แค่ไปร้านสะดวกซื้อก็ยังต้องสวย?! เจาะลึกความคลั่งไคล้เครื่องสำอางของคนญี่ปุ่น

คุณรู้ไหมว่าผู้หญิงชาวญี่ปุ่นคิดว่า ในบางกรณี การออกจากบ้านโดยไม่แต่งหน้านั้นเป็นเรื่องเสียมารยาท และมีหลายคนมากที่รู้สึกอายเวลาที่ต้องเจอกับคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวในสภาพหน้าสด ถึงขนาดที่บางคนรู้สึกราวกับว่าเป็นการออกนอกบ้านโดยที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยทีเดียว เมื่อฉันที่เป็นคนเวียดนามได้มาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก วัฒนธรรมการแต่งหน้าของญี่ปุ่นที่ต่างกับของเวียดนามนี้ทำให้ฉันตกใจเป็นอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปสัมผัสความประหลาดใจจากประสบการณ์ตรงของฉัน พร้อมแทรกด้วยคอมเมนต์จากคนญี่ปุ่นด้วยกันเอง

ทั่วประเทศ

วัฒนธรรมญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นชอบใช้รถไฟฟ้าเป็นห้องแต่งหน้าระหว่างเดินทางช่วงเช้า

เมื่อนั่งรถไฟในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้าที่ญี่ปุ่น คุณจะเห็นสาวๆ หรือเด็กนักเรียนหญิงแต่งหน้ากันอยู่ในระหว่างการเดินทาง สิ่งนี้ทำให้ฉันตกใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นเป็นครั้งแรก ในกรณีของที่เวียดนาม หากตอนเช้ายุ่งมากก็จะไปทำงานกันเลยโดยที่ไม่ต้องแต่งหน้า แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ยังมีบางคนที่สงสัยว่า "ถ้ายุ่งอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าก็ได้นี่นา" ปกติแล้วคนญี่ปุ่นจะไม่ทานอาหาร ดื่มน้ำ หรือคุยโทรศัพท์ภายในรถไฟ แล้วทำไมการแต่งหน้าถึงสามารถทำได้ล่ะ? ฉันเลยสงสัยว่าทั้งๆ ที่การแต่งหน้านั้นเป็นเรื่องส่วนตัว แล้วทำไมพวกเธอถึงไม่รู้สึกเขินอายกันเลยเวลาถูกคนอื่นเห็นในระหว่างที่แต่งหน้า

●คอมเมนต์จากคุณ N กองบรรณาธิการชาวญี่ปุ่น
คนที่แต่งหน้าต่อหน้าคนอื่นตามการคมนาคมสาธารณะอย่างภายในรถไฟนั้นรู้สึกว่า "คนไม่รู้จักจะเห็นเราสภาพไหนก็ไม่เป็นไร แต่สำหรับคนรู้จักตามที่ทำงานหรือโรงเรียนแล้ว เราอยากให้พวกเขาเห็นสภาพที่ดีที่สุดของเราหลังแต่งหน้า" นอกจากนี้หลายคนยังมองว่า "แค่การแต่งหน้าเอง คงไม่รบกวนคนอื่นหรอก" แต่ในความเป็นจริงก็มีเครื่องสำอางที่ส่งกลิ่นแรง หรือมีคนที่รู้สึกไม่สบายใจในทำนองว่า "เอาอะไรคิดถึงได้มาแต่งหน้าให้คนอื่นเห็น" จึงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าการแต่งหน้าไม่ไปรบกวนใครจริงๆ
การแต่งหน้าระหว่างเดินทางโดยรถไฟถือเป็นการใช้เวลาเช้าที่แสนยุ่งยากให้เกิดประโยชน์ มันอาจดูสมเหตุสมผลสำหรับคนญี่ปุ่นที่มักหมดเวลาไปกับการเดินช่วงเช้า แต่มันก็ไม่ใช่การกระทำที่น่าส่งเสริมเท่าไรเลยนะ

เข้าแถวเพียงเพื่อรอแต่งหน้า?! สาวญี่ปุ่นชอบให้หน้าตัวเองเป๊ะอยู่ตลอดเวลา

ไม่ใช่แค่ภายในรถไฟเท่านั้น ที่ห้องน้ำสาธารณะตามร้านอาหาร ร้านค้า หรือสถานีรถไฟ ก็จะมีสาวๆ ยืนแต่งหน้าอยู่มากเช่นกัน ในบางเวลา คุณอาจเห็นผู้คนต่อแถวกันยาวเหยียดเพื่อรอแต่งหน้าเพียงอย่างเดียว ตอนฉันไปร้านอาหารกับเพื่อนชาวญี่ปุ่น ภาพของสาวญี่ปุ่นที่พากันไปแต่งหน้าใหม่หลังทานอาหารเสร็จทำให้ฉันนึกสงสัยว่า "ทั้งๆ ที่เครื่องสำอางยังเป๊ะอยู่เลย ทำไมถึงต้องไปแต่งหน้าใหม่ด้วย"

●คอมเมนต์จากคุณ N กองบรรณาธิการชาวญี่ปุ่น
ที่ญี่ปุ่นนั้นบางคนอาจแต่งหน้าใหม่หลายครั้งต่อ 1 วัน ไม่ว่าจะเป็นในช่วงพักกลางวัน หลังเลิกงานหรือเลิกเรียน หรือระหว่างงานเลี้ยงสังสรรค์ คนญี่ปุ่นมักมองผู้ที่ไม่แต่งหน้าหรือแต่งหน้าไม่เรียบว่าเป็น "คนขี้เกียจ" หรือ "คนเสียมารยาท" ยังไม่รวมถึงการที่คนจำนวนมากมักแคร์รูปลักษณ์ภายนอกของตัวเอง และไม่ชอบที่จะไปเจอคนอื่นในสภาพหน้าสด นอกจากนี้ เนื่องจากพักหลังนี้การใส่แมสก์ช่วยปกปิดใบหน้าไปกว่าครึ่ง ส่งผลให้จำนวนครั้งในการแต่งหน้าใหม่มีแนวโน้มที่จะลดลงด้วยเช่นกัน

ตั้งแต่มัธยมต้นไปจนถึงผู้สูงอายุ! วัฒนธรรมการแต่งหน้าที่มีให้เห็นในหลายช่วงวัย

ตอนฉันไปร้านขายเครื่องสำอางในญี่ปุ่น ฉันตกใจมากที่เห็นเด็กผู้หญิง (ประมาณมัธยมต้น) กำลังซื้อเครื่องสำอางอยู่ ฉันคิดว่าการแต่งหน้านั้นเร็วไปสำหรับเด็กมัธยมต้น ที่เวียดนามมีคนจำนวนมากที่ต่อต้านการแต่งหน้าของเด็กที่ต่ำกว่าระดับมัธยมปลาย เป็นเรื่องยากมากที่จะสามารถหาซื้อเครื่องสำอางได้อย่างอิสระเหมือนที่ญี่ปุ่น โรงเรียนหลายแห่งในเวียดนามมีกฎห้ามไม่ให้แต่งหน้าไปโรงเรียน ฉันจึงไม่เคยเห็นเด็กมัธยมต้นที่เวียดนามแต่งหน้าเลยสักครั้ง 

นอกจากการเริ่มแต่งหน้าที่เร็วเกินไปแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ฉันตกใจก็คือ คนญี่ปุ่นอายุ 60 ปีหรือมากกว่านั้น (วัยใกล้เคียงกับยายของฉัน) ก็ยังแต่งหน้ากันอยู่ โดยเฉพาะเวลาที่นั่งรถไฟตามเมืองใหญ่ๆ อย่างโตเกียวหรือโอซาก้า ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะได้เจอกับคนเหล่านั้น ที่ประเทศของฉันมีผู้สูงอายุน้อยมากที่ยังแต่งหน้ากันอยู่ ฉันจึงตกใจมากตอนที่ได้เห็นคนเหล่านี้เป็นครั้งแรก ฉันคิดว่าการที่อยากจะดูสวยอยู่โดยไม่หวั่นอายุที่เพิ่มมากขึ้นนั้นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก

●คอมเมนต์จากคุณ N กองบรรณาธิการชาวญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นก็เหมือนกับเวียดนาม หลายโรงเรียน (ประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย) ก็มีกฎที่ห้ามการแต่งหน้าอยู่ แต่ก็มีโรงเรียนบางส่วนที่อนุญาตให้แต่งหน้าได้ รวมถึงเด็กนักเรียนที่แต่งหน้าโดยไม่สนใจกฎของโรงเรียนก็มีอยู่ด้วยเช่นกัน
โมเดลที่ปรากฏอยู่ตามสื่ออินเตอร์เน็ตหรือนิตยสารแฟชั่นสำหรับวัยรุ่นของญี่ปุ่นนั้น ทุกคนล้วนแต่งหน้ากันหมด ตามนิตยสารสำหรับคนหนุ่มสาวก็มักมีหน้าโฆษณาเครื่องสำอางหรือสอนการแต่งหน้า ในพักหลังนี้มีแม้กระทั่งการจำหน่ายเครื่องสำอางสำหรับเด็กซึ่งทำจากส่วนผสมที่ปลอดภัยหายห่วง สภาพแวดล้อมแบบนี้เองที่ทำให้คนญี่ปุ่นรู้สึกสนใจเครื่องสำอางกันตั้งแต่เด็กๆ

นอกจากนี้ เนื่องจากญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ คนมีอายุจึงเป็นกลุ่มลูกค้าที่สำคัญมากเช่นกันสำหรับวงการเครื่องสำอาง สมัยนี้มีเครื่องสำอางแอนติเอจจิ้งสำหรับผู้สูงอายุเรียงรายอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ๆ นั้น เนื่องจากมีคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความสวยความงามอยู่เป็นจำนวนมาก คนที่ยังใช้เครื่องสำอางอยู่แม้จะแก่ตัวลงจึงมีมากขึ้นตามไปด้วย

ถึงจะใส่แมสก์แต่หน้าก็ต้องเป๊ะ!

คุณอาจคิดว่าไม่เห็นจำเป็นต้องแต่งหน้าเลยเวลาใส่แมสก์เพราะใบหน้าถูกปิดไปแล้วกว่าครึ่ง แต่สำหรับที่ญี่ปุ่นแล้ว มีหลายคนที่แต่งหน้าแบบจัดเต็มโดยไม่สนใจว่าจะสวมแมสก์อยู่หรือไม่ การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดสถานการณ์ที่ต้องสวมแมสก์ตลอดทั้งวัน ส่งผลให้วิธีการแต่งหน้าของคนญี่ปุ่นเปลี่ยนตามไปด้วย พอฉันได้ดูวิดีโอสอนแต่งหน้าอย่างประหยัดเวลา โดยแต่งแค่ส่วนหน้าผากและตาที่ไม่สามารถบดบังด้วยแมสก์ได้ ฉันก็อดสงสัยไม่ได้ว่า "ทำไมถึงต้องแต่งหน้าด้วยทั้งๆ ที่ก็ใส่แมสก์อยู่" หรืออาจเป็นเพราะว่าคนญี่ปุ่นมีนิสัยที่ชื่นชอบความสมบูรณ์แบบเอามากๆ

●คอมเมนต์จากคุณ N กองบรรณาธิการชาวญี่ปุ่น
ใช่ค่ะ ความรู้สึกที่อยากแต่งหน้าให้เนี๊ยบเวลาที่ต้องออกไปเจอคนนั้น เป็นการให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่มีความเป็นญี่ปุ่นเอามากๆ ในระยะหลังนี้ก็มีเทรนด์การแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตาให้เข้มเพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ตอนใส่แมสก์ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ปัจจุบันที่ต้องใส่แมสก์กันเป็นเรื่องปกติ จึงมีการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่นานาชนิด เช่น รองพื้นที่เลอะยากเวลาใส่แมสก์ หรือสเปรย์ยึดเครื่องสำอางที่ช่วยป้องกันการเละตัวของเครื่องสำอาง ส่งผลให้ตลาดเครื่องสำอางมีชีวิตชีวามากขึ้น

แม้จะไปแค่ร้านสะดวกซื้อก็ห้ามหน้าสด! ทำไมถึงต้องการปกปิดหน้าสดกันขนาดนั้น?

คนญี่ปุ่นจะแต่งหน้าแทบทุกครั้งที่ต้องออกนอกบ้าน ตั้งแต่สถานการณ์สำคัญๆ อย่างไปโรงเรียน ทำงาน หรือสัมภาษณ์สมัครงาน ไปจนถึงธุระเล็กๆ น้อยๆ เช่น ไปร้านซูเปอร์มาร์เก็ตหรือสถานีไปรษณีย์ แม้แต่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ บ้าน คนที่ไม่กล้าไปในสภาพหน้าสดก็มีอยู่เช่นกัน

นอกจากนี้ ปัจจุบันการเรียนหรือทำงานออนไลน์นั้นเพิ่มมากขึ้น แม้แต่ในสถานการณ์ที่ไม่ต้องเจอหน้ากันตรงๆ เช่นนี้ ก็ยังมีคนจำนวนมากที่แต่งหน้าให้ตัวเองดูสวยอยู่ ดังที่เห็นจากกรณีของบริษัท tsunagu Japan ของเราเอง แม้ว่าปัจจุบันจะใช้ระบบทำงานทางไกลที่ประชุมกันผ่านทางออนไลน์ทั้งหมด แต่พนักงานหญิงชาวญี่ปุ่นเกือบ 100% ก็ยังแต่งหน้ากันอยู่เหมือนเดิม!

เรื่องนี้เป็นจริงแม้แต่เวลาที่อยู่ในบ้าน ผู้หญิงญี่ปุ่นหลายคนรู้สึกอายที่จะให้แฟนเห็นหน้าสดของตัวเอง โดยเฉพาะสาวๆ อายุน้อยซึ่งมักจะแคร์รูปลักษณ์ภาพนอกของตัวเองนั้น บางคนถึงกับไม่ล้างเครื่องสำอางเลย เว้นแต่ว่าแฟนจะหลับแล้วเท่านั้น เมื่อห้าปีก่อนฉันได้ดูรายการโทรทัศน์ญี่ปุ่นที่สัมภาษณ์คนที่เป็นแฟนกัน รายการนั้นได้ลองสังเกตปฏิกิริยาของฝ่ายชายเวลาที่ได้เห็นหน้าสดของฝ่ายหญิง ผลคือผู้ชายเกือบทั้งหมดตกใจมากกับหน้าสดของแฟนตัวเอง และบอกด้วยว่าชอบพวดเธอตอนแต่งหน้ามากกว่า ที่เวียดนามการให้แฟนเห็นหน้าสดนั้นเป็นเรื่องธรรมดามาก แม้ว่าผู้หญิงเวียดนามจะแต่งหน้าเหมือนกัน แต่ก็เป็นการแต่งแบบเรียบง่ายมากๆ ฉันคิดว่านี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ชายหลายคนไม่ทันรู้สึกตัวว่าแฟนตัวเองแต่งหน้าอยู่หรือเปล่า

●คอมเมนต์จากคุณ N กองบรรณาธิการชาวญี่ปุ่น
สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว การให้เห็นหน้าสดมีความรู้สึกใกล้เคียงกับการ "ถูกเห็นตอนโป๊" หรือ "ถูกรู้สิ่งที่ซ่อนไว้ในใจของตัวเอง" ส่งผลให้มีแรงต่อต้านมากต่อการให้คนที่ไม่ใช่ครอบครัวมาเห็นหน้าสด นอกจากนี้ เนื่องจากที่ญี่ปุ่นมีเครื่องสำอางคุณภาพสูงวางขายอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นเรื่องปกติที่หน้าสดกับหน้าตอนแต่งจะแตกต่างกันราวกับเป็นคนละคน ด้วยเหตุนี้เอง หลายคนจึงรู้สึกกลัวปฏิกิริยาของแฟนตอนเห็นหน้าสดของตัวเอง สำหรับคนที่คบกับสาวญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ถึงหน้าสดของพวกเธอจะทำให้คุณตกใจ แต่ก็ขอให้ลองคิดถึงหัวอกของพวกเธอด้วยนะ!

เครื่องสำอางของคนญี่ปุ่นละเอียดยิบย่อยมากๆ

ก่อนจะมาญี่ปุ่นฉันแต่งหน้าโดยใช้แค่ลิปสติกกับแป้งรองพื้น ที่เวียดนามนั้น นอกจากโอกาสสำคัญๆ อย่างงานแต่งหรืองานอีเวนต์แล้ว เกือบทุกคนเขาจะแต่งหน้ากันแบบง่ายๆ แต่ในกรณีของผู้หญิงญี่ปุ่น เขาจะแต่งหน้ากันอย่างเต็มที่อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำงาน ไปเที่ยว หรือร่วมพิธีกรรมสำคัญต่างๆ ก็ตาม ที่สำคัญคือพวกเขาชอบให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ โดยจะใช้คอนซีลเลอร์จัดแต่งผิวไว้อย่างละเอียดยิบก่อนที่จะลงเครื่องสำอาง และก็ยังใช้อายไลเนอร์หรืออายแชโดว์แต่งบริเวณรอบดวงตาด้วย พอได้มาญี่ปุ่นฉันก็ได้เจอกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนานาชนิดตามร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อ ปัจจุบันฉันก็เริ่มใช้เครื่องสำอางประเภทอื่นๆ อย่างอายแชโดว์หรือแป้งทาแก้มแล้วด้วย เมื่อมองเผินๆ การแต่งหน้าของคนญี่ปุ่นอาจดูน่าปวดหัว แต่มันก็มีขั้นตอนมากมายจนทำให้สนุกเหมือนได้ทำงานศิลปะอยู่เลยล่ะค่ะ!

●คอมเมนต์จากคุณ N กองบรรณาธิการชาวญี่ปุ่น
ฉันเองก็เคยไปต่างประเทศมาหลายประเทศ พอเห็นคนที่เขาแต่งหน้ากันง่ายๆ ก็ตระหนักเลยว่าการแต่งหน้าของคนญี่ปุ่นมันซับซ้อนเอามากๆ
ล้างหน้า → สกินแคร์ (เฟซโลชั่น, มิลค์กี้โลชั่น, ครีม) → รองพื้น, ฟอนเดชั่น, คอนซีลเลอร์, แป้งจัดแต่ง, ขนตา, อายแชโดว์, อายไลเนอร์, มาสคาร่า, แป้งทาแก้ม, แต่งริมฝีปาก บางคนก็อาจลงไฮไลท์ด้วย พอได้ยกตัวอย่างดูแล้ว จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการแต่งหน้าของคนญี่ปุ่นนั้นมันเยอะมากจริงๆ!

ในระยะหลังนี้ผู้ชายก็แต่งหน้าด้วยเช่นกัน

การที่ผู้ชายแต่งหน้านั้นอาจดูแปลกและยอมรับได้ยากในหลายๆ ประเทศ แต่ในกรณีของที่ญี่ปุ่น มีคนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ จากผลสำรวจของเว็บไซต์เครื่องสำอาง「@cosme」ที่เผยแพร่ในเดือนพฤษภาคม 2021 กว่า 90% ของผู้หญิงอายุ 18-24 ปีมองว่า "การที่ผู้ชายแต่งหน้า" เป็นเรื่องที่สามารถยอมรับได้

ปัจจุบันมีเครื่องสำอางสำหรับผู้ชายวางจำหน่ายอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเฟซโลชั่น คอนซีลเลอร์ ฟอนเดชั่น หรืออายไลเนอร์ นอกจากเครื่องสำอางแล้ว ร้านเสริมสวยที่ให้บริการทำคิ้วและทำเล็บสำหรับผู้ชายก็มีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ที่เวียดนามนั้นเครื่องสำอางสำหรับผู้ชายมีไม่ค่อยมาก ก่อนอื่นเลยถ้าผู้ชายแต่งหน้าที่เวียดนามก็คงโดนว่าแน่ๆ ผู้หญิงเวียดนามส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ถึงขนาดนั้น คนเวียดนามอย่างฉันจึงตกใจมากพอได้มาเจอกับผู้ชายญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอกถึงขนาดที่ต้องแต่งหน้า

●คอมเมนต์จากคุณ N กองบรรณาธิการชาวญี่ปุ่น
เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก ความนิยมของ K-POP ในญี่ปุ่นนั้นมากมายจนเกินบรรยาย ผลกระทบนี้ทำให้ญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงวัยหนุ่มสาว มีผู้ชายที่แต่งหน้าและมีคนที่เห็นด้วยกับการไปร้านเสริมสวยของผู้ชายเพิ่มมากขึ้น เพื่อนผู้ชายของฉันเองก็เริ่มใช้บริการร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชายนี้ และดูเหมือนว่าจะช่วยแก้ปัญหาหนวดขึ้นไวที่ทำเขากลุ้มใจมานานได้ด้วย
แม้ว่าตอนนี้ในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 10-20 ปลายๆ จะมีกระแสของเครื่องสำอางแนวเกาหลีที่ใช้ได้ทั้งชายหญิง แต่เครื่องสำอางที่ผู้ชายญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้ก็มักจะเป็นเครื่องสำอางธรรมชาติแบบง่ายๆ ที่ช่วยให้ใบหน้าดูดีขึ้น อย่างการปิดรูขนหรือรูสิว หรือช่วยให้ผิวมีน้ำมีนวลขึ้น

ทำไมผู้หญิงญี่ปุ่นจึงให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ถึงขนาดที่ถ้าไม่แต่งหน้าจะออกนอกบ้านไม่ได้?

●คอมเมนต์จากคุณ N กองบรรณาธิการชาวญี่ปุ่น
ฉันคิดว่ามีหลายเหตุผลที่ทำให้ผู้หญิงญี่ปุ่นใส่ใจรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเอง

เหตุผลแรกคือ การฝังลึกของสเตอริโอไทป์ทางเพศสภาพที่ว่า "ผู้หญิงจะต้องมีรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม" ที่ญี่ปุ่นมีความคิดว่า "เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงต้องแต่งหน้า" และมองผู้หญิงที่ใช้ชีวิตในสภาพหน้าสดตลอดเวลาว่า "ไม่เอาไหน" ทั้งยังมีแนวโน้มว่าผู้ชายส่วนใหญ่จะชอบผู้หญิงที่แต่งหน้า จึงมีคนที่แต่งหน้าเพราะคิดว่า "ถ้าไม่แต่งหน้าผู้ชายจะไม่ชอบ" อยู่ด้วยเช่นกัน

เหตุผลที่สองคือ ความรู้สึกผูกพันกับกลุ่ม ที่ญี่ปุ่นได้มีการสอนถึง "ความสำคัญของการทำงานเป็นกลุ่ม" ผ่านตามสถานศึกษาต่างๆ จึงส่งผลให้ความหวาดกลัวต่อ "การทำสิ่งที่ไม่เหมือนคนอื่น" ได้ถูกก่อตัวขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง หลายๆ คนเมื่อเห็นผู้หญิงรอบตัวเกือบทุกคนแต่งหน้าเหมือนกันหมด ในขณะที่ตัวเองไม่ได้แต่งหน้า ก็จะรู้สึกไปโดยปริยายว่า "ตัวเองกำลังทำผิดอยู่"

เหตุผลที่สามคือ ที่ญี่ปุ่นมีผู้ผลิตเครื่องสำอางอยู่เป็นจำนวนมาก และยังผลิตสินค้าตัวใหม่ๆ ออกมาค่อนข้างบ่อยด้วย ในทุกๆ ปีเครื่องสำอางแพ็กเกจสะดุดตาที่คิดขึ้นตามเทรนด์หรือฤดูกาลจะวางเรียงรายอยู่ตามห้างสรรพสินค้า ร้านขายยา หรือร้านสะดวกซื้อ ทั้งยังมาพร้อมกับสโลแกนเก๋ๆ ที่ทำให้เผลอซื้ออย่างไม่ทันตั้งตัว สภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวันของญี่ปุ่นที่ต้องเจอกับเครื่องสำอางนานาชนิดเช่นนี้ ทำให้การเลิกใช้เครื่องสำอางนั้นเป็นไปได้ยากมาก

พักหลังนี้ที่ญี่ปุ่นเองก็มีกระแสต่อต้าน  lookism (การนิยมรูปลักษณ์ภายนอก) มีการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างเกิดขึ้น รายการวาไรตี้ที่เล่นตลกกับหน้าตาของผู้คนได้ถูกติเตียน มหาวิทยาลัยหลายแห่งได้ยกเลิกงานประกวดนางงาม ซึ่งเป็นการตัดสินความด้อยเด่นโดยดูแค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก อย่างไรก็ตาม ทัศนคติเชิงคุณค่าที่มองว่า "ผู้หญิง = ต้องแต่งหน้า" ก็ยังไม่มีวี่แววที่จะจางหายไปเลย

เมื่อได้มาอยู่ญี่ปุ่น จาก "ตกใจ" ก็กลายเป็น "คุ้นเคย"

ตอนแรกที่ฉันเข้ามาอยู่ในญี่ปุ่น ฉันไม่ค่อยแต่งหน้ามากนัก ทาแค่แป้งรองพื้นและลิปสติกแล้วก็ไปทำงานเลย จนในงานกินเลี้ยงของบริษัทครั้งหนึ่ง ฉันถูกถามจากเพื่อนร่วมงานชายว่า "ทำไมถึงไม่แต่งหน้าเหรอครับ" ที่เวียดนามที่เป็นประเทศบ้านเกิดของฉัน ผู้ชายจะไม่ค่อยสนใจเรื่องการแต่งหน้าของผู้หญิง และการไปทำงานในสภาพหน้าสดก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา คำถามนี้จึงทำให้ฉันตกใจมาก เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ในงานเลี้ยงเดียวกันนี้ยังบอกฉันด้วยว่า "ถ้าแต่งหน้าแล้วจะดูดีขึ้นนะ" ฉันจึงรู้สึกได้เป็นครั้งแรกว่าการแต่งหน้าถือเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของผู้หญิงญี่ปุ่น

แม้ว่าแต่ละประเทศจะมีทัศนคติต่อการแต่งหน้าที่ต่างกัน แต่อย่างที่เขาบอกไว้ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม" พอฉันอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นได้ประมาณสองปี ฉันก็แต่งหน้าแทบทุกครั้งที่ออกจากบ้าน จุดเริ่มต้นนั้นมาจากคำพูดของเพื่อนร่วมงานอย่างที่ได้บอกไปแล้ว อีกทั้งงานที่ฉันทำเป็นงานที่ต้องพบลูกค้าบ่อยๆ มันเลยทำให้ฉันเกิดความคิดว่า "ถ้าไม่แต่งหน้าจะเสียมารยาทหรือเปล่า งั้นลองแต่งเพื่อเป็นพิธีหน่อยก็แล้วกัน" อย่างไรก็ตาม การแต่งหน้าทุกวันมันก็ไม่ค่อยดีกับผิวสักเท่าไร เวลาไปแค่ยิมหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ฉันเลยแต่งแบบง่ายๆ โดยทาเพียงลิปสติกเท่านั้น

แม้แต่ในทุกวันนี้ฉันก็คงแปลกใจอยู่ว่าทำคนญี่ปุ่นถึงให้ความสำคัญกับการแต่งหน้าถึงขนาดนั้น ฉันคิดว่าคนญี่ปุ่นมีผิวที่สวยอยู่แล้ว ดูไม่จำเป็นต้องแต่งกันถึงขนาดนั้นเลย แม้ว่าการแคร์รูปลักษณ์ภายนอกขนาดนี้อาจดูน่าปวดหัว แต่เครื่องสำอางที่มีคุณภาพสูงก็สามารถช่วยแก้ปัญหาและสร้างความมั่นใจให้กับคนที่มีคอมเพล็กซ์เรื่องหน้าตาของตัวเองได้ ทั้งยังมีความหลากหลายสูง แค่ดูอย่างเดียวก็สนุกแล้ว สิ่งเหล่านี้อาจเป็นข้อดีของญี่ปุ่นก็ว่าได้

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

เกี่ยวกับนักเขียน

Nguyen
Nguyen Loan

ค้นหาร้านอาหาร