คู่มือชมดอกไม้รอบโตเกียวตลอดทั้งปี!

หากคุณอาศัยอยู่ในตัวเมืองก็จะพบว่า "ดอกไม้" เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้นึกถึงภาพของชนบทและเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านฤดูกาล อีกทั้งช่วยแต่งเติมสีสันอันมีชีวิตชีวาให้กับโลกได้ด้วย ดอกไม้จึงเป็นที่รักของผู้คนอยู่เสมอ และในโตเกียวก็มีเทศกาลดอกไม้และสวนสวย ๆ ให้ได้ตื่นตาตื่นใจกันตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาลสำคัญประจำปี หรือจุดพักผ่อนให้ผู้คนได้หลบหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ หากอยากรู้ว่าจะไปชมดอกไม้ที่ไหน หรือเดือนไหนมีดอกอะไรให้ได้ดูกันบ้างก็ตามไปอ่านต่อกันเลย!

คันโต

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

Klook.com

เดือนมกราคม

🌼 นาร์ซิสซัส – ซุยเซน (Suisen)

・Kasai Rinkai Park

kasai rinkai park narcissus tokyo

PIXTA

ในเขตโตเกียวตอนกลาง สถานที่ที่เหมาะกับการชมดอกนาร์ซิสซัส (แดฟโฟดิล) มากที่สุดก็คือ สวนสาธารณะคาไซรินไค (Kasai Rinkai Koen) สวนสาธารณะริมทะเลที่มีต้นนาร์ซิสซัสอยู่กว่า 50,000 ต้น ออกดอกได้มากถึง 200,000 ดอก หน่อที่นำมาเพาะในสวนนี้ ส่วนใหญ่มาจากจุดชมนาร์ซิสซัส 2 แห่งที่ดังที่สุดในญี่ปุ่น คือ เอจิเซ็นนาร์ซิสซัส (Echizen Narcissus) จากชายหาดเอจิเซ็นในจังหวัดฟุคุอิ และหน่อนาร์ซิสซัสจากสวนสาธารณะสึเมคิซากิที่เมืองชิโมดะบนคาบสมุทรอิสุ

・Ezuki Narcissus Road

ezuki narcissus road tokyo

เอซึกินาร์ซิสซัสโร้ด (Ezuki Narcissus Road) เป็นถนนดอกนาร์ซิสซัสที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรโบโซในจังหวัดชิบะ แม้จะอยู่ไกลออกไปอีกหน่อยแต่ก็ยังเที่ยวแบบไปเช้า - เย็นกลับจากโตเกียวได้ ตลอดเดือนมกราคมจะมีดอกนาร์ซิสซัสนับล้านเบ่งบานอยู่สองข้างทางซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองเคียวนัน วิธีชมดอกไม้ที่ได้รับความนิยมที่สุดคือการเดินไปบนเส้นทางที่ยาวกว่า 3 กิโลเมตร นอกจากนี้ คุณยังจะได้พบกับชาวสวนในท้องถิ่นที่ขายและปลูกดอกไม้อยู่ในบริเวณนี้ด้วย

・Tsumekizaki Park

tsumekizaki park narcissus tokyo

PIXTA

สวนสาธารณะสึเมคิซากิ (Tsumekizaki Park) ในเมืองชิโมดะจะอยู่ไกลออกไปอีกหน่อย แต่ก็คุ้มค่าที่จะแวะไปชมสักครั้ง ในเดือนมกราคม แหลมสึเมคิซากิบนคาบสมุทรอิสุจะปกคลุมไปด้วยพรมนาร์ซิสซัสนับล้านดอก สีเหลืองอ่อนของนาร์ซิสซัสจะตัดกับท้องฟ้าและผืนทะเลสีครามสดใสในฤดูหนาวอย่างงดงาม วิธีชมดอกไม้ของที่นี่ คือ การเดินไปตาม "เส้นทางปีนเขาสึซากิ" (Suzaki Hiking Trail) ซึ่งจะพาคุณไปวนรอบชายหาดจากท่าเรือเล็ก ๆ ที่สึซากิ ก่อนจะไปจบที่สวนสึเมคิซากินั่นเอง

เดือนกุมภาพันธ์

🌼 ดอกบ๊วย – อุเมะ (Ume)

・Yushima Tenjin Shrine

yushima tenjin plum

PIXTA

ศาลเจ้ายูชิมะเท็นจิน (Yushima Tenjin Shrine) เป็นสุดยอดสถานที่ชมดอกบ๊วยในโตเกียวกลาง ตัวศาลเจ้ามีชื่อเสียงในเรื่องดอกบ๊วยมาตั้งแต่สมัยเอโดะ โดยมีต้นบ๊วยอยู่ 10 สายพันธุ์ รวมกว่า 300 ต้น ยิ่งไปกว่านั้น ทางศาลเจ้าก็ยังมีการจัดงาน "อุเมะมัตสึริ" (Ume Matsuri เทศกาลดอกบ๊วย) ซึ่งเปิดให้แผงขายอาหารมาตั้งบนลานศาลเจ้าได้ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ด้วย

หากคุณสนใจศาลเจ้าอื่น ๆ ที่มีวิวดอกบ๊วยสวย ๆ ก็ลองตามไปอ่าน ก่อนไปชมซากุระ! แวะชมดอกบ๊วยที่ศาลเจ้า "Tenjin" 7 แห่งในโตเกียว กันได้เลย!

・Koishikawa Botanical Gardens

koishikawa botanical garden plum blossoms tokyo

อีกตัวเลือกหนึ่งที่สงบกว่าในโตเกียวกลาง ได้แก่ ป่าบ๊วยในสวนพฤกษศาสตร์โคอิชิคาวะ (Koishikawa Botanical Gardens) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยโตเกียวที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ที่นี่จัดแสดงพันธุ์ไม้และพืชพรรณต่าง ๆ อยู่นับพันชนิด รวมถึงมีสวนแบบญี่ปุ่นด้วย เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการมาเดินเล่นในวันที่แจ่มใสและปิคนิคใต้ร่มไม้ในฤดูหนาว

・Mt. Takao

mt takao baigo plum plossoms tokyo

PIXTA

หากคุณอยากออกไปนอกเมืองและชอบที่จะเดินท่ามกลางต้นบ๊วยนับพัน เราก็ขอแนะนำให้คุณมุ่งหน้าสู่เขตไบโกะ (Baigo) ของภูเขาทาคาโอะ (Mt. Takao) ที่นี่มีป่าบ๊วยถึง 4 แห่งที่ปลูกแยกกันไปตามเส้นทางเก่าโคะชูไคโด (เส้นทางสัญจรระหว่างโตเกียวและจังหวัดยามานาชิในสมัยเอโดะ) รวมกว่า 10,000 ต้น หากวันไหนอากาศดี ก็ลองถือตะกร้าปิคนิคไปสูดกลิ่นหอม ๆ และชมทิวทัศน์สวย ๆ ดูสิ!

🌼 วินเทอร์สวีท – โรไบ (Robai)

・ Mt. Hodo, Nagatoro

winersweet roubai nagatoro hodosan mt hodo tokyo

หากคุณชื่นชอบการเดินป่าฤดูหนาวท่ามกลางกลิ่นดอกไม้หอมโดยไม่ต้องพบเจอผู้คน ภูเขาโฮโด (Mt. Hodo) ที่มีดอกโรไบสีเหลืองอร่ามแบ่งบานบนยอดนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดี อาจจะเป็นทริปไปเช้า - เย็นกลับที่จริงจังสักหน่อย แต่ก็นับว่าคุ้มมากเพราะแถบนี้ไม่ได้มีเพียงดอกไม้ แต่ยังมี "สวนสัตว์โฮโดซัน" (Hodosan Zoo) และ "โขดหินทาทามิ" (Tatami Rocks) ริมแม่น้ำอันโด่งดังที่เกิดจากการกัดกร่อนของแม่น้ำมานานหลายศตวรรษด้วย

เดือนมีนาคม

🌼 ดอกผักกาดก้านขาว – นาโนะฮานะ (Nanohana)

・Hamarikyu Gardens

hamarikyu gardens nanohana rapeseed flowers tokyo

PIXTA

สวนฮามาริคิว (Hamarikyu Gardens) เดิมทีถูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัยของขุนนางผู้สูงศักดิ์ จึงมีทั้งบ่อน้ำทะเลและโรงน้ำชาอยู่บนเกาะ ภายในสวนก็มีทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกนาโนะฮานะที่เบ่งบานตลอดเดือนมีนาคม อีกทั้งยังมีต้นบ๊วยอยู่ล้อมรอบ หากคุณโชคดีก็อาจจะได้เห็นดอกไม้ทั้งสองชนิดบานพร้อมกันด้วย

・Azumayama Park

azumayama park mt fuji nanohana rapeseed flowers tokyo

สวนสาธารณะอาซึมะยามะ (Azumayama Park) ในคานางาวะเป็นสวนนาโนะฮานะสีเหลืองสวยที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง เหมาะสำหรับผู้ที่อยากพักผ่อนหย่อนใจพลางชมธรรมชาติแบบญี่ปุ่น ๆ บริเวณสวนบนยอดเขาจะมีวิวให้คุณได้ดูแบบ 360 องศา ซึ่งมองลงไปเห็นอ่าวซางามิได้ แถมยังเป็นจุดชมซากุระชื่อดังด้วย

・Showa Kinen Park

showa kinen park nanohana rapeseed flowers tokyo

สวนอนุสรณ์สถานโชวะ (Showa Kinen Park) เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องดอกไม้ หากคุณเป็นคนรักดอกไม้ที่อยู่ในแถบโตเกียวล่ะก็ ไม่ควรพลาดสวนนี้โดยเด็ดขาด ดอกนาโนะฮานะมีช่วงเวลาบานที่ยาวนาน และในสวนอนุสรณ์แห่งนี้ คุณก็จะได้เห็นมันบานคู่กับซากุระแทนดอกบ๊วยอย่างที่สามารถชมได้ที่ฮามาริคิวด้วย

เดือนเมษายน

🌼 ซากุระ

・Yanaka Sakura Tunnel

yanaka sakura tunnel cherry blossoms tokyo

ยานากะ (Yanaka) เป็นจุดหมายที่น่าไปไม่ว่าจะในฤดูไหน แต่ในฤดูซากุระ ทางเดินตรงกลางจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ที่นี่เหมาะกับการมาเดินเล่นใต้ต้นซากุระที่โปรยปรายมากกว่าจะมาปิคนิค เปิดโอกาสให้เราได้ชมดอกไม้กันได้อย่างสงบ แต่หากคุณอยากชมซากุระแบบคึกคักกว่านั้นก็สามารถเดินจากยานากะลงไปยัง "สวนอุเอโนะ" (Ueno Park) ได้ไม่ยาก

หากอยากรู้จุดชมซากุระอื่น ๆ ในโตเกียว ก็ไปตามไปอ่านกันได้ที่ ชมซากุระแบบไม่ต้องเบียดใครกับจุดชมซากุระลับ ๆ 8 แห่งในโตเกียว!

・Asukayama Park

asukayama park cherry blossoms sakura tokyo

สวนสาธารณะอาสึกะยามะ (Asukayama Park) เป็นจุดชมดอกไม้ที่โด่งดังมาตั้งแต่สมัยเอโดะ มีต้นซากุระ 650 ต้นย้อมทั้งสวนให้กลายเป็นสีขาวและสีชมพู ที่นี่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจสำหรับครอบครัวในทุกฤดูกาล มีทั้งสนามเด็กเล่นและในฤดูร้อนก็มีบริเวณให้เล่นน้ำได้ ส่วนในฤดูใบไม้ผลิก็จะมีคนในพื้นที่มารวมตัวกันจัดปาร์ตี้ชมดอกซากุระกันใต้ต้นไม้และชื่นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ไปด้วยกัน

・Kumagaya Sakura Tsutsumi

kumagaya sakura tsutsumi cherry blossoms tokyo

คุมางายะ ซากุระ สึสึมิ (Kumagaya Sakura Tsutsumi) เป็นเส้นทางเลียบแม่น้ำอาราคาวะยาว 2 กิโลเมตรที่รายล้อมไปด้วยต้นซากุระ เป็นอีกจุดหนึ่งที่เราจะได้เห็นซากุระกับดอกนาโนะฮานะบานพร้อมกันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ มีที่กว้างพอให้นั่งปิคนิคได้ หรือใครอยากจะเดินเล่นริมน้ำก็ได้เช่นกัน

🌼 ดอกอาซาเลีย – สึสึจิ (Tsutsuji)

・Nezu Shrine

nezu shrine azalea tokyo

ศาลเจ้าเนสึ (Nezu Shrine) เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดและมีเสน่ห์ที่สุดของญี่ปุ่น มีจุดเด่นเป็นอุโมงค์โทริอิสีแดง บริเวณศาลเจ้ามีบรรยากาศที่ดีและเงียบสงบตลอดทั้งปี คุณสามารถเข้าชมได้ฟรี และในช่วงเทศกาลสึสึจิก็จะมีสวนดอกอาซาเลียให้เข้าชมในราคาเพียง 200 เยนด้วย คุณจะได้เดินไปตามเส้นทางบนเนินเขาและพบกับมวลดอกไม้สีสันสดใสในทุกซอกทุกมุม เรียกได้ว่าคุ้มค่าสุด ๆ !

・Shiofune Kannon Temple

shiofune kannonji temple azalea tokyo

PIXTA

ห่างจากตัวเมืองไปอีกหน่อยแต่ยังไม่พ้นเขตโตเกียว คุณจะได้พบกับดอกอาซาเลียที่วัดชิโอะฟุเนะคันนง (Shiofune Kannon Temple) วัดโบราณแห่งนี้มีพระพุทธรูปคันนง (เจ้าแม่กวนอิม) และทิวทัศน์หุบเขาที่เต็มไปด้วยต้นอาซาเลียกว่า 20,000 ต้นบานสะพรั่ง ไล่ครบทุกเฉดสีตั้งแต่สีชมพู สีม่วง ไปจนถึงสีขาว นอกจากจะได้ชมวิวสวย ๆ แล้ว คุณยังสามารถไปเดินป่าตาม "เส้นทางคาสึมิคิวเรียว" (Kasumi Kyuryo Trail) บนเขารอบ ๆ วัดได้อีกด้วย

・Godaison Tsutsuji Park

godaison tsutsuji park azalea tokyo

PIXTA

จุดชมดอกอาซาเลียอีกแห่งหนึ่งนั้นตั้งอยู่บนเนินเขาและห่างจากโตเกียวเพียงนิดเดียว คือ สวนสาธารณะโกะไดซง สึสึจิ (Godaison Tsutsuji Park) ในจังหวัดไซตามะ สวนนี้ตั้งอยู่บนไหล่เขาขนาดใหญ่ซึ่งมีเนินชันอยู่ประปราย และสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบรวมถึงเมืองโอโงเสะด้วย พุ่มอาซาเลียของที่นี่จะถูกปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติ ไม่ได้ตัดเล็มให้เป็นทรงกลมเหมือนสองที่ก่อนหน้านี้

🌼 เบบี้บลูอายส์ – เนโมฟีล่า (Nemophila)

・Hitachi Seaside Park

hitachi seaside park nemophila baby blue eyes

หากคุณอยากสัมผัสกับความน่าตื่นตาตื่นใจของดอกเนโมฟีลาแบบเต็ม ๆ ตา เราก็ขอแนะนำสวนริมทะเลฮิตาชิ (Hitachi Seaside Park) ในจังหวัดอิบารากิที่มีทั้งพื้นที่สีเขียวและดอกไม้ตามฤดูกาลนานาพันธุ์กระจายตัวอยู่ตลอดพื้นที่ 350 เฮกตาร์ ที่นี่คุณจะได้เห็นดอกเนโมฟีล่านับล้านงอกเงยอยู่บนเนินในสวน ราวกับทะเลสีฟ้าแสนงดงาม หากอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับสวนริมทะเลฮิตาชิก็คลิกที่นี่ได้เลย

・Hibiya Park

hibiya park nemophila tokyo

PIXTA

สวนสาธารณะฮิบิยะ (Hibiya Park) เป็นสวนสาธารณะแบบตะวันตกแห่งแรกของญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนลานของอดีตปราสาทในยุคเอโดะ เป็นโอเอซิสของพื้นที่สีเขียวในใจกลางโตเกียวที่มีทั้งดอกไม้ตามฤดูกาล วิวทิวทัศน์แบบญี่ปุ่น และพื้นที่ให้ทานอาหารและพักผ่อนหย่อนใจ ดอกเนโมฟีล่าเองก็เป็นหนึ่งในดอกไม้ที่โดดเด่นที่สุดของสวนแห่งนี้เช่นกัน

・Hananomiyako Park

hananomiyako park nemophila tokyo

PIXTA

สวนสาธารณะฮานะโนะมิยาโกะ (Hananomiyako Park) ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบยามานะคาโกะ มีวิวภูเขาไฟฟูจิและหมู่มวลบุปผาให้ชมได้ตลอดทั้งปี ในเดือนเมษายนดอกเนโมฟีล่ากว่า 150,000 ดอกจะบานสะพรั่งโดยมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง กลายเป็นทัศนียภาพอันน่าประทับใจที่ไม่ควรพลาดโดยเด็ดขาด แถมนอกจากดอกไม้แล้วก็ยังมีน้ำตกสวย ๆ เรือนกระจก และนิทรรศการลาวาภูเขาไฟฟูจิให้ชมด้วย

🌼 พิงค์มอส – ชิบะซากุระ (Shibazakura)

・Fuji Shibazakura Matsuri

fuji shibazakura festival tokyo

ในเดือนเมษายนยังมีดอกชิบะซากุระที่ควรค่าแก่การชมด้วย ดอกไม้เล็ก ๆ เหล่านี้จะรวมตัวกันเป็นพรมสีชมพูสดใส แต่หากคุณอยากชมวิวชิบะซากุระที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็จะต้องออกจากเมืองกันไปสักหน่อย โดยจุดชมที่ดีที่สุดก็คือ เทศกาลฟูจิชิบะซากุระในจังหวัดยามานาชิ ซึ่งจะมีมุมถ่ายรูปทุ่งดอกไม้สวย ๆ คู่กับดอกไม้และภูเขาไฟฟูจิเยอะแยะเลยทีเดียว

・Ushiku Daibutsu

ushiku daibutsu shibazakura tokyo

คุณจะได้ชมชิบะซากุระที่เบ่งบานได้ในอีกที่หนึ่ง คือ ใต้ร่มเงาของอุชิคุ ไดบุตสึ (Ushiku Daibutsu) พระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งประดิษฐานอยู่ในจังหวัดอิบารากิ สวนสาธารณะบนพื้นที่ 10,000 ตารางเมตรนี้มีดอกไม้นานาพันธุ์ให้ชมตลอดทั้งปี รวมถึงพรมสีชมพูสดของพิงค์มอสที่จะมีให้เห็นในฤดูใบไม้ผลิด้วย

คุณสามารถตรวจสอบเทศกาลชิบะซากุะที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นได้ที่นี่

เดือนพฤษภาคม

🌼 วิสทีเรีย – ฟูจิ (Fuji)

・Kameido Tenjin Shrine

kameido tenjin shrine wisteria tokyo flowers

PIXTA

ศาลเจ้าคาเมโดะ เทนจิน (Kameido Tenjin Shrine) โด่งดังจากวิวดอกวิสทีเรียแสนสวยนับร้อยที่ปลูกตามซุ้มไม้เลื้อยที่อยู่ใกล้บ่อน้ำและสะพานโค้งสีแดง ในช่วงที่ดอกไม้บานจะมีการจัดงานเทศกาลและประดับไฟในศาลเจ้ายามค่ำคืน เมื่อรวมกับโตเกียวสกายทรีที่มองเห็นอยู่ไกล ๆ แล้วล่ะก็ จะได้เป็นภาพที่สวยงามเกินบรรยายเลยทีเดียว

・Hie Shrine

hie shrine wisteria tokyo flowers

PIXTA

ศาลเจ้าฮิเอะ (Hie Shrine) ในอาคาซากะเป็นอีกหนึ่งศาลเจ้าที่มีซุ้มดอกวิสทีเรียอันโดดเด่น ถึงแม้จะมีจำนวนน้อยกว่าศาลเจ้าด้านบนนี้แต่ก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี จึงออกดอกอย่างสวยงามในเดือนพฤษภาคมของทุกปี ภาพของดอกไม้สีม่วงและอาคารศาลเจ้าสีแดงสดช่วยแต่งแต้มสีสันให้กับย่านธุรกิจแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

・Ashikaga Flower Park

ashikaga flower park wisteria tokyo

ที่สุดแห่งจุดชมวิสทีเรียที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว คือ สวนดอกไม้อาชิคางะ (Ashikaga Flower Park) ในจังหวัดโทชิกิ สวรรค์ของคนรักวิสทีเรียนี้มีต้นวิสทีเรียเติบโตอยู่ตามซุ้มไม้และรอบอุโมงค์มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ เกิดเป็นบรรยากาศอันน่าพิศวงที่สัมผัสได้ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ที่นี่มีทั้งวิสทีเรียสีชมพู สีม่วง สีขาว และสีเหลืองกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงจะสำรวจได้หมด และในช่วงกลางคืนก็จะมีการประดับไฟ ทำให้ราวกับอยู่ในภาพฝันยิ่งขึ้นไปอีก

🌼 ป๊อปปี้

・Hirai Sports Park

yearly guide flowers blloming in tokyo hirai sports park poppies sky tree

PIXTA

สวนกีฬาฮิไร (Hirai Sports Park) อันเงียบสงบนี้ตั้งอยู่ในเขตโตเกียวเหนือ ทอดตัวไปตามแม่น้ำอาราคาวะและให้ทัศนียภาพของมวลดอกไม้ควบคู่ไปกับแหล่งน้ำสวย ๆ ผู้คนในท้องถิ่นมักมาที่นี่เพื่อปิคนิคหรือวิ่งจ๊อกกิ้ง ในเดือนพฤษภาคมดอกป๊อปปี้กว่า 180,000 ดอกจะแย้มบาน เพิ่มความสวยงามให้กับดินแดนแห่งนี้จนถึงขีดสุด เมื่อคุณหันไปทางหนึ่งก็จะได้ชมดอกไม้ที่อยู่เคียงคู่กับแม่น้ำ แต่หากหันไปอีกทางก็จะได้ชมดอกไม้ที่มีโตเกียวสกายทรีเป็นพื้นหลัง เหมาะสำหรับการถ่ายภาพสุด ๆ ไปเลย

・Tenku no Poppy

tenku no poppy yearly guide to flowers blooming in tokyo poppies

PIXTA

จุดชมป๊อปปี้อีกแห่งหนึ่งใกล้โตเกียว ได้แก่ เท็นกุโนะป๊อปปี้ (Tenku no Poppy) ในจังหวัดไซตามะ เป็นที่ราบสูงในระดับกว่า 500 เมตรซึ่งรายล้อมไปด้วยภูเขาเขียวชอุ่ม ชื่อของมันแปลว่า "ท้องฟ้าดอกป๊อปปี้" สื่อถึงทิวทัศน์ของสวนแห่งนี้ที่ดูราวกับเป็นท้องฟ้าของดอกป๊อปปี้อันไม่มีที่สิ้นสุด โดยมีดอกป๊อปปี้มากถึง 15 ล้านดอก ย้อมที่ราบแห่งนี้จนกลายเป็นสีแดงฉาน

เดือนมิถุนายน

🌼 ไฮเดรนเยีย – อาจิไซ (Ajisai)

・Takahata Fudoson

takahata fudoson hydrangea tokyo flowers

PIXTA

หากคุณมุ่งหน้าไปสู่ทาคาฮาตะ ฟุโดซง (Takahata Fudoson) ก็จะได้พบกับไฮเดรนเยียป่ากว่า 7,500 ต้นรายล้อมอยู่รอบวัดโบราณที่มีเจดีย์ 5 ชั้น ไฮเดรนเยียส่วนใหญ่จะเติบโตอยู่ตามเส้นทางบนภูเขารอบตัววัด อาจต้องใช้เวลาเดินสักหน่อยเพื่อรับชม ในเดือนมิถุนายนก็จะมีการจัด "อาจิไซมัทสึริ" (Ajisai Matsuri) หรือเทศกาลดอกไฮเดรนเยียด้วย

หากคุณอยากทราบจุดชมไฮเดรนเยียเพิ่มเติมก็สามารถตามไปอ่านได้ในบทความ 21 จุดชมดอกไฮเดรนเยียห้ามพลาดในโตเกียว

・Minamisawa Ajisai Mountain

minamisawa ajisai mountain hydrangea tokyo flowers

PIXTA

ภูเขามินามิซาวะอาจิไซ (Minamisawa Ajisai Mountain) มีชื่อเสียงจากต้นไฮเดรนเยียใบใหญ่กว่า 10,000 ต้นตามไหล่เขาที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี นับเป็นจุดท่องเที่ยวที่ค่อนข้างพิเศษเนื่องจากผู้มาเยือนจะสามารถชมดอกไฮเดรนเยียได้ในแหล่งตามธรรมชาติบนภูเขา อีกทั้งยังมีเส้นทางเดินป่าที่ใช้เวลาเดินประมาณ 40 นาทีให้ไปเดินชมวิวกันได้ด้วย

・Kyodo no Mori Museum

kyodo no mori hydrangea tokyo flowers

PIXTA

พิพิธภัณฑ์เคียวโด โนะ โมริ (Kyodo no Mori Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พื้นบ้านแบบกลางแจ้งที่มีสวนไฮเดรนเยียอยู่ด้วย ทุก ๆ ปีจะมีเทศกาลสำหรับชมไฮเดรนเยียกว่า 10,000 ต้นที่เบ่งบานในที่แห่งนี้ โดยมีไฮไลท์เป็นทางเดินดอกไฮเดรนเยียและอาคารแบบดั้งเดิมที่ตั้งอยู่โดยรอบ

🌼 ลาเวนเดอร์

・Oishi Park

oishi park lavender yearly guide to flowers blooming in tokyo

PIXTA

เมื่อคุณมุ่งหน้าไปยังชายฝั่งทะเลสาบคาวากุจิ ก็จะได้พบกับวิวทิวทัศน์สีม่วงสวยงามตามธรรมชาติ เพราะสวนโออิชิ (Oishi Park) จะเต็มไปด้วยดอกลาเวนเดอร์หอม ๆ นับ 100,000 ดอกบานสะพรั่งอยู่บริเวณตีนเขาของภูเขาไฟฟูจิ เกิดเป็นภาพพาโนรามาอันแสนตราตรึง และในช่วงนี้ก็จะมีการจัด "เทศกาลสมุนไพรคาวากุจิโกะ" (Kawaguchiko Herb Festival) ด้วย จึงมีร้านอาหาร ร้านของฝาก และร้านขายลาเวนเดอร์จำนวนหนึ่งตั้งขายอยู่มากมาย

・Sakura Lavender Land

sakura lavender land yearly guide to flowers blooming in tokyo

PIXTA

ในเมืองวัฒนธรรมซามูไรอย่างเมืองซากุระเองก็มีทุ่งลาเวนเดอร์แสนสวยรอคุณอยู่ ที่นี่ ลาเวนเดอร์ 3 สายพันธุ์รวมกว่า 5,000 ต้นจะออกดอกอย่างสวยงามอยู่ในซากุระลาเวนเดอร์แลนด์ (Sakura Lavender Land) ให้คุณได้เดินเล่นชมวิวสวย ๆ ในพื้นที่ราว 7,000 ตารางเมตร นอกจากจะได้ชมลาเวนเดอร์แล้วยังมีไอศกรีมลาเวนเดอร์ให้ชิม และมีของเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างลาเวนเดอร์แห้งหรือน้ำดอกลาเวนเดอร์ให้ซื้อเป็นของฝากด้วย

(คุณอาจสังเกตว่าชื่อของเมืองนี้เหมือนกับซากุระที่เป็นดอกไม้ แต่ที่จริงแล้วมันเขียนคนละแบบกัน จึงไม่เกี่ยวข้องกับดอกซากุระแต่อย่างใด)

🌼 ไอริส – โชบุ (Shobu)

・Koiwa Shobu Garden

koiwa shobu garden iris tokyo flowers

PIXTA

ที่ริมฝั่งแม่น้ำเอโดะ คุณจะพบกับสวนโคอิวะโชบุ (Koiwa Shobu Garden) ที่มีดอกไอริสหลากหลายสายพันธุ์รวมกว่า 50,000 ดอก และจะมีการจัดงาน "เทศกาลโคอิวะไอริส" (Koiwa Iris Festival) ขึ้นในเดือนมิถุนายนของทุกปี ทำให้ทั้งสวนถูกย้อมไปด้วยสีสัน นอกจากนี้ก็มีร้านค้ามาตั้งขายสตรีทฟู้ดมากมายให้ได้เพลิดเพลินกันด้วย

・Mizumoto Park

mizumoto park iris tokyo flowers

PIXTA

สวนมิซึโมโตะ (Mizumoto Park) เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุดใน 23 เขตของโตเกียว สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง และมีทิวทัศน์ธรรมชาติอันหลากหลาย ตั้งแต่ป่าต้นป็อปลาร์ คลอง เขตอนุรักษ์พันธุ์นก ไปจนถึงสระน้ำขนาดใหญ่ นอกจากนี้ก็ยังเป็นบริเวณที่มีต้นไอริสจำนวนมากที่สุดในเมืองด้วย เพราะเมื่อถึงเดือนมิถุนายนก็จะมีดอกไอริสกว่า 200,000 ดอกผลิบานปกคลุมสวนมากถึง 16 ส่วนเลยทีเดียว

・Meiji Jingu Gyoen

meiji jingu gyoen iris tokyo flowers

สวนสาธารณะศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu Gyoen) ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งชมไอริสที่ใจกลางเมือง สวนอันศักดิ์สิทธิ์และเงียบสงบนี้ตั้งอยู่ข้างศาลเจ้าเมจิอันโด่งดัง และเปิดรับฝูงชนจากย่านฮาราจูกุให้เข้ามาอยู่เสมอ

เดือนกรกฎาคม

🌼 ดอกบัว – ฮาสึ (Hasu)

・Shinobazu Pond, Ueno Park

shinobazu pond ueno park lotus flowers tokyo

ดอกบัวนั้นมีความหมายที่เชื่อมโยงกับเรื่องจิตวิญญาณมาอย่างยาวนาน คุณจึงมักจะพบมันตามแหล่งน้ำในสวนของวัดต่าง ๆ แต่หากจะชมทิวทัศน์ที่ดูสวยงามเป็นเรื่องเป็นราวกว่านั้น เราก็ขอแนะนำสระชิโนบาซึ (Shinobazu Pond) ในสวนอุเอโนะ แต่อาจจะต้องไปเร็วสักหน่อยเพราะดอกบัวจะบานแต่ในช่วงเช้า และจะหุบลงก่อนเที่ยง

🌼 มอร์นิ่งกลอรี่ – อาสะกาโอะ (Asagao)

・Iriya Asagao Matsuri

iriya asagao matsuri morning glory flowers tokyo

PIXTA

ดอกไม้ที่เป็นหัวใจของฤดูร้อนในญี่ปุ่น คือ ดอกมอร์นิ่งกลอรี่ ถึงแม้ว่าดูแล้วจะไม่ได้รู้สึกว้าวเท่าดอกบัวแต่ก็ยังได้รับเสียงชื่นชมจากผู้คนมากมาย อาจเป็นเพราะมันสามารถทนกับสภาพอากาศอันโหดร้ายของฤดูร้อนได้ คุณสามารถเห็นมอร์นิ่งกลอรี่ได้ในทุกหนแห่ง แต่งแต้มสีสันให้กับสีเขียวเข้มของฤดูร้อน และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับดอกไม้ชนิดนี้มากที่สุดก็คือ เขตอาซากุสะในโซนตะวันออกของเมือง และมีการจัดงาน "เทศกาลอิริยะอาสะกาโอะ" (Iriya Asagao Matsuri) ขึ้นในเดือนกรกฎาคมของทุกปี

August

🌼 ทานตะวัน – ฮิมาวาริ (Himawari)

・Kiyose Sunflower Festival

kiyose sunflower festival matsuri toyko flowers

ทุ่งทานตะวันสีเหลืองสดใสภายใต้แสงอาทิตย์นี้เป็นภาพจำของฤดูร้อนทั่วโลก และญี่ปุ่นก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ในโตเกียวเองก็มีเทศกาลดอกทานตะวันคิโยเสะ (Kiyose Sunflower Festival) ที่มีดอกทานตะวันกว่าแสนดอกให้คุณได้รับชม บอกเลยว่ามันจะทำให้วันของคุณสว่างไสวขึ้นอย่างแน่นอน!

・Sakura Sunflower Garden

sakura sunflowers festival tokyo flowers

PIXTA

เมืองซากุระมีประวัติที่ย้อนไปได้ถึงยุคคามาคุระ (ค.ศ. 1185 - 1333) ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของขุนนางระดับท้องถิ่นจึงมีบ้านซามูไรและอาคารเก่า ๆ จำนวนหนึ่งที่ได้รับการอนุรักษ์มาจนถึงปัจจุบัน ไม่ไกลจากใจกลางเมือง คุณจะได้พบกับสวนทานตะวันซากุระ (Sakura Sunflower Garden) ที่มีดอกทานตะวันนับพันดอกเบ่งบานล้อมรอบกังหันลมเก่า

・Zama Sunflower Festival

zama sunflower festival tokyo flowers

เดินทางออกจากโตเกียวมาสักชั่วโมงหนึ่งเราก็จะพบกับจังหวัดคานางาวะซึ่งเป็นสถานที่จัดเทศกาลทานตะวันซามะ (Zama Sunflower Festival) ในบริเวณนี้จะมีดอกทานตะวันชูหน้าอวดความสวยงามอยู่กว่า 550,000 ต้น และยังมีอาหารกับของทานเล่นในธีมทานตะวันให้ได้ลองชิมกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นพาสต้าทานตะวัน หรือเบียร์ทานตะวัน

เดือนกันยายน

🌼 พลับพลึงแมงมุม – ฮิกังบานะ (Higanbana)

・Kinchakuda

higanbana kinchakuda tokyo flowers

จุดชมดอกฮิกังบานะที่ดีที่สุดใกล้โตเกียว คือ คินชะคุดะ (Kinchakuda) ในจังหวัดไซตามะ ที่นี่มีดอกฮิกังบานะป่าเติบโตอยู่ใต้ร่มไม้ถึง 5 ล้านดอก อีกทั้งยังเป็นสถานที่เดินป่าที่ได้รับความนิยมตลอดปีและตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ทำให้คุณสามารถพาเด็ก ๆ ไปเล่นน้ำในช่วงที่อากาศอบอุ่นได้ด้วย!

หากคุณคนที่สนใจจุดชมดอกฮิกังบานะอื่น ๆ ก็สามารถคลิกที่นี่ได้เลย

・Koishikawa Botanical Garden

higanbana koishikawa botanical garden tokyo flowers

PIXTA

หากคุณอยากชมดอกฮิกังบานะสวย ๆ แต่ไม่อยากออกจากเมือง สวนพฤกษศาตร์โคอิชิคาวะ (Koishikawa Botanical Garden) ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว เพราะถึงแม้ว่าขนาดจะไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับคินชะคุดะ แต่ก็สวยไม่แพ้กันแถมยังไม่มีผู้คนแออัดมากนักด้วย

เดือนตุลาคม

🌼 กุหลาบฤดูใบไม้ร่วง

・Kyu Furukawa Gardens

kyu furukawa garden roses tokyo flowers

สวนฟุรุคาวะเก่า (Kyu Furukawa Gardens) ในทาบาตะมีวิวทิวทัศน์ที่น่าประหลาดใจ เมื่อไปถึงคุณจะได้เห็นแมนชั่นแบบตะวันตกสุดโอ่อ่าที่ตั้งอยู่บนเขา ตามด้วยสวนกุหลาบลาดชันแบบตะวันตกที่ไล่ระดับลงมาจนถึงสวนญี่ปุ่นอันงดงามที่อยู่ตรงฐาน ดอกกุหลาบที่นี่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และมักจะมีการจัดงานอีเวนต์ธีมดอกกุหลาบในช่วงเดือนตุลาคมด้วย

・Jindai Botanical Gardens

jindai botanical garden roses tokyo flowers

PIXTA

ข้าง ๆ วัดโบราณจินไดจิ (Jindaiji Temple) คุณจะได้พบกับสวนพฤกษศาตร์จินได (Jindai Botanical Gardens) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว ภายในมีพืชพรรณอยู่มากมายหลายชนิด และมีดอกกุหลาบ 5,000 ต้นที่มีความหลากหลายถึง 300 สายพันธุ์ นอกจากนี้ ยังมีการประดับไฟให้กับต้นกุหลาบในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปีด้วย ห้ามพลาดเชียวล่ะ!

🌼 คอสมอส

・Showa Kinen Park

cosmos showa kinen park toyko flowers

สวนอนุสรณ์สถานโชวะ (Showa Kinen Park) มีชื่อเสียงเรื่องดอกไม้ที่หลากหลาย แต่จะมีเอกลักษณ์ที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ดอกคอสมอสพากันแย้มบาน คอสมอสหลากสีจะชูช่อแข่งกันในพื้นที่กว้างจนดูราวกับทุ่งหญ้า นับเป็นจุดชมคอสมอสที่ดีที่สุดในเมืองเลยทีเดียว

・Hamarikyu Gardens

hamarikyu gardens cosmos tokyo flowers

สวนฮามาริคิว (Hamarikyu Gardens) เองก็มีทุ่งคอสมอสที่สวยงามไม่แพ้กัน ถึงแม้จะมีขนาดเล็กกว่าทุ่งที่สวนอนุสรณ์สถานโชวะ แต่ก็ใหญ่พอให้เราได้สัมผัสเสน่ห์ของดอกคอสมอสกันอย่างเต็มที่ คุณสามารถแวะเวียนไปที่สวนฮามาริคิวได้ในทุกฤดูกาล แต่จะมีแค่ฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้นที่คุณจะได้เห็นทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ดอกคอสมอสสีเหลืองและสีส้มจะเบ่งบานพร่างพรายโดยมีตึกสูงเป็นฉากหลัง

เดือนพฤศจิกายน

🌼 เบญจมาศ – คิคุ (Kiku)

・Shinjuku Gyoen Chrysanthemum Exhibition

shinjuku gyoen chrysanthemum tokyo flowers

เทศกาลชมเบญจมาศถูกจัดขึ้นที่สวนชินจูกุเกียวเอ็น (Shinjuku Gyoen Park) มาตั้งแต่ ค.ศ. 1929 ดอกเบญจมาศในนิทรรศการจะถูกจัดเรียงอย่างประณีต ทำให้ได้รับการชื่นชมในแง่ของฝีมือการจัดแสดงพอ ๆ กับความสวยงามตามธรรมชาติและสีสันอันหลากหลาย

・Bunkyo Kiku Matsuri

bunkyo kiku matsuri chrysanthemum tokyo flowers

PIXTA

เทศกาลดอกเบญจมาศบุงเคียว (Bunkyo Kiku Matsuri) จะจัดขึ้นที่ศาลเจ้ายูชิมะเทนจินในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี มีการจัดแสดงต้นไม้กว่า 2,000 ชนิดจากผู้ปลูกทั่วประเทศ และที่สำคัญคือมีการจัดเรียงต้นเบญจมาศให้เป็นตุ๊กตาดอกไม้สุดแปลกตาด้วย

・Sensoji Temple Chrysanthemum Exhibition

sensoji temple chrysanthemum tokyo flowers

PIXTA

วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple) ชื่อดังแห่งย่านอาซากุสะจะมีการจัดนิทรรศการดอกเบญจมาศ (Chrysanthemum Exhibition) ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติขึ้นในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ในงานจะมีเบญจมาศหลากหลายสายพันธุ์ ทำให้วัดที่ปกติก็ได้รับความนิยมมากอยู่แล้วมีนักท่องเที่ยวมากขึ้นไปอีก

เดือนธันวาคม

🌼 คามิเลีย – สึบากิ (Tsubaki)

・Oshima Park

camellia oshima park tokyo flowers

เกาะโอชิมะเป็นหนึ่งในกลุ่มเกาะอิสุที่เดินทางไปได้ง่ายที่สุดและอยู่ภายใต้เขตอำนาจศาลโตเกียว เกาะแห่งนี้จะถูกย้อมเป็นสีแดงในช่วงฤดูหนาวเพราะมีดอกคามิเลียผลิบานอยู่ทั่วเกาะ ดอกไม้ชนิดนี้มีประโยชน์สูงมาก โดยเฉพาะน้ำมันจากดอกคามิเลียที่ได้รับความนิยมในวงการเครื่องสำอางญี่ปุ่น หากคุณอยากชื่นชมดอกไม้ชนิดนี้อย่างเต็มรูปแบบ เราก็ขอแนะนำให้มุ่งหน้าไปที่สวนสาธารณะโอชิมะ (Oshima Park) กันเลย!

🌼 วินเทอร์พีโอนี – โบตั๋น (Botan)

・Ueno Toshogu Shrine

winter peony ueno toshogu tokyo

PIXTA

ชาวญี่ปุ่นนิยมปลูกดอกโบตั๋นให้บานในช่วงขึ้นปีใหม่เพื่อใช้แทนสัญลักษณ์นำโชค และมักจะสร้างหลังคาฟางเพื่อคุ้มกันต้นของมันจากสภาพอากาศในฤดูหนาว คุณจะได้เห็นราชินีแห่งมวลบุปผาเหล่านี้ผลิดอกบานอยู่ตามศาลเจ้าและวัดบางแห่งในเมือง จุดชมที่มีชื่อเสียงที่สุดในโตเกียว คือ ศาลเจ้าอุเอโนะโทโชกุ (Ueno Toshogu Shrine) ที่จะมีการจัดนิทรรศการดอกโบตั๋นจัดขึ้นทุกปี

ชื่นชมมวลดอกไม้ในโตเกียว

และนี่ก็คือคู่มือสำหรับชมดอกไม้ในโตเกียวและบริเวณใกล้เคียงในแต่ละเดือนของปี แม้ที่นี่จะเป็นเมืองใหญ่อันแสนวุ่นวาย แต่ทุกซอกทุกมุมของเมืองแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยสีสันอันสวยงามของมวลดอกไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างทะนุถนอม ในบทความนี้เราได้แนะนำสถานที่สำหรับชมดอกไม้ไปหลายแห่งแล้ว ต่อไปก็ได้เวลาที่คุณจะสวมรองเท้า คว้ากระเป๋า และออกไปสำรวจ! รับรองว่าคุณจะได้เจอจุดชมดอกไม้ในโตเกียวที่โดนใจอย่างแน่นอน!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

มนต์เสน่ห์คันโต

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

เกี่ยวกับนักเขียน

Tsunagu
Tsunagu En
Klook.com

ค้นหาร้านอาหาร