แนะนำอาหารเด็ดฮอกไกโด เจาะลึก "ปลา และเมนูจากปลา" [อัพเดต2020]

'ฮอกไกโด' มีปลาหายากชนิดต่างๆ อยู่มากมาย รวมถึงแซลมอนซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก ครั้งนี้จึงอยากจะขอแนะนำปลาที่ชนิดต่างๆ ที่หาได้ไม่ยากในฮอกไกโด รวมไปถึงวิธีรับประทานให้อร่อย ถ้าได้ไปเที่ยวฮอกไกโดแล้วก็อย่าลืมลิ้มลองความอร่อยของปลาเหล่านี้ดูนะ แล้วคุณจะติดใจ!

ฮอกไกโด

อาหารการกิน

1. ปลาแซลมอนขาว (白鮭)

ฮอกไกโดเป็นเขตที่สามารถจับปลาแซลมอนขาวที่เรียกว่า "Akisake" (秋鮭) ได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น โดยจะสามารถจับปลานี้ได้เกือบทุกพื้นที่ในฮอกไกโดเลยทีเดียว

เนื่องจากปลาแซลมอนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับมายังแม่น้ำต้นกำเนิดในญี่ปุ่น ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในเดือนกันยายนและตุลาคม ปลาแซลมอนที่ถูกจับได้ในช่วงนี้จึงมีชื่อว่า "Akisake" หรือแปลว่าแซลมอนฤดูใบไม้ร่วงนั่นเอง และมีวิธีการรับประทานที่หลากหลายมาก มาดูกันว่ามีวิธีอะไรบ้าง

ไข่ปลาแซลมอน หรือ อิคุระ (イクラ)

"อิคุระ" คือ ไข่ปลาแซลมอนแช่เกลือหรือแช่โชยุ เพื่อป้องกันไม่ให้ไข่เสียรูปทรว โดยจะเป็นเม็ดใสๆ สีแดงที่มีเปลือกบางๆ หุ้มอยู่

อิคุระที่อร่อยจะมีรสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แนะนำให้ทานโดยราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ จะได้รสชาติอร่อยของอิคุระอย่างเต็มที่!

ซูชิ (寿司)

ซูชิแซลมอน เป็นซูชิที่เป็นที่ชื่นชอบกันทั่วโลก แซลมอนของฮอกไกโดจะมีรสชาติกำลังดี ไม่เข้มข้นจนเกินไป ส่วนไขมันละลายในปากเลยทีเดียว มาฮอกไกโดแล้วห้ามพลาด!

จังจังยากิ (ちゃんちゃん焼き)

"จังจังยากิ" เป็นอาหารท้องถิ่นของฮอกไกโดที่ปรุงโดยย่างปลาพร้อมกับผักและเพิ่มรสด้วยเนยและมิโซะ เป็นเมนูที่เข้ากับเบียร์เป็นอย่างมาก! และด้วยรสชาติอันแสนอร่อยของปลาแซลมอนและมิโซะ จะทำให้คุณหยุดทานไม่ได้เลยทีเดียว

อิชิคารินาเบะ (石狩鍋)

เช่นเดียวกับ จังจังยากิ "อิชิคารินาเบะ" ก็เป็นอาหารท้องถิ่นประเภทนาเบะของฮอกไกโดชนิดหนึ่ง โดยจะนำปลาแซลมอนที่เป็นวัตถุดิบหลักมาต้มพร้อมกับผักและเต้าหู้ในน้ำซุปสาหร่ายคอมบุที่ปรุงรสมิโซะ หากใส่เนยหรือกากเหล้าลงไปด้วยก็จะให้รสชาติที่อร่อยเข้มข้นมากยิ่งขึ้น!

 

2. ปลาซันมะ (秋刀魚)

เมื่อพูดถึงปลาในฤดูใบไม้ร่วง ไม่ว่าใครก็จะนึกถึง "ปลาซันมะ" เป็นอันดับแรก ปลาซันมะนี้มีลำตัวผอมยาวประมาณ 40 เซนติเมตร และมีปากที่ยาวแหลมเป็นเอกลักษณ์

สำหรับวิธีการปรุงปลาซันมะส่วนใหญ่จะนำไปย่างเกลือ เพราะจะทำให้หนังปลากรอบและเนื้อปลาหอมอร่อย เนื่องจากเป็นปลาที่มีไขมันมากนั่นเอง แนะนำให้ทานพร้อมกับไชเท้าขูดฝอยและราดด้วยโชยุ

ซูชิ (寿司)

ปลาซันมะเป็นปลาที่มีวิตามิน D ที่จำเป็นสำหรับผู้ใหญ่ 1 คนในแต่ละวันถึง 3 เท่า และมีวิตามิน A ที่มากกว่าเนื้อวัวถึง 12 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งปลาซันมะที่สดใหม่จะไม่มีกลิ่นคาวและรับประทานง่ายเมื่อนำมาทานดิบเป็นซูชิ

ทัตสึตะอาเกะ (竜田揚げ)

"ทัตสึตะอาเกะ" คือ ปลาซันมะทอด ทำโดยนำปลาซันมะที่ล้างทำความสะอาดเครื่องในออกแล้วไปแช่ลงในโชยุ สาเก น้ำตาล และกระเทียมขูดฝอยประมาณ 10 นาที จากนั้นนำมาโรยแป้งบางๆ และนำไปทอดน้ำมัน เนื้อปลาซันมะที่ชุ่มไปด้วยน้ำซอสนั้นเข้ากับข้าวสวยได้เป็นอย่างดี ทำให้น้ำลายสอไปตามๆ กันแน่นอน

ปลาซันมะย่างซอสคาบายากิ (さんまの蒲焼)

วัตถุดิบของการทำ "คาบายากิ" (蒲焼) นั้นใกล้เคียงกับการทำทัตสึตะอาเกะ คือ นำปลาซันมะที่ล้างทำความสะอาดเครื่องในออกแล้วมาโรยแป้งมันบางๆ ที่บริเวณหนังปลา และนำไปย่างไฟปานกลางโดยวางหนังปลาลงบนกะทะ จากนั้นจึงราดซอสที่มีส่วนผสมของโชยุ สาเก น้ำตาล และกระเทียมขูดฝอยลงไป เพียงเท่านี้ก็ได้กับแกล้มจานเด็ดรสชาติเยี่ยมในเวลาอันรวดเร็ว!

 

3. ปลาคิงกิ (きんき)

"ปลาคิงกิ" เป็นปลาเนื้อขาวที่มีลำตัวเป็นสีแดง มีดวงตาโตและปากที่ใหญ่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังมีราคาสูง ซื้อขายกันในราคาตัวละประมาณ 3,000 เยนขึ้นไป (บางครั้งมีการซื้อขายในโตเกียวด้วยราคาประมาณ 10,000 เยน) ปลาคิงกิจะสามารถจับได้มากในช่วงฤดูหนาว เป็นปลาที่มีไขมันมากกว่าโปรตีนจึงมีเนื้อนุ่มและให้รสชาติละมุนกลมกล่อม

ปลาคิงกิต้มโชยุ (きんきの煮付け)

เนื่องจากเป็นปลาที่มีไขมันมาก จึงขอแนะนำให้ปรุงโดยย่างเกลือ หรือจะนำไปต้มโชยุก็อร่อยเช่นกัน น้ำซุปรสหวานอมเค็มที่ได้จากการต้มปลาคิงกินี้จะมีไขมันปลาลอยอยู่ เมื่อนำมาราดข้าวแล้วจะทำให้คุณอร่อยจนหยุดไม่ได้เลยทีเดียว!

 

4. ปลาซุเคโทดาระ (すけとうだら)

ปลาซุเคโทดาระ หรือปลาคอดสายพันธุ์อลาสก้าพอลล็อค มีเอกลักษณ์อยู่ที่ลายยาวเป็นเส้นเรียงกันกลางลำตัว และมีครีบทั้ง 3 ซึ่งมีรูปร่างและขนาดแตกต่างกัน มักจะถูกนำไปแปรรูปเป็นส่วนมาก เพราะไม่นิยมนำมาทานแบบดิบๆ คนส่วนใหญ่จะไม่คุ้นเคยกับชื่อของปลาชนิดนี้ แต่เมื่อได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปแล้ว ก็มักจะเห็นได้มากตามโต๊ะอาหารของคนญี่ปุ่นทั่วไปเลยนั่นเอง

ไข่ปลาทาราโกะ (たらこ)

"ทาราโกะ" คือ ไข่ปลาปลาซุเคโทดาระแช่ในน้ำเกลือ ซึ่งเมื่อปรุงรสพริกลงไปด้วยจะถูกเรียกว่า "เมนไทโกะ" (明太子) จะกินสดๆ หรือนำไปย่างก็น่าลอง หรือจะนำไปทำเป็นสปาเก็ตตี้ทาราโกะ ทำเป็นข้าวแช่ญี่ปุ่นที่เรียกว่า โอชะสึเคะ (お茶漬け) ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน

คามาโบโกะ (かまぼこ)

"คามาโบโกะ" เป็นอาหารแปรรูปที่ทำโดยการนำปลาเนื้อขาวไปบดให้ละเอียด ผสมกับเครื่องปรุง ฯลฯ แล้วนำไปนึ่งหรือรมควัน มีรสชาติคล้ายลูกชิ้นปลาในบ้านเรา เนื้อมีความยืดหยุ่นทำให้ยิ่งเคี้ยวยิ่งได้รสชาติ มีปริมาณโปรตีนมาก และยังย่อยง่ายอีกด้วย

 

5. ปลาชิชาโมะ (ししゃも)

ปลาชิชาโมะมีความยาวประมาณ 15 เซนติเมตร สามารถจับได้เพียงในพื้นที่เล็กๆ ส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนใต้ของฮอกไกโดเท่านั้น ปลาชิชาโมะที่มีไข่จะมีรสชาติอร่อยเป็นพิเศษ และเข้ากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เป็นอย่างดี และเนื่องจากมีรสชาติเค็มอยู่แล้ว จะทานโดยเพียงบีบมะนาวหรือจิ้มมายองเนสก็อร่อยไม่แพ้กัน!

 

6. ปลาฮอกเกะ (ほっけ)

"ปลาฮอกเกะ" สามารถจับได้มากในช่วงเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนกรกฎาคม อุดมไปด้วยไขมันและมีรสชาติอร่อยเป็นพิเศษ และเนื่องจากปลาชนิดนี้เป็นปลาที่รักษาความสดได้ไม่นาน จึงสามารถทานปลาฮอกเกะดิบได้เฉพาะในฮอกไกโดเท่านั้น

เนื้อปลาฮอกเกะจะมีความแน่นและมีไขมันคลุมอยู่ทั่ว จึงมักจะถูกทำเป็นเมนูย่างเสียส่วนใหญ่ แต่เมื่อนำไปตากแห้ง ก็จะได้รสชาติที่ละมุนและทานง่ายยิ่งขึ้น จะนำไปทำเป็นเมนูจังจังยากิ หรือนำปลาที่สดใหม่ไปทอดก็อร่อยเช่นกัน!

 

7. ปลามาดาระ (真だら)

"ปลามาดาระ" เป็นปลาขนาดใหญ่ที่มีความยาวถึง 1 เมตร เป็นปลาเนื้อขาวที่มีเนื้อนุ่มและไขมันน้อย จึงเหมาะกับหลายๆ เมนูไม่ว่าจะป็นนาเบะ ย่างเกลือ ย่างน้ำมัน หรือนำไปทอด ฯลฯ

ชิราโกะ (白子)

"ชิราโกะ" คือ ท่อเก็บน้ำอสุจิของปลามาดาระ หน้าตาอาจจะดูไม่ค่อยน่าทานสักเท่าไร แต่ก็เป็นที่นิยมอย่างมากเพราะมีวิตามินและคุณค่าทางโภชนาการสูงมากในหมู่ปลาเนื้อขาวด้วยกัน ลองจิ้มซอสพอนสึ (ซอสถั่วเหลืองรสเปรี้ยว) ดูสักครั้ง คุณอาจจะติดใจก็ได้!

 

8. ปลานิชิน (にしん)

"ปลานิชิน" มีปริมาณ DHA และ EPA ที่เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวอยู่มาก นอกจากนี้ยังมีวิตามิน A D และ E อีกด้วย จึงเป็นปลาที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง รังไข่ของปลานิชินจะเรียกว่า "Kazunoko" (カズノコ) ซึ่งเป็นอาหารที่บางครั้งจะทานกันในช่วงปีใหม่

ปลานิชินย่างเกลือ (塩焼き)

เมื่อนำไปย่างเกลือ จะได้เนื้อปลาที่ฟูนุ่มและชุ่มฉ่ำ ซึ่งเทคนิคในการย่างก็คือ ควรอุ่นเตาย่างให้ร้อนก่อน และหลังจากย่างเสร็จให้ปล่อยทิ้งไว้ในเตาประมาณ 1 นาที ก็จะได้เนื้อปลาที่ฟูนุ่มและชุ่มฉ่ำ!

นิชินโซบะ (にしんそば)

"นิชินโซบะ" อาหารชื่อดังของเมืองเกียวโต คือการนำเอาเนื้อปลานิชินที่ต้มโดยปรุงรสหวานมาท็อปปิ้งกับโซบะร้อน ซึ่งก็มีรสชาติที่เข้ากันมาก และเป็นวิธีปรุงที่ให้คุณค่าทางโภชนาการอย่างสมดุล มักจะทานกันในช่วงปีใหม่

 

9. ปลาคาเร (カレイ)

"ปลาคาเร" เป็นปลาที่มีเอกลักษณ์ตรงลำตัวแบน และมีตาทั้งสองข้างอยู่ด้านขวาของลำตัว มีหลายสายพันธุ์ ซึ่งในฮอกไกโดนั้นก็สามารถจับได้กว่า 10 สายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น Akakarei (あかがれい) หรือ Asabakarei (あさばがれい) ฯลฯ ปลาคาเรที่สดใหม่จะมีรสชาติที่ละมุนกลมกล่อมเป็นพิเศษ

ปลาคาเรคาราอาเกะ (カレイの唐揚げ)

แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นเมนูซาชิมิ เมนูย่าง หรือเมนูต้ม ฯลฯ ก็อร่อยเด็ดไม่แพ้กัน แต่เมนูที่อยากแนะนำก็คือ เมนู "ปลาคาเรคาราอาเกะ" หรือปลาคาเรทอดนั่นเอง เป็นเมนูที่คุณจะสามารถทานได้ทั้งก้างปลาเลยทีเดียว

และเนื่องจากมีโปรตีนสูงและไขมันต่ำ จึงไม่ต้องกังวลแม้ว่าจะเป็นเมนูทอดก็ตาม ลองชิมรสชาติอันแตกต่างของปลาคาเรในแต่ละฤดูแล้วคุณจะติดใจ!

 

10. ปลาฮิราเมะ (ヒラメ)

"ปลาฮิราเมะ" ที่คนส่วนใหญ่มักจะสับสนแยกไม่ออกกับปลาคาเร มีลำตัวเป็นรูปวงรียาว หัวใหญ่ และมีตาทั้งสองข้างอยู่ด้านซ้ายของลำตัว เป็นปลาราคาแพงที่คนญี่ปุ่นมักจะรับประทานในรูปแบบของซาชิมิหรือซูชิ

ปลาฮิราเมะอุดมไปด้วยโปรตีน มีไขมันน้อย และมีครีบที่อุดมไปด้วยคอลลาเจน! โดยเฉพาะปลาที่จับได้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงไปจนถึงฤดูหนาวนั้นจะมีไขมันมากกว่าปกติ เมื่อนำไปทำเป็นซาชิมิหรือซูชิแล้วจะได้รสชาติอร่อยที่สุดเลยทีเดียว

 

11. มิซุดาโกะ (みずだこ)

"มิซุดาโกะ" หรือปลาหมึกยักษ์แปชิฟิกชื่อดังของฮอกไกโด เป็นปลาหมึกยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะมีน้ำหนักถึง 20 กิโลกรัมเลยทีเดียว ทั้งยังสามารถจับได้มากเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วย

เมนูยอดนิยมคือ ชาบูชาบู เนื้อปลาหมึกยักษ์ที่มีไขมันน้อยและย่อยง่ายนี้ถือเป็นอาหารสุขภาพชนิดหนึ่ง แม้ว่าจะยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมในประเทศแถบยุโรป นอกเหนือจากประเทศสเปนและอิตาลี แต่ก็คุ้มค่าที่จะลองชิมดูสักครั้งอย่างแน่นอน!

ซาชิมิ (刺身)

ขอแนะนำให้รับประทานเป็นซาชิมิ จะได้ความกรุบกรอบของเนื้อปลาหมึกยักษ์นี้อย่างเต็มที่ โดยจะรับประทานคู่กับน้ำมะนาว หรือโชยุกับวาซาบิ ก็เข้ากันได้ดีเช่นกัน

ปลาหมึกยักษ์คาราอาเกะ (タコのから揚げ)

"ปลาหมึกยักษ์คาราอาเกะ" เมนูกับแกล้มที่อร่อยไม่มีที่ติ และเพราะเนื้อปลาหมึกยักษ์นี้มีไขมันน้อย จึงเป็นอีกเมนูหนึ่งที่คนรักของทอดสามารถทานได้อย่างไม่ต้องกังวล! 

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร