7 ที่เที่ยวแนะนำใน Shizuoka จังหวัดแห่งภูเขาไฟฟูจิ

จังหวัด Shizuoka เป็นที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิซึ่งเป็นมรดกโลกชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น การปีนภูเขาไฟฟูจิอย่างจริงจังอาจจะยากไปสักนิด แต่การชมความยิ่งใหญ่ตระการตาของภูเขาไฟฟูจินั้นไม่เรียกได้ว่าไม่ยากเลยล่ะค่ะ เนื่องจากภูเขาไฟฟูจิมีขนาดใหญ่มากจึงสามารถชมได้จากหลายจังหวัด และจังหวัด Shizuoka ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติแสนงดงามมากมาย ทั้งภูเขา ทะเล ทะเลสาบ น้ำพุร้อน ฯลฯ ลองมาเที่ยวที่นี่กันดูนะคะ !

ชิสึโอกะ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

1. ทะเลสาบ Tanuki (ป้าย Kyukamura Fuji)

บนที่ราบสูง Asagiri (朝霧高原) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัด Shizuoka สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากฝั่งตะวันตก เป็นหนึ่งในจุดชมทัศนียภาพที่รู้จักกันดีของบริเวณนั้นได้แก่ “ทะเลสาบ Tanuki” (田貫湖) ที่นี่สามารถมองเห็นได้ทั้งภูเขาไฟฟูจิและภาพสะท้อนของภูเขาไฟฟูจิบนพื้นผิวทะเลสาบที่เรียกว่า “ภูเขาไฟฟูจิกลับด้าน” นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมีต้นซากุระบานมากมายในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ให้คุณเพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลไม่รู้เบื่อ

เมื่อพระอาทิตย์ตกดินยามสนธยา ยังสามารถชมปรากฏการณ์ภูเขาไฟฟูจิเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มเหนือทะเลสาบ Tanuki เรียกภูเขาไฟฟูจิยามที่เปลี่ยนเป็นสีแดงขณะมีหิมะปกคลุมว่า “ฟูจิบานเย็น” และเรียกภูเขาไฟฟูจิยามที่เปลี่ยนเป็นสีแดงขณะไม่มีหิมะปกคลุมว่า “ฟูจิแดง”

2. รีสอร์ทออนเซ็น Shuzenji Onsenkyo (สถานี Shuzenji)

“เขต Shuzenji” (修善寺) มีย่านออนเซ็น (修善寺 温泉郷) ที่มีประวัติยาวนานและเต็มไปด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่นจนได้รับขนานนามว่า “เกียวโตแห่ง Izu” นอกจากนี้ยังมี “วัด Shuzenji” ซึ่งพระอาจารย์ Kukai (พระภิกษุสงฆ์ชื่อดังของญี่ปุ่น ออกเผยแพร่ศาสนาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 ถึงศตวรรษที่ 9) เป็นผู้ก่อตั้งอีกด้วย

บริเวณนี้มีรีสอร์ทออนเซ็นที่ดำเนินกิจการต่อเนื่องมายาวนานหลายแห่ง สมกับที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นย่านรีสอร์ทออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของคาบสมุทร Izu เช่น ออนเซ็นเรียวกัง “Ukairo Kikuya”  (湯回廊 菊屋) ที่มีความเกี่ยวพันกับนักประพันธ์ชาวญี่ปุ่น Soseki Natsume มีประวัติยาวนานกว่า 360 ปี ที่พักแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจสถาปัตยกรรมเก่าแก่แบบญี่ปุ่น

3. จุดชมวิว Miho no Matsubara (ป้าย Mihonomatsubara Iriguchi)

จุดชมวิว “Miho no Matsubara” (三保の松原) เป็นหาดทรายขาวยาว 7 กม. สามารถชมภูเขาไฟฟูจิอันยิ่งใหญ่ตระการตาได้ที่อีกฟากซึ่งขนาบข้างไปด้วยทะเล หากบรรยากาศ เวลา และธรรมชาติเป็นใจ อาจได้ชมทั้งความงดงามของทะเลและภูเขาไฟฟูจิควบคู่กันไปเลยล่ะค่ะ

ศาลเจ้า Miho (御穂神社) ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางคาบสมุทร Miho ด้านหน้าเป็นทางเดินมุ่งสู่ศาลเจ้าที่เรียกว่า “Kami no michi (เส้นทางแห่งพระเจ้า)” มีต้นสนขึ้นเรียงรายตามแนวหาด ที่จุดชมวิว Miho no Matsubara แห่งนี้ คุณจะได้เพลิดเพลินกับการสีสันที่ตัดกันของต้นสนสีเขียว หาดทรายสีขาว และทะเลสีคราม

4. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทะเลลึกท่าเรือ Numazu (ป้าย Numazuko)

อ่าว Suruga (駿河湾) จังหวัด Shizuoka ขึ้นชื่อว่าเป็นอ่าวที่ลึกที่สุดในประเทศญี่ปุ่น จุดที่ลึกที่สุดมีความลึกถึง 2,500 เมตร และมีสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก บริเวณเดียวกันนั้นมี “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทะเลลึกท่าเรือ Numazu (Numazu Deep Sea Aquarium)”  (沼津港深海水族館) ซึ่งหันหน้าเข้าสู่อ่าว Suruga เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทะเลลึกแห่งแรกของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการฟอสซิลและปลาโบราณซีลาแคนท์แช่แข็งทั้งตัวจัดแสดงด้วย

สามารถชมสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่รวบรวมจากอ่าว Suruga และจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่นี่ มีสัตว์ใต้ทะเลลึกรูปร่างน่ากลัวมากมาย เช่น ตัวไอโซพอดยักษ์ซึ่งห่อหุ้มร่างกายไปด้วยเปลือกแข็ง หอยงวงช้าง ปลาคินเมไดเรืองแสงซึ่งใต้ตามีอวัยวะที่เรืองแสงได้ในที่มืด เป็นต้น สถานที่แห่งนี้จะนำคุณดำดิ่งสู่โลกที่คุณไม่รู้จัก

5. น้ำตก Shiraito&น้ำตก Otodome (ป้าย Shiraitonotaki)

“น้ำตก Shiraito (แปลว่าด้ายสีขาว)” (白糸の滝) ได้รับการกำหนดให้เป็นสมบัติทางธรรมชาติแห่งชาติ เป็นน้ำตกที่มีเสน่ห์สวยงามอย่างมากราวกับเส้นด้ายสีขาวย้อยตกลงมา ถัดไปไม่ไกลจะได้ยินเสียงน้ำตกไหลราวกับสยบทุกสรรพเสียงจาก “น้ำตก Otodome (แปลว่าหยุดเสียง)” (音止めの滝) ที่ตกลงมาจากความสูง 25 เมตร ในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถชมภูเขาไฟฟูจิได้เบื้องหลังน้ำตก เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่น่าตื่นตาตื่นใจ

นอกจากนี้ยังมีทางเดินทอดน่องไปยังบริเวณใกล้แอ่งน้ำตก เด็กเล็กก็สามารถเดินเล่นสนุกสนานได้ ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปีใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแดงให้ทัศนียภาพเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

6. สถานี Okuoikojo (สถานี Okuoikojo)

“สถานี Okuoikojo” (奥大井湖上駅) เป็นสถานีไร้ผู้คนตั้งอยู่ที่ปลายสุดของคาบสมุทรบนฝั่งซ้ายของเขื่อนทะเลสาบ มองจากไกลๆ จะเห็นเหมือนกับว่าสถานีลอยอยู่กลางอากาศเกือบกึ่งกลางสะพานที่ทอดยาว สะพานเหล็กสีแดงที่พาดอยู่สองฝั่งของสถานีมีชื่อว่า “Okuoi Rainbow Bridge” (奥大井レインボーブリッジ) พาดอยู่เหนือทะเลสาบสีเขียวมรกตสวยงามอย่างยิ่ง เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวชั้นเลิศที่ขาดไม่ได้ของจังหวัด Shizuoka

นอกจากนี้ บางเวลายังมีหมอกลงที่สถานี Okuoikojo ให้คุณได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพลึกลับราวกับกำลังอยู่บนเมฆ วิวทิวทัศน์ที่มองเห็นจากชานชาลาสถานีและหน้าต่างรถไฟก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน 

7. ศาลเจ้า Kunozan Toshogu (ป้าย Kunozanshita)

“ศาลเจ้า Kunozan Toshogu” (久能山東照宮) เป็นที่บวงสรวงเซ่นไหว้โชกุน Tokugawa Ieyasu ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งระบบโชกุน อีกทั้งยังเป็นโชกุนรุ่นแรก ภายในศาลเจ้ามี “พิพิธภัณฑ์ Kunozan Toshogu” (久能山東照宮博物館) ซึ่งเก็บรักษาและจัดแสดงวัตถุทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น ชุดเกราะและดาบที่เกี่ยวข้องกับสงคราม Sekigahara อันมีชื่อเสียงของโชกุน Tokugawa Ieyasu

บันไดหินซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของศาลเจ้าแห่งนี้ มีถึง 1,159 ขั้น ทัศนียภาพจากบันไดสูงนี้สวยงามมาก นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการโรปเวย์จากยอดเขา Nihondairasan (日本平山) เพื่อเพลิดเพลินผ่อนคลายไปกับทัศนียภาพ โดยไม่จำเป็นต้องปีนบันไดหินยาวให้เหนื่อย !

 

เราได้นำเสนอจุดท่องเที่ยวแนะนำของจังหวัด Shizuoka ที่ได้ทำการเลือกสรรมาอย่างดีไปแล้ว เมื่อพูดถึง Shizuoka ก็ต้องนึกถึงภูเขาไฟฟูจิ ! หากได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ด้วยสายตาตัวเองแล้วจะต้องประทับใจจนพูดไม่ออกแน่นอน  นอกจากนี้ภูเขาไฟฟูจิยังสวยงามแตกต่างกันไปตามฤดูกาล คงสนุกไม่น้อยหากได้ค้นหาทัศนียภาพและฤดูกาลที่คุณชื่นชอบ !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร