ออกไปแตะขอบฟ้า ตะลุย 7 ยอดเขาห้ามพลาดในญี่ปุ่น

ด้วยความที่พื้นที่กว่า 73 เปอร์เซ็นต์ของประเทศญี่ปุ่นถูกปกคลุมด้วยภูเขาและเทือกเขาน้อยใหญ่ จึงไม่น่าแปลกใจหากจะมีคนญี่ปุ่นปีนเขาเป็นงานอดิเรกจำนวนมาก บทความนี้ได้คัดสรรยอดเขาในญี่ปุ่นที่คุณสามารถพิชิตได้ด้วยเพียงชุดปีนเขาสักชุด รองเท้าปีนเขาคู่ใจ และใจถึงๆ ของคุณ ! ทริปหน้าลองเปลี่ยนบรรยากาศ แล้วไปลองปีนเขาสัมผัสธรรมชาติอันงดงามกันเถอะ !  

ทั่วประเทศ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

 

1. ภูเขาไฟฟูจิ

Maki_C30D/Flickr

ภูเขาไฟฟูจิจะเปิดให้ปีนได้ในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีหิมะ และกระท่อมที่พักระหว่างทางจะเปิดให้บริการ น่าเสียดายที่ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อนของญี่ปุ่นทำให้เขาฟูจิมักจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แต่อย่างไรก็ตาม คุณสามารถเลือกไปปีนในช่วงก่อนวันที่ 20 กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่โรงเรียนยังเปิดภาคเรียนอยู่ได้ และหากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงช่วงกลางเดือนสิงหาคมเพราะถือเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่มักไปปีนเขากัน โดยคุณสามารถเริ่มปีนขึ้นเขาไฟฟูจิได้จากสถานีที่ 5 ซึ่งสามารถนั่งรถไปได้ และจากสถานีที่ 5 จะมีทั้งหมดสี่เส้นทางให้เลือกปีน แต่ละทางมีระยะทางและความสูงที่แตกต่างกัน เวลาที่ใช้จึงแตกต่างกัน มีตั้งแต่ 5 ถึง 10 ชั่วโมงสำหรับขึ้นเขา และตั้งแต่ 3 ถึง 6 ชั่วโมงสำหรับการลงเขา

2. เกาะยะกุชิมะ จังหวัดคะโกะชิมะ (Yaushima, Kagoshima)

CaDs/Flickr

เกาะยะกุชิมะมีชื่อเสียงโด่งดังในด้านธรรมชาติป่าไม้ที่สวยงามและต้นสนญี่ปุ่น (cryptomeria) เก่าแก่ และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 1993 ภูเขาบนเกาะนี้มีทางขึ้นหลายทางและหลายระยะทาง ให้คุณเพลิดเพลินกับการปีนขึ้นได้ตั้งแต่ครึ่งวันไปจนถึง 3-4 วันเลยทีเดียว ต้นสนญี่ปุ่นที่เก่าแก่ที่สุดบนเขาลูกนี้ชื่อว่าจูมง ซูกิ (Joumon Sugi) ซึ่งเดิมเชื่อกันว่าต้นไม้ต้นนี้มีมาตั้งแต่สมัยจูมง (Joumon) หรือราว 4,000 ปีก่อน แต่จากผลการศึกษาเพิ่มเติมทำให้พบว่าต้นจูมง ซูกินี้มีอายุระหว่าง 2,700 ถึง 7,000 ปี การปีนเขาขึ้นสู่ต้นไม้เก่าแก่นี้จะใช้เวลาทั้งหมด 10-11 ชั่วโมง ระยะทาง 22 กิโลเมตร สำหรับการเดือนทางไปยังเกาะยะกุชิมะนั้น คุณสามารถขึ้นเครื่องบินไปยังเมืองคะโกะชิมะและต่อเรือสปีดโบ้ทซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือคุณสามารถนั่งเรือสำราญซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง

3. เขตชิระคะมิ ซันจิ จังหวัดอะโอะโมะริ (Shirakami Sanchi, Aomori)

PIXTA

เขตชิระคะมิ ซันจิเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากสภาพธรรมชาติและป่าไม้ที่งดงามและยังคงสมบูรณ์ ที่นี่มีเส้นทางปีนเขาอยู่หลากหลายเส้นทาง และเส้นทางที่เป็นที่นิยมก็มีตั้งแต่เส้นทางที่ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงไปจนถึง 8 ชั่วโมงให้คุณได้เลือกได้ตามความฟิตของร่างกายคุณ บริเวณรอบๆ ยังมีออนเซนหลายแห่งไว้รอให้บริการคลายความเหน็ดเหนื่อยหลังจากปีนเขา คุณสามารถเดินทางไปเขตชิระคะมิ ซันจิได้ทั้งจากจังหวัดอะโอะโมะริและจังหวัดอะคิตะ

 

4. เขาโคะยะ จังหวัดวะคะยะมะ (Mount Koya, Wakayama)

DocChewbacca/Flickr

 

ที่เขาโคะยะคุณสามารถเลือกปีนเส้นทางไกลได้ ที่เขาลูกนี้มีสองสามเส้นทางให้เลือก แต่เส้นทางดั้งเดิมคือโคะยะซัน โจอิชิ มิจิ (Koyasan Choishi Michi) ซึ่งมีความยาว 23.5 กิโลเมตรและใช้เวลาปีนทั้งสิ้น 7 ชั่วโมง ถ้าคุณต้องการลองปีนเส้นทางนี้ ขอแนะนำให้ขึ้นรถไฟสายนันไคโคะยะ (Nankai Koya) มาลงที่สถานีคุโดะยะมะ (Kudoyama Station) แต่ถ้าคุณต้องการพิสูจน์ตัวเอง แนะนำให้เลือกเส้นทางโคะเฮะจิ (Kohechi Trail) ซึ่งเป็นเส้นทางที่เป็นภูเขาชันและห่างไกล และต้องใช้เวลาปีนทั้งสิ้นหนึ่งสัปดาห์โดยประมาณ แต่ต้องระวังว่าเส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ผ่านการฝึกซ้อมมาเท่านั้น

5. เขานิคโค-ชิระเนะ จังหวัดโทะชิกิ/กุนมะ (Mount Nikko-Shirane, Tochigi/Gunma)

PIXTA

บนเขานิคโค-ชิระเนะมีทะเลสาบภูเขาไฟสวยๆ ให้คุณได้ยลโฉม และจากยอดเขาคุณยังสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ส่วนมากผู้คนมักเลือกปีนเขานี้ในช่วงปลายเดือนเมษายนไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม แต่หากคุณมีชุดและอุปกรณ์ปีนเขาที่เหมาะๆ ก็สามารถปีนในช่วงฤดูหนาวได้เช่นกัน ที่เขานี้มีรถกระเช้าขึ้นลงเขาให้บริการ ทำให้คุณสามารถใช้เวลาเพียงหกชั่วโมงในการปีนและแม้แต่เด็กๆ ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับการปีนเขานิคโค-ชิระเนะนี้ได้เช่นกัน สำหรับการเดินทางมายังเขานิคโค-ชิระเนะ คุณสามารถขึ้นรถไฟจากสถานีอุเอะโนะมายังสถานีนุมะตะ (Numata Station) หรือคะมิโนะเกะโคเก็น (Kaminoge Kougen) แล้วจากต่อรถบัสไปยังคะมะตะ (Kamata) เพื่อเดินทางต่อไปยังมะรุนุมะโคเก็น (Marunuma Kougen) ต่อไป

6. ชิเระโตะโคะ จังหวัดฮอกไกโด (Shiretoko, Hokkaido)

PIXTA

ชิเระโตะโคะเป็นอีกหนึ่งมรดกโลกที่ยังอุดมไปด้วยป่าไม้และธรรมชาติ ที่นี่มีทางสำหรับนักปีนเขามือใหม่ จุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้อยู่ที่จุดจอดรถชิโระโตะโคะ โกะโค (hieretoko Goko parking area) และเส้นทางจะยาวไปเพียง 5 กิโลเมตรทำให้คุณสามารถปีนเสร็จได้ภายในเวลาชั่วโมงครึ่ง สำหรับนักปีนเขาที่ต้องการความท้าทายมากกว่านั้นก็สามารถเลือกปีนผ่านเทือกเขาชิเระโตะโคะได้ แม้ว่าฤดูปีนเขาของที่นี่จะเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่ในช่วงต้นเดือนก็ยังพอมีหิมะหลงเหลืออยู่บ้าง หากคุณไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง แนะนำว่าให้เลือกไปช่วงที่หิมะละลายแล้ว และหากคุณโชคดี (หรืออาจจะเรียกว่าโชคร้ายในบางสถานการณ์) คุณอาจจะได้พบหมีที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นได้

7. อุทยานแห่งชาติโอะเซะ จังหวัดกุนมะ (Oze, Gunma)

PIXTA

โอะเซะคืออุทยานแห่งชาติขนาด 8,690 เฮกเตอร์ (89.6 ตารางกิโลเมตร) ที่มีชื่อเสียงจากแอ่งน้ำโอะเซะกะฮะระ (Ozegahara Marshland) และสระน้ำโอะเซะนุมะ (Ozenuma Pond) ภายในอุทยาน คุณสามารถเดินทางไปยังโอะเซะได้ทั้งจากไอซุ (Aizu) ฟุกิชิมะ (Fukushima) หรือนุมะตะ (Numata) กุนมะ (Gunma) หรือเอะจิโกะ (Echigo) หรือจากนิกะตะ (Niigata) ก็ได้ และเส้นทางปีนเขาก็จะแตกต่างไปขึ้นกับว่าคุณเดินทางมาโอะเซะจากทางไหนนั่นเอง การแพลนเส้นทางล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปีนเขาที่นี่ นอกจากนี้คุณยังสามารถเพลิดเพลินไปกับดอก skunk cabbage (พืชตระกูลเดียวกับดอกอุตพิด) ที่บานสะพรั่งในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงช่วงต้นฤดูร้อน และการเปลี่ยนสีตามฤดูกาลในช่วงฤดูใบไม้ร่วงได้ และแม้ว่าคุณสามารถปีนเขาแห่งนี้ได้ภายในหนึ่งวัน แต่ที่นี่ก็มีกระท่อมพักแรมให้บริการบนภูเขาอีกด้วย

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร