณสามารถลองดื่มน้ำนี้ได้ตั้งแต่ที่บริเวณนั่งรอของทางร้านเลยล่ะ

ไม่ควรพลาดเมนูเด็ดร้าน Torisei "เซ็ตไก่ย่าง 6 ไม้"

"เซ็ตไก่ย่าง 6 ไม้" (焼鳥六串盛り合わせ) เมนูชั้นเลิศประจำร้าน Torisei เป็นเซ็ตไก่เสียบไม้ย่างที่ประกอบไปด้วย ยากิโทริ ไก่ต้นหอม หัวใจไก่ ไก่สับ หนังไก่ และกึ๋น หอมอร่อยกรอบนอกนุ่มใน ทั้งยังโรยเกลืออย่างพอดิบพอดี จึงเข้ากันกับสาเกญี่ปุ่นสุดๆ

ขอแนะนำให้สั่งเมนูนี้มาลิ้มลองรสชาติยากิโทริในแบบฉบับของ Torisei ก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงค่อยสั่งชนิดที่คุณถูกใจมาเพิ่มทีหลัง นอกจากเมนูไก่เสียบไม้แล้วก็มีเมนูแนะนำอื่นๆ คือ "เกี๊ยวซ่าหนังไก่ (とり皮餃子)" และ "โครอกเกะไก่ (とりコロッケ)" ร้านนี้ยังมีเมนูอาหารกลางวันและเมนูแบบคอร์สอยู่อีกด้วย เรียกได้ว่ามาใช้บริการได้หลายโอกาสเลยทีเดียว

อาหารร้าน Torisei กับสาเกของยามาโมโตะ ฮงเคะ เข้ากันได้ดีสุดๆ!

สาเกชนิดแรกที่ทางร้านแนะนำให้เราดื่มก็คือ "Shinsei Junmaiginjo" ผลิตจากข้าวสายพันธุ์ "อิไว" ที่ปลูกในเกียวโต เป็นสาเกที่ให้รสสัมผัสนุ่มและดื่มง่ายมากๆ

สาเกอีกชนิดหนึ่งที่เราได้ลองก็คือ "Matsu no Midori" ที่โดดเด่นด้านความหอม ทันทีที่ดื่มความหอมและความหวานของสาเกญี่ปุ่นจะแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก เป็นสาเกที่หัวหน้าสำนักโอโมเตเซน (สำนักชงชาสายหนึ่ง) โปรดปรานถึงขนาดนำไปใช้ในพิธีชงชาเลยทีเดียว

Torisei เป็นร้านอาหารที่อยากให้ผู้คนได้มาเพลิดเพลินกับสาเกได้ง่ายๆ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ยากิโทริของที่นี่จะเข้ากับสาเกของยามาโมโตะ ฮงเคะได้ดีอย่างไร้ที่ติ

Fushimi Sake Village (伏水酒蔵小路): สวรรค์แห่งเหล้าญี่ปุ่น ลิ้มลองสาเกจากกว่า 18 ผู้ผลิต

ร้านนี้เริ่มเปิดกิจการขึ้นเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว เป็นร้านห้ามพลาดสำหรับคอเหล้าญี่ปุ่น มีสาเกจาก 18 ผู้ผลิตในเครือฟุชิมิ ให้ลองเลือกชิมกว่า 120 ชนิด ทางเข้าหน้าด้านของร้านหันหน้าเข้าหาย่านการค้านารามาจิ ในขณะที่ทางเข้าด้านหลังจะเรียงรายไปด้วยลังสาเกของผู้ผลิตทั้ง 18 ราย ให้ถ่ายรูปไปอวดเพื่อนๆ ได้เลย!

เมนูห้ามพลาด "เซ็ตชิมสาเกจาก 18 ผู้ผลิต"

สำหรับผู้ที่อยากลองสาเกเป็นครั้งแรก เราขอแนะนำให้นั่งที่บริเวณ Sakagura Counter (酒蔵カウンター) และสั่ง "เซ็ตชิมสาเกจาก 18 ผู้ผลิต" (18蔵のきき酒セット) ที่ปรมาจารย์ด้านสาเกของทางร้านได้คัดเลือกมาอย่างพิถีพิถันให้คุณได้ชิมในปริมาณชนิดละ 20 มิลลิลิตร เหมาะมากที่จะลองชิมเพื่อหารสที่ใช่ แล้วสั่งแก้วใหญ่มาต่อทีหลัง

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ย่างอาหารกินเอง!?

เมนูยอดนิยมในส่วนของที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ก็คือ "ทะเลย่าง" (海鮮あぶり) โดยใช้ไฟจากเตาดิน โดยเตาดินจะถูกวางไว้ด้านหน้าของคุณ และคุณจะได้ย่างอาหารทะเลเช่นครีบกระเบนและหมึกหิ่งห้อยด้วยตัวเอง ทั้งกลิ่นหอมและรสสัมผัส ต้องบอกได้เลยว่าเข้ากับสาเกได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีเมนูที่มาพร้อมกับเซ็ตชิมสาเกอยู่อีกด้วย

จะย้ายไปนั่งมุมอื่นๆ ก็ดี จะสั่งเมนูเทคเอาท์ก็ได้

ภายใน Fushimi Sake Village จะรวมร้านแผงลอยย่อยๆ หลายๆ ร้าน เรียงรายไปด้วยร้านอาหาร 24 ร้านที่สามารถมาใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีตั้งแต่ร้านซูชิ โอบันไซ (กับข้าวสไตล์เกียวโต) โอเด้ง ราเมง อาหารญี่ปุ่นทั่วไปราคาไม่แพง ไปจนถึงร้านอาหารอิตาเลี่ยน สามารถเดินดื่มสาเกและลิ้มรสอาหารหลากหลายชนิดเป็นกับแกล้มได้

นอกจากนี้ยังสามารถสั่งเมนูของร้านอื่นๆ มาทานในร้านที่เรานั่งอยู่ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม บางร้านก็มีเมนูพิเศษที่สามารถสั่งได้เมื่อนั่งที่ร้านดังกล่าวเท่านั้น จึงขอแนะนำให้ลองเปลี่ยนร้านที่นั่งดูทุกครั้งที่แวะมา!

ปรมาจารย์ด้านสาเกของทางร้านก็มีชื่อว่าคุณฟุชิมิ!?

ผู้ที่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับร้านและวิธีการเพลิดเพลินสาเกแก่เราในครั้งนี้คือปรมาจารย์ด้านสาเกประจำ Fushimi Sake Village ซึ่งเธอมีชื่อว่า คุณฟุชิมิ นาเอะ

เธอกล่าวว่าการได้มาทำงานที่ร้านนี้นั้นเหมือนเป็นพรหมลิขิตเลยทีเดียว เดิมทีคุณฟุชิมิไม่ได้เป็นคนชอบสาเก แต่พอได้ทำงานพิเศษในช่วงมหาวิทยาลัยก็เกิดหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของเหล้าญี่ปุ่นขึ้นมา พอได้ฟังแพชชั่นที่คุณฟุชิมิมีต่อสาเก ก็ทำให้สาเกที่เราจิบอยู่รู้สึกอร่อยขึ้นไปอีกขั้นเลยล่ะ

ทั้งหมดนี้เป็น "แพลนเที่ยวฟุชิมิใน 1 วัน" ที่เราได้หยิบยกมาแนะนำในครั้งนี้
ฟุชิมิ เมืองแห่งสาเก
ฟุชิมิ เมืองแห่งประวัติศาสตร์

เห็นได้ว่าฟุชิมิมีมนต์เสน่ห์ต่างๆ แอบซ่อนอยู่มากมาย
ลองแวะมาที่ฟุชิมิและค้นหา "เกียวโตในแบบของฉัน" ดูสักครั้งนะ!


(วันที่เผยแพร่: 26 เมษายน 2019, เรียบเรียงโดย: ENJOY KYOTO)

แผนที่การเดินทาง

ในบทความนี้เป็นแพลนเที่ยวจากจุด B ไปยังจุด E บนแผนที่

จุด A  สถานี Chushojima ของรถไฟสาย Keihan
จุด B  เรือจิคโคคุบุเนะ
จุด C  พิพิธภัณฑ์สาเกเกคเคคังโอคุระ
จุด D  Torisei
จุด E  Fushimi Sake Village
จุด F  สถานี Fushimi-Momoyama ของรถไฟสาย Keihan

เนื้อหาและภาพถ่ายในบทความนี้เป็นลิขสิทธ์ของ「Hidden Gems of KYOTO Project」(ภาษาญี่ปุ่น)

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร