คอกาแฟต้องไม่พลาด! 1 วันในคิโยสึมิชิราคาวะ ดินแดนแห่งร้านกาแฟ

หลายคนที่เคยไปญี่ปุ่นอาจเคยชินกับภาพของร้านกาแฟแฟรนไชส์แคบๆ ที่มีแต่โต๊ะเล็กๆ และผู้คนอุ่นหนาฝาคั่งอย่างโดเทอร์ ทัลลี่ส์ หรือสตาร์บัคส์ แต่รู้ไหมว่าความจริงแล้วในญี่ปุ่นมีคาเฟ่สวยๆ สงบๆ ที่เป็นกิจการของคนทั่วไปอยู่เยอะมาก และย่านที่กำลังได้รับความสนใจในฐานะแหล่งรวมคาเฟ่เด็ดๆ ก็คือคิโยสึมิชิราคาวะที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้นี่เอง ถ้าใครกำลังตามหาร้านกาแฟดีๆ ก็ลองมาตามลายแทงที่นักเขียนของเราไปสำรวจมาให้กันได้เลย!

โตเกียว

อาหารการกิน

Klook.com

เมืองแห่งกาแฟดีและศิลปะชั้นเลิศ! รู้จักกับละแวกคิโยสึมิชิราคาวะ

คิโยสึมิชิราคาวะ (清澄白河) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของโตเกียว ใกล้กับแม่น้ำสุมิดะในเขตโคโต แต่เดิมมีชื่อเรียกว่าฟุคางาวะ (深川) และโด่งดังในฐานะละแวกที่มีวัดวารวมตัวอยู่มากมาก่อน บางครั้งจึงรู้จึกกันในชื่อฟุคางาวะเทระมาจิ (深川寺町, เทระมาจิ หมายถึง เมืองแห่งวัด) กระทั่งในปัจจุบันก็ยังมีวัดหลงเหลืออยู่ในแถบนี้ถึงประมาณ 70 แห่งด้วยกัน

นอกจากจะมีวัดอยู่เยอะแล้ว คิโยสึมิชิราคาวะยังมีโกดังอยู่หลายแห่ง โกดังเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยเอโดะเพื่อเก็บวัสดุสำหรับการพัฒนาเมืองใหญ่ เช่น ไม้ แหล่งพลังงาน และสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน รวมถึงเป็นศูนย์กลางการขนส่งและการกระจายสินค้าในสมัยนั้นด้วย จนเมื่อสงครามจบลงจึงกลายเป็นเมืองที่มีบ้านเรือนและโรงงานเล็กๆ เรียงรายปะปนกันเหมือนกับเมืองทั่วๆ ไป

สาเหตุที่คาเฟ่แห่กันมาเปิดที่คิโยสึมิชิราคาวะ

เมื่อมีการบูรณะเมืองขึ้นใหม่ โกดังที่มีอยู่เดิมก็ไม่มีคนใช้งานและค่อยๆ ถูกทิ้งร้างไป จนกระทั่งเมื่อพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียว (東京都現代美術館) เปิดตัวในปี 1995 อาคารเหล่านี้จึงถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งเนื่องจากเป็นโครงสร้างที่มีพื้นที่กว้าง เพดานสูง และไม่มีเสาอยู่มากนัก เหมาะสำหรับการเก็บรักษาผลงานศิลปะของพิพิธภัณฑ์นั่นเอง

หลังจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียวเปิดตัวได้ไม่นาน โกดังในพื้นที่โดยรอบก็เริ่มถูกรีโนเวทเป็นแกลเลอรี่มากขึ้นๆ จนคิโยสึมิชิราคาวะกลายเป็นแหล่งรวมตัวของคนชื่นชอบงานศิลปะในที่สุด นอกจากนี้ในปัจจุบันโกดังหลายแห่งยังถูกใช้เป็นโรงคั่วกาแฟด้วย เนื่องจากละแวกนี้ยังอยู่ในทำเลที่ดี มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย หากหันท่อไปยังฝั่งแม่น้ำก็จะสามารถคั่วกาแฟได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียง

ร้านกาแฟที่เก่าแก่ที่สุดของคิโยสึมิชิราคาวะเปิดกิจการในปี 2004 ก็จริง แต่จำนวนคาเฟ่เพิ่งมาพุ่งพรวดเอาเมื่อร้านกาแฟสัญชาติอเมริกันชื่อดังอย่าง Blue Bottle Coffee เปิดตัวขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2005 (ปัจจุบันใช้ชื่อว่า Kiyosumi-Shirakawa Flagship Café) หลังจากนั้นละแวกนี้ก็ได้รับความสนใจจากสื่อต่างๆ และได้รับการขนานนามเป็น "เมืองแห่งกาแฟ" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สู่คาเฟ่และร้านกาแฟแสนมีเอกลักษณ์ของคิโยสึมิชิราคาวะ

fukadaso cafe: คาเฟ่ที่รีโนเวทมาจากโกดังอพาร์ทเมนท์อายุกว่า 50 ปี

ร้านที่เราจะนำเสนอเป็นที่แรกคือ fukadaso cafe ที่รีโนเวทมาจากโกดังอพาร์ทเมนท์อายุราว 50 ปี ที่นี่อยู่ห่างจากทางออก A3 ของสถานีคิโยสึมิชิราคาวะไม่มาก เดินจากสถานีเพียง 5 นาทีก็จะเริ่มเห็นอาคารที่ด้านนอกบุด้วยดีบุกสีขาวและมีรอยคราบสีเหลืองในสายตา ให้บรรยากาศโบราณๆ อย่างแท้จริง

ครั้งนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับคุณซาโต้ผู้เป็นเจ้าของร้านด้วย คุณซาโต้เล่าให้ฟังว่าคุณปู่ของเขาเป็นคนสร้างอาคาร 2 ชั้นนี้ขึ้น โดยก่อนมาเป็นคาเฟ่นั้นชั้น 1 จะเป็นโกดัง ส่วนช้ัน 2 จะเป็นอพาร์ทเมนท์สำหรับให้ครอบครัวเข้ามาพักหากต้องค้างคืน ตอนแรกคุณซาโต้วางแผนว่าจะทำอาคารขึ้นใหม่ทั้งหมดเลย แต่หลักจากปรึกษากับผู้รับเหมาแล้วก็ตัดสินใจปรับปรุงใหม่โดยใช้โครงสร้างเก่าแทนเพื่อคงบรรยากาศเก่าๆ  อันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้

ทั้งผนังดีบุกและรอยคราบเก่าๆ ล้วนเป็นหลักฐานชั้นดีที่บอกว่าอาคารนี้อยู่คู่กับคิโยสึมิชิราคาวะเป็นเวลานาน ไม่ว่าใครที่มา fukudaso cafe เป็นครั้งแรกก็คงประทับใจกับลักษณะภายนอกของร้านอย่างแน่นอน ภายในร้านเองก็กว้างขวางและปลอดโปร่ง ตกแต่งด้วยโต๊ะและเก้าอี้แบบเรโทรๆ นอกจากนี้ยังใช้ลิ้นชักแบบย้อนยุคมาแทนโต๊ะบางตัวด้วย ให้ความรู้สึกเก่าแก่และชวนคิดถึงอย่างที่หาไม่ค่อยได้จากร้านกาแฟในโตเกียวอันแสนวุ่นวาย

นอกจากกาแฟทีเ่ป็นเครื่องดื่มหลักแล้ว ทางร้านยังเสิร์ฟของหวานอย่างพวกบลูเบอร์รี่แพนเค้ก ชีสเค้ก และสโคนด้วย กาแฟจะออกหวานและเข้มข้น ชีสเค้กก็ชุ่มฉ่ำ แพนเค้กหอมๆ และรสชาติของเนยก็เข้ากับกาแฟเป็นอย่างดี เสน่ห์ของ fukudaso คือที่นี่ไม่ได้ให้เพียงความผ่อนคลายและกาแฟหอมกรุ่นเท่านั้น แต่ยังให้คุณได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์ของคิโยสึมิชิราคาวะด้วย สำหรับคนที่กำลังมองหาร้านกาแฟสไตล์ย้อนยุคไว้พักตัวพักใจที่โตเกียวก็ขอบอกว่าพลาดไม่ได้เลย!

ARiSE Coffee Roasters: ร้านเฉพาะทางที่มีเมล็ดกาแฟให้เลือกถึง 15 - 20 แบบ

ร้านถัดไปของเราก็คือ ARiSE Coffee Roasters ร้านเล็กๆ ตรงสี่แยกที่อยู่ห่างจาก fukudaso ไปไม่ถึง 100 เมตร ที่นี่เสิร์ฟกาแฟดริปจากเมล็ดกาแฟคั่วของทางร้าน เป็นร้านเฉพาะทางที่ค่อนข้างฮอตฮิตในหมู่คอกาแฟทีเดียว ที่น่าตกใจก็คือตัวร้านมีขนาดเพียงประมาณ 20 ตารางเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่ากะทดรัดสุดๆ ภายในร้านมีเครื่องคั่วขนาดใหญ่กับเคาน์เตอร์ที่มีเมล็ดกาแฟคั่วเรียงราย ส่วนที่นั่งจะมีเพียงม้านั่งสำหรับ 4 คนกับเก้าอี้ 2 ตัวเท่านั้น

คุณฮายาชิเจ้าของร้านทำหน้าที่เป็น Coffee Roaster หรือคนคั่วกาแฟของร้าน แต่เดิมคุณฮายาชิทำงานเป็นพนักงานคั่วกาแฟในบริษัทขายส่งกาแฟคั่ว Yamashita Coffee ในโตเกียวอยู่นาน 10 ปี จากนั้นก็เข้าไปช่วยทำร้าน The Cream of the Crop Coffee และให้บริการลูกค้าไปพลางคั่วกาแฟไปด้วย จนในที่สุดก็เริ่มกิจการร้าน ARiSE Coffee Roaster ในปี 2013 โดยคุณฮายาชิเล่าว่าเลือกเปิดร้านที่ละแวกนี้ก็เพราะ "ผมชอบเล่นสเกตบอร์ดน่ะครับ คิโยสึมิชิราคาวะมีทางที่เล่นสเกตบอร์ดได้อยู่เยอะมาก ไถบอร์ดมาถึงร้านเลยก็ได้ เป็นที่ในอุดมคติเลยครับ" เห็นว่าเขาเองก็ข้องเกี่ยวกับแถบนี้มานานถึง 22 ปีเลยทีเดียว

การสั่งกาแฟของร้านนี้ออกจะพิเศษอยู่สักหน่อย ภายในร้านจะมีเมนูอยู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือกาแฟดริป แล้วรายละเอียดต่างๆ จะตามมาหลังจากลูกค้าคุยกับเจ้าของร้าน โดยลูกค้าสามารถบอกความชอบของตัวเองและเลือกเมล็ดกาแฟจากโดมินิกา โคลัมเบีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอื่นๆ อีก 15 - 20 ชนิดได้ตามใจ สำหรับคนที่ไม่คุ้นชินกับการดื่มกาแฟ Single Origin (กาแฟที่มาจากแหล่งเพราะปลูกเดียว) ก็สามารภลองปรึกษาคุณฮายาชิดูได้ สำหรับครั้งที่เราไปลองนี้คุณฮายาชิก็แนะนำเมล็ดกาแฟโดมินิกันซึ่งเป็นเมนูประจำของทางร้าน โดยตัวนี้จะเป็นกาแฟแบบกลมกล่อม ไม่มีรสชาติเปรี้ยวจัดหรือขมจัด ค่อนข้างดื่มง่ายทีเดียว

สิ่งที่น่าตกใจอีกอย่างหนึ่งคือ แม้ว่ามองจากจากข้างนอกแล้วร้านจะดูอึดอัดคับแคบ แต่พอเข้ามาในร้านจริงๆ แล้วจะพบว่าภายในมีบรรยากาศที่สบายๆ และเป็นกันเองมาก คุณฮายาชิบอกว่าเขาอยากจะทำร้านที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าสามารถพูดคุยได้แบบชิลๆ ซึ่งในความเป็นจริงถ้าคุณได้ลองหย่อนก้นลงที่ม้านั่งและพูดคุยกับคุณฮายาชิไปพลางจิบกาแฟไปพลาง คุณก็จะรู้สึกเหมือนได้กลายเป็นลูกค้าประจำตั้งแต่มาเยือนครั้งแรกเลยล่ะ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคุณฮายาชิพยายามเผยแพร่เมล็ดกาแฟคุณภาพสูงจากแถบเอเชีย เช่น ไทย ลาว หรือฟิลิปปินส์ที่คนญี่ปุ่นไม่คุ้นเคยนักให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อรู้ว่าผู้เขียนของเราเป็นชาวเวียดนาม คุณฮายาชิก็เล่าให้ฟังว่าเขามีเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองดาลัด ประเทศเวียดนามซึ่งคอยคัดสรรกาแฟดีๆ มาให้ และยังเล่าว่าช่วงนี้เมล็ดกาแฟเวียดนามฮิตมากที่ร้านด้วย

ถ้าใครชอบดื่มกาแฟจากแถบอเมริกาใต้อย่างบราซิลหรือโคลัมเบีย หรืออยากลองลิ้มรสเมล็ดกาแฟใหม่ๆ ก็ลองแวะมากันได้เลย รับรองว่าคุณจะได้ค้นพบอะไรดีๆ ที่ ARiSE Coffee Roasters อย่างแน่นอน!

ในคิโยสึมิชิราคาวะอาจมีร้านกาแฟและคาเฟ่อยู่มากมาย แต่ ​ARiSE Coffee Roasters นั้นนับว่ามีแฟนคลับเฉพาะของตัวเองอยู่เยอะทีเดียว ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนในท้องถิ่นที่มาซื้อเมล็ดกาแฟจากทางร้าน แต่คนจากจังหวัดอื่นหรือชาวต่างชาติที่ลงทุนเดินทางมาเพื่อมาดื่มกาแฟดริปของที่ร้านก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของละแวกนี้ก็คือแม้ว่าจะมีร้านกาแฟจำนวนมากตั้งอยู่ติดๆ กัน ทว่าแต่ละร้านก็ไม่ได้เน้นไปที่การแข่งขัน แต่กลับร่วมมือกันพัฒนาคิโยสึมิชิราคาวะให้ดียิ่งขึ้นไปมากกว่า อย่าง ARiSE Coffee Roaster เป็นร้านเฉพาะทางสำหรับคนคั่วกาแฟที่บ้านและเสิร์ฟกาแฟดำเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อเจอลูกค้าที่อยากดื่มคาเฟ่ลาเต้หรือเมนูที่แตกต่างออกไปคุณฮายาชิก็จะแนะนำให้ไปที่ Blue Bottle Coffee หรือร้านอื่นๆ แทน ในขณะที่ร้านอื่นก็จะช่วยแนะนำลูกค้าของตัวเองว่า "ถ้าอยากลองดื่ม Single Origin แปลกๆ ก็ลองไปที่ ARiSE ดูสิ!" เช่นกัน ความสัมพันธ์เช่นนี้เองที่ทำให้คิโยสึมิชิราคาวะมีบรรยากาศที่อบอุ่นและเงียบสงบอย่างที่เป็นอยู่

Blue Bottle Coffee Kiyosumi-Shirakawa Flagship Café: อยากดื่มกาแฟแบบเก๋ๆ ต้องที่นี่!

คาเฟ่สุดท้ายที่เราจะพุดถึงในวันนี้ก็คือร้านชื่อดังของคิโยสึมิชิราคาวะ Blue Bottle Coffee Kiyotsumi-Shirakawa Flagship Café ทั้งคุณซาโต้เจ้าของ fukudaso cafe และคุณฮายาชิเจ้าของ ARiSE Coffee Roasters ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการปรากฏตัวของ Blue Bottle Coffee เป็นสิ่งที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของคิโยสึมิชิราคาวะไปโดยสิ้นเชิง ก่อนที่ร้านนี้จะเปิดตัวขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2015 ละแวกนี้ก็มีคาเฟ่อยู่บ้าง แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ก็มีเพียงผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในบ้านใกล้เรือนเคียงเท่านั้น ทว่าการมาของ Blue Bottle Cofee ก็พาให้ลูกค้าหนุ่มสาวและชาวต่างชาติแวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย คิโยสึมิชิราคาวะจึงเริ่มคึกคักมากขึ้น และเป็นที่รู้จักถึงขั้นได้รับการขนานนามว่า "เมืองแห่งกาแฟ" ในที่สุด

Blue Bottle Coffee เป็นคาเฟ่สัญชาติอเมริกันที่ถือกำเนิดในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งสาขาในคิโยสึมิชิราคาวะนี้ก็เป็นสาขาแรกที่เปิดในต่างประเทศ ทางร้านเล่าให้เราฟังว่าคุณเจมส์ ฟรีแมนซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมร้านกาแฟของญี่ปุ่นที่จะดริปกาแฟแต่ละแก้วๆ ด้วยมืออย่างประณีต จึงตัดสินใจเปิดร้านในญี่ปุ่นขึ้นมา โดยที่เลือกคิโยสึมิชิราคาวะก็เพราะบรรยากาศที่นี่ค่อนข้างคล้ายกับโอ๊คแลนด์ คือเป็นละแวกที่มีอาคารสูงไม่มาก ถนนหนทางก็กว้างขวางและเปิดโล่ง อีกทั้งยังมีสวนสาธารณะอยู่ใกล้ๆ อากาศจึงถ่ายเทดี และอีกเหตุผลก็คือพอคุณเจมส์ได้เห็นอาคารที่ใช้เปิดร้านอยู่ตอนนี้แล้วก็ตกหลุมรักทันทีนั่นเอง

ในปัจจุบัน Blue Bottle Coffee มีสาขาอยู่หลายแห่งทั่วญี่ปุ่นอย่างเช่นที่อิเคะบุคุโระ ชินจูกุ หรือรปปงงิ แต่ถ้าพูดถึงร้านนี้ สิ่งที่ผู้คนจะคิดถึงเป็นอันดับแรกก็ยังคงเป็นสาขาที่คิโยสึมิชิราคาวะ ร้าน Kiyosumi-Shirakawa Flagship Café นี้จึงยังมีผู้คนแวะเวียนมาเสมอๆ

เช่นเดียวกับคาเฟ่อื่นๆ ในคิโยสึมิชิราคาวะ Blue Bottle Coffee ก็รีโนเวทโกดังเก่ามาใช้ทำร้านเช่นเดียวกัน ภายในจึงกว้างขวางและเปิดโล่ง เมื่อเข้ามาในร้านสิ่งแรกที่จะเห็นอยู่ทางซ้ายมือก็คือ Drip Station ที่เหล่าบาริสต้าทั้งหลายจะยืนชงกาแฟกันอยู่ และมีโต๊ะให้นั่งเล่นด้วย สามารถไปส่องคุณบาริสต้าทำงานและพูดคุยไปด้วยได้

ร้านนี้จะเสิร์ฟกาแฟโดยให้ความสำคัญกับรายละเอียดต่างๆ เช่นอุณหภูมิของน้ำร้อนหรือปริมาณเมล็ดกาแฟเป็นอย่างมาก ที่ก้นถ้วยกาแฟจะมีมาตรวัดอยู่ และจะแบ่งรินน้ำร้อน 4 ครั้ง โดยเริ่มจากด้านในของถ้วยไปสู่ด้านนอกและจากด้านนอกสู่ด้านในเป็นวงกลม สำหรับใครที่อยากรู้ทริคการชงกาแฟอร่อยๆ ก็ลองแวะไปที่ร้านและสังเกตวิธีการชงหรือลองพูดคุยกับบาริสต้าดูสิ

นอกจากกาแฟอร่อยๆ แล้วที่นี่ก็ยังเสิร์ฟเครื่องดื่มอื่นๆ ทั้งชาฝรั่ง น้ำผลไม้ ช็อคโกแลตร้อน หรือแม้แต่เพลเอล (Pale Ale) ก็มี รวมถึงมีขนมหวานโฮมเมดอย่างพวกขนมอบ พุดดิ้ง วาฟเฟิลร้อน และอาหารอย่างกราโนล่าหรือแซนด์วิชร้อนๆ ที่อบเสร็จใหม่ๆ ด้วย ครั้งนี้นักเขียนของเราลองสั่งเมนู non-coffee อย่าง Coffee Cherry Fizz เป็นเครื่องดื่มเปรี้ยวๆ หวานๆ ใส่โซดา ทานแล้วรู้สึกสดชื่น เหมาะกับวันที่อากาศร้อนๆ ได้ดีทีเดียว

ภายในร้านมี Wi-Fi ให้ใช้ได้ฟรีด้วย จะมานั่งทำงานเปลี่ยนบรรยากาศก็ทำได้สบาย

สัมผัสโลกแห่งศิลปะที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียว

นอกจากกาแฟแล้ว การเปิดตัวของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียวในปี 1995 ก็ดึงดูดผู้คนมากมายโดยเฉพาะเหล่าผู้ที่ชื่นชอบศิลปะให้แวะเวียนมาที่คิโยสึมิชิราคาวะเช่นกัน แถบนี้จึงได้ชื่อว่าเป็น "เมืองแห่งศิลปะ" ด้วย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถาบันที่ค้นคว้า เก็บรักษา อนุรักษ์ และจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยทั้งของญี่ปุ่นและต่างประเทศ โดยจะเน้นที่งานศิลปะของญี่ปุ่นช่วงหลังยุคสงครมเป็นหลัก

ตัวพิพิธภัณฑ์ออกแบบโดยสถาปนิก คุณยานางิซาวะ ทาคาฮิโกะ มีจุดเด่นต่างๆ เช่นทางเข้าขนาดมโหฬาร ทางเดินที่รายล้อมด้วยเสารูปสามเหลี่ยม หน้าต่างกระจกบานใหญ่ ไปจนถึงผนังเหล็กที่เจาะเป็นรูกลมๆ ทำให้ตัวอาคารดูทันสมัย นอกจากนี้ยังเพิ่งเปิดปรับปรุงใหม่ไปเมื่อเดือนมีนาคมปี 2019 เป็นระยะ 3 ปีด้วย ถ้าไปเที่ยวช่วงนี้ก็จะได้เห็นรูปลักษณ์ใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจแน่นอน

ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียวจัดแสดงผลงานอยู่ประมาณ 5,500 ชิ้น และมีเอกสารเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยญี่ปุ่นอยู่ราว 270,000 ฉบับ ภายในพิพิธภัณฑ์จะแบ่งออกเป็น 5 ส่วนตามการใช้งาน ได้แก่ ส่วนนิทรรศการ ส่วนค้นคว้าวิจัย ส่วนห้องสมุดเกี่ยวกับงานศิลปะ ส่วนเก็บรักษาผลงาน และส่วนสำหรับการศึกษา อีกทั้งยังมีร้านอาหารและคาเฟ่อยู่ด้วย

นอกจากนี้ ที่ข้างพิพิธภัณฑ์ยังเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะคิบะ (木場公園) เป็นพื้นที่สีเขียวกว้างๆ สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ มีทั้งบริเวณให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่น และมีโต๊ะกับเก้าอี้ให้มานั่งทานอาหารกลางวันได้ด้วย เหมาะกับการซื้อกาแฟติดมือมาจิบไปพลางนั่งชิลไปพลางสุดๆ

สู่เมืองแห่งศิลปะและกาแฟ คิโยสึมิชิราคาวะ!

คิโยสึมิชิราคาวะไม่ได้มีดีเพียงกาแฟเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่มีวัดและโกดังมากมายให้เราได้สัมผัสบรรยากาศของเมืองโบราณ และยังสามารถชื่นชมศิลปะต่างๆ ได้ด้วย หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่สามารถไปใช้เวลาสบายๆ ได้ทั้งวัน ที่นี่ก็เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมทีเดียว ลองมาเดินเล่นพลางจิบกาแฟและสำรวจสิ่งน่าสนใจในคิโยสึมิชิราคาวะกันดูได้เลย!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

มนต์เสน่ห์คันโต

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่


เกี่ยวกับนักเขียน

Nguyen
Nguyen Loan
Klook.com

ค้นหาร้านอาหาร