5 อย่างห้ามพลาดในคิตะคาตะ สวรรค์แห่งอาหารที่ฟุกุชิมะ

เมื่อพูดถึงเมืองอาหารแล้ว นักท่องเที่ยวมักจะนึกถึงโอซาก้าก่อนเป็นอันดับแรกๆ ทว่าที่จังหวัดฟุกุชิมะ (Fukushima) ซึ่งตั้งอยู่ทางแถบภาคเหนือของญี่ปุ่นนั้นก็มีเมืองที่มีวัฒนธรรมอาหารอันหลากหลายอยู่เช่นกัน ในบทความนี้ เราจะไปหาไปสำรวจสวรรรค์แห่งอาหารที่คิตะคาตะ (Kitakata) เมืองเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากอาอิซุวากามัตสึ (Aizuwakamatsu) หนึ่งในเมืองใหญ่ของจังหวัดนี้ และเราจะพาคุณไปดูสิ่งที่คุณสามารถทำได้และทำได้ดีด้วย! รับรองเลยว่ากลับมาแล้วจะต้องทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจอย่างแน่นอน

ฟุคุชิมะ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

*บทความนี้ได้รับความร่วมมือจากจังหวัดฟุกุชิมะ

เกี่ยวกับคิตะคาตะ

คิตะคาตะเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฟุกุชิมะ เป็นที่รู้จัก่่กันในเรื่องของการผลิตสาเกที่มีมาอย่างยาวนานและอุตสาหกรรมเครื่องเขิน เช่นเดียวกับวัฒนธรรมราเมงด้วย อันที่จริงแล้ว คิตะคาตะแห่งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากญี่ปุ่น (so blessed with bounties from the land) ทำให้วัฒนธรรมอาหารของที่นี่มีชื่อเสียงไปทั่วญี่ปุ่น และมีนักท่องเที่ยวมากมายมาเยือนเพื่อลิ้มลองอาหารท้องถิ่น

จากโตเกียว ไปคิตะคาตะอย่างไร

สถานีโตเกียว → โทโฮคุ ชินกันเซ็น (1 ชั่วโมง 25 นาที) → สถานีโคริยามะ (Koriyama)
สถานีโคริยามะ (Koriyama) → JR บันเอตสึ สายตะวันตก (JR Banetsu West Line) (1 ชั่วโมง 25 นาที) → สถานีคิตะคาตะ

สิ่งที่ควรทำในคิตะคาตะ

ชิมคิตะคาตะราเมง

แม้ว่าคิตะคาตะจะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ เมื่อเทียบกับบริเวณที่เฟื่องฟูกว่าอย่างโตเกียวและโอซาก้า แต่ความจริงแล้ว คิตะคาตะเป็นเมืองที่มีสัดส่วนของร้านราเมงมากที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว! ซึ่งนี่ก็เป็นผลจากราเมงท้องถิ่นสุดพิเศษ อย่างคิตะคาตะราเมงนั่นเอง

ราเมงคิตะคาตะเป็นที่เชิดหน้าชูตาของทั่วทั้งภูมิภาคนี้ ตัวซุปมีเบสเป็นซอสถั่วเหลืองที่ทั้งเบาและสดชื่น ทั้งซุปและเส้นราเมงหนานุ่มนั้นต่างก็ทำมาจากน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาในภูมิภาคนี้เช่นกัน น้ำดังกล่าวนี้มีความบริสุทธิ์สูงมากขนาดที่ว่าถูกเลือกให้เป็น 1 ใน 100 แหล่งน้ำที่ยอดเยี่ยมและได้รับการดูแลดีที่สุดในที่ญี่ปุ่น

ราเมงจานนี้เป็นจานที่ทั้งอบอุ่นแบละดีต่อใจ แถมยังเหมาะกับฤดูหนาวเย็นๆ ของของคิตะคาตะมากๆ เลยด้วย ไม่แปลกใจเลยที่คนท้องถิ่นจะต่างพากันหลงรัก!

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่คนท้องถิ่นเท่านั้นที่พากันคลั่งไคล้ราเมงนี้ แต่ราเมงคิตะคาตะยังถูกจัดให้เป็นเป็นหนึ่งในสามสุดยอดราเมงของญี่ปุ่น เคียงคู่ไปกับราเมงซัปโปโรและราเมงฮากาตะ คนจากทั่วประเทศต่างพากันมาที่นี่เพื่อแค่เพื่อให้ได้ลิ้มลองรสชาติราเมงนี้ หากคุณมีโอกาส ลองมาเยือนเมืองนี้แล้วกินราเมงเป็นอาหารเช้าเหมือนชาวคิตะคาตะดูสิ!

ชื่นชมโกดังแบบญี่ปุ่นโบราณที่คุระโนะซาโตะ

คิตะคาตะมีคุระ (โกดังแบบญี่ปุ่นโบราณ) อยู่ประมาณ 4,000 แห่ง ซึ่งมีอยู่หลายแห่งที่ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นโรงแรมขนาดเล็ก โรงกลั่นเหล้า ฯลฯ คุณสามารถพบเห็นโกดังได้ทั่วไปตามตัวเมือง และแม้แต่ในย่านชนบทเองก็ยังมีด้วยเหมือนกัน หากคุณชื่นชอบในศิลปะญี่ปุ่นโบราณแล้วล่ะก็ ขอบอกเลยว่าแค่ไปเยือนคุระเหล่านี้และได้เห็นด้วยตาตัวเองก็ถือว่าคุ้มค่าพอแล้ว

ก่อนที่คุณจะไปเที่ยวชมคุระต่างๆ เราขอแนะนำให้คุณไปที่คุระโนะซาโตะ (Kura no Sato) ก่อน พื้นที่ขนาด 4,500 ตารางเมตรนี้มีคุระอยู่สิบแห่งซึ่งแต่ละแห่งก็มีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ร้านค้าไปจนถึงส่วนที่อยู่อาศัยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเมื่อครั้งในอดีต ภายในคุระเหล่านี้จะมีนิทรรศการจัดแสดงอยู่ด้วย ซึ่งเนื้อหาก็ไม่ได้มีแค่เพียงประวัติศาสตร์ของคิตะคาตะเท่านั้น แต่ยังกล่าวถึงการบทบาทสำคัญของคุระต่อการพัฒนาเมืองอีกด้วย หลังจากไปที่นี่ คุณก็จะมีความรู้มากมายและพร้อมไปเยือนคุระอื่นๆ ต่ออย่างแน่นอน

เยือนร้านเหล้าท้องถิ่น

ภูมิภาคคิตะคาตะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการหมักสาเกที่สุด ตั้งอยู่ใกล้กับแนวเทือกเขาอิเดะ (Iide mountain range) ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำอันบริสุทธิ์ที่ทำให้สาเกท้องถิ่นมีรสชาติดีมาก โดยปกติแล้ว น้ำในแม่น้ำจะปนเปื้อนฝุ่นและสิ่งอื่นๆ ที่อยู่ตามสภาพแวดล้อมได้ง่ายมากๆ แต่สภาพอากาศอันหนาวจัดของฤดูหนาวในคิตะคาตะช่วยป้องกันการปนเปื้อนเหล่านี้เอาไว้ได้

สภาพแวดล้อมแบบเดียวกันนี้ยังช่วยหยุดยั้งการแพร่กระจายของแบคทีเรียในระหว่างกระบวนการหมักสาเกได้อีกด้วย จึงเป็นเหตุผลที่โรงหมักสาเกจำนวนมากยังคงตั้งอยู่ที่คุระซึ่งจะเก็บรักษาสาเกให้อยู่ในสภาพดีและคงความเย็นเอาไว้ได้ในฤดูร้อน ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นสาเกท้องถิ่นชั้นเลิศและยังได้รับรางวัลอีกด้วย

ระหว่างที่คุณอยู่ในคิตะคาตะ ทำไมไม่ลองไปเยือนโรงหมักสาเกดูล่ะ? ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนะ ทั้งได้ชิมสาเกแสนอร่อยแล้วก็ยังได้เยี่ยมชมโกดังญี่ปุ่นโบราณไปพร้อมๆ กันด้วย คุณสามารถหาทัวร์ที่เป็นภาษาอังกฤษและจองออนไลน์ได้ค่อนข้างง่ายเลยทีเดียว หรือหากคุณอ่านภาษาญี่ปุ่นได้ ก็อาจจะสามารถนัดวันเวลาเข้าชมหลายๆ ที่ได้ภายในวันเดียวเลย!

วาดเครื่องเขินของคุณเอง

คิตะคาตะเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคไอซุ (Aizu region) ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านเครื่องเขิน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เครื่องเขินของไอซุเป็นหนึ่งในสามเครื่องเขินที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว! ตัวเมืองคิตะคาตะนั้นโด่งดังในด้านการผลิตงานฝีมือชนิดนี้ ดังนั้น คุณจะพบกับร้านค้ามากมายที่ขายเครื่องเขินทุกรูปแบบให้คุณสามารถซื้อกลับบ้านไปเป็นของขวัญของฝากได้ แต่ถ้าเกิดคุณสามารถทำเครื่องเขินของคุณได้เองเลยล่ะ?

ในคิตะคาตะ มีเวิร์กช็อปอยู่หลายแห่งที่คุณสามารถเข้าร่วมเพื่อทำเครื่องเขินที่ระลึกของตัวเองได้ นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้ของที่ระลึกในแบบของคุณเอง ฉะนั้นแล้ว ทำไมไม่ลองดูสักหน่อยล่ะ ปกติแล้วเวิร์กช็อปเหล่านี้จะราคาไม่สูงมากและใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงหรือราวๆ นั้นก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ลองทำฟาร์ม

ปี 2006 คิตะคาตะเป็นเมืองแรกในญี่ปุ่นที่ประกาศว่าจะโปรโมท “การท่องเที่ยวสีเขียว” ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับบริเวณและวัฒนธรรมท้องถิ่นมากขึ้นผ่านการทดลองทำกิจกรรมที่หลากหลายที่ฟาร์มหรือจุดตกปลา ฉะนั้นแล้ว คุณจะสามารถจองทัวร์ผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อไปทำกิจกรรมเหล่านั้นได้แบบง่ายๆ เลยล่ะ

ผู้เขียนได้สัมผัสประสบการณ์ตรงมาแล้วถึงได้รู้ว่ามันสนุกมากขนาดไหน ตอนที่เราไปคิตะคาตะ เราได้เข้าร่วมทัวร์ที่ให้พวกเราเก็บผลผลิตที่เราเก็บเกี่ยวมาเองกับมือเอาไว้ได้ แล้วก็แบ่งเอาส่วนหนึ่งไปทำอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมของเราเองด้วย หลังจากนั้น เรายังได้ไปแช่น้ำร้อนที่โรงแรมฟูจิยะ ซึ่งเป็นโรงแรมของเจ้าของทัวร์นี่เอง ซึ่งหลังจากที่ทั้งเหนื่อยทั้งสนุกไปกับการเก็บเกี่ยวและนำเอาผักปลอดสารพิษอย่างแครอทและผักโขมมาทำอาหารแล้ว การได้แช่น้ำร้อนก็ถือเป็นอะไรที่เพอร์เฟ็กต์สุดๆ ไปเลย!

ในทัวร์นั้นมีไกด์ที่พูดภาษาอังกฤษได้และเจ้าของทัวร์ผู้แสนใจดีคอยอธิบายทุกขั้นตอน ทั้งขณะเก็บเกี่ยวและทำอาหารอย่างละเอียด ผู้เขียนไม่ได้เจอแค่ผักชนิดใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้การทำอาหารญี่ปุ่นใหม่ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้ลองอาหารญี่ปุ่นหลากหลายชนิดที่ไม่เคยได้ยินและได้เห็นมาก่อนแม้จะอยู่ญี่ปุ่นมาหลายปีแล้วก็ตาม ตัวอย่างเช่น ชาบูชาบูผัก ที่คุณจะปอกผักบนโต๊ะ แล้วก็เอามาลวกในน้ำซุปร้อนๆ เพื่อทำให้สุกแบบเร็วๆ ผู้เขียนยังพบว่าผักปลอดสารพิษเหล่านี้ทั้งสดและกรอบกว่าที่ขายในซูเปอร์มาร์เกตมากๆ แถมยังอร่อยสุดๆ อีกด้วย!

ทัวร์นี้ถือว่าเป็นทัวร์ในฝันสำหรับคนรักอาหารเลยทีเดียว แถมยังทำให้ผู้เขียนรู้สึกซาบซึ้งกับผักในแบบที่ต่างออกไปอีกด้วย หากคุณกำลังมองหากิจกรรมที่แปลกใหม่ในญี่ปุ่น การลองมาทำฟาร์มที่คิตะคาตะอาจเป็นคำตอบของคุณก็ได้ ถ้าคุณอยากจะลองทัวร์เดียวกับที่ผู้เขียนใช้บริการมา คุณสามารถติดต่อโรงแรมเพื่อนัดวันเวลาได้เลย! ขอแนะนำให้จ้างล่ามด้วย จะได้เต็มอิ่มและสนุกกับประสบการณ์นี้โดยไม่มีข้อจำกัด!

เที่ยวคิตะคาตะ เมืองแห่งอาหาร!

ถึงคิตะคาตะจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ด้วยวัฒนธรรมอาหารอันแข็งแกร่งจึงทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์สำหรับคนรักอาหารและได้รับความสนใจจากคนทั้งประเทศ ครั้งหน้าที่คุณมาเยือนญี่ปุ่น ทำไมไม่ลองเลือกคิตะคาตะแทนสถานที่ท่องเที่ยวคลาสสิกอื่นๆ ดูล่ะ บอกได้เลยว่าจบทริปแล้ว คุณจะอิ่มทั้งใจทั้งท้องอย่างแน่นอน!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร