แนะนำอาหารเด็ดฮอกไกโด เจาะลึก "เมนูกุ้ง" และร้านดัง [อัพเดต2020]

ฮอกไกโด ขึ้นชื่อว่ามีปริมาณการจับกุ้งเป็นที่ 1 ในญี่ปุ่น แถมยังสดใหม่สุดๆ อาหารที่ทำจากกุ้งนั้นไม่ได้มีเพียงซาชิมิหรือว่าซูชิเท่านั้น แต่ยังมีทั้งเทมปุระ กุ้งชุบแป้งทอด กุ้งผัดซอสพริก ฯลฯ เรียกได้ว่ามีหลากหลายรูปแบบบโดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น ตะวันตก หรือจีน ในคราวนี้เราจะมาแนะนำตั้งแต่ชนิดของกุ้งที่หาได้ในฮอกไกโด วิธีรับประทาน ไปจนถึงร้านยอดนิยมที่เหมาะสำหรับคนรักกุ้งให้ได้รู้จักกัน!

ฮอกไกโด

อาหารการกิน

ชนิดของกุ้ง

1. กุ้งหวาน

กุ้งหวานเป็นเพียงแค่ชื่อเรียกทั่วไป แต่ชื่ออย่างเป็นทางการของมันคือ "Alaskan Pink Shrimp (Pandalus eous)" มีความยาวลำตัวประมาณ 10 - 13 ซม. และมีสีแดงเข้ม เนื่องจากมีเปลือกนิ่มจึงแกะง่าย ตัวก็มีความนิ่มและยืดหยุ่น ถ้าได้กินสดๆ จะให้รสหวานที่ไม่เหมือนใครราวกับละลายได้ในปาก ด้วยเหตุนี้เองมันจึงถูกเรียกว่ากุ้งหวาน ในช่วงที่อากาศหนาวตั้งแต่ปลายฤดูใบไม้ร่วงไปจนถึงช่วงหิมะละลายจะเป็นช่วงที่ให้รสอร่อยที่สุด

ไข่กุ้งที่สีฟ้าสดของมันก็เลิศรสเช่นกัน กุ้งหวานโดยทั่วไปจะนำมารับประทานเป็นซาชิมิหรือซูชิแบบสดๆ

2. กุ้งโบตั๋น

"กุ้งโบตั๋น" มีความยาวลำตัวอยู่ที่ประมาณ 10 - 15 ซม. และตรงหัวของมันมีส่วนที่ยื่นขรุขระออกมาราวกับฟันเลื่อย เป็นกุ้งตัวใหญ่ รูปร่างสวยงาม และมีสีชมพูที่ออกโปร่งใส ช่วงที่น่ากินของมันอยู่ในช่วงตั้งแต่ฤดูหนาวไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม

ตัวของมันไม่นิ่มเกินไปและให้รสสัมผัสที่มีความกรุบ รสอูมามิที่เข้มข้นและออกหนืดๆ ของมันจะรู้สึกว่าติดลิ้นนานและได้รับความนิยมมาก อีกทั้ง ส่วนที่มีสีน้ำตาลที่เรียกว่ามิโซะหัวกุ้งก็มีความเข้มข้นและเลิศรสเช่นกัน ใครที่รู้สึกไม่ค่อยชอบก็อยากให้ลองกันดูสักครั้ง

วิธีรับประทานโดยมากจะนำไปทำเป็นซาชิมิ ซูชิ หรือชาบูชาบู แต่ถ้าได้ทานเป็นชาบูชาบูก็จะให้รสหวานและรสอูมามิที่มีรสสัมผัสดีขึ้นกว่าทานสดๆ ถ้าจะเพลิดเพลินไปกับกุ้งโบตั๋นให้ถึงที่สุดล่ะก็ ซุปมิโซะที่ทำซุปดาชิจากหัวกุ้งโบตั๋นก็เป็นที่แนะนำเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีพาสต้ากุ้งโบตั๋นที่ใส่ตัวกุ้งและมิโซะไปคลุกเคล้าเข้ากับพาสต้า โรยเกลือทำกุ้งย่างแบบง่ายๆ หรือข้าวหน้ากุ้งโบตั๋นที่โปะตัวกุ้งไว้บนข้าวแบบเน้นๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน

3. กุ้งฮอกไก (北海えび) หรือกุ้งชิมะเอบิ (シマエビ)

มันมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "กุ้งฮอกไก" โดยมากจะถูกเรียกชื่อว่าฮอกไกชิมะเอบิ หรือชิมะเอบิเฉยๆ ความยาวลำตัวของมันอยู่ที่ประมาณ 13 ซม. มันถูกเรียกว่าชิมะเอบิเพราะมีลายอยู่ตามตัว (ชิมะในที่นี้แปลว่าลาย) สีของตัวมันมีสีเขียวออกน้ำตาลเช่นเดียวกับหญ้าทะเลที่เป็นแหล่งอาศัยของมัน แต่เมื่อถูกต้มจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสด จากโทนสีของมันทำให้บางทีก็ถูกเรียกว่า "ทับทิมแห่งท้องทะเล"

ฮอกไกชิมะเอบิเป็นกุ้งสุดล้ำค่า ถึงขนาดที่มีการวางกฎระเบียบด้านการประมงเพื่ออนุรักษ์เลยทีเดียว ในช่วงเปิดฤดูร้อนเป็นช่วงที่กุ้งฮอกไกอร่อยที่สุด แม้ในช่วงนี้จะมีรสหวานที่นุ่มละลาย แต่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะมีการอนุญาตให้จับกุ้งฮอกไกที่มีลูกได้ มันจึงได้รับความนิยมในฤดูนี้ด้วย ถ้าได้นำมาต้มกินจะให้ความหวานออกมามากกว่ากินสดๆ วิธีรับประทานจึงมักจะนำมาต้มเกลือ นอกจากนี้ ยังนำมาทำเป็นซาชิมิ อาหารกระป๋อง หรือสึคุดานิ (เป็นการถนอมอาหารโดยการนำวัตถุดิบมาเคี่ยวในส่วนผสมของซีอิ๊วและมิริน) ส่วนหัวของมันมีมิโซะอยู่ด้วย จึงมีเคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การดูดมันออกมากินนั่นเอง

4. กั้ง

"กั้ง" ที่ฮอกไกโดจับได้มากในบริเวณโอตารุและนิเซโกะ มันมีความยาวลำตัวประมาณ 12 - 17 ซม. กั้งจากฮอกไกโดจะมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ รสชาติก็จัดว่าเป็นของชั้นหนึ่ง สำหรับฤดูของมันในฤดูใบไม้ผลิจะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม ส่วนฤดูใบไม้ร่วงจะอยู่ที่เดือนพฤศจิกายน เชื่อกันว่าสำหรับฤดูใบไม้ผลิกั้งตัวเมียที่มีไข่จะอร่อยกว่า ส่วนฤดูใบไม้ร่วงกั้งตัวผู้จะได้รับความนิยมมากกว่าอย่างชัดเจน

กั้งถ้าปล่อยเอาไว้สดๆ ความสดใหม่ของมันจะลดลงได้ง่าย อีกทั้งถ้ามันตายไปร่างกายของมันก็จะละลายอย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปจึงมักจะจับมาใหม่ๆ เป็นๆ แล้วนำมาต้มเกลือกิน จะเติมโชยุวาซาบิหรือนำไปผัดกระเทียมก็อร่อยเช่นกัน

5. กุ้งองุ่น

แม้ว่ากุ้งองุ่นจะมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "ฮิโกโรโมะเอบิ" แต่จากการที่มันมีสีเหมือนผลองุ่นจึงนิยมเรียกกันว่า "กุ้งองุ่น"

มันจะถูกจับขึ้นมาจากโทกาจิ คุชิโระ และเนมุโระ ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนของทุกปี โดยมากจะถูกนำขึ้นบกที่ท่าเรือประมงราอุสุ (羅臼漁港) ในชิเรโตโกะ โดยที่ราอุสุจะใช้วิธีการจับแบบพิเศษที่เรียกว่า "กรงกุ้ง" ในแต่ละวันจะสามารถนำพวกมันขึ้นบกมาได้เพียงประมาณ 10 กก. เท่านั้น จึงถือว่าเป็นของหายากจนถูกเรียกว่า "กุ้งมายา" สำหรับวิธีรับประทานก็มักจะนำมาทำเป็นซาชิมิซึ่งให้รสหวานมากกว่า "กุ้งหวาน" เสียอีก

วิธีรับประทานกุ้งแบบต่างๆ

1. ซาชิมิ

ถ้าจะดื่มด่ำไปกับความหวานและรสสัมผัสที่มีความกรุบของกุ้งก็ต้อง "ซาชิมิ" นี่ล่ะ ถ้าตัวของมันมีความโปร่งใส และมีความมันวาวก็ถือเป็นสิ่งยืนยันความสดใหม่ของมัน แนะนำให้เลี่ยงกุ้งที่ตัวออกขาวๆ เพียงแต่ว่าสำหรับกุ้งบางประเภท ถ้าได้นำไปต้มจะอร่อยกว่ารับประทานสดๆ เสียอีก

2. ซูชิ

สำหรับซูชิกุ้งนั้นจะแบ่งออกเป็นแบบสดกับแบบต้ม ถ้าต้องการลิ้มรสอูมามิของกุ้งก็แนะนำให้เลือกแบบต้ม ถ้าต้องการลิ้มรสความหวานก็แนะนำให้เลือกแบบสด อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นกุ้งต้มก็ยังสัมผัสได้ถึงความหวานและยังทำให้รสสัมผัสดีขึ้นอีกด้วย โดยทั่วไปจึงมักจะทำซูชิจากกุ้งต้มมากกว่า แต่จะเลือกแบบสดหรือต้มก็เป็นไปตามความชอบของแต่ละคน

3. กุ้งย่าง

ถ้าได้นำกุ้งไปย่าง รสอูมามิของมันจะถูกอัดแน่นจนได้ความหวานที่เพิ่มออกมา กลิ่นที่หอมหวนของมันชวนให้อยากอาหารขึ้นมาเลย ทีเด็ดสุดคือกุ้งย่างที่ปรุงรสโดยการโรยเกลือแบบง่ายๆ นั่นเอง โดยทั่วไปจะเริ่มจากแกะหัวและตัวออกมา ดึงขาและแกะเปลือกออกแล้วจึงนำมากิน สำหรับคนที่อยากกินมิโซะหัวกุ้ง ก็ให้แกะเปลือกตรงหัวและขาหน้าออก แล้วดูดเอาหรือว่าคีบมากินด้วยตะเกียบ

แม้ว่าจะมีหลายคนที่กินกุ้งทั้งเปลือก แต่เปลือกกุ้งบางประเภทอาจไปทิ่มปากได้ต้องระวังด้วย

4. เอบิเทน (เทมปุระกุ้ง)

"เอบิเทน" หมายถึงเทมปุระที่นำกุ้งมาชุบแป้งสาลี น้ำ ไข่แล้วนำไปทอด ซึ่งถือเป็นวิธีปรุงอาหารที่ใช้ประโยชน์จากรสชาติของวัตถุดิบได้อย่างดี ถ้าได้นำมากินคู่กับน้ำจิ้มเทมปุระ เกลือ หรือโชยุก็จะยิ่งอร่อย เอบิเทนเข้ากันได้อย่างลงตัวกับเทนด้ง (ข้าวหน้าเทมปุระ) อุด้งหรือโซบะ เรียกได้ว่ามีรูปแบบการรับประทานที่หลากหลาย

5. กุ้งชุบแป้งทอด

"กุ้งชุบแป้งทอด (เอบิฟราย)" คือเมนูอาหารที่นำกุ้งมาชุบแป้งสาลี ไข่ เกล็ดขนมปังแล้วนำไปทอด มีจุดเด่นอยู่ที่รสสัมผัสที่กรุบกรอบ โดยทั่วไปจะนำเฉพาะส่วนตัวของกุ้งตัวใหญ่มาทอด แต่ที่นำมาทอดทั้งตัวและหัวเลยก็มีอยู่มากเหมือนกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นส่วนหัวก็กินได้ แต่จะกินหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน โดยทั่วไปจะนำมาราดซอสทาร์ทาร์หรือบีบเลมอนใส่ก่อนกิน

6. กุ้งผัดซอสพริก

อาจจะมีหลายคนที่คิดว่า "กุ้งผัดซอสพริก (เอบิชิลลี่)" เป็นอาหารที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน แต่จริงๆ แล้วเชื่อกันว่ามันมีต้นกำเนิดมาจากย่านไชน่าทาวน์ในโยโกฮาม่าของประเทศญี่ปุ่น โดยจะนำกุ้งที่แกะเปลือกแล้วมาคลุกแป้งมันแล้วนำมาผ่านน้ำมัน จากนั้นก็นำมาผัดโดยคลุกเคล้าเข้ากับซอสพริก (ซอสที่ผสมโต้วป้านเจี้ยง ซอสมะเขือเทศ ขิง ฯลฯ เข้าด้วยกัน) เป็นกุ้งผัดซอสพริก ด้วยความที่ทำขึ้นมาเพื่อคนญี่ปุ่น มันจึงไม่เผ็ดเกินไปและมีความหวานเล็กน้อย แถมยังเข้ากับเบียร์ได้อย่างลงตัวที่สุด

7. กุ้งคลุกมายองเนส

"กุ้งคลุกมายองเนส (เอบิมาโย)" คือเมนูอาหารที่นำกุ้งที่แกะเปลือกออกแล้วไปคลุกแป้งมันแล้วนำไปผัด (หรือทอด) จากนั้นก็นำมาคลุกซอสมายองเนส รสอูมามิของกุ้งที่มีรสสัมผัสกรุบๆ เข้ากับรสอร่อยของมายองเนสได้อย่างดี เป็นเมนูอาหารที่ผู้ชื่นชอบมายองเนสอดใจไว้ไม่ไหวจริงๆ

ร้านกุ้งแสนอร่อย 8 แห่งที่ควรแวะไปในฮอกไกโด

1. Kaisen Sakagura Fumiichi (海鮮酒蔵 二三一) [เมืองซัปโปโร]

ท่านจะได้ลิ้มรสชาติตามฤดูกาลของอาหารทะเลสดใหม่ที่นำขึ้นบกที่ท่าเรือมาชิเกะ (増毛港) และส่งตรงจากบริษัทประมง เมนู "Amaebi kobore mori (甘エビこぼれ盛り)" ที่นำกุ้งหวานสดใหม่จากมาชิเกะมาอัดแน่นลงในกล่องไม้ (ความจุ 900 มล.) แบบเน้นๆ เป็นที่นิยมมาก

2. Kita no Nishinyasan (北のにしん屋さん) [ฮาโบโระโจ]

Kita no Nishinyasan เป็นสถานที่ขายตรงผลผลิตทางการประมงชิบูย่าที่ตั้งอยู่ในย่านฮาโบโระโจ จังหวัดฮอกไกโด เป็นร้านที่โด่งดังจากเมนู "ข้าวหน้ากุ้งหวาน" ที่โปะกุ้งหวานจากทะเลไว้เต็มๆ กว่า 20 ตัว ในราคาย่อมเยา วันที่ 24 ของทุกปีจะมีการจัด "วันนิชิน (ปลาเฮร์ริง)" ขึ้นด้วย และยังมีการลดราคาเมนูต่างๆ ถึงครึ่งราคาเลยทีเดียว

3. Ororon Shokudo (おろろん食堂) [ฮาโบโระโจ]

แม้ว่าร้านนี้จะเป็นระบบจอง แต่ก็สามารถมากินกุ้งหวานได้ไม่อั้น มีเมนูแนะนำได้แก่ "ราเมงกุ้งหวาน" ที่เคยตีพิมพ์ลงใน Michelin Guide Hokkaido ฉบับพิเศษปี 2012 นอกจากนั้นก็มี "ข้าวหน้ากุ้งหวาน" และ "เมนูชุดกุ้งหวาน" สำหรับอาหารเมนูชุดนั้น นอกจากจะมีข้าวหน้ากุ้งหวานแล้ว ยังมีปลาลิ้นหมาทอดที่กรุบกรอบและอร่อยด้วย ในส่วนของซุปมิโซะก็ยังใช้กุ้งในการทำ เป็นซุปกุ้งหวานอร่อยอยากให้ไปลิ้มลอง

4. Sugaso (すが宗) [มาชิเกะโจ]

"Sugaso" เป็นร้านที่ได้รับรางวัล Bib Gourmand จาก Michelin Guide Hokkaido 2012 เสิร์ฟอาหารสุดประณีตจากเชฟผู้เชี่ยวชาญ สั่งกุ้งหวานแบบสดๆ ตอนเช้าที่ร้านค้าข้างๆ แล้วนำมาแช่เย็นทันทีที่อุณหภูมิ -50 องศาเซลเซียส จึงรักษาความสดใหม่ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ถอดหัวและหางออกหมดจึงกินได้สะดวก อีกทั้ง ยังมีสินค้าบริโภคแปรรูปออริจินัลจากเจ้าของร้านและพวกสบู่ปลิงทะเลที่เปี่ยมด้วยคอลลาเจนซึ่งน่าสนใจเช่นกัน

5. Marutoma Shokudo (マルトマ食堂) [เมืองโทมาโกไม]

เมื่อพูดถึงร้านอาหารที่ดังที่สุดในโทมาโกไมก็ต้องร้าน Marutoma Shokudo แห่งนี้เลย เมนูขึ้นชื่อของที่นี่คือ "Marutoma Don (マルトマ丼)" ที่โปะซาชิมิไว้บนข้าวจนแทบทะลัก ไม่ว่าจะเป็นหอยเม่น หอยเป๋าฮื้อ อิคุระ (ไข่ปลาแซลมอน) หอยปีกนก กุ้งหวาน 10 ตัว ฯลฯ ในราคา 1,300 เยน คุ้มค่าสุดๆ ทั้งยังเป็นร้านยอดนิยมที่มีผู้คนมาต่อคิวกว่า 1 ชั่วโมงเป็นประจำ แกงกะหรี่หอยปีกนกก็ขึ้นชื่อมากๆ เช่นกัน

6. Otaru Sankaku Market (小樽三角市場) [เมืองโอตารุ]

Otaru Sankaku Market ตั้งอยู่บนทางลาดแคบซึ่งมีความยาวทั้งหมด 200 เมตร และกว้างประมาณ 2 เมตรโดยมีทางเดินคั่นกลางอยู่ และมีร้านตั้งเรียงรายอยู่ 16 ร้านทั้งสองฝั่ง ซึ่ง 6 ร้านจากทั้งหมดนั้นเป็นร้านอาหารที่สามารถมาอร่อยได้ตั้งแต่ 7 โมงเช้าจนถึง 5 โมงเย็นเลยทีเดียว

โดยแต่ละร้านจะมีเมนูข้าวหน้าอาหารทะเลสดใหม่ รวมถึงอาหารชุดเปลี่ยนตามวันที่ทำจากวัตถุดิบตามฤดูกาล ฯลฯ อีกทั้งยังสามารถทำเมนูข้าวหน้าปลาดิบตามใจชอบโดยนำสินค้าที่ซื้อจากตลาดมาปรุง ณ ตรงนั้นเลยได้ด้วย

7. Kaitensushi Hanamaru JR Tower Stella Place (回転寿司花まる) [เมืองซัปโปโร]

"Nemuro Hanamaru" ร้านที่เลือกเฟ้นปลาตามแต่ละฤดูกาลอย่างพิถีพิถันโดยเดิมพันด้วยชื่อของเนมุโระ เมืองชาวประมงที่ถูกเรียกว่าเป็นขุมทรัพย์แห่งอาหารทะเล ให้บริการอาหารทะเลที่สมกับความเป็นท้องถิ่นเนมุโระ และยังมีร้านซูชิหมุนยอดนิยมอันดับหนึ่งในย่านสถานีซัปโปโร ถึงขนาดที่ว่ามีผู้คนมาเข้าคิวอยู่ตลอดเลยล่ะ การได้มารับประทานซูชิหลากชนิดในราคาที่สมเหตุสมผลก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผล อีกเมนูเด็ดคือเมนู "แนะนำประจำวัน" บางทีก็มีปลาสดสุดแปลกตาที่ต่างไปจากเมนูธรรมดาๆ ด้วยนะ

8. Ebi-Soba Ichigen (えびそば一幻) [เมืองซัปโปโร, เมืองจิโตเสะ]

"Ichigen (一幻)" เป็นร้านราเมงที่มีผู้คนมาเข้าคิวอยู่ตลอดเวลา โดยสามารถเลือกราเมงได้ 2 แบบได้แก่ ราเมงเส้นใหญ่พิเศษ กลมกล่อมด้วยรสกุ้งหวานแทรกซึมเข้าเส้น และเส้นเล็กที่ดึงรสชาติของน้ำซุปกุ้งหวานออกมาได้อย่างโดดเด่น ซุปกุ้งทำสดทุกวันโดยการนำส่วนหัวกุ้งหวานจำนวนมากมาค่อยๆ เคี่ยวอย่างบรรจงในหม้อเคี่ยวซุปขนาดใหญ่ มีรสชาติจากกุ้งเข้มข้น เพิ่มด้วยท็อปปิ้งเศษเทมปุระรสกุ้ง ไข่ยางมะตูม หมูชาชูเลิศรส และ "ผงกุ้ง" เมื่อได้โรยลงไปจะทำให้กลิ่นหอมจากกุ้งยิ่งหอมหวนขึ้นไปอีกขั้นเลยทีเดียว

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร