ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ ! สถานที่ชมดอกบ๊วย 8 แห่งในภูมิภาคคันไซ

ต้นบ๊วย สัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นเช่นเดียวกับต้นซากุระ เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมาแต่ช้านาน ด้วยกลิ่นหอมหวานและความน่ารักแสดงถึงความงามตามแบบฉบับของญี่ปุ่น กลิ่นหอมของดอกบ๊วยที่เชิญชวนให้มาสัมผัสฤดูใบไม้ผลิแรก ลองไปกันดูไหมคะ

คันไซ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

1. ป่าต้นบ๊วยที่สวนสาธารณะปราสาทโอซาก้า (โอซาก้า) 

Mc681/Wikipedia

ปราสาทโอซาก้า (大阪城) สถานที่แห่งประวัติศาสตร์และเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดโอซาก้า ภายในบริเวณปราสาทมีดอกบ๊วยอยู่กว่า 100 ชนิดและมีต้นบ๊วยมากถึง 1,270 ต้น สามารถเข้ามาชมความงามของดอกบ๊วยกันได้จนถึงกลางเดือนมีนาคม ต้นบ๊วยสีสันสดใสตัดกับปราสาทที่ตั้งตระหง่านนี้เองที่เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม นอกจากนี้จากหอคอยปราสาท ก็สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของดอกบ๊วยประดับประดาบนต้นบ๊วยแสนสวยงามได้เช่นกัน

เว็บไซต์ : osakacastlepark.jp/flower/plum_grove.html

เว็บไซต์ : osakacastlepark.jp/flower/plum_grove.html (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง : Osaka-hu Osaka-shi Chuou-ku Osakajou (Google Map)

2. ศาลเจ้า Domyoji Tenmangu (โอซาก้า)

Domyoji Tenmangu (道明寺天満宮) ศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์และได้รับการเคารพนับถือมาอย่างยาวนาน ที่นี่เก็บรักษาสมบัติของ Sugawara no Michizane เทพเจ้าด้านการศึกษา ที่นี่มีดอกบ๊วยกว่า 80 ชนิด ต้นบ๊วยจำนวนกว่า 800 ต้น เบ่งบานสวยงามอยู่ภายในวัด ทั้งยังมีเทศกาลชมดอกบ๊วยอีกด้วย โดยในเทศกาลมีกิจกรรมมากมาย เช่น ยะเทน (พิธีชงชาในที่กลางแจ้ง) หรือ Shishimai (ระบำสิงโต) สามารถมาเข้าร่วมกิจกรรมงานเลี้ยงแบบญี่ปุ่นแบบแท้ๆ พร้อมชมดอกบ๊วยแสนสวยงามได้ที่นี่

เว็บไซต์ : domyojitenmangu.com/

เว็บไซต์ : domyojitenmangu.com/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง : Osaka-hu Fujii-shi Doumyoji-tera 1-16-40 (Google Map)

3. สวนสาธารณะ Mitsujizenkansatsukouen Sekainoumekouen (เฮียวโกะ) 

Mitsujizenkansatsukouen Sekainoumekouen (御津自然観察公園 世界の梅公演) สถานที่ชมดอกบ๊วยที่มีชื่อเสียงจากวิวทิวทัศน์ทะเลเซโตะสีฟ้าครามสุดอลังการ ที่นี่มีดอกบ๊วยหลากชนิดทั้งจากญี่ปุ่น จีน และ เกาหลี กว่า 315 ชนิด มีดอกบ๊วยแข่งกันเบ่งบานบนต้นถึง 1,250 ต้น นอกจากนี้ยังสามารถสัมผัสบรรยากาศแปลกใหม่จากสถานที่ต่างๆ อย่าง หอชมวิวสถาปัตยกรรมจีนแท้ "Tobaikaku" หรือจุดพักผ่อน "Raikakuken" หลอมรวมกันกับดอกบ๊วยจากนานาประเทศได้อย่างลงตัว

เว็บไซต์ : www.kanko-mitsu-hyogo.jp/page_ume/ume_2.html

เว็บไซต์ : www.kanko-mitsu-hyogo.jp/page_ume/ume_2.html (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่อยู่ : Hyoko-ken Tatsuno-shi Mitsu-chou Kurosaki 1858-4 (Google Map

4. ศาลเจ้า Kitanotenmangu (เกียวโต) 

PIXTA

Kitanotenmangu (北野天満宮) ศาลเจ้าหลักของศาลเจ้า Tenmangu และ ศาลเจ้า Tenjinjya ที่มีอยู่กว่าหมื่นแห่งทั่วญี่ปุ่น ภายในบริเวณศาลเจ้ามีดอกบ๊วยประมาณ 50 ชนิด รวมต้นบ๊วยกว่า 1,500 ต้น ทำให้เป็นจุดชมดอกบ๊วยยอดนิยมแห่งหนึ่งในเกียวโตเลยทีเดียว

ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ จะมีการจัดงานเทศกาลชมดอกบ๊วย พร้อมทั้งการต้อนรับจากเกอิชาและไมโกะ นอกจากนี้ในวันที่ 25 ของทุกเดือนยังมีงานเทศกาลที่เรียกว่า "Tenjin-san"(天神さん) อีกด้วย โดยจะมีร้านรวงต่างๆ มาขายของเช่น ของโบราณ หรือ เสื้อผ้ามือสอง ซึ่งมีผู้คนเข้ามาร่วมงานพลางชมดอกบ๊วยสวยๆ กันอย่างคึกคักมากเลยทีเดียว

เว็บไซต์ : www.kitanotenmangu.or.jp/top_en.php

เว็บไซต์ : www.kitanotenmangu.or.jp/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่อยู่ : Kyoto-hu Kyoto-shi Kamigyou-ku Bakuro-chou (Google Map

5. ศาลเจ้า Jonangu (เกียวโต) 

PIXTA

Jonangu (城南宮) อีกศาลเจ้าเก่าแก่ในเกียวโตที่ช่วยปัดเป่าพิษภัยทั้งหลาย สร้างขึ้นเมื่อกว่า 1,200 ปีก่อน ภายใน "สวน Rakusuien" ปลูกดอกไม้และต้นไม้สำหรับทั้งสี่ฤดู เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเกนจิโมโนกาตาริ (源氏物語) ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมของราชวงค์อันสง่างามและโด่งดังไปทั่วโลก

ภูเขาฤดูใบไม้ผลิที่อยู่ในบริเวณสวน Rakusuien มีต้นดอกบ๊วยย้อยสีแดงขาวแสนงดงามถึง 150 ต้น ในช่วงที่ดอกบ๊วยบาน จะสามารถชมการสักการะเทพเจ้า Umegae เหล่าไมโกะ (巫女 : หญิงสาวที่ทำงานอยู่ในศาลเจ้าชินโต) จะแต่งตัวในชุดดั้งเดิมตามวัฒนธรรมโดยนำดอกบ๊วยมาประดับเครื่องศีรษะและร่ายรำ

เว็บไซต์ : www.jonangu.com/

เว็บไซต์ : www.jonangu.com/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง : Kyoto-hu Kyoto-shi Fushimi-ku Nakajimatobarikyu-chou 7(Google Map

6. สวนสาธารณะนารา (นารา)

สวนสาธารณะนารา (奈良公園) อยู่ในตัวเมืองของจังหวัดนารา มีขนาดใหญ่ 502 เฮกเตอร์ และเป็นที่ตั้งของมรดกโลก เช่น วัด Todaiji (東大寺) หรือ ศาลเจ้า Kasugataisha (春日大社) ถ้าพูดถึงสวนสาธารณะนารา แล้วคงหนีไม่พ้นเหล่ากวางมากมาย เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งในและนอกญี่ปุ่น ภายในสวนมีต้นบ๊วยอยู่ประมาณ 250 ต้น วิวที่มีดอกบ๊วยกับกวางพร้อมทั้งมรดกโลกอยู่ด้วยกันนั้น เป็นวิวที่เห็นได้แค่ที่สวนสาธารณะนาราแห่งนี้เท่านั้น ถ้าโชคดีอาจได้รูปภาพดอกบ๊วยสวยๆ แบบในโปสการ์ดเลยทีเดียว

เว็บไซต์ : nara-park.com/

เว็บไซต์ : nara-park.com/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง : Nara-ken Nara-shi Kasugano-chou (Google Map)

7. ป่าบ๊วย Nanbu (วากายาม่า)

Nanbu (南部梅林) ป่าดอกบ๊วยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น อยู่ในจังหวัดวากายาม่า มีต้นบ๊วยอยู่กว่าหนึ่งแสนต้นขึ้นปกคลุมทั่วภูเขา เกิดเป็นทิวทัศน์ดอกบ๊วยสุดอลังการ โดยจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ในวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดจนถึงช่วงฤดูชมดอกบ๊วย (ต้นเดือนมีนาคม) โดยจะมีร้านค้าขายอาหารทานเล่นมากมาย และยังมีสินค้าที่เกี่ยวกับบ๊วยวางจำหน่ายอีกด้วย ชมดอกบ๊วยไปพลางเดินชมร้านค้ารับรองว่าสนุกแน่นอน 

เว็บไซต์ : www.aikis.or.jp/~minabe/

เว็บไซต์ : www.aikis.or.jp/~minabe/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง : Wakayama-ken Minabe-chou Oshine (Google Map)   

8. ปราสาท Hikonejou (ชิกะ) 

PIXTA

ปราสาท Hikonejou (彦根城) ถูกระบุให้เป็นสมบัติแห่งชาติ ที่นี่มีหอชมวิวที่วาดเส้นโค้งสวยงามรับกันกับแบบทรงหลังคาหลายชั้น ภายในปราสาทมีดอกบ๊วยแดงขาวแสนงดงามปลูกอยู่กว่า 400 ต้น โดยเฉลี่ยแล้วช่วงสำหรับดูดอกบ๊วยคือกลางเดือนมีนาคม นอกจากนี้ที่คูน้ำยังมีเรือ Yakatabune แล่นอยู่ สามารถค่อยๆ ชมวิวทิวทัศน์ของดอกบ๊วยประจำฤดูใบไม้ผลิแห่งปราสาท Hikonejou จากบนเรือได้อีกด้วย

เว็บไซต์ : www.hikoneshi.com/jp/castle/

เว็บไซต์ : www.hikoneshi.com/jp/castle/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง : Shiga-ken Hikone-shi Konki-chou 1-1 (Google Map

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร