มีอะไรให้ทำใน "สถานีโตเกียว" บ้าง? ช็อปปิ้ง กินข้าว ผ่อนคลาย รอรถไฟอยู่ก็สนุกได้!

เมื่อพูดถึงเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น คงไม่มีใครไม่รู้จัก 'สถานีโตเกียว' ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางบริการขนส่งสาธารณะของกรุงโตเกียวเป็นแน่ แต่นอกจากจะเป็นสถานีขนส่งแล้ว สถานีแห่งนี้ยังเป็นอะไรอีกมากมาย และนั่นหมายความรวมถึงการเป็นแหล่งชอปปิ้ง ศูนย์รวมร้านอาหาร และเป็นจุดหยุดพักผ่อนหย่อนใจด้วยนั่นเอง! ครั้งหน้าถ้าต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีโตเกียวก็ลองไปก่อนเวลาสักนิดและออกสำรวจดูเสียหน่อย นอกจากจะไม่ต้องคอยพะวงว่าจะตกรถไฟแล้วยังหาอะไรที่แปลกใหม่ทำได้อีกต่างหาก บทความนี้จะแนะนำสิ่งต่างๆ ที่เราสามารถไปสนุกกันได้ในบริเวณสถานี จะแค่อยากหาอะไรฆ่าเวลารอรถไฟ หรือจะตะลุยทัวร์กันแบบใช้เวลาทั้งวันก็ไม่มีผิดหวังแน่นอน!

สถานีโตเกียว / มารุโนะอุจิ

ช็อปปิ้ง

*บทความนี้เขียนขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจาก JR East Retail Net Co., Ltd.

 

สถานีโตเกียว, ecute Tokyo และ ecute Keiyo Street

สถานีโตเกียวอยู่ที่ศูนย์กลางของกรุงโตเกียว เป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟกว่า 15 สาย และยังเป็นจุดขึ้นรถไฟความเร็วสูง (ชินคันเซ็น) อีกแห่งหนึ่งนอกเหนือจากสถานีอุเอโนะและชินากาว่า (Shinagawa) จึงไม่แปลกเลยที่จะเป็นย่านหนึ่งที่คึกคักวุ่นวายมากที่สุดในโลก ทั้งชาวเมืองโตเกียวและผู้คนจากเมืองใหญ่ๆ ในประเทศญี่ปุ่นล้วนต้องเดินทางผ่านสถานีนี้ จะเรียกว่าเป็นประตูสู่ญี่ปุ่นเลยก็ไม่ผิดนัก

ภายในสถานีมีร้านค้าจำนวนมากซึ่งวางขายของที่ระลึกจากทั่วทุกมุมเกาะ และยังมีภัตตาคารอาหารมากมายให้เราได้เลือกสรรกันตั้งแต่ร้านสุดหรูที่เสิร์ฟรสชาติญี่ปุ่นแบบแท้ๆ ไปจนถึงร้านอาหารเจ้าดังที่เป็นกระแสอยู่ ณ ขณะนั้น

ลึกเข้าไปหลังจุดตรวจตั๋ว เราจะได้พบกับร้านอาหารยอดนิยมที่มีคนต่อแถวรอยาวเหยียดไม่ต่างจากร้านในห้างสรรพสินค้าต่างๆ และร้านรวงต่างๆ อีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นร้านขนม คาเฟ่ ร้านที่เคยเป็นข่าวในโทรทัศน์ ร้านที่ลงบทความในนิตยสาร ร้านที่มีชื่อเสียงในอินเตอร์เน็ต ฯลฯ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารจำนวนมหาศาลไม่ให้เบื่อจนเกินไประหว่างรอรถไฟนั่นเอง

ในบรรดาห้างร้านต่างๆ เหล่านั้น หนึ่งในที่ที่โดดเด่นออกมาก็คือ ecute ซึ่งชื่อของ ecute มาจากการเรียงตัวอักษรตัวแรกของคำว่า eki (สถานีรถไฟในภาษาญี่ปุ่น), center, universal, together และ enjoy และเมื่อรวมกันแล้วก็จะหมายถึงพื้นที่ในสถานีรถไฟที่ผู้คนมารวมตัวกันและหาอะไรสนุกๆ ทำนั่นเอง

ecute มีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นร้านดังที่ปรากฏตัวในสื่อหลากหลายรูปแบบ ร้านของที่ระลึกจากทั่วญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อที่รวบรวมของใช้ประจำวันต่างๆ เอาไว้ ร้านอาหารเองก็มีตั้งแต่ร้านต้นตำรับญี่ปุ่นไปจนถึงอาหารรูปแบบใหม่ๆ ที่ผู้คนยินดีจะต่อคิวรอคอยเช่นกัน ที่แห่งนี้จึงเป็นเหมือนกับพื้นที่ที่คนทุกรูปแบบจะแวะเข้ามาแล้วก็จากไป และได้รับการสนับสนุนจากทุกเพศทุกวัยอย่างท้วมท้นเลยทีเดียว

สถานีโตเกียวมีอะไรอีกมากให้เราได้ใช้บริการทั้งก่อนและหลังจากผ่านจุดตรวจตั๋วไปแล้ว จะแค่อยากหาอะไรฆ่าเวลา หาอะไรกิน หรือหาซื้อของฝากก็ต้องที่ ecute Tokyo และ ecute Keiyo Street นี่เลย

และด้วยเหตุนั้น วันนี้เราจึงจะมาแนะนำส่วนหนึ่งของสิ่งที่สามารถไปลองชิม หาซื้อ และทำได้ในทั้ง ecute Tokyo กับ ecute Keiyo Street ให้ได้รู้จักกัน ถ้ามีเวลาสักหน่อยก็ลองแวะไปสักนิด รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน!

1. ดื่มด่ำไปกับขนมหวาน อาหารสักมื้อ หรือข้าวกล่องสักกล่อง

ถ้าหากคุณมีเวลาว่างสักหนึ่งชั่วโมง การหาอะไรกินก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดี ร้านอาหารที่เราแนะนำใน ecute Keiyo Street จะเป็น T's Tantan ซึ่งเป็นร้านอาหารวีแกนที่เน้นขายราเมงและทันทันเมง (เส้นก๋วยเตี๋ยวแบบเสฉวน) โดยน้ำซุปของที่นี่จะปรุงรสด้วยงา มิโซะ และซอสถั่วเหลืองให้รสชาติเหมือนกับราเมงทั่วไปมากที่สุด

ถึงแม้อาหารวีแกนจะเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในสากลโลก แต่การจะหาร้านอาหารวีแกนในประเทศญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นเรื่องค่อนข้างยากอยู่ดี แต่ถึงแม้จะไม่ใช่คนที่ทานอาหารแบบมังสวิรัติ ร้าน T's Tantan ก็ยังถือเป็นร้านที่ควรไปลองสักครั้งให้ได้รู้ว่าเราสามารถปรุงน้ำซุปราเมงรสเลิศได้แม้จะไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ใดๆ เลย แถมยังอร่อยจนไม่น่าเชื่ออีกด้วย!

ถ้าอยากกินอะไรที่ดูเป็น "เนื้อ" มากกว่านั้นก็ต้องลองเกี๊ยวซ่าแบบวีแกนกับคาราอาเกะ ("ไก่" ชิ้นชุบแป้งทอด) ที่ทำจากโปรตีนถั่วเหลืองซึ่งก็อร่อยไม่แพ้กัน หรือใครที่ทานแล้วรู้สึกติดใจก็สามารถซื้อราเมงกึ่งสำเร็จรูปที่หน้าเคาน์เตอร์กลับไปกินต่อกันได้ที่บ้านเลย

สำหรับคนที่ไม่มีเวลาพอจะนั่งกินอาหารแบบเต็มมื้อ ใน ecute Tokyo และ ecute Keiyo Street ก็มีร้านจำนวนมากที่ขายข้าวกล่อง แซนด์วิช และอาหารแบบอื่นๆ ที่สามารถกินในระหว่างเดินทางบนรถไฟ* ข้าวกล่องที่ขายในสถานีรถไฟจะมีชื่อเรียกว่าเอคิเบง มาจากการรวมกันของ eki ซึ่งแปลว่าสถานีในภาษาญี่ปุ่น และ ben จาก bento หรือข้าวกล่อง โดยการทานเอคิเบงพร้อมกับจิบเบียร์เย็นๆ บนรถไฟชินคันเซ็นนั้นสำหรับบางคนก็ถือเป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ควรลองสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งเลยทีเดียว

*แม้ว่าการทานอาหารบนชินคันเซ็นและรถไฟแบบที่มีถาดพับติดอยู่กับที่นั่งอย่างรถไฟสนามบินจะเป็นเรื่องปกติ แต่การทานอาหารบนรถไฟทั่วไปและรถไฟใต้ดินนั้นถือว่าค่อนข้างเสียมารยาท

Tsukiji Kiyomura เป็นหนึ่งในร้านใน ecute Tokyo ซึ่งเน้นขายซูชิและข้าวกล่องซึ่งทำจากอาหารทะเลสด และยังมีข้าวกล่องกับหอยลวกหรือปลาไหลย่างให้ได้เลือกซื้อกันอีกด้วย

Cup Chirashizushi ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับใครที่อยากลองทานอะไรหลายๆ อย่างในจานเดียว เมนูเด็ดของร้านนี้จะเป็นข้าวผสมกับ orange masago (หรือไข่ปลาชิชาโมะ) โปะหน้าด้วยกุ้ง ปลาทูน่า แตงกวา ผักกาดเขียว ทามาโกะยากิ (ไข่ม้วนย่าง) อิคุระ (ไข่ปลาแซลมอน) ผักดองญี่ปุ่น และมายองเนส ฟังดูอาจจะรู้สึกว่ามีแต่อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด แต่ขอบอกเลยว่าใส่รวมกันแล้วรสชาติดีสุดๆ แถมยังราคาเพียง 1,000 เยนเท่านั้น! จะซื้อเป็นอาหารกลางวันก็นับว่าไม่เลวเลย

หรือต่อให้เป็นคนที่กินข้าวมาแล้ว สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับขนมหวานและขนมขบเคี้ยวหน้าตาน่าอร่อยที่วางขายในบริเวณนั้นอยู่ดี โดยมีให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นวากาชิ (ขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม) ไอศกรีม ขนมอบ ไปจนถึงขนมที่แพ็กลงกล่องน่ารักๆ สำหรับใช้เป็นของฝาก

ถ้าหากได้ลองเดินผ่าน Siretoco Donuts เชื่อว่าเกือบทุกคนจะต้องได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปเป็นแน่ ร้านนี้จะขายโดนัทน่ารักๆ หลากหลายรสชาติ ทั้งรสนมฮอกไกโด รสฟักทองญี่ปุ่น ไปจนถึงรสช็อกโกแลตชิป ตัวโดนัทจะตกแต่งด้วยมาสคอตเฉพาะของทางร้าน ไม่ว่าเป็นใครก็คงทนไม่ไหวต้องถ่ายรูปไปอวดเพื่อนๆ ก่อนจะกินแน่ๆ!

นอกจากนั้นร้านนี้ก็ยังมีโดนัทแบบพิเศษที่วาดลวดลายเป็นอิฐสีแดงแบบเดียวกับรูปลักษณ์ด้านนอกของสถานีโตเกียวด้วย โดยตัวโดนัทจะเป็นรสนมฮอกไกโดและตกแต่งด้วยช็อกโกแลตไอซิ่ง ตอนสั่งก็สามารถเลือกได้ด้วยว่าอยากให้เขียนคำว่า "โตเกียว" เป็นภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาอังกฤษ

2. ช็อปปิ้งกันจนวินาทีสุดท้าย!

การไปเดินช็อปปิ้งก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ฮอตไม่น้อยหากต้องการจะหาอะไรฆ่าเวลา จะไปตามหาของฝาก หาซื้อเสื้อผ้าและข้าวของที่จะใช้ระหว่างเที่ยว หรือจะแค่ไปเดินเล่น สถานีโตเกียวและ ecute Keiyo Street ก็เป็นอะไรที่ตอบโจทย์ได้แบบสุดๆ และหลายๆ ร้านยังให้สิทธิ์ละเว้นภาษีกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกด้วย! ถ้ามีโอกาสได้แวะไปก็อย่าลืมพกพาสปอร์ตติดตัวกันไปด้วยล่ะ

ร้านหนึ่งที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ UNIQLO ร้านเสื้อผ้าสัญชาติญี่ปุ่นที่เรารู้จักกันดี ตัวร้านอาจจะเล็กไปสักหน่อย แต่ก็มีเสื้อผ้าสวยๆ รวมไปถึงสินค้าตามฤดูกาลให้ได้เลือกสรรกันแบบเต็มที่ ต่อให้ประเมินสภาพอากาศผิดพลาดไปนิดหรืออากาศเปลี่ยนแปลงกว่าที่คิดมากไปหน่อยก็ไม่ต้องกลัวเลย แค่ไปที่ UNIQLO ก็ไม่มีปัญหาแล้ว!

นอกจากเครื่องสวมใส่ทั่วๆ ไปแล้ว เสื้อผ้าคอลเลคชั่นพิเศษที่ทาง UNIQLO  ทำร่วมกับนักออกแบบดังๆ หรือตัวละครยอดฮิตก็เป็นอีกอย่างที่น่าสนใจ นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายๆ คนถึงกับลงทุนมาที่สาขานี้เพื่อหาซื้อสินค้าที่ขายเฉพาะในญี่ปุ่นติดมือกลับไปเลยทีเดียว

ส่วนใครที่อยากจะได้ข้าวของเครื่องใช้หรือขนมทานเล่นก็ต้องไปที่คอมบินิ หรือก็คือร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่นนั่นเอง คอมบินินับเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยในชีวิตของคนญี่ปุ่น ของที่วางขายก็มีตั้งแต่ขนมถุง ขนมหวาน เครื่องดื่ม เครื่องเขียน อุปกรณ์ทำความสะอาดและเครื่องอาบน้ำ ไปจนถึงนิตยสารต่างๆ

ในเขตสถานีโตเกียว คอมบินิที่เราแนะนำก็จะเป็น NewDays ที่ตั้งอยู่ใน ecute Keiyo Street โดยร้านสะดวกซื้อเครือนี้เป็นหนึ่งในเครือที่มีชื่อเสียงที่สุดในโตเกียว มีลูกค้าเข้าออกถึงกว่า 10,000 คนต่อวัน แล้วก็ยังมีของทานเล่นอย่างโอนิกิริ (ข้าวปั้น) กับแซนด์วิชให้เลือกหลากหลายแบบอีกด้วย

การให้ของฝาก (Omiyage) เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่สำคัญมากๆ ภายในสถานีรถไฟและห้างสรรพสินค้าจึงมักมีร้านขายของฝากอร่อยๆ แพ็คเกจสวยๆ อยู่เรียงรายให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อกลับไปฝากญาติสนิทมิตรสหายและเพื่อนร่วมงาน ซึ่งแน่นอนว่าสถานีโตเกียวเองก็เช่นกัน

สำหรับใครที่อยากจะได้ขนมหรืออาหารไปเป็นของฝาก (หรือจะกินเองก็ย่อมได้!) ก็ตรงไปที่ HANAGATAYA ได้เลย หนึ่งในของฝากที่ได้รับความนิยมมากก็คือ Hiyoko หรือขนมปังรูปไส้ถั่วแดงรูปลูกเจี๊ยบ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่น่ารักแต่ยังอร่อยสุดๆ ด้วย! ตัวแพ็คเกจเองก็จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลให้ได้ลุ้นกล่องลายใหม่ๆ กันอยู่เรื่อยๆ ด้วย

อีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีไม่แพ้กันก็คือ variety box หรือกล่องที่รวมขนมและของกินเล่นหลายๆ อย่างเอาไว้ด้วยกัน ร้านที่เราแนะนำก็จะเป็นของ Ginza Matsuzaka Senbei ซึ่งด้านในประกอบไปด้วยแครกเกอร์หลากสีหลากรส โมจิย่าง (arare) และโมจิหั่นบางอบแห้ง (okaki)

นอกจากนั้นก็ยังมี Nippon-ichi ร้านจากนาราที่ขายเครื่องเขียน เครื่องประดับ และของสไตล์ญี่ปุ่นอย่างพัดแบบพับได้ สัญลักษณ์ของร้านนี้คือกวาง และถ้าดูดีๆ สินค้าบางชิ้นของทางร้านก็จะมีลายกวางเล็กๆ ซ่อนอยู่ด้วย กระเป๋าลายอาคารอิฐแดงของสถานีโตเกียวในรูปด้านล่างก็เช่นกัน

3. หาที่นั่งและพักผ่อนจนกว่าจะถึงเวลา

ถ้าอยากจะนั่งพักเฉยๆ มากกว่าไปชอปปิ้งหรือเดินเล่น ภายในสถานีก็มีทั้งจุดพักผ่อนเล็กๆ ใน ecute Tokyo และคาเฟ่มากมายพร้อมให้ได้ใช้บริการ

Hint Indie Books ก็นับเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านหนังสือ แต่ยังเป็นคาเฟ่ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นอีกด้วย! แถมยังมีเคาน์เตอร์ tax-free ไว้ให้รับเงินคืนเวลาซื้อผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในเงื่อนไขอีกต่างหาก

อีกที่ก็คือร้านเบเกอรี่และคาเฟ่ ANDERSEN ที่เราจะสามารถใช้เวลาไปกับการนั่งมองคนสัญจรไปมาในสถานีได้อย่างสบายๆ เมื่อเทียบกับจุดรอรถไฟซึ่งมักจะเสียงดังและมีคนแออัด การนั่งในคาเฟ่ก็มักจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าถ้าหากคุณยินดีจะจ่ายเงินเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสั่งเครื่องดื่มหรือขนมสักหน่อย

หาเวลาว่างสักหน่อยแล้วออกไปสำรวจสถานีโตเกียวกันดีกว่า!

ถ้าหากต้องเดินทางผ่านทางสถานีโตเกียวในระหว่างท่องเที่ยว การไปก่อนเวลาสักหน่อยก็เป็นอะไรที่ไม่เลวเลย นอกจากจะไม่ต้องวิ่งขึ้นรถไฟแล้วยังมีอาหารและสินค้ามากมายให้ได้เลือกซื้อกันอีกต่างหาก ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสได้แวะเวียนไปก็อย่าลืมลองทำตามที่เราแนะนำดูล่ะ!

ecute Tokyo
เวลาทำการ
ของหวาน: 8:00 - 22:00 น. (21:30 น.)
อาหาร 8:00 - 22:00 น. (21:30 น.)
การแสดงทำอาหาร: 8:00 - 22:00 น. (21:30 น.)
คาเฟ่ขนมและคาเฟ่หนังสือ: 7:00 - 22:00 น. (21:30 น.)
สินค้าทั่วไป: 9:00 - 22:00 น. (21:30 น.)

ecute Keiyo Street

เวลาทำการ
ของหวาน: 8:00 - 22:00 น.
อาหาร 8:00 - 22:00 น.
ร้านอาหารและคาเฟ่: 7:00 - 23:00 น.
สินค้าทั่วไป: 8:00 - 22:00 น.
ร้านสะดวกซื้อ: 5:00 - 00:15 น.

NewDays ecute Keiyo Street
เวลาทำการ: 5:00 - 00:15 น.

* เวลาในวงเล็บคือเวลาปิดในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
* ร้านค้าบางแห่งอาจมีเวลาทำการที่แตกต่างออกไป
* ร้านอาหารและคาเฟ่จะสั่งอาหารได้ถึง 30 นาทีก่อนเวลาปิด
 

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร