ชมซากุระแบบไม่ต้องเบียดใครกับจุดชมซากุระลับๆ 8 แห่งในโตเกียว!

โตเกียวเป็นเมืองที่มีจุดชมซากุระเลื่องชื่ออยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสวนอุเอโนะ สวนชินจูกุเกียวเอน หรือริมแม่น้ำเมกุโระ แต่ไม่ว่าที่ไหนก็ล้วนแต่มีผู้คนแน่นขนัด ปกติโตเกียวก็มีคนเยอะมากอยู่แล้ว ยิ่งเป็นในช่วงฤดูใบไม้ผลิยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ในเมืองหลวงแห่งนี้ยังมีจุดชมซากุระสวยๆ ที่ถูกซ่อนไว้อยู่อีกมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นที่นิยมเฉพาะในหมู่คนท้องถิ่น และวันนี้เราก็ได้รวบรวมข้อมูลสถานที่เหล่านั้นเอาไว้แล้วถึง 8 ที่!

โตเกียว

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

สวนคฤหาสน์เก่าฟุรุคาวะ (旧古河庭園)

ที่พำนักเก่าของนักการเมืองชื่อดังในสมัยเมจิ (ปี 1868 - 1912) อย่าง Mutsu Munemitsu จัดวางโดยใช้เน้นความสวยงามจากพื้นที่ลาดชัน คฤหาสน์เป็นสไตล์ตะวันตกตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ มีสวนแบบตะวันตกอยู่ตรงกลาง และมีสวนแบบญี่ปุ่นอยู่บริเวณที่ราบต่ำ ตัวบ้านและสวนแบบตะวันตกออกแบบโดย Josiah Condor สถาปนิกชาวอังกฤษผู้มีผลงานจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์ Holy Resurrection  (Nikolai-do) หรือ Rokumeikan

กลีบ Shidarezakura (ซากุระห้อยระย้า) สีชมพูบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิจะตัดกับตัวคฤหาสน์แบบตะวันตก เกิดเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามราวภาพมายา ที่นี่เราจะได้เพลิดเพลินกับทั้งทัศนียภาพที่ความเป็นญี่ปุ่นตัดกับวัฒนธรรมตะวันตก และภาพ Yamazakura ต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาอยู่ท่ามกลางสวนญี่ปุ่น

สุสานยานากะ (谷中霊園)

สุสานเก่าแก่ทีเ่ป็นสถานที่หลับใหลของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนายพลคนสุดท้ายในรัชสมัยของโชกุนโทคุงาวะอย่าง Tokugawa Yoshinobu นักธุรกิจผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งเศรษฐศาสตร์ญี่ปุ่น Shibusawa Eiichi หรือศิลปิน Yokoyama Taikan 

เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระที่เรียงรายสองข้างของถนน Chuo Enro ที่ตัดผ่านกลางสุสานจะบานสะพรั่ง เกิดเป็นอุโมงค์ซากุระแสนสวย

ในช่วงฤดูซากุระอาจมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นไปบ้าง แต่จุดเด่นของที่นี่คือเราสามารถชมซากุระได้ถึง 2 ครั้งใน 1 ปี ด้วยมีซากุระพันธุ์หายากอย่าง Ukon Sakura ซึ่งจะออกดอกช้ากว่า Yoshino Cherry ประมาณ 2 อาทิตย์และมีดอกสีเขียวอมเหลือง เมื่อผู้มาเยือนส่วนใหญ่จากไปพร้อมกับกลีบสีชมพูที่ร่วงโรย เราก็สามารถกลับไปชมซากุระกันได้อีกครั้งหนึ่งแบบสบายๆ

ถนนต้นซากุระ Harimazaka (播磨坂さくら並木)

เมื่อเดินเท้าไปประมาณ 10 นาทีจากสถานี Myogadani เราจะพบกับเขตที่อยู่อาศัย Harimazaka ในปี 1960 บริเวณนี้ได้ถูกปรับปรุงใหม่ ต้นซากุระกว่า 150 ต้นถูกปลูกลงดินด้วยความร่วมมือจากผู้อยู่อาศัย และต้นอ่อนเหล่านั้นก็เติบโตมาเป็นต้นไม้ใหญ่ในปัจจุบัน ในฤดูใบไม้ผลิเราจะเห็นภาพ Yoshino Cherry ที่ผลิดอกสวยงามเรียงรายรอบถนนลาดชัน เกิดเป็นอุโมงค์ซากุระสีชมพูสดใส

ส่วนกลางของเมืองถูกจัดให้เป็นเขตสีเขียวและมีแม่น้ำสายเล็กๆ ไหลผ่าน ใกล้ๆ ก็จะมีเด็กๆ ที่มาวิ่งเล่นหรือครอบครัวที่มารวมตัวกันใต้ต้นซากุระให้เห็นอยู่บ้างประปราย นอกจากนี้ที่นี่ยังอยู่ค่อนข้างใกล้กับ สวนพฤกษศาสตร์ Koishikawa ซึ่งเป็นทั้งสวนพฤกษศาสตร์เก่าแก่และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น จะแวะมาเที่ยว 2 ที่พร้อมกันก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว

สวนคฤหาสน์เก่าอิวาซากิ (旧岩崎邸庭園)

สวนพร้อมคฤหาสน์สไตล์ตะวันตกที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พำนักของ Hisaya ลูกชายคนโตของ Iwasaki Yataro ผู้ก่อตั้งกลุ่มนายทุน Mitsubishi เป็นหนึ่งในผลงานของ Josiah Condor ผู้ออกแบบ สวนคฤหาสน์เก่าฟุรุคาวะ ตัวอาคารเป็นอาคารไม้แบบตะวันตกและตกแต่งด้วยสไตล์จาโคเบียน นอกจากนี้ยังนับเป็นหนึ่งในสมบัติทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอีกด้วย

เราสามารถเพลิดเพลินไปกับการเดินเล่นในสวน มองดูการผสมผสานระหว่างอาคารแบบตะวันตกกับซากุระสวยๆ หรือถ้าใครอยากรู้ความรู้สึกเวลาสมาชิกตระกูลอิวาซากิ ชมซากุระก็สามารถไปลองสัมผัสด้วยตัวเองได้ที่ชั้น 2 ของคฤหาสน์

สวน Zenpukuji (善福寺公園)

สวน Zenpukuji เป็นสถานที่พักผ่อนในดวงใจของคนท้องถิ่น ที่กลางสวนจะมีบ่อน้ำ Zenpukuji ซึ่งแยกออกเป็นชั้นบนและชั้นล่าง และรับบทเป็นแหล่งน้ำสำรองของ Kanda Josui (ระบบประปาแห่งแรกของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในสมัยเอโดะ) ตัวบ่อแผ่กว้างกว่า 37,000 ตารางเมตร และเราก็จะสามารถเห็นภาพซากุระที่ผลิดอกบานสะพรั่งหันหน้าเข้าสู่ผิวน้ำได้ในฤดูใบไม้ผลิ เส้นทางเลียบแม่น้ำ Zenpukuji จาก Nishi-Ogikubo ไปยังบ่อชั้นล่างก็รายล้อมไปด้วยต้นซากุระเช่นกัน เรียกได้ว่ามีแต่สีชมพูตลอดทางไปยังสวนสาธารณะเลยทีเดียว

ตัวสวนจะอยู่ห่างจากสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดอยู่สักหน่อย ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 15 นาที จึงเป็นจุดที่ผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นมักจะมาเพลิดเพลินกับซากุระกันแบบชิวๆ เสียมากกว่า ทางสวนมีให้บริการเช่าเรือแบบเสียค่าใช้จ่ายในวันเสาร์อาทิตย์ด้วย จะชมซากุระจากบนผิวน้ำก็ย่อมได้

สวนดอกไม้ Mukojima-Hyakkaen (向島百花園)

สวนนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยเอโดะ (ปี 1603 - 1868) ณ ตอนนั้นพ่อค้าของเก่าในละแวกคนหนึ่งต้องการให้ผู้คนได้มีสถานที่ไว้พักผ่อนหย่อนใจ จึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่าที่เป็นศิลปินและร่วมมือกันสร้างสวนนี้ขึ้นมา แม้จะถูกสร้างและจัดวางโดยศิลปินชั้นยอดเช่นเดียวกัน ที่นี่ก็ให้ทัศนียภาพในรูปแบบที่แตกต่างจากสวนชื่อดังอื่นๆ ในโตเกียวอย่างสวน Koishikawa Korakuen หรือสวน Rikugien อยู่ไม่น้อย

มวลหมู่ไม้ดอกจะผลัดกันเบ่งบานและร่วงโรยไปตามฤดูกาล ในส่วนของซากุระก็มีตั้งแต่ Kanhizakura ที่เริ่มบานตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึง Fugenzou ที่บานในช่วงปลายเดือนเมษายน สามารถแวะไปเยี่ยมชมกันได้ยาวๆ ในปัจจุบันมุมที่สามารถถ่ายรูปติดโตเกียวสกายทรีพร้อมกับซากุระได้ก็เป็นที่นิยมมากอีกด้วย

Sumida Terrace และริมคลอง Harumi ใน Tsukishima (月島)

Sumida Terrace (隅田川テラス) เป็นทางเดินที่ถูกสร้างขึ้นเลียบริมแม่น้ำ Sumida โดยเชื่อมจากเขต Kita ไปยังเขต Chuo เป็นความยาวกว่า 28 กิโลเมตร และมักจะมีผู้คนมาวิ่งออกกำลังกายหรือเดินเล่นกันอยู่เป็นประจำ

ทางต้นน้ำจะมีสวน Sumida ซึ่งมักจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอย่างคึกคัก ส่วน Sumida Terrace จะอยู่ทางใต้ลงมา โดยอยู่ใกล้กับสะพาน Chuo-Ohashi ที่เชื่อมระหว่าง Tsukishima กับ Nihonbashi เป็นลานที่ค่อนข้างกว้างและเดินง่าย เหมาะจะพาเด็กๆ มาเดินเล่นรับลมเป็นที่สุด

ยิ่งไปกว่านั้นตลิ่งทางปลายแม่น้ำที่อยู่ติดกับ Tsukishima ก็ไม่เป็นที่รู้จักนอกวงของผู้คนในละแวกมากนัก จึงเหมาะสำหรับใครที่อยากจะเดินดูซากุระแบบสบายๆ โดยจุดที่คนในท้องถิ่นมักจะไปเดินเล่นก็มีสวน Tsukuda และสะพาน Tsukudakobashi ที่มีราวสีแดงจับตา เป็นต้น ภาพของตึกรามบ้านช่องที่เรียงรายก็นับว่าสวยไม่หยอกในเวลากลางคืน จึงเป็นจุดชมซากุระยามค่ำที่ไม่เลวเช่นกัน

ริมแม่น้ำ Oyoko (大横川) และบริเวณสะพาน Kikukawa (菊川橋)

เขต Sumida มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นโตเกียวสกายทรี หรือพิพิธภัณฑ์เอโดะโตเกียว และจุดชมซากุระลับๆ ในเขตนี้ของเราก็คือทางเลียบริมแม่น้ำ Oyoko ซึ่งอยู่ใกล้กับสะพาน Narihira เมื่อเราเงยหน้าขึ้นระหว่างเดินอยู่ริมน้ำก็จะเห็นภาพของซากุระที่แผ่กิ้งก้านสาขาเป็นอุโมงค์ยาวสุดสายตา ยิ่งในปัจจุบันสามารถเห็นโตเกียวสกายทรีได้จากไกลๆ ก็ยิ่งเป็นทัศนียภาพที่สวยจับตา

หากอยากจะดูทั้งซากุระและ Sky Tree พร้อมกัน เราก็ขอแนะนำเป็นที่สะพาน Fukuju ทางด้านตะวันออกของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย (Museum of Contemporary Art) หรือสะพาน Kikukawa ที่อยู่ตรงกลางระหว่างสถานี Kikugawa กับสถานี Sumiyoshi ของรถไฟ Toei สายชินจูกุ ด้วยบริเวณโดยรอบเป็นที่อยู่อาศัยจึงไม่เป็นที่รู้จักมากนักหากไม่ได้อาศัยอยู่ในละแวกนั้น ระหว่างเดินขึ้นเหนือไปหา Tokyo Sky Tree ก็มาเพลิดเพลินไปกับภาพที่ผสมผสานระหว่างซากุระและสถาปัตยกรรมสมัยใหม่กันได้ที่นี่

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่


ค้นหาร้านอาหาร