10 พิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่นสุดแปลกแหวกแนวที่ต้องไปสัมผัสให้ได้

กล่าวได้ว่า "ญี่ปุ่น" ที่เรารู้จักมีภาพลักษณ์อยู่ 2 แบบ คือ ญี่ปุ่นตามขนบธรรมเนียมที่ดูเก่าแก่สง่างาม และญี่ปุ่นแปลกๆ เต็มไปด้วยความขบขันที่ทำให้ชีวิตดูน่าสนใจมากขึ้น ข่าวดีคือคุณสามารถสัมผัสกับมุมแปลกๆ ของญี่ปุ่นนี้ได้ง่ายๆ ตามพิพิธภัณฑ์สุดแปลกแหวกแนวที่มีอยู่มากมาย ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปพบกับ 10 พิพิธภัณฑ์สุดแปลกดังกล่าว ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ห้องน้ำไปจนถึงปรสิตในร่างกาย!

ทั่วประเทศ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

1. พิพิธภัณฑ์ราเมงชินโยโกฮาม่า (โยโกฮาม่า)

ญี่ปุ่นชื่นชอบราเมงถึงขนาดที่มีพิพิธภัณฑ์เป็นของตัวเอง! พิพิธภัณฑ์ราเมงชินโยโกฮาม่า (Shin-Yokohama Raumen Museum) ตั้งอยู่ในเขตชินโยโกฮาม่าของเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น และยังได้รับการยกย่องให้เป็นสวนสนุกธีมอาหารแห่งแรกในโลกอีกด้วย

บนชั้น G เป็นที่ตั้งของร้านค้า พิพิธภัณฑ์และแกลเลอรีอธิบายประวัติศาสตร์ของบะหมี่ราเมงในญี่ปุ่น แต่จุดขายจริงๆ ของสถานที่แห่งนั้นอยู่ลึกลงไปในชั้นใต้ดินซึ่งถูกแปลงโฉมให้เป็นย่านดาวน์ทาวน์ของโตเกียวในยุคโชวะ (ค.ศ. 1926 - 1989) ทำให้ผู้มาเยี่ยมชมรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลาไปในอดีตเลยทีเดียว เป็นพื้นที่ที่ประกอบไปด้วยฉากอาคารที่ดูมีเอกลักษณ์ โปสเตอร์ และดนตรียุคเก่าที่เปิดเคียงไปกับเสียงไซเรนแจ้งเตือนการโจมตีทางอากาศ

ที่สำคัญคือคุณสามารถลิ้มลองราเมงชื่อดังจากทั่วญี่ปุ่นได้ที่นี่! รวมทั้งทงคตสึราเมงและราเมงสาหร่ายริชิริจากร้าน มิราคุ (Miraku) ในฮอกไกโด ซึ่งว่ากันว่าเป็นร้านที่หารับประทานได้ยากเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น

หากสถานการณ์ปัจจุบันทำให้คุณไม่สามารถไปเยี่ยมชมได้ด้วยตัวเอง คุณสามารถรับชมทัวร์ออนไลน์และคู่มือทำราเมงของทางพิพิธภัณฑ์ได้ที่นี่

2. พิพิธภัณฑ์มายองเนสคิวพี (โจฟุ, โตเกียว)

ครัวญี่ปุ่นไม่อาจสมบูรณ์ได้หากปราศจากมายองเนสยี่ห้อคิวพี มายองเนสฝาแดงในขวดพลาสติกอันโดดเด่น พิพิธภัณฑ์มายองเนสคิวพี (Kewpie Mayo Museum) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Mayo Terrace เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นมาสำหรับมายองเนสแบรนด์นี้โดยเฉพาะ

เมื่อมองจากด้านนอกอาจดูเหมือนพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย แต่พอได้เข้าไปข้างในแล้วก็จะพบกับมายองเนสเต็มไปหมด คุณสามารถเดินลอดผ่านขวดมายองเนสขนาดใหญ่ ชมวิธีการทำมายองเนส เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของคิวพี หรือแม้แต่ทำมายองเนสในแบบของคุณเอง แม้ว่าพิพิธภัณฑ์จะตั้งใจเจาะกลุ่มลูกค้าเด็กๆ แต่ก็มีความแปลกใหม่ที่สมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ สามารถสนุกไปด้วยกันได้

3. พิพิธภัณฑ์อึ (อาโอมิ, โตเกียว)

มุกตลกเกี่ยวกับอุจจาระเป็นสิ่งที่พบเจอได้ทั่วโลก พิพิธภัณฑ์อึ (Poop Museum) ในโตเกียว เป็นสถานที่ที่จะพาคุณไปออกสำรวจความหมกมุ่นในมุกอึๆ เหล่านี้

พิพิธภัณฑ์นี้นอกจากจะเป็นพื้นที่ศิลปะแนวโต้ตอบที่กระตุ้นต่อมฮาของเราแล้ว มันยังทำให้เราได้คิดอีกด้วยว่า ทำไมเราถึงรู้สึกว่าอึมันตลก? ทำไมเราโอเคกับของหวานรูปอึ? ทำไมอึจึงดูตลกยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อนำลูกตาพลาสติกกลิ้งได้ไปติดไว้? คำถามเหล่านี้จะกระจ่างเมื่อคุณแวะมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ และเล่นเกมที่ "Crappy Arcade" หรือซื้อของฝากแปลกประหลาดที่ร้าน "Poop Factory" และในโซน “Unstagenic” ก็ยังมีจุดถ่ายรูปในธีมอึให้ลองปลดปล่อยจินตนาการกันอีกด้วย

สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาไปเยี่ยมชม คุณก็สามารถสัมผัสการจัดแสดงดังกล่าวนี้ผ่านทางทัวร์ออนไลน์ของพิพิธภัณฑ์อึได้เช่นกัน!

4. พิพิธภัณฑ์ TOTO (ฟุกุโอกะ)

ความหลงใหลในสิ่งปฏิกูลของญี่ปุ่นไม่หยุดอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อึเท่านั้น แต่ยังมีพิพิธภัณฑ์ห้องน้ำอยู่อีกด้วย!

พิพิธภัณฑ์ห้องน้ำ (Toilet Museum) แห่งนี้ตั้งอยู่ในฟุกุโอกะ ภูมิภาคคิวชู บริหารโดยบริษัท TOTO หนึ่งในผู้ผลิตเครื่องสุขภัณฑ์รายใหญ่ระดับโลก ห้องน้ำเป็นสิ่งที่เราทุกคนคุ้นเคยกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่มีน้อยคนที่จะรู้ว่าเทคโนโลยีด้านความสะอาดนี้ได้ผ่านวิวัฒนาการที่ยิ่งใหญ่มาอย่างไรบ้างในช่วงไม่กี่สิบปีมานี้ ตัวอย่างเช่น วัสดุโถส้วมไร้คราบที่ช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ระบบกดน้ำรูปแบบใหม่ที่ใช้น้ำน้อยลง และระบบส้วมอเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็ถูกคิดค้นขึ้นโดย TOTO ทั้งสิ้นหรือหากไม่ใช่ ก็เป็น TOTO เองนี่แหละที่ช่วยพัฒนาให้เทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์เหล่านี้สมบูรณ์แบบ

พิพิธภัณฑ์นี้ประกอบไปด้วยห้องจัดแสดง 4 ห้อง บอกเล่าประวัติศาสตร์ของ TOTO จุดเปลี่ยนผันในประวัติศาสตร์ห้องน้ำ รวมถึงอนาคตที่เป็นไปได้ของบัลลังก์เครื่องเคลือบนี้ ร้านค้าในพิพิธภัณฑ์ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรแวะเช่นกัน เนื่องจากมีการจำหน่ายสินค้าออริจินัลของ TOTO ที่หาซื้อที่อื่นไม่ได้ด้วย

วิดีโอทัวร์พิพิธภัณฑ์นี้อย่างสั้นๆ สามารถรับชมได้ที่นี่

5. พิพิธภัณฑ์ยาสูบและเกลือ (สุมิดะ, โตเกียว)

ความยอดเยี่ยมของญี่ปุ่นอย่างหนึ่ง คือ เชี่ยวชาญในการทำให้สิ่งปกติในชีวิตประจำวันดูน่าสนใจขึ้น พิพิธภัณฑ์ยาสูบและเกลือ (Tobacco & Salt Museum) สร้างขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของเจ้า 2 สิ่งนี้โดยเฉพาะ แม้ว่าในปัจจุบันจะเป็นของที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่ในอดีตแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น

ยาสูบและเกลือเคยเป็นของที่หามาครอบครองได้ยากมาก และก็ยิ่งมีค่ามากขึ้นเมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นเข้ามาผูกขาดการผลิตและการจัดจำหน่ายด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม มันก็ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของญี่ปุ่น ส่งผลกระทบทั้งในด้านสังคม เทคโนโลยี และศิลปะของประเทศ ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์นี้ประกอบไปด้วยวัตถุโบราณกว่า 36,000 ชิ้น ตั้งแต่ภาพอุกิโยเอะ (Ukiyo-e) ที่เป็นภาพคนญี่ปุ่นกำลังเพลิดเพลินกับบุหรี่ในช่วงศตวรรษที่ 18-19 ไปจนถึงถุงใส่เกลือของชาวเผ่าในเอเชียตะวันตก และกล้องยาสูบที่โด่งดังจากหลายยุคสมัย

6. พิพิธภัณฑ์ท่อน้ำทิ้งโตเกียว “Rainbow” (อาริอาเกะ, โตเกียว)

แน่นอนว่าท่อน้ำทิ้งไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะนึกถึงกัน แต่ในกรณีของโตเกียว หนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโลกนั้น ได้ให้ความสำคัญกับความสะอาดอยู่ตลอดเวลา ในปัจจุบันจึงกลายเป็นเมืองที่โด่งดังเรื่องระบบท่อระบายน้ำที่แสนซับซ้อน  คุณสามารถศึกษาเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ได้ที่พิพิธภัณฑ์ท่อน้ำทิ้งโตเกียว (Tokyo Sewerage Museum) ที่บริหารโดยสำนักการระบายน้ำของรัฐบาลกรุงโตเกียว

ภายในอาคาร ผู้ที่มาเยี่ยมชมจะได้ลองสวมบทบาทของพนักงานรักษาความสะอาด ลองควบคุมปั๊มท่อน้ำทิ้ง ตรวจสอบท่อน้ำ และเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการตรวจสอบคุณภาพน้ำ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรี เหมาะสำหรับพาครอบครัวมาใช้เวลาในช่วงกลางวันเป็นอย่างยิ่ง แถมตอนนี้ยังมี ทัวร์ออนไลน์ชมระบบท่อน้ำทิ้งโตเกียว ที่รองรับการชมผ่าน VR, คอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ให้ลองใช้บริการด้วยเช่นกัน

7. พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยาเมกุโระ (โตเกียว)

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เหมาะกับคนที่ใจแข็งไม่พอ ก่อนเดินทางไปควรระวังเรื่องอาหารไว้ให้ดีเนื่องจากที่พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยาเมกุโระ (Meguro Parasitological Museum) นั้น คุณจะพบกับแมลง หนอน และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ กว่า 60,000 สายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ภายในร่างกายและผิวหนังของสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ ชั้นแรกของพิพิธภัณฑ์จะจัดแสดงปรสิตที่พบในตัวสัตว์ และชั้น 2 จัดแสดงปรสิตที่พบในร่างกายมนุษย์ ซึ่งรวมถึงพยาธิตัวตืดที่ยาวกว่า 9 เมตร หากได้แวะมาที่นี่แล้วอาจทำให้คุณไม่ชอบสเต๊กแบบแรร์ไปเลยก็ได้

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เก็บค่าเข้าชม แต่เนื่องจากเป็นสถานวิจัยของเอกชน จึงยินดีรับเงินบริจาคอยู่เสมอ

8. พิพิธภัณฑ์เลิฟดอล (ไซตามะ)

เลิฟดอลไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะยกขึ้นมาพูดคุยกัน แต่ช่างถ่ายภาพคุณโยชิทากะ เฮียวโดะ (Yoshitaka Hyodo) นั้นเห็นว่าเลิฟดอลเป็นอะไรที่มากกว่าวัตถุทางเพศ เขามองว่าเลิฟดอลเป็นผลงานศิลปะ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเปลี่ยนบ้าน 2 ชั้นของตัวเองในจังหวัดไซตามะให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เลิฟดอลแห่งแรกและแห่งเดียวของญี่ปุ่น จริงๆ แล้วสถานที่แห่งนี้มีชื่ออย่างทางการว่า "พิพิธภัณฑ์สมบัติลับโยชิโอะ (Yashio Hidden Treasure Museum)" และคุณเฮียวโดะก็ได้ปฏิบัติกับมันเช่นนั้นจริงๆ มีการเปลี่ยนเครื่องตกแต่งและการจัดวางอย่างทุ่มเทและเอาใจใส่ โดยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามอารมณ์ศิลปินของเขา

ในอดีต ที่ชั้น 1 จะจัดเป็นธีมทหาร และชั้น 2 เป็นธีมโรงพยาบาล ส่วนในอนาคตจะเปลี่ยนเป็นอะไรนั้นก็เกินที่จะคาดเดา ถือเป็นความน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ พิพิธภัณฑ์เลิฟดอลเปิดให้เข้าชมเพียงไม่กี่วันต่อปี สามารถสอบถามรายละเอียดและทำการจอง (เปิดรับเฉพาะผู้ที่จองล่วงหน้าเท่านั้น) ได้โดยส่งอีเมลไปหาคุณเฮียวโดะที่ hey@mbc.nifty.com อย่างไรก็ตาม การติดต่อทั้งหมดนี้จำเป็นต้องเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น

9. พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยเมจิ แผนกเอกสารอาชญากรรม (อากิฮาบาระ, โตเกียว)

แผนกเอกสารอาชญากรรมที่พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยเมจิ (Meiji University Museum) ในโตเกียวเจาะจงไปที่ "กฎหมายกับผู้คน อาชญากรรมกับการลงโทษ" มีจุดที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนเป็นพิเศษ คือ ส่วนของการลงโทษ พิพิธภัณฑ์จัดแสดงเครื่องมือทรมานและอุปกรณ์สำเร็จโทษนานาชนิดจากหลายยุคสมัย ตัวอย่างเช่น กิโยติน หุ่นเหล็กสาวพรหมจรรย์ (Iron Maiden) และเครื่องตรึงกางเขน

คุณยังจะได้พบกับภาพพิมพ์ไม้มากมายที่บอกเล่าวิธีการลงโทษหลากหลายรูปแบบในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603 - 1868) เนื่องจากของจัดแสดงบางชิ้นมีความสุดโต่งสูงมาก เราจึงไม่แนะนำให้พาเด็กๆ และผู้ที่ขวัญอ่อนไป

10. พิพิธภัณฑ์แมว (ชิซูโอกะ)

จุดหมายที่ห้ามพลาดสำหรับคนรักแมว พิพิธภัณฑ์แมว (Cat Museum) ในชิซูโอกะจะให้คุณได้สัมผัสกับสัตว์ตระกูลแมวหลากหลายชนิด ทั้งที่มีชีวิตและไม่มี อาจฟังดูสยองไปหน่อยแต่ก็ขอรับรองว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด ที่นี่มีแมวเลี้ยงกว่า 50 สายพันธุ์ให้คุณเล่นด้วยในส่วนของ Petting Gallery และส่วนที่เหลือของพิพิธภัณฑ์ก็มีไว้สำหรับญาติห่างๆ ของแมว มีทั้งเสือและสิงโตสตัฟฟ์ รวมถึงแบบจำลองโครงกระดูกแมวใหญ่ที่สูญพันธุ์ไปแล้วอย่างเสือเขี้ยวดาบและสิงโตถ้ำอันน่าเกรงขาม

ส่วน Cat Art Gallery ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน มีการจัดแสดงศิลปะเกี่ยวกับแมวหลากหลายประเภท ตั้งแต่แบบจำลองน่ารักๆ ของเล่นแมสๆ ไปจนถึงรูปสัญลักษณ์ในเชิงศาสนา แม้ว่าพิพิธภัณฑ์นี้จะไม่มีทัวร์ออนไลน์เป็นของตัวเอง แต่คุณก็สามารถชมการจัดแสดงบางส่วนได้จากวีดีโอเดินชมพิพิธภัณฑ์ ปี 2011

เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นไม่เคยเขินอายในวัฒนธรรมที่อาจจะดูบ๊องๆ แต่กลับนำสิ่งเหล่านี้มาจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดูแปลกและน่าหลงใหลในแบบที่หาเปรียบไม่ได้ หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่ "แปลกและน่าสนใจ" หากนี่คือสิ่งที่คุณต้องการสัมผัสในทริปญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ รับรองได้ว่าสถานที่ 10 แห่งนี้จะต้องเหมาะกับคุณอย่างแน่นอน หากลองได้ไปแล้วคุณจะไม่คิดว่าการเที่ยวพิพิธภัณฑ์เป็นเรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป!

 

Title image: ponta2012 / PIXTA

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร