แวะพักใจหลังเที่ยวโตเกียวที่ "10 ออนเซ็นแนะนำในแถบคันโต" !

หลังจากเดินเที่ยวและช็อปปิ้งในโตเกียวจนพอใจแล้ว ลำดับต่อไปก็ต้องเป็นการเยียวยาความเหนื่อยล้าด้วยออนเซ็นร้อนๆ ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์! ในวันนี้ เราจะมาแนะนำแหล่งออนเซ็นที่สามารถเดินทางจากเขตเมืองหลวงไปได้ง่ายๆ อีกทั้งบางแห่งยังสามารถเที่ยวแบบไปเช้า - เย็นกลับจากโตเกียวด้วย ลองดูไฮไลท์และคุณสมบัติเด่นของน้ำพุร้อนในออนเซ็นแต่ละแห่งแล้วเลือกอันที่คุณชอบได้เลย!

คันโต

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

จุดเด่นของออนเซ็นในแถบคันโต

ออนเซ็นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยว ออนเซ็นในแถบคันโตเองก็มักจะมีพร้อมทั้งสถานที่สำหรับการผ่อนคลายและท่องเที่ยว คุณจะไปเดินเล่นในเขตเมืองออนเซ็นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือนั่งพักผ่อนชมวิวในบริเวณรอบๆ ก็ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ออนเซ็นในแถบนี้ยังสามารถเดินทางจากโตเกียวไปได้ง่ายๆ จะไปแวะพักเพื่อแช่ออนเซ็นสักคืนหลังจากที่เที่ยวโตเกียวจนหนำใจแล้วก็เป็นความคิดที่ไม่เลวทีเดียว โดยทั่วไปแล้ว น้ำพุร้อนในออนเซ็นแต่ละแห่งจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ลองเลือกบ่อที่เหมาะกับร่างกายของคุณดูนะ

อิคาโฮะออนเซ็น : ชมบันไดหินแสนสวย เดินทาง 90 นาทีจากโตเกียว (กุนมะ)

อิคาโฮะออนเซ็น (伊香保温泉) เป็นออนเซ็นอายุกว่า 400 ปีที่มีบันไดหิน 365 ขั้นเป็นสัญลักษณ์ บันไดแต่ละขั้นมีตัวเลขเขียนติดไว้ หลายๆ คนจึงมักคำนวณลำดับของวันเกิดตัวเองและถ่ายรูปกับบันไดหินขั้นนั้น ที่บันไดขั้นบนสุด ตรงกลาง และล่างสุดของบันไดหินจะมีบ่อแช่เท้าให้ใช้บริการฟรี คุณสามารถไปแช่ระหว่างเดินได้สบายๆ

สองข้างทางของบันไดมีร้านค้ามากมายตั้งเรียงรายอยู่ ไม่ว่าจะเป็นซุ้มยิงปืนโบราณ (ซุ้มที่ใช้ปืนยิงจุกคอร์กไปยังรางวัลต่างๆ เช่น ของเล่นหรือขนม) หรือร้านขายมันจู (ขนมนึ่งชนิดหนึ่งที่ทำจากแป้งแผ่นบางๆ ห่อถั่วต้มน้ำตาล) ที่คุณสามารถซื้อไปทานระหว่างเดินเที่ยวชมเมืองได้ เมื่อเดินขึ้นไปจนถึงขั้นบนสุดของบันไดก็จะพบกับศาลเจ้าอิคาโฮะ (伊香保神社) ที่ผู้คนนิยมมาขอโชคขอพรด้วย หากมาในช่วงกลางคืนก็จะได้เห็นบันไดหินที่ประดับไฟอย่างสวยงามเป็นของแถม

ออนเซ็นของอิคาโฮะมีให้แช่ทั้งหมด 2 แบบ คือ "โคกาเนะ โนะ ยุ" (黄金の湯) น้ำสีน้ำตาลที่อุดมด้วยแคลเซียมและโซเดียม กับ "ชิโรกาเนะ โนะ ยุ" (白銀の湯) น้ำพุร้อนสีใสไร้กลิ่นที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและคนที่เพิ่งหายป่วย

คุณสามารถเดินจากบันไดหินไปยังโคกาเนะ โนะ ยุได้ภายในเวลา 15 นาที ข้างๆ นั้นมีสะพานสีแดงชาดอยู่ ถือเป็นจุดชมใบไม้เขียวและใบไม้แดงชื่อดังเลยทีเดียว

ชิมะออนเซ็น : ที่พักฉบับจิบลิ (กุนมะ)

ประวัติของชิมะออนเซ็น (四万温泉 เขียนด้วยคันจิ 四万 ที่หมายถึงสี่หมื่น) ย้อนไปราว 1,000 - 1,200 ปีก่อน เป็นออนเซ็นที่มีตำนานเล่าขานว่าสามารถเยียวยารักษาได้ถึง 40,000 โรค หากไปแช่ก็จะทำให้ผิวสวย หากดื่มน้ำในบ่อน้ำพุร้อนก็จะดีต่อท้องไส้ ที่นี่มีน้ำพุสำหรับดื่มอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งเรียวกังต่างๆ ก็เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นที่ทำจากวัตถุดิบตามฤดูกาลด้วย คุณจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายดั้งเดิมผ่านอาหารและอาคารบ้านเรือนอย่างเต็มอิ่มเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ในกลุ่มแฟนๆ ของจิบลิยังมีการกล่าวถึงเซกิเซ็นคัง (積善館) ของชิมะออนเซ็นอายุกว่า 300 ปีแห่งนี้ที่เหมือนกับโรงอาบน้ำในอนิเมชันเรื่อง Spirited Away ราวกับถอดแบบกันมา คุณจะรู้สึกราวกับได้หลุดเข้าไปในภาพยนตร์เลยทีเดียว

รอบๆ ออนเซ็นมีจุดชมทัศนียภาพอันเขียวขจีและใบไม้เปลี่ยนสีอย่างฮินาทามิยาคุชิโด (日向見薬師堂) และทะเลสาบโอคุชิมะ (奥四万) ให้คุณได้แวะชมด้วย

คุซัตสึออนเซ็น : แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดดเด่นเรื่องฆ่าเชื้อ (กุนมะ)

สัญลักษณ์ประจำคุซัตสึออนเซ็น (草津温泉) คือ ยูบาทาเกะ (湯畑 สิ่งก่อสร้างที่ลำเลียงน้ำร้อนมาพักไว้เพื่อทำการปรับอุณหภูมิหรือความเข้มข้นของแร่ธาตุให้เหมาะสม) ที่มีน้ำพุ่งขึ้นมากว่า 3,000 - 4,000 ลิตรต่อนาที อีกทั้งยังมีความเป็นกรดสูงมากที่ pH 2.1 อีกทั้งบริเวณแหล่งต้นน้ำพุที่ใจกลางเมืองก็จะมีการประดับไฟอย่างสวยงามในตอนกลางคืนด้วย 

หากอยากจะเที่ยวชมเมืองออนเซ็น เราก็ขอแนะนำให้ลองแวะไปทำ "ยุโมมิ" (湯もみ) ในตำนานที่ออนเซ็น "เน็ทสึโนะยุ" (熱乃湯) กันสักหน่อย ยุโมมิคือการลดอุณหภูมิของน้ำจากต้นน้ำพุที่อาจสูงถึง 50 - 95 องศาเซลเซียสลงมาเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมโดยใช้การกวนแทนที่จะเติมน้ำเย็นลงไป จะไปเพื่อชมการทำยุโมมิที่มีการร้องรำทำเพลงประกอบ หรือจะลองทำเองก็ได้

เดินจากยูบาทาเกะไปราว 10 นาที จะมีสวนสาธารณะนิชิโนะคาวาระ (西の河原公園) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีน้ำร้อนผุดขึ้นทั่วบริเวณของสวนสีเขียวชอุ่ม คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์เฉพาะตัวของเมืองออนเซ็นได้ อีกทั้งยังมีบ่อแช่เท้าให้ใช้บริการฟรีด้วย แต่ละบ่อก็จะมีอุณหภูมิแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่ตั้ง ดังนั้น อย่าลืมนำผ้าขนหนูติดตัวมาด้วยล่ะ!

นาสึออนเซ็น : อายุกว่า 1,300 ปี เพลิดเพลินไปกับธรรมชาติและสวนสนุก (โทชิกิ)

นาสึออนเซ็น (那須温泉) ตั้งอยู่ในรีสอร์ทบนที่ราบสูง นอกจากออนเซ็นแล้วก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุกนาสึไฮแลนด์ปาร์ค (那須ハイランドパーク) น้ำตกโคมากะ (駒ヶ滝) ซึ่งเป็นจุดชมใบไม้แดงชื่อดัง หรือกระเช้าฉะอุสึดาเคะ (茶臼岳) ให้ไปเที่ยวชมกันได้เพลินๆ

บริเวณนี้มีที่พักออนเซ็นขนาดใหญ่เล็กหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรียวกัง โรงแรมรีสอร์ท หรือแม้แต่เพนชั่น แต่บ่อที่เราอยากแนะนำให้ไปแช่ให้ได้สักครั้ง คือ "ชิกะโนะยุ" (鹿の湯) ที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี อาคารไม้ที่อยู่ใกล้บ่อนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1936 และได้รับการดูแลอย่างดีมาตลอด ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูเก่าแก่และดั้งเดิม

ว่ากันว่าชิกะโนะยุถูกค้นพบเนื่องจากมีกวางที่บาดเจ็บลงไปแช่รักษาตัวในบ่อ จึงได้ชื่อชิกะ (鹿) ซึ่งแปลว่ากวาง ที่นี่มีวิธีการลงแช่แบบพิเศษที่เรียกว่า "คาบุริยุ" (かぶり湯) ซึ่งจะต้องใช้ฮิชาคุ (ひしゃく ขันขนาดเล็กมีหูจับ) ราดน้ำลงในบริเวณหลังศีรษะหรือหลังคอก่อนลงแช่ โดยทำทั้งหมด 200 ครั้งสำหรับผู้ใหญ่ และ 100 ครั้งสำหรับเด็ก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของออนเซ็นและป้องกันอาการมึนหรือรู้สึกไม่สบายจากการแช่น้ำร้อน 

คุณสามารถขอยืมฮิชาคุได้ฟรี ส่วนน้ำในบ่อนั้นเป็นน้ำพุร้อนกำมะถันธรรมดาที่มีฤทธิ์เป็นกรด มีกลิ่นกำมะถันอันเป็นเอกลักษณ์ของออนเซ็นลอยอบอวล

คินุกาว่าออนเซ็น : น้ำพุร้อนท่ามกลางหุบเขาอันยิ่งใหญ่ (โทชิกิ)

คินุกาว่าออนเซ็น (鬼怒川温泉) เป็นเขตออนเซ็นที่มีโรงแรมและเรียวกังตั้งเรียงกันอยู่ตามหุบเขา ต้นน้ำเป็นน้ำที่มีคุณสมบัติเป็นด่างอ่อนๆ ซึ่งว่ากันว่าจะช่วยเยียวยาแผลไฟลวกได้ดี

นอกจากการล่องเรือไปตามแม่น้ำแล้วก็ยังมีสถานที่น่าสนใจให้แวะชมมากมาย เช่น "เอโดะ วันเดอร์แลนด์ นิกโก้ เอโดะมุระ" (江戸ワンダーランド 日光江戸村) ซึ่งเป็นธีมปาร์คที่จำลองสภาพเมืองและวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603 - 1867)

อีกหนึ่งสถานที่ที่จะพลาดไม่ได้เลยก็คือ "ศาลเจ้านิกโก้โทโชกู" (日光東照宮) ที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี มีไฮไลท์เป็นประตูอันสวยงามโอ่อ่าและประติมากรรมแสนละเอียดปราณีต นอกจากนี้ ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย

ฮาโกเน่ยูโมโตะออนเซ็น : แช่น้ำพุร้อนพร้อมสนุกไปกับการชื่นชมศิลปะ (คานางาวะ)

ฮาโกเน่ยูโมโตะออนเซ็น (箱根湯本温泉) สามารถเดินทางจากสถานีชินจูกุมาได้โดยนั่ง Odakyu Romance Car เพียง 85 นาทีเท่านั้น เมื่อมาถึง คุณก็จะได้พบกับเมืองออนเซ็นที่ตั้งอยู่หน้าสถานีฮาโกเน่ยูโมโตะเลย ที่นี่มีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี และมีที่พักออนเซ็นกว่า 40 หลังตั้งเรียงรายอยู่หน้าสถานี เป็นที่นิยมมากสำหรับการเที่ยวออนเซ็นแบบไปเช้า - เย็นกลับ นอกจากนี้ ยังมีอาหารทะเลสดๆ ส่งตรงจากอ่าวซางามิที่อยู่ใกล้ๆ ให้ได้ลิ้มลองกันด้วย ประเภทของน้ำก็มีทั้งน้ำพุร้อนทั่วไป น้ำพุร้อนที่เป็นด่าง และน้ำพุร้อนโซเดียมคลอไรด์ มีคุณสมบัติคลายอาการปวดกล้ามเนื้อและดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต

ในบริเวณใกล้เคียงมีทั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริ (森美術館), พิพิธภัณฑ์ศิลปะโพล่า (ポーラ美術館), พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอคาดะ (岡田美術館) และอีกมากมาย คุณสามารถเดินชมงานศิลปะกันได้อย่างเพลิดเพลิน ส่วนใครที่ชอบสวนและเครื่องปั้นดินเผาญี่ปุ่น เราขอแนะนำให้ไปชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะฮาโกเน่ (箱根美術館) และสำหรับคนที่สนใจงานจิตรกรรมร่วมสมัยญี่ปุ่นก็ต้องไม่พลาดพิพิธภัณฑ์ศิลปะนารุคาวะเลย (箱根芦ノ湖成川美術館)

ยูงาวาระออนเซ็น : เพลิดเพลินกับดอกไม้แสนสวยและอาหารทะเลสดใหม่ (คานางาวะ)

ยูงาวาระออนเซ็น (湯河原温泉) ล้อมรอบด้วยอ่าวซางามิและภูเขา เต็มไปด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล เช่น ป่าบ๊วยยูงาวาระ (湯河原梅林), ซัตสึกิโนะซาโตะ (さつきの郷) ในสวนสาธารณะโฮชิงายามะ  (星ヶ山公園) หรือแม้แต่ใบไม้เปลี่ยนสีของโอคุยูงาวาระ (奥湯河原)

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความที่อยู่ใกล้อ่าวซางามิ จึงมีอาหารทะเลสดๆ ให้ทานด้วย คุณสามารถเดินทางจากสถานีโตเกียวมาได้ง่ายๆ โดยใช้เวลาเพียง 80 นาทีและไม่ต้องเปลี่ยนรถไฟเลยแม้แต่ครั้งเดียว บ่อน้ำพุร้อนเป็นน้ำที่มีคุณสมบัติเป็นเกลือด่างอ่อนๆ หากใช้สบู่ก็จะเกิดฟองง่าย มีสัมผัสนุ่มนวล แถมยังเย็นตัวยากอีกด้วย

จิจิบุออนเซ็น : สถานที่แนะนำสำหรับทริปไปเช้า - เย็นกลับจากเมืองหลวง (ไซตามะ)

จิจิบุออนเซ็น (秩父温泉) สามารถเดินทางได้จากสถานีโตเกียวและสถานีอิเคะบุคุโระ โดยใช้เวลาเพียง 78 นาที อีกทั้งยังมีวิวของหุบเขานากาโทโระ (長瀞渓谷) ให้ชมด้วย เป็นตัวเลือกแนะนำสำหรับคนที่อยากมาเที่ยวออนเซ็นแบบไปเช้า - เย็นกลับจากเมืองหลวง หรือหากใครอยากค้างคืน บริเวณนี้ก็มีที่พักให้บริการเช่นกัน

จิจิบุมีโรงแช่ออนเซ็นที่เหมาะสำหรับคนเที่ยวแบบไปเช้า - เย็นกลับอยู่มากมาย แม้แต่ที่พักบางแห่งก็เปิดให้ลูกค้าที่ไม่ได้พักค้างคืนเข้ามาใช้บริการได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น

- ออนเซ็นหน้าสถานีเซบุจิจิบุ มัตสึริโนะยุ (西武秩父駅前温泉  祭の湯) ที่ตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟ

- เซเนะโนะยุ (星音の湯) ที่มีซาวน่าและบ่ออาบน้ำหินให้ใช้บริการ

- มังกันโนะยุ (満願の湯) ที่มีวิวลำธารและน้ำตกให้ชมระหว่างแช่

- จิจิบุออนเซ็น ฮานะโนะยะ (ちちぶ温泉  はなのや) ที่สามารถใช้บริการห้องพักพร้อมที่อาบน้ำกลางแจ้งได้โดยไม่ต้องค้างคืน

- เรียวกังบ่อน้ำแร่วาโดะ ยุโนะยะ (和銅鉱泉旅館 ゆの宿  和どう) ที่ขึ้นชื่อเรื่องบ่ออาบน้ำท่ามกลางวิวกลางแจ้ง

- คาเฟ่อาบน้ำ ฮาคุจุโนะยุ (おふろcafe 白寿の湯) ที่มีเปลให้นอนเล่นอย่างเพลิดเพลินในคาเฟ่หลังขึ้นจากออนเซ็น

แต่ละแห่งก็มีคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ลองเลือกออนเซ็นที่คุณสนใจดูนะ!

โคมินาโตะออนเซ็น : บ่ออาบน้ำทะเลยอดนิยม (ชิบะ)

โคมินาโตะออนเซ็น (小湊温泉) เป็นออนเซ็นบนชายฝั่งคิโนซากิที่มีทั้งน้ำทะเลใสแจ๋วและแนวหาดทรายขาวยาวกว่า 300 เมตร ในยามโพล้เพล้สีฟ้าของทะเลจะถูกย้อมด้วยสีของพระอาทิตย์ยามเย็น เป็นทิวทัศน์ที่เหมาะกับการไปเดินเล่นสุดๆ บ่อน้ำพุร้อนที่นี่ประกอบด้วยไฮโดรเจนคาร์บอเนตและคลอไรด์ซึ่งดีต่อผู้ที่เป็นโรคประสาท ไขข้อ ไหล่แข็ง ระบบไหลเวียนโลหิตไม่ดี และโรคผิวหนัง

นอกจากนี้ ยังมีอาหารทะเลสดๆ สมกับชื่อเมืองแห่งชาวประมง และที่ไทโนะอุระ (鯛の浦) ก็มีเรือสำราญสำหรับนั่งชมฝูงปลาพร้อมให้บริการด้วย

คาโมกาวะออนเซ็น : รีสอร์ทน้ำพุร้อนริมทะเล (ชิบะ)

ในบรรดาออนเซ็นทั้งหมดในแถบคันโต คาโมกาวะออนเซ็น (鴨川温泉) เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษเรื่องบรรยากาศแบบรีสอร์ท เนื่องจากที่นี่เป็นเมืองริมทะเลจึงมีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีเรียวกังสุดหรูที่เป็นห้องพักพร้อมอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง ให้คุณได้แช่น้ำร้อนไปพร้อมกับการกินลมชมวิวทะเลอีกด้วย อาหารทะเลสดๆ ถือเป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด!

นอกจากนี้ ในบริเวณใกล้เคียงยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคาโมกาวะ ซี เวิลด์( 鴨川シ―ワールド) หุบเขาโยโร (養老渓谷) และเกาะนิเอมอน (仁右衛門島な) ให้ได้ไปสนุกกันทั้งครอบครัวอีกด้วย

บ่อน้ำพุร้อนของที่นี่เป็นน้ำพุร้อนไฮโดรเจนคาร์บอร์เนตที่ดีต่อระบบไหลเวียนโลหิตและช่วยรักษาบาดแผลจากการโดนของมีคมบาดได้

ส่งท้าย

ในแถบคันโตเองก็มีแหล่งออนเซ็นอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ, ออนเซ็นที่มีเมืองสุดคึกคักให้ไปเดินเล่น, ออนเซ็นที่ล้อมรอบไปด้วยจุดท่องเที่ยวมากมาย ฯลฯ ลองวางกำหนดการเดินทาง ถามความคิดเห็นจากเพื่อนในกลุ่ม แล้วออกไปตามหาออนเซ็นที่ชอบกันได้เลย!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร