6 ที่เที่ยวในโทโฮคุ สำหรับคนชอบเรื่องลึกลับ ความศักดิ์สิทธิ์ และการขอพร

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความเชื่ออยู่หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพุทธหรือชินโต และยังมีตำนานเรื่องเล่าต่างๆ อีกมากมายอย่างที่พบเห็นได้บ่อยๆ ในสื่อของญี่ปุ่น วันนี้เราจึงมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในภูมิภาคโทโฮคุสำหรับคนที่ชอบเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสิ่งเร้นลับ นอกจากมีประวัติศาสตร์ยาวนานแล้วก็ยังสวยน่าไปสุดๆ! หากอยากรู้ว่าคนญี่ปุ่นมีความเชื่อความศรัทธาแบบไหนกันบ้าง ตามไปอ่านในบทความนี้กันเลยค่ะ!

โทโฮคุ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

1. เกอิบิเคอิ (Geibikei Gorge)

เกอิบิเคอิ (猊鼻渓) เป็นหุบเขาที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอิวาเตะ เพราะมีวิวอันสวยงามของแม่น้ำที่ไหลผ่านหุบเขาสูง และแวดล้อมไปด้วยพืชพรรณธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ การได้ล่องเรือไปตามแม่น้ำและชมหินผาต่างๆ นับเป็นการพักผ่อนที่ยอดเยี่ยมมากค่ะ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นจุดท่องเที่ยวที่สามารถไปได้ทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ซึ่งแต่ละช่วงก็จะมีทัศนียภาพที่แตกต่างกันอย่างน่าอัศจรรย์
 

กิจกรรมห้ามพลาดของที่นี่ คือ การโยนหินที่จุดพักเรือค่ะ ตรงจุดนี้จะมีหน้าผาที่มีช่องอธิษฐานอยู่ ว่ากันว่าหากเราปา “หินโชคดี” เข้าไปในช่องได้ก็จะทำให้คำอธิษฐานเป็นจริง ซึ่งหินที่ว่านี้ก็มีทั้งหมด 10 ชนิดด้วยกัน แต่ละอันจะมีตัวอักษรที่ระบุประเภทของคำอธิษฐานอยู่ เช่น ความรัก อายุยืนยาว โชคชะตา ทรัพย์สมบัติ เป็นต้น หินนี้จะวางขายอยู่ที่จุดพักเรือในราคา 5 ลูก 100 เยนเท่านั้น ใครอยากขอพรอะไรก็ไปเลือกหินที่เหมาะกับประเภทคำอธิษฐานนั้นแล้วลองปาให้เข้าช่องบนหน้าผานี้ดูนะคะ

2. เมืองโทโนะ (Tono City)

เมืองโทโนะ (遠野市) ตั้งอยู่ในจังหวัดอิวาเตะ และเป็นต้นกำเนิดของตำนานสิ่งลึกลับในญี่ปุ่นมากมาย เช่น "กัปปะ" ปีศาจน้ำในตำนานที่มีตัวสีเขียว มีสี่ขาและมีกระดองเต่าอยู่ด้านหลัง หัวของกัปปะจะมีลักษณะแบนและมีน้ำอยู่ที่กลางกระหม่อม นอกจากนี้ยังมี "ซาชิกิวาราชิ" ภูติพรายที่อาศัยอยู่ในบ้านคน ว่ากันว่าจะนำโชคดีมาให้ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้น

หากคุณได้มาที่นี่ก็สามารถไปลองตามหากัปปะกันได้ที่ "บึงกัปปะ" หรือ กัปปะบุจิ (カッパ淵) ว่ากันว่า หากคุณใช้แตงกวาซึ่งเป็นอาหารโปรดของกัปปะผูกกับสายเบ็ดตกปลาแล้วเอาไปล่อกัปปะดูก็อาจจะเจอกัปปะตัวเป็นๆ ได้ ซึ่งที่นี่ก็มีบริการเช่าเบ็ดตกปลาและมีขายแตงกวาอยู่ด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถไปฟังเรื่องราวตำนานต่างๆ และเรื่องเกี่ยวกับเมืองโทโนะแห่งนี้ได้ที่พิพิธภัณฑ์เมืองโทโนะด้วย บอกเลยค่ะว่าน่าตื่นตาตื่นใจและเหมาะกับคนที่ชอบเรื่องลึกลับมากๆ

3. วัดรินโนจิ (Rinnoji Temple)

วัดรินโนจิ (輪王寺) เป็นวัดประจำตระกูลดาเตะ ผู้ปกครองพื้นที่แถบเซนไดในสมัยเอโดะ ที่จริงแล้ววัดนี้ถูกสร้างขึ้นที่อื่นในปี ค.ศ. 1441 แต่ถูกย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันในปี ค.ศ. 1600 พร้อมๆ กับตระกูลดาเตะที่เข้ามาปกครองที่นี่ วัดแห่งนี้มีอาคารที่สวยงามและกว้างขวาง นอกจากนี้ยังมีสวนญี่ปุ่นที่สวยงามมากๆ กับเจดีย์ที่เปิดให้เข้าไปเดินชมและถ่ายรูปได้ด้วย

ช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมากันมากที่สุด คือ ช่วงชมใบไม้แดง เพราะใบไม้ของที่นี่จะมีสีส้มแดงสดใสซึ่งเข้ากับบึงน้ำและสะพานญี่ปุ่นที่อยู่ในสวนมากๆ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ คุณสามารถไปร่วมสวดมนต์และลองนั่งสมาธิแบบญี่ปุ่นได้ทุกเย็นวันเสาร์อีกด้วย หากใครอยากรู้ว่าบทสวดมนต์และการนั่งสมาธิแบบญี่ปุ่นนั้นเหมือนหรือแตกต่างจากไทยอย่างไรหรือใครที่เป็นคนชอบทำบุญก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวกันดูนะคะ

4. ทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa)

ทะเลสาบทาซาวะ (田沢湖) แห่งนี้เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่นด้วยความลึกถึง 423 เมตร นอกจากจะมีวิวทะเลสาบที่ถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขาแล้ว ที่นี่ยังมีตำนานเรื่องเล่าอีกด้วย เช่น เรื่องราวของ "ทัตสึโกะ" หญิงสาวที่งดงามหมดจด เธออยากคงความงามนี้ไว้ตลอดกาลจึงไปอธิษฐานกับศาลเจ้าทุกคืน หลังจากอธิษฐานติดต่อกันเป็นเวลานาน เธอก็ได้รับคำแนะนำจากเทพเจ้าว่าให้ไปดื่มน้ำจากน้ำพุที่อยู่ใกล้ๆ ทัตสึโกะปฏิบัติตาม แต่ด้วยความกระหายน้ำทำให้เธอเผลอดื่มมันเข้าไปจนหมด รู้ตัวอีกทีเธอก็กลายเป็นมังกรไปแล้ว

นับแต่นั้นเป็นต้นมา มังกรทัตสึโกะก็ได้อยู่เพื่อปกป้องคุ้มครองทะเลสาบทาซาวะแห่งนี้ ที่นี่จึงมีรูปปั้นสีทองของทัตสึโกะตั้งอยู่ข้างทะเลสาบ และยังมีศาลเจ้า โกสะ โนะ อิชิ (御座石) ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นเสาโทริอิสีแดงโดดเด่น ให้ไปเคารพกราบไหว้กันด้วย

5. ศาลเจ้าอูเอสึกิ (Uesugi - Jinja Shrine)

ศาลเจ้าอูเอสึกิ (上杉神社) ตั้งอยู่ในเมืองโยเนซาวะ จังหวัดยามากาตะ ตั้งอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นปราสาทโยเนซาวะ ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกตั้งขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ "อูเอสึกิ เคนชิน" นักรบผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ในบริเวณเดียวกันนี้มีพิพิธภัณฑ์ของเก่าของตระกูลอูเอสึกิสำหรับคนรักประวัติศาสตร์ด้วย สำหรับตัวศาลเจ้านี้เรียกได้ว่าเป็นศาลเจ้าประจำเมืองที่ชาวเมืองจะมาสักการะในโอกาสต่างๆ และมีความเชื่อว่าการสักการะวิญญาณของท่านเคนชินที่ศาลนี้จะนำมาซึ่งความโชคดี ความสำเร็จทางการศึกษาและความสำเร็จทางธุรกิจ

 

ข้างๆ ศาลเจ้าอูเอสึกิยังมีศาลเจ้ามัตสึกาซากิ (松岬神社) ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ "อูเอสึกิ โยซัน" ผู้สืบทอดรุ่นที่ 9 ของตระกูลโยเนซาวะซึ่งเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาปฏิรูปเมืองนี้จนเจริญรุ่งเรือง เรียกได้ว่าไปครั้งเดียวก็สามารถสักการะศาลเจ้าหลายๆ แห่งพร้อมกันได้เลยค่ะ

6. ศาลเจ้าโกโกกุ (Gokoku - Jinja Shrine)

ศาลเจ้าโกโกกุ (護国神社) ตั้งอยู่ในบริเวณสวนฮิโรซากิ จังหวัดอาโอโมริ เป็นศาลเจ้าที่มีเสาโทริอิใหญ่สะดุดตา เป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญเพราะมันถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับดวงวิญญาณของชาวเมืองที่ล้มตายในการรบของสงครามฮาโกดาเตะและสงครามอื่นๆ ซึ่งรวมกันแล้วก็หลายพันคน ศาลเจ้าแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนเครื่องเตือนใจถึงความโหดร้ายของสงครามและเป็นสิ่งที่ทำให้ระลึกได้ว่ายุคปัจจุบันของเรานี้สงบสุขกันแค่ไหน

 

นอกจากการสักการะดวงวิญญาณผู้ล่วงลับที่ศาลเจ้าโกโกกุแล้ว ที่นี่ยังมีสวนฮิโรซากิ ปราสาทฮิโรซากิและจุดเที่ยวชมอื่นๆ ด้วย ทั้งกว้างขวางและสวยงาม สามารถมาชมกันได้ทุกฤดู โดยเฉพาะช่วงชมซากุระบานที่สวนแห่งนี้จะดูสวยงามเป็นพิเศษ ที่นี่จึงเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีผู้คนแห่แหนไปชมกันอย่างล้นหลาม

เที่ยวโทโฮคุ สัมผัสกับประสบการณ์เร้นลับอันน่าประทับใจ

ใครที่อยากไปไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รับรองว่าสถานที่ท่องเที่ยวในโทโฮคุทั้ง 6 แห่งนี้จะทำให้คุณได้พรกลับบ้านไปอย่างเต็มอิ่มกันแน่นอนค่ะ นอกจากนี้หากมาคิดดูดีๆ แล้ว การที่เราได้มาเที่ยวที่สวยๆ บรรยากาศดีๆ และได้ใช้เวลาไปกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่แบบนี้ก็เป็นเหมือนพรแห่งความสุขที่ได้จากการเที่ยวด้วยเหมือนกัน คุณว่าไหมคะ?

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร