คิวต่อไป คิวชู!! แพลนเที่ยวคิวชู 3 วันแบบโคตรละเอียด ฟุกุโอกะ-โออิตะ-คุมาโมโตะ กิน ช็อป ถ่ายรูป ครบ!!

"ภูมิภาคคิวชู" ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น อุดมไปด้วยธรรมชาติอันน่ามหัศจรรย์ ออนเซ็นฟินๆ ไปจนถึงสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์มากมาย เรียกได้ว่ามีที่เที่ยวเด็ดๆ รอให้คุณไปสัมผัสมากมายเต็มไปหมด! ในครั้งนี้ขอเอาใจทั้งขาประจำและนักท่องเที่ยวมือใหม่ จัดแพลนเที่ยว 3 จังหวัดเด็ด ฟุกุโอกะ-โออิตะ-คุมาโมโตะ 3 วัน 2 คืน ให้ไปเที่ยวกันแบบเต็มอิ่ม! แนะนำที่เที่ยวเด็ดๆ อาหารอร่อย จุดถ่ายรูปชิคๆ ไปจนถึงที่พัก ครบทุกรายละเอียดทั้งวิธีเดินทางที่แสนง่ายดาย รวมไปถึงเกร็ดความรู้ต่างๆ จบครบในบทความเดียว!!

คิวชู

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

【Day 2】บอกลาฟุกุโอกะ แล้วไปชิลล์กันต่อที่โออิตะ

[10:00 น.] เดินทางสู่「ยูฟุอิน」เมืองออนเซ็นเลื่องชื่อของญี่ปุ่น!

 

เช็กเอาท์กันเรียบร้อยแล้วก็เซย์กู้ดบายฟุกุโอกะ แล้วนั่งรถไฟมุ่งหน้าไปยังจังหวัดโออิตะกันเลยค่ะ!

จังหวัดโออิตะ (Oita・大分県) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของภูมิภาคคิวชู เป็นอีกหนึ่งจังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม มีชื่อเสียงเรื่องแหล่งออนเซ็นธรรมชาติเป็นพิเศษ อย่างเบปปุออนเซ็น ย่านออนเซ็นที่มีปริมาณน้ำพุร้อนออกมามากที่สุดในโลก!

แต่ในทริปนี้ เราขอพาทุกคนไปเดินเล่นชิลล์ๆ ชมธรรมชาติสวยๆ ที่เมืองออนเซ็นสุดน่ารักในโออิตะที่ห่างออกไปจากใจกลางเมืองเล็กน้อย "ยูฟุอิน" (Yufuin・湯布院) กันค่ะ รับรองว่าถูกใจทุกเพศทุกวัยแน่นอน  

 

สำหรับการเดินทางมายูฟุอินก็ไม่ยากเลย สามารถนั่งรถไฟแสนสวย Yufuin no Mori ตรงจากสถานี Hakata ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 15 นาที (2,860 เยน) หรือจะนั่งรถบัสด่วนตรงจาก Hakata Bus Terminal มาเลยก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (2,930 เยน) เช่นกัน 

ออกจากสถานียูฟุอินมาแล้วจะพบกับวิวเมืองบรรยากาศดี มีภูเขายูฟุดาเกะ (由布岳) อันทรงพลังเป็นฉากหลัง จากตรงนี้ไปจะเป็นถนนที่เรียงรายไปด้วยร้านค้ามากมาย จะเดินเล่นชิลล์ๆ ก็ได้ ปั่นจักรยานก็เพลินดี หรือจะนั่งรถม้าลากก็คลาสสิกไปอีกแบบ 

เมื่อเดินไปถึงบริเวณสะพานชิราทาคิ (白滝橋) จะเห็นวิวแม่น้ำตัดผ่านอย่างสวยงาม แวะถ่ายรูปกันสักนิด และก็ถึงเป้าหมายที่แรกของเราแล้วค่ะ
 

[10:30 น.] B-speak โรลเค้กแสนอร่อย นุ้ม~นุ่ม 

นอกจากวิวแสนสวยแล้วยูฟุอินยังมีร้านของหวานอร่อยๆ ให้ลิ้มลองกันมากมาย แต่ร้านที่เราคัดมาแล้วว่าเด็ดที่สุดก็ต้องเป็นที่นี่เลย "B-speak" ร้านโรลเค้กแสนอร่อย แบรนด์ย่อยของเรียวคังสุดหรู Sanso Murata การันตีด้วยยอดขายที่มากถึงวันละ 700 โรลในวันหยุด และยอดจองล่วงหน้าจำนวนมากแทบทุกวัน 

ในร้านมีขนมของแบรนด์ Sanso Murata วางเรียงรายอยู่มากมายทั้งช็อกโกแลต ไอศกรีม ชีสเค้ก ฯลฯ  แต่แน่นอนว่าที่ดังสุดก็ต้องเป็นโรลเค้กนุ้ม~นุ่ม ตามป้ายที่โชว์เด่นหราอยู่หน้าร้านแน่นอน! 
 

โรลเค้กสุดแสนจะน่ากินนี้เรียกว่า "P-roll" มีให้เลือกสองรสคือรสเพลน (ออริจินัล) และรสช็อกโกแล็ต อร่อยได้สองขนาดคือไซส์ใหญ่ 15 ซม. (1,520 เยนรวมภาษี) และ ไซส์เล็ก 5 ซม. (540 เยนรวมภาษี) เห็นในภาพอาจกะขนาดไม่ถูก แต่ขอบอกเลยว่าใหญ่มากก หมดชิ้นมีจุกๆ กันได้เลยล่ะค่ะ  

โรลเค้กของที่นี่ต้องซื้อกลับบ้านเท่านั้น และควรทานให้หมดภายในวันที่ซื้อ หากต้องเดินทางไกลก็สามารถซื้อถุงเก็บความเย็น (เก็บได้ 8 - 10 ชั่วโมง) เพิ่มได้เลยค่ะ 
 

หลังจากที่ได้ลองทั้งสองรสแล้วก็ขอบอกว่าอร่อยทั้งคู่ เนื้อเค้กค่อนข้างเบา และนุ่มละมุนลิ้นสุดๆ ไส้ครีมก็ให้มาแบบจัดเต็มก็เป็นครีมคุณภาพเยี่ยม หวานนิดๆ กำลังดี ส่วนตัวชอบรสช็อกโกแล็ตเป็นพิเศษเพราะเข้ากับครีมนัวๆ ได้แบบลงตัวสุดๆ
เพิ่มเติมอีกนิดว่าแต่ละวันมีขายจำนวนจำกัด ถ้าไปช้าบางไซส์อาจจะหมดได้ หากใครพูดภาษาญี่ปุ่นคล่องก็ขอแนะนำให้โทรมาจองล่วงหน้าได้เลยค่ะ 

อิ่มอร่อยกันแล้วก็เดินเล่นต่อเลยดีกว่า เพราะซอยช็อปปิ้งอยู่ข้างหน้าเรานี่เอง!
 

[11:00 น.] เดินช็อปปิ้ง ชิมของอร่อยที่ Yunotsubo Main Street

"ถนนช็อปปิ้งยุโนะสึโบะ" (湯の坪街道) ถนนยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ที่เต็มแน่นไปด้วยร้านค้าที่หลากหลายทั้งของกินของใช้ และคาเฟ่ต่างๆ ที่น่าจะทำเอากระเป๋าแฟบกันได้เลย แถมยังมีตึกสวยๆ อีกเต็มไปหมด เดินไปถ่ายรูปไป เพลินจนลืมเวลาแน่นอน 

ช็อปอย่างเดียวอาจจะเบื่อกันได้ ก็ขอแนะนำจุดถ่ายรูปสวยๆ พร้อมกิจกรรมเน้นๆ ให้แวะกันหน่อยดีกว่า 

[12:00 น.] เดินเล่นในหมู่บ้านน่ารักสไตล์อังกฤษ Yufuin Floral Village

"ยูฟุอินฟลอรัลวิลเลจ" (湯布院フローラルヴィレッジ) เป็นเหมือนหมู่บ้านขนาดย่อมที่รวมทั้งร้านขายของที่มีสินค้าหลากหลายแบบ ร้านขายขนม คาเฟ่ ไปจนถึงที่พัก และมีกิจกรรมต่างๆ ให้ไปสัมผัสมากมาย โดยอิมเมจของที่นี่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก หมู่บ้าน Cotswolds ประเทศอังกฤษนั่นเองค่ะ
 

เดินช็อปก็ได้ เดินถ่ายรูปก็ดี เพราะที่นี่มีจุดเด็ดๆ ให้เก็บภาพสวยๆ เต็มไปหมด! ที่เด่นที่สุดก็คงจะเป็นทางเดินร้านค้าเส้นเล็กๆ ที่ตกแต่งกิ๊บเก๋ วางขายสินค้าน่ารักๆ เหมือนหลุดไปในโลกของกระต่ายน้อยปีเตอร์แรบบิทเลยล่ะค่ะ ตอนที่เราไปเป็นช่วงเข้าฤดูใบไม้ร่วงพอดี ก็จะมีการตกแต่งต้อนรับเทศกาลฮาโลวีนอย่างที่เห็นในภาพด้านบนค่ะ  
 

นอกจากร้านค้าน่ารักแล้วก็ยังมีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการชมคอกสัตว์น้อยใหญ่ ซึ่งจะอยู่ตามมุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแพะ กระต่าย กระรอก เป็ด ฯลฯ ลูบๆ จับๆ ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ หรือจะให้อาหารด้วยก็ได้เช่นกัน (100 เยน) เห็นความน่ารักของพวกมันแล้วก็อดยิ้มไม่ได้เลยทีเดียวค่ะ

อีกความน่ารักที่ไม่ควรพลาดคือ "Owl"s Forest" ป่านกฮูกจำลองที่มีนกฮูกหลากหลายสายพันธุ์ให้ได้ไปสัมผัส และดูกันได้แบบใกล้ชิดสุดๆ เหล่านกฮูกได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี และเป็นมิตรกับมนุษย์แบบสุดๆ แถมยังมีบูธให้ถ่ายรูปกับนกฮูก ในบรรยากาศโลกเวทย์มนต์ของแฮรี่พอตเตอร์ด้วยล่ะ
 

ใกล้ๆ กันนั้นก็จะมีคาเฟ่แมวสุดคิ้วท์ "Cheschire Cat"S Fost" เห็นชื่อแล้วหลายคนอาจจะนึกถึงเจ้าแมวเชสเชียร์ในเรื่อง Alice in Wonderland ใช่แล้วค่ะ คาเฟ่นี้ตกแต่งในธีมอลิส เมื่อเข้าไปแล้วจะเหมือนกับหลุดอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ของอลิสกันเลยทีเดียว! 
 

แมวทุกตัวของที่นี่เป็นแมวเบงกอล เดินไปมาบ้าง เข้ามาเล่นด้วยบ้าง หรือนอนหลับปุ๋ยบ้าง แต่ทุกตัวเชื่องกับมนุษย์สุดๆ จุดนี้ทาสแมวพลาดไม่ได้เลยนะคะ แถมถ้าเข้าทั้งป่านกฮูกและคาเฟ่แมวก็จะได้ส่วนลดค่าเข้าด้วยล่ะ คุ้มสุดๆ 

ข้อควรระวัง: ห้ามใช้แฟลชขณะถ่ายรูปและอย่าเข้าไปอุ้มน้องแมวนะคะ เดี๋ยวน้องจะตกใจเอา
 

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าที่นี่มีร้านขายของหลากหลายแบบ นอกจากของกุ๊กกิ๊กน่ารักแล้วก็ยังมีร้านขายของแนวเรโทรสุดเก๋ "The Hideout" ที่มีทั้งของสะสม โมเดลรถ หมวก กระเป๋า แว่นตา นาฬิกา ฯลฯ ละลานตาสุดๆ ถูกใจทั้งหนุ่มๆ สาวๆ แน่นอน
(ที่จริงภายในร้านนี้ห้ามถ่ายรูปค่ะ โดยภาพข้างต้น เราได้รับอนุญาตจากเจ้าของร้านแล้ว)  

รับความสุขกันไปเต็มอิ่มแล้ว แต่ท้องดันหิวขึ้นมาซะนี่ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วค่ะ ว่าแล้วก็ไปร้านอาหารมื้อเย็นของเราในวันนี้กันเลยดีกว่า 
 

[16:00 น.] เมนูเนื้อสไตล์ใหม่ที่ Yufumabushi Shin

เดินไปอีกไม่ไกลก็จะถึง "ยูฟุมาบุชิ ชิน" (由布まぶし 心) ร้านเด็ดประจำยูฟุอินที่เรียกว่าถ้าไม่มาคือพลาดสุดๆ เลยค่ะ ที่ยูฟุอินจะมีสองสาขาคือหน้าสถานีและที่ทะเลสาบคินรินโกะ ครั้งนี้เราได้มาที่สาขาทะเลสาบคินรินโกะ ซึ่งเป็นสาขาหลักค่ะ ขอเสริมสักนิดว่าหากมาในช่วงเที่ยงหรือช่วงหกโมง คนอาจจะเยอะแบบสุดๆ แนะนำให้เลี่ยงช่วงเวลานี้ไว้จะดีกว่าค่ะ 

เข้าร้านมาแล้วก็ไม่ต้องเลือกนาน เพราะเราได้เล็งเมนูเด็ดประจำร้านไว้อยู่แล้ว ว่าแล้วก็สั่งเลยดีกว่า~

และเซตใหญ่บิ๊กเบิ้มในภาพนี้คือเมนูอันดับหนึ่งของร้าน "บุนโกะกิวมาบุชิ" (豊後牛まぶし) (2,700 เยนรวมภาษี) เมนูออริจินัลของร้านที่หากินที่ไหนไม่ได้แล้ว เมนูนี้มาจากการประยุกต์ "ฮิซึมาบุชิ" หรือเมนูปลาไหลยอดนิยมจากนาโกย่า โดยใช้ "เนื้อบุนโกะ" เนื้อวัววากิวคุณภาพดีของจังหวัดโออิตะแทนปลาไหลนั่นเอง

ในเซตประกอบด้วยข้าวหน้าเนื้อบุนโกะอบหม้อดิน ของดอง เครื่องเคียงหลายชนิด น้ำซุปดาชิ และซุปมิโสะแดง ให้แบบจัดเต็มคุ้มราคาสุดๆ และแน่นอนว่ารสชาติก็อร่อยสุดๆ !
 

เห็นเยอะขนาดนี้อาจจะสงสัยกันว่าจะกินยังไงนะ? ใครเคยกินฮิซึมาบุชิมาแล้วอาจจะพอรู้กันอยู่บ้าง แต่ไม่รู้ก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะที่นี่มีวิธีกินเขียนเป็นภาษาอังกฤษไว้ให้ด้วย หรือจะเรียนรู้จากบทความนี้เลยก็ไม่ว่ากันค่ะ!

ระหว่างรอจานหลักมาก็สามารถอร่อยกับเครื่องเคียงก่อนได้ และเมื่อยกหม้อดินมาเสิร์ฟแล้วให้คลุกข้าวด้วยทัพพีที่จัดเตรียมไว้ให้จนซอสเข้ากันก่อน จากนั้นก็ตักแบ่งใส่ถ้วยสำหรับแบ่งโดยจะมีวิธีกินในแบบต่างๆ ถึง 3 แบบ ดังนี้
 

ถ้วยแรก: ตักใส่ชามแล้วอร่อยได้เลย สามารถใส่ซอสทาเระเพิ่มได้ตามความชอบ แค่ตักเข้าปากคำแรกก็สัมผัสได้ถึงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมทั้งเนื้อ ข้าว ไปจนถึงซุปมิโซะแดงที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี
 

ถ้วยที่สอง: กินคู่กับพริกไทยยูสึ (柚子胡椒) วาซาบิ และผักดองได้ตามใจชอบ โดยผักดองจะเป็นของที่ทางร้านทำเองทั้งหมด โดยเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ใช้ผักคุณภาพดีที่ปลูกในท้องถิ่น เช่น แครอท สาหร่ายคงบุ หัวไชเท้า แตงกวา ดองด้วยกรรมวิธีต่างๆ ที่หลากหลาย เช่น ดองในน้ำส้มสายชูบ๊วย หรือหมักเกลือ เป็นต้น 
 

ถ้วยที่สาม: เทน้ำซุปดาชิจากกาลงไปแล้วทานแบบข้าวต้ม แอบเสริมเล็กน้อยว่าข้าวที่ติดก้นหม้อก็อร่อยไม่น้อย โดยเทซุปลงไปจะช่วยให้ตักได้ง่าย แล้วทานกับซอสหรือเครื่องปรุงตามใจชอบได้เลยค่ะ

หากใครไม่ทานเนื้อก็ยังมีเมนูไก่รวมถึงปลาไหล และมีเหล้าญี่ปุ่นให้กินคู่กันอีกด้วย เรียกได้ว่ามาร้านเดียวก็ได้ลิ้มลองของดีของยูฟุอินกันเน้นๆ แถมยังอร่อยจนอยากกลับมากินซ้ำเลยล่ะค่ะ

[17:00 น.] ชมวิวทะเลสาบแสนร่มรื่น Kinrinko

และแล้วก็มาถึงแลนด์มาร์คสุดท้ายที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของยูฟุอิน "ทะเลสาบคินรินโกะ" (金鱗湖) อยู่สุดถนนช็อปปิ้งยุโนะสึโบะ ทะเลสาบแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมของจังหวัดโออิตะ และถ้าหากมาในช่วงฤดูหนาวก็อาจได้เห็นภาพแสนมหัศจรรย์ของหมอกที่ลอยอยู่เหนือผิวทะเลสาบด้วยนะคะ

รอบๆ ทะเลสาบจะรายล้อมไปด้วยต้นไม้สีเขียว ร้านอาหาร ที่พัก คาเฟ่ให้ได้นั่งพักผ่อนกัน น้ำในทะสาบเองก็สวยใสสุดๆ มองลงไปเห็นฝูงปลาแหวกว่ายได้เลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีทางเดินโดยรอบให้ตามชมวิวทิวทัศน์และเก็บภาพบรรยากาศได้แทบทุกมุม เดินรับลมเย็นๆ ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
 

เมื่อเดินไปถึงอีกฝั่งของทะเลสาบจะพบกับ "ศาลเจ้าเทนโซะ" (天祖神社) ให้ได้ไปสักการะขอพรกัน ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่ตั้งของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุกว่า 600 ปี และจะมีเสาโทริอิเล็กๆ ตั้งอยู่กลางน้ำเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของศาลเจ้าแห่งนี้นั่นเองค่ะ
 

นอกจากสถานที่ที่แนะนำกันไปแล้วก็ยังมีจุดสวยๆ ให้ไปชมกันอีกมาก และยังมีร้านค้าน่าแวะอีกมากมาย จึงขอไปแวะเดินเล่นที่ถนนช็อปปิ้งอีกสักนิด ยิ่งเป็นช่วงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังตกดินบอกเลยว่าทั้งสงบและบรรยากาศดีมากๆ แต่ก็อย่าลืมเผื่อเวลากันไว้ด้วยนะคะ เพราะเราจะต้องเดินทางไปจังหวัดคุมาโมโตะกันต่อ โดยนั่งรถไฟ Yufuin no Mori แล้วต่อด้วยชินคันเซ็นใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง 

บอกลาเมืองเล็กน่ารักของจังหวัดโออิตะกันตรงนี้ แล้วเดินทางต่อกันเลยค่ะ
 

ยินดีต้อนรับสู่「คุมาโมโตะ」เมืองแห่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติแสนงดงาม

แล้วก็มาถึงจังหวัดสุดท้ายในทริปคิวชูนี้แล้วนะคะ "จังหวัดคุมาโมโตะ" (Kumamoto・熊本県) เป็นจังหวัดใหญ่ใจกลางภูมิภาคคิวชู มีที่เที่ยวน่าสนใจอยู่มากมายทั้งในตัวเมืองและธรรมชาติอันสวยงามของอุทยานแห่งชาติที่เราจะได้ไปชมกันในวันพรุ่งนี้ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นบ้านเกิดของ "คุมะมง" มาสคอตหมีสีดำที่พวกเรารู้จักกันดีอีกด้วยค่ะ

แม้จะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นในปี 2016 ที่สร้างความเสียหายแก่ตัวเมืองค่อนข้างมาก แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ก็สามารถฟื้นฟูสภาพเมืองขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าสัมผัสได้ถึงความสมัครสมานสามัคคีของผู้คนที่นี่จริงๆ ค่ะ

วิธีการเดินทางมายังจังหวัดคุมาโมโตะ สามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบิน Aso-Kumamoto Airport แม้จะไม่มีสายการบินบินตรงจากประเทศไทย แต่ก็สามารถเดินทางโดยรถไฟมาจากจังหวัดอื่นๆ ได้ โดยนั่งชินคันเซ็นจากสถานี JR Hakata จังหวัดฟุกุโอกะมายังสถานี JR Kumamoto ใช้เวลาเพียงแค่ 40 นาทีเท่านั้น 

มาถึงคุมาโมโตะก็มืดแล้ว จะเข้าที่พักเลยก็ได้ แต่ถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของคุมาโมโตะสักหน่อย ก็ขอแนะนำให้ไปยังที่เที่ยวต่อไปนี้ค่ะ
 

[20:30 น.] ชมแสงสีเสียง ลุยช็อปที่ Shimotori shopping arcade 

คุมาโมโตะมีถนนช็อปปิ้งสามเส้นหลักๆ ให้ได้เพลิดเพลินกัน และเส้นที่ยาวที่สุดก็คือ "ถนนช็อปปิ้งชิโมโทริ" (下通り新市街) ค่ะ การเดินทางมาก็สะดวกมากๆ แค่ลงรถรางสถานี Tirichosuji ก็จะถึงทันที 

บริเวณทางเข้าโดดเด่นด้วยป้ายไฟ เดินเข้าไปก็จะพบบรรยากาศสุดคึกคักของผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ ตามถนนเรียงรายไปด้วยร้านค้ามากมายไม่ว่าจะเป็นร้านเสื้อผ้า แบรนด์เนมต่างๆ ร้านขายยา ร้านขายของฝาก รวมถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ งานนี้ได้เพลินกันไปยาวๆ เลย
 

นอกจากร้านขายของแล้วก็ยังมีร้านอาหารและบาร์อีกมากมายตามซอยเล็กๆ ที่คึกคักเป็นพิเศษในช่วงกลางคืน และยังมีร้านเกม คาราโอเกะ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่างที่เที่ยวได้กันเลยค่ะ และหากยังไม่หนำใจก็ยังสามารถเดินไปช็อปต่อที่ถนนช็อปปิ้งซันโร้ด หรือคามิโทริได้อีกด้วย  

และเราก็ปิดท้ายวันที่สองด้วยการเก็บภาพบรรยากาศยามค่ำคืนของคุมาโมโตะกันให้เต็มอิ่มแล้วรีบเข้าที่พักเพื่อนอนเอาแรงค่ะ ทริปสุดท้ายในวันพรุ่งนี้ เราจะพาทุกคนไปชมที่เที่ยวในคุมาโมโตะที่บอกได้เลยว่าตะลึงกันแน่นอน!
 

 

▶ 【Day 3 แบบที่ 1】ธรรมชาติสุดอลังการ ณ「เมืองอะโซะ」หรือ【Day 3 แบบที่ 2】เที่ยวเพลินในตัวเมืองคุมาโมโตะ

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร