8 ที่พักสุดหรูแสนสบายในภูมิภาคคันโต (ฉบับปี 2021)

"คันโต" เป็นภูมิภาคที่พัฒนาขึ้นโดยมีมหานครโตเกียวเป็นศูนย์กลาง เมื่อพูดอย่างนี้หลายๆ คนก็อาจจะนึกถึงภาพของเมืองใหญ่ๆ กัน แต่ในความจริงแล้วคันโตยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย อย่างทางทิศตะวันออกของโตเกียวก็มีเขตภูเขาโอคุทามะ ทางเหนือก็มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์อย่างพื้นที่ลุ่มน้ำโอเสะและย่านออนเซ็นชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น ทางตะวันตกเฉียงใต้ก็มีเมืองดังๆ อย่างคามาคุระและฮาโกเน่ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเดินทางไปจากโตเกียวได้ง่ายๆ ในบทความนี้เราจึงจะมาแนะนำที่พักที่มีมาตรการป้องกันโรคระบาดอย่างเข้มงวดให้คุณได้รู้จักกัน ตั้งแต่โรงแรม เรียวกัง ไปจนถึงวิลล่าส่วนตัว รับรองว่าพักผ่อนได้อย่างสบายใจและเป็นส่วนตัวแน่นอน

คันโต

ที่พัก

โตเกียว

เมื่อพูดถึงโตเกียว เราก็มักจะนึกถึงเมืองมหานครที่เรียงรายไปด้วยตึกสูงๆ และศูนย์การค้า แต่อันที่จริงแล้วโตเกียวเป็นจังหวัดที่ทอดตัวยาวจากฝั่งทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก (แผนที่) และมีความหลากหลายทางภูมิประเทศสูง ตั้งแต่ภูเขาสูงกว่า 2,000 เมตรทางภาคตะวันออก ไปจนถึงเกาะกึ่งเขตร้อน เช่น หมู่เกาะอิสุ (伊豆諸島) หรือหมู่เกาะโองาซาวาระ (小笠原諸島) ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ภาพแรกด้านบนนี้ คือ สี่แยกชิบูย่าอันโด่งดัง ส่วนภาพที่สองเป็นซุ้มประตูคามินาริมง (雷門) ของวัดอาซากุสะ (浅草浅草寺) ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ภาพอาคารบ้านเรือนในยุคเก่าที่เรียงสลับกับความทันสมัยนี้จัดเป็นเสน่ห์อันโดดเด่นของโตเกียวเลยทีเดียว และนอกจากตัวเมืองแล้ว ทางทิศตะวันตกของโตเกียวก็ยังมีเขตภูเขาอย่างโอคุทามะ (奥多摩) (แผนที่) ซึ่งมีสถานที่น่าสนใจอยู่มากมายเช่นกัน

นอกจากนี้ ด้วยความที่โตเกียวเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น ที่นี่จึงเป็นศูนย์กลางของเส้นทางการคมนาคมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางหลวง รถไฟชินคันเซ็น หรือสายการบินภายในประเทศ จัดเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ต้องแวะไปให้ได้เมื่อมีโอกาสมาเที่ยวญี่ปุ่น

Palace Hotel Tokyo (パレスホテル東京)

โตเกียวมีโรงแรมหรูติดอันดับโลกอยู่เป็นจำนวนมากและทุกที่ต่างก็มีข้อดีเป็นของตัวเอง โรงแรมที่เราอยากแนะนำเป็นพิเศษ คือ Palace Hotel Tokyo

ห้องพักกว่าครึ่งของโรงแรมนี้มาพร้อมกับระเบียงชมวิว อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับพระราชวังหลวงโตเกียว (皇居) ซึ่งมีย่านออฟฟิศมารุโนะอุจิและ "สวนน้ำพุวาดาคุระ" (和田倉噴水公園) ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณเขียวขจีตั้งเรียงกันอยู่ด้านหน้า เป็นโรงแรมที่สามารถดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพของเมืองที่เต็มไปด้วยแสงนีออนอันมีเอกลักษณ์ของโตเกียวได้อย่างเต็มที่ ภาพที่ 2 ด้านบนนี้เป็นภาพระเบียงของ "Club Lounge" (クラブラウンジ) ที่อยู่บนชั้น 19 ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สงวนสิทธิ์ไว้สำหรับผู้เข้าพักใน Club Room หรือ Suite Room เท่านั้น

ห้องพักประกอบไปด้วยห้องสวีท 6 แบบ เช่น Executive Suite (ภาพที่ 1) และห้องเตียงแฝดพร้อมพื้นที่ริมระเบียงอีก 8 แบบ เช่น Club Deluxe Twin King (ภาพที่ 2) เหมาะสำหรับการพักผ่อนคลายและดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์ยามค่ำคืนของโตเกียว

ในส่วนของอาหาร คุณสามารถเลือกรับประทานได้จากร้านอาหาร 7 แห่งที่อยู่ในโรงแรม เช่น "Esterre" (エステール) ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับดาวหนึ่งดวงจากไกด์ชื่อดังระดับโลกและมีห้องอาหารส่วนตัวให้บริการอยู่ 3 ห้อง, "Wadakura" (和田倉) ที่เสิร์ฟชุดอาหารไคเซกิตามฤดูกาลให้คุณได้รับประทานกันอย่างเพลิดเพลินในห้องอาหารส่วนตัวแบบญี่ปุ่นที่มีอยู่ 9 ห้อง หรือ "Tatsumi" (巽) ร้านอาหารแบบเคาน์เตอร์ที่มีเพียง 6 ที่นั่งและเน้นเสิร์ฟเมนูเทมปุระทอดใหม่ๆ รับรองว่าจะต้องมีสักร้านที่ถูกใจคุณอย่างแน่นอน!

หากมองออกไปจากล็อบบี้ของโรงแรม คุณก็จะได้เห็นต้นโมมิจิ (เมเปิ้ลญี่ปุ่น) และคูคลองของพระราชวังหลวงโตเกียว โรงแรมแห่งนี้เป็นเพียงที่เดียวที่ตั้งอยู่ในละแวก 1-1-1 Marunouchi ซึ่งเป็นที่เดียวกับพระราชวังหลวง สมกับคอนเซ็ปต์ที่กล่าวไว้ว่า "ในประเทศญี่ปุ่นอันงดงามนี้ เราจะเป็นโรงแรมที่ไม่เหมือนใคร"

มาสัมผัสกับบริการและเสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือนของโรงแรมนี้ดูสักครั้งสิ!

คานางาวะ

จังหวัดคานางาวะตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว (แผนที่) เป็นที่ตั้งของเมืองโยโกฮาม่าที่มีประชากร 3.8 ล้านคน และคาวาซากิที่มีประชากร 1.5 ล้านคน

คานางาวะเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง เช่น ชินมินาโตะมิไร (新みなとみらい) ที่มีไฮไลท์เป็นชิงช้าสวรรค์และตึกสมัยใหม่ เมืองคามาคุระที่มีทั้งศาลเจ้าสึรูงาโอกะฮาจิมังกู (鶴岡八幡宮) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี (ภาพที่ 1) วัดเมเก็ตสึอิน (明月院) ที่มีชื่อเสียงในเรื่องดอกอาจิไซ และวัดฮาเซเดระ (長谷寺)

นอกจากนี้ คานางาวะยังเป็นที่ตั้งของฮาโกเน่ เมืองที่เป็นแหล่งรวมตัวของที่พักออนเซ็นและพิพิธภัณฑ์ศิลปะซึ่งได้รับความนิยมมากในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่เดินทางจากโตเกียวไปได้อย่างสะดวกสบาย (ภาพที่ 2 สีขาวๆ ที่อยู่ตรงมุมขวาบนคือภูเขาไฟฟูจิ)

Kamakura COCON

สำหรับคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในแถบคันโต คามาคุระเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบไปเช้า - เย็นกลับที่ยอดเยี่ยม ซึ่งพวกเขาสามารถแวะไปอีกหลายๆ ครั้งเพื่อเก็บจุดที่ยังไม่เคยไปให้ครบได้ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ คามาคุระถือเป็นเมืองที่มีวัดเก่าแก่และสถานที่น่าสนใจมากมายจนไม่สามารถเที่ยวให้หมดภายในวันเดียวได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงอยากแนะนำ Kamakura COCON เรียวกังที่ดัดแปลงมาจากบ้านเรือนในสมัยโบราณ และมีห้องพักเป็นห้องสวีทอยู่เพียง 2 ห้องเท่านั้น

ห้องสวีททั้ง 2 ห้องเป็นห้องพักแบบมีหลายชั้น ที่เห็นอยู่ด้านบนนี้เป็นห้อง Cocon Maisonette Suite ที่ชั้นล่างเป็นห้องนั่งเล่น (ภาพที่ 1) กับห้องน้ำ (ภาพที่ 3) ส่วนชั้นบนเป็นห้องญี่ปุ่น (ภาพที่ 2) กับห้องนอน เป็นการผสมผสานบรรยากาศของบ้านเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 160 ปี เข้ากับเครื่องใช้และของตกแต่งสไตล์โมเดิร์น

※ เว็บไซต์ Booking.com ระบุชื่อห้องไว้ว่า "Suite with Garden View"

ห้องสวีทอีกห้องหนึ่งมีชื่อว่า Kura Maisonette Suite เป็นห้องที่รีโนเวทมาจากคุระ (蔵 โรงเก็บของญี่ปุ่น มักจะมีประตูที่แน่นหนาและกำแพงสีขาว) จึงดูแปลกตา ชั้นล่างมีทางเข้าที่ทำจากประตูโรงเก็บของ (ภาพที่ 1), ห้องนั่งเล่น, ห้องญี่ปุ่น (ภาพที่ 2), ห้องน้ำ ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน (ภาพที่ 3)

※ เว็บไซต์ Booking.com ระบุชื่อห้องไว้ว่า "Suite"

มื้อค่ำของที่นี่เป็นอาหารอิตาเลียนสไตล์โมเดิร์น ทำด้วยผักสดใหม่จากคามาคุระและวัตถุดิบตามฤดูกาลที่หาได้ในอ่าวซางามิ เนื่องจากอาหารจะเสิร์ฟมาบนเคาน์เตอร์ครัวแบบเปิด คุณจึงสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ กับเชฟได้

ภายในอาคารอบอวลไปด้วยบรรยากาศและเสน่ห์แบบบ้านโบราณ นอกจากนี้ ที่นี่ยังล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียวและโบราณสถานมากมาย ประกอบกับทำเลที่ตั้งอยู่ในย่านนิไคโด (二階堂) ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยอันเงียบสงบ ที่นี่จึงเป็นบ้านพักลับๆ ที่เหมาะกับการผจญภัยในคามาคุระที่มีกลิ่นอายของยุคเก่าอย่างเต็มที่

Fujiya Ryokan (富士屋旅館)

ในบรรดาออนเซ็นเรียวกังจำนวนมากในฮาโกเน่ทั้งหมด เราอยากจะขอแนะนำ Fujiya Ryokan ซึ่งเป็นเรียวกังเก่าแก่ริมแม่น้ำฟูจิกิ (藤木川) ในย่านยูกาวาระ (湯河原) ที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ อาคารเก่าของที่นี่สร้างขึ้นในปี 1923 ซึ่งนับว่ามีอายุกว่า 100 ปีแล้ว ภายในพื้นที่อันกว้างขวางของเรียวกังแห่งนี้มีทั้งโรงอาบน้ำที่ดึงน้ำพุร้อนมาจากยูกาวาระออนเซ็น (湯河原温泉), สวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่, อาคารใหม่ และราคุมิโซ (洛味荘 โถงทางเดินเชื่อมระหว่างอาคาร) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1950 อยู่ตรงสุดปลายทางเดินของอาคารเก่า

ห้องพักทุกห้องในอาคารเก่าและราคุมิโซมาพร้อมกับออนเซ็นในอ่างไม้ฮิโนกิ (ไซเปรสญี่ปุ่น) คุณสามารถดื่มด่ำไปกับการพักผ่อนที่เป็นส่วนตัวและน้ำพุร้อนจากยูกาวาระออนเซ็นได้ โดยน้ำประเภทนี้จะมีสรรพคุณในด้านการบำรุงผิว บรรเทาอาการปวดตามเส้นประสาท กล้ามเนื้อ และข้อต่อ เป็นต้น

จุดที่เราขอแนะนำเป็นพิเศษคืออาคารหลังเก่าที่มีอายุเกือบ 100 ปีและโดดเด่นด้วยสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ของช่างญี่ปุ่นยุคโบราณ คุณสามารถผ่อนคลายทั้งกายและใจอยู่ในอาคารที่มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ ชื่นชมสวนที่เปลี่ยนลักษณะไปตามฤดูกาล และลืมความวุ่นวายในชีวิตประจำวันไปได้เป็นปลิดทิ้ง

จุดอื่นๆ ที่เราอยากแนะนำ ได้แก่ อาคารรองราคุมิโซ (ภาพที่ 1) และห้องพักของอาคารใหม่ที่ผสมความเป็นญี่ปุ่นเข้ากับดีไซน์สุดทันสมัย (ภาพที่ 2 เป็นห้องแบบญี่ปุ่นแท้ๆ) ทุกห้องพักในอาคารเก่าและราคุมิโซจะมาพร้อมกับออนเซ็นในอ่างไม้ฮิโนกิเพื่อให้คุณจะได้พักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว และเพลิดเพลินไปกับน้ำพุร้อนจากยูกาวาระออนเซ็นที่ช่วยทำให้ผิวสวยและบรรเทาอาการปวดตามเส้นประสาท กล้ามเนื้อ และข้อต่อ ส่วนอาคารใหม่จะมีห้องอ่างไม้ฮิโนกิกับฝักบัวอาบน้ำแบบทั่วไปให้เลือก

มื้อค่ำของที่นี่เป็นชุดอาหารไคเซกิตามฤดูกาล โดยคุณจะได้รับประทานที่ Hyorokutei (瓢六亭) ภัตตาคารที่อยู่ในบริเวณเดียวกับเรียวกัง เป็นไคเซกิที่ปรุงขึ้นด้วยวัตถุดิบหลากหลาย เช่น ของป่า คุโระเกะวากิว (เนื้อวัวดำญี่ปุ่น) ผักตามฤดูกาลในท้องที่ และอาหารทะเลจากอ่าวซางามิที่อยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดคานางาวะ

กุนมะ

จังหวัดกุนมะเป็นบริเวณที่สามารถเดินทางจากโตเกียวไปได้อย่างสะดวกสบาย โดยนั่งรถไฟชินคันเซ็นเป็นเวลาเวลา 1 ชั่วโมง 20 นาที ที่นี่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของโตเกียว ถัดจากไซตามะขึ้นไป (แผนที่) พื้นที่ทางตอนใต้ของกุนมะเป็นที่ราบเสียส่วนใหญ่ แต่จะมีเขตภูเขามากในภาคตะวันตกและภาคเหนือจึงทำให้มีสภาพอากาศที่แตกต่างกัน เขตที่ราบจะร้อนมากในช่วงฤดูร้อนและในฤดูหนาวก็จะมี "คารัคคาเสะ" (空っ風) ลมประจำฤดูที่ทั้งแห้งและเย็น ส่วนเขตภูเขาจะมีอากาศเย็นแม้แต่ในฤดูร้อน และมีหิมะทับถมหนามากในช่วงฤดูหนาว

กุนมะเป็นที่ตั้งของย่านออนเซ็นใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังหลายแห่ง เช่น คุซัตสึออนเซ็น (草津温泉 ภาพที่ 1 เป็นแหล่งเก็บน้ำพุร้อนของคุซัตสึออนเซ็น) อิคาโฮะออนเซ็น (伊香保温泉) และชิมะออนเซ็น (四万温泉) นอกจากนี้ ยังมีโรงงานทอผ้าโทมิโอกะ (富岡製糸場) ที่ถูกยกให้เป็นมรดกโลก และจุดชมธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นอย่างโอเสะ (尾瀬) ที่มีพืชแบบอัลไพน์อุดมสมบูรณ์ (ภาพที่ 2 ดอกไม้สีขาวที่เห็นอยู่ในรูปมีชื่อว่ามิซูบาโช) ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอย่างเต็มที่เลยทีเดียว

Kaichoro (奥伊香保 旅邸 諧暢楼)

อิคาโฮะออนเซ็นเป็นหนึ่งในออนเซ็นชื่อดังของจังหวัดกุนมะเคียงคู่กับคุซัตสึออนเซ็น ที่นี่มีประวัติยาวนานมาก โดยเชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ประมาณ 1,900 ปีก่อน และมีชื่อเสียงมาจาก "อิชิดันไก" (石段街 ภาพด้านบน) ซึ่งเป็นย่านบันไดหินที่สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 420 ปีที่แล้ว จัดเป็นแหล่งออนเซ็นที่สามารถคงทัศนียภาพของเมืองออนเซ็นโบราณไว้ได้เป็นอย่างดี

Kaichoro เป็นเรียวกังเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 400 ปี (ภาพด้านบนเป็น Kaichoro ที่สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี 1880 โดยเจ้าของรุ่นที่ 14) เมื่อเข้าสู่ยุคเฮอัน (ค.ศ. 1989 - 2019) เจ้าของรุ่นที่ 17 ก็ได้ทำการรีโนเวทอย่างเต็มรูปแบบ จนกลายเป็นเรียวกังที่มีห้องพักเพียง 8 ห้อง พร้อมกับเปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า "Ryotei Kaichoro" (旅邸 諧暢楼)

ห้องพักของที่นี่มีให้เลือก 4 แบบ ได้แก่ Japanese Suite (ภาพที่ 1), ห้องเตียงคู่สไตล์ตะวันตกผสมญี่ปุ่นพร้อมออนเซ็นกลางแจ้ง, ห้องญี่ปุ่นพร้อมห้องน้ำชา, ห้องนั่งเล่นเสื่อทาทามิกับออนเซ็นกลางแจ้ง และห้องญี่ปุ่นกับออนเซ็นกลางแจ้งในสวน (ภาพที่ 2) รับรองว่าจะต้องมีสักแบบที่ถูกใจคุณอย่างแน่นอน

เสน่ห์อย่างหนึ่งของที่พักแห่งนี้ คือ ทุกห้องมาพร้อมกับออนเซ็นกลางแจ้งที่ดึงน้ำมาจาก "ชิโรกาเนะโนะยุ" (白銀の湯) ซึ่งเป็นบ่อออนเซ็นชื่อดังของอิคาโฮะ คุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติใน 4 ฤดูของอิคาโฮะอย่างใกล้ชิด พร้อมเพลิดเพลินไปกับการแช่น้ำที่เป็นส่วนตัวและเต็มไปด้วยสรรพคุณดีๆ มากมาย

มื้อค่ำของที่นี่จะเสิร์ฟในห้องส่วนตัวที่เรียกว่า "Charyo" (茶寮) เป็นเมนูเชิงสร้างสรรค์ที่ดัดแปลงมาจากอาหารญี่ปุ่น และทำด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี จัดเป็นมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยทักษะและความเอาใจใส่ของพ่อครัว

ทั้งออนเซ็นที่มีเสน่ห์ ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ส่วนตัว และอาหารที่หารับประทานที่อื่นไม่ได้ บอกเลยว่า Kaichoro แห่งนี้จะเป็นเรียวกังที่ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าทั้งจากการเดินทางและชีวิตประจำวันของคุณได้ระหว่างที่คุณเพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยว

Syoubun (蛍雪の宿 尚文)

แม่น้ำโทเนกาวะ (利根川) เป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลักของญี่ปุ่นที่ไหลจากภาคเหนือของจังหวัดกุนมะไปยังตะวันออกและตะวันตก ก่อนจะไหลออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิกที่เมืองโจชิ (銚子) ในจังหวัดชิบะ บริเวณต้นน้ำนี้เป็นที่ตั้งของ "หมู่บ้านมินาคามิออนเซ็น" (水上温泉郷) และหากคุณเดินผ่านหมู่บ้านนี้ไป ก็จะได้พบกับ Syoubun บ้านพักสุดลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา

ห้องพักของที่นี่มีให้เลือกถึง 7 แบบ ตัวอย่างเช่น "ห้องพักหลายชั้นพร้อมออนเซ็นกลางแจ้ง (อาคารรอง)" ที่มีห้องนั่งเล่นกับออนเซ็นกลางแจ้งส่วนตัวอยู่ในชั้นล่าง (ภาพที่ 1) และห้องนอนอยู่ชั้นบน (ภาพที่ 2) ส่วนห้องแบบ "INAKA Suite ห้องชุดพร้อมออนเซ็นกลางแจ้ง (อาคารหลัก)" จะมีระเบียงดาดฟ้าที่ทำด้วยไม้ด้วย และสุดท้ายคือ "ห้องพักพร้อมออนเซ็นกลางแจ้ง (อาคารรอง)"

ห้องแต่ละแบบจะมีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป คุณสามารถเลือกตามความชอบได้เลย

※ อาคารรองไม่รับเด็กเล็ก

นอกจากออนเซ็นกลางแจ้งในแต่ละห้องแล้ว บ้านพักแห่งนี้ยังมีออนเซ็นรวมอีก 3 บ่อให้คุณใช้บริการได้ฟรี และหนึ่งในนั้นก็คือ "บ่อหินหมายเลข 1" ที่อยู่ในภาพด้านบน บ่อนี้ดึงน้ำพุร้อนมาจาก "มุโคยามะออนเซ็น" (向山温泉) ที่ได้ชื่อว่าเป็น "บ่ออัญมณี" ด้วยน้ำใสไร้สีสุดละมุนผิว

จุดขายหลักของที่พักแห่งนี้คืออาหาร ในเวลามื้อค่ำคุณจะได้ทาน "ยามาบิโตะเรียวริ" (山人料理 อาหารชาวเขา) ที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบตามฤดูกาลจากสวนในท้องถิ่น แม่น้ำโทเนกาวะ และภูเขาในโอคุโทเนะ (奥利根) เป็นเมนูอาหารที่ให้ความสำคัญกับสูตรพื้นบ้าน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในกรอบเดิมๆ ทุกจานล้วนมีรสชาติลุ่มลึกอย่างที่คุณไม่สามารถหาทานได้ที่ไหน นอกจากห้องอาหารส่วนตัวของร้าน "Fuki no To" (ふきのとう) นี้เท่านั้น

โทชิกิ

เช่นเดียวกันกุนมะ โทชิกิเป็นจังหวัดทางเหนือของโตเกียว โดยอยู่ถัดจากไซตามะขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (แผนที่) จังหวัดนี้ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวน้อยกว่ากุนมะ โดยคุณสามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นมาถึงได้ในเวลาประมาณ 50 นาที

โทชิกิมีแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและประวัติศาสตร์มากมาย ตั้งแต่ศาลเจ้านิกโก้โทโชกู (日光東照宮 ภาพที่ 1) มรดกโลกอายุกว่า 400 ปีที่มีชื่อเสียงระดับสากล, คินุกาว่าออนเซ็น (鬼怒川温泉) ที่เรียงรายไปด้วยวิวหุบเขาและเรียวกังออนเซ็น, ที่ราบสูงนาสุ (那須高原) ที่โด่งดังในฐานะจุดชมวิว ไปจนถึงเนินอิโรฮะ (いろは坂 ภาพที่ 2) ที่จะคับคั่งไปด้วยผู้คนในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

The Ritz-Carlton Nikko (ザ・リッツ・カールトン日光)

The Ritz-Carlton Nikko เป็นโรงแรมในเครือหรูที่โด่งดังระดับโลก ตั้งอยู่ริมทะเลสาบจูเซ็นจิ (中禅寺湖) ของนิกโก้ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลเจ้านิกโก้โทโชกู

ไฮไลท์ของที่นี่คือการใช้ประโยชน์จากเสน่ห์เฉพาะตัวของนิกโก้ มีทั้งบ่อแช่น้ำในร่ม (ภาพที่ 2) และออนเซ็นกลางแจ้ง (ภาพที่ 1) ที่ดึงน้ำมาจากต้นน้ำของนิกโก้ยูโมโตะออนเซ็น (日光湯元温泉) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับออนเซ็นมากสรรพคุณที่จะกลายเป็นสีขุ่นเมื่อสัมผัสกับอากาศ

โรงแรมนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่มีทัศนียภาพอันยอดเยี่ยม ด้านหน้ามีทะเลสาบจูเซ็นจิ (ด้านซ้ายของภาพที่ 1) และภูเขานันไท (男体山 ตรงกลางของภาพที่ 2) ตามคอนเซ็ปต์ "กลมกลืนไปกับความสวยงามตามธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของนิกโก้" คุณจะได้ชมธรรมชาติของนิกโก้อย่างเป็นส่วนตัวภายในห้องพักสไตล์โมเดิร์นที่ออกแบบไว้อย่างสวยงามลงตัว

ห้องพักมีทั้งหมด 8 แบบ เช่น The Ritlz-Carlton Suite (ภาพที่ 1, 2) ที่มีวิวแบบพาโนราม่า, Lake Chuzenji View Suite, Lake Chuzenji View King และ Mount Nantai View King โดยแต่ละแบบก็จะมีทิวทัศน์ที่แตกต่างกันออกไป คุณสามารถเลือกได้ตามใจชอบ

มื้อค่ำมีให้เลือกระหว่างอาหารญี่ปุ่นกับอาหารตะวันตก อาหารญี่ปุ่นจะเสิร์ฟที่ "The Japanese Restaurant by The Ritz-Carlton Nikko" โดยมีทั้งอาหารไคเซกิแสนปราณีตที่ทำจากวัตถุดิบตามฤดูกาลของโทชิกิ ซูชิสไตล์เอโดะที่โดดเด่นด้วยทักษะของเชฟซูชิผู้เชี่ยวชาญ และเทปันยากิ (อาหารย่างบนกระทะเหล็กแบน) ที่คุณจะได้ลิ้มรสสเต็กคุโระเกะวากิวที่ทางโรงแรมเลี้ยงเอง (ภาพที่ 1) นอกจากนี้ ยังมีห้องอาหารที่รองรับแขกได้ถึง 10 คนให้ใช้บริการด้วย

ในส่วนของอาหารตะวันตก คุณจะได้รับประทานที่ "Lakehouse" เหล่าเชฟจะเสิร์ฟอาหารที่ปรุงรสชาติโดยใช้ประโยชน์จากรสดั้งเดิมของวัตถุดิบตามฤดูกาลที่ชาวสวนท้องถิ่นปลูกขึ้นอย่างทะนุถนอม ตัวอย่างเช่น เมนูจากผักสดใหม่ที่ปลูกอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของโทชิกิ (ภาพที่ 2) บอกเลยว่าเหล่าเชฟจะช่วยกันปรุงให้ได้รสชาติที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน

ชิบะ

จังหวัดชิบะอยู่ทางตะวันออกของโตเกียว คุณสามารถเดินทางจากสถานีโตเกียวไปยังเมืองชิบะที่เป็นศูนย์กลางของจังหวัดได้ง่ายๆ โดยนั่งรถไฟประมาณ 30 นาที (แผนที่) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากชิบะวางตัวในไปทางทิศเหนือและใต้ จึงค่อนข้างใช้เวลาหากต้องการเดินทางไปภาคใต้หรือตะวันออกของจังหวัด ชิบะมีจุดเด่นเป็นภูมิประเทศที่เป็นที่ราบเสียส่วนใหญ่ และเป็นเพียงไม่กี่จังหวัดของญี่ปุ่นที่ไม่มีเขตภูเขา จะมีก็แต่เนินเตี้ยๆ ที่สูงประมาณ 20 - 50 เมตร แม้แต่ภูเขาอาทาโงะ (愛宕山) ที่สูงที่สุดของจังหวัดก็มีความสูงเพียง 408 เมตรเท่านั้น อีกทั้งยังถูกล้อมรอบด้วยทะเลจาก 3 ด้านจึงมีสภาพอากาศอบอุ่นแบบภาคพื้นสมุทร โดยจะอบอุ่นในฤดูหนาวและเย็นสบายในฤดูร้อน

คุณอาจแปลกใจเมื่อรู้ว่าโตเกียวดิสนีย์แลนด์และโตเกียวดิสนีย์ซีไม่ได้ตั้งอยู่ในโตเกียวแต่อยู่ในชิบะ นอกจากนี้ ชิบะยังมีสถานที่ชื่อดังอื่นๆ อีกมากมาย เช่น วัดชินโชจิแห่งเขานาริตะ (成田山新勝寺 ภาพที่ 1) ที่มีประวัติศาสตร์กว่าพันปี, หุบเขาโยโร (養老渓谷) ที่มีทิวทัศน์สวยงาม, และวัดนิฮงจิแห่งเขาโนโคกิริ (鋸山日本寺) ที่มีชื่อเสียงจากจิโกคุโนโซงิ (地獄のぞき) ชะง่อนผาหินที่ยื่นออกมาอย่างน่าหวาดเสียว

Hanashibuki (花しぶき)

Hanashibuki เป็นที่พักพร้อมออนเซ็นที่ตั้งอยู่ริมชายหาดชิโอมิ (塩見海岸) ของเมืองทาเตยามะที่อยู่เกือบใต้สุดของจังหวัดชิบะ

คุณสามารถชมทะเลสีฟ้าของทาเตยามะได้จากทุกจุดภายในอาคาร สมกับที่ตั้งอยู่ริมทะเล และในวันที่อากาศดีก็จะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิและภาพของพระอาทิตย์ที่ตกลงสู่ทะเลได้ด้วย ภาพที่ 1 ด้านบนนี้เป็นระเบียงกลางแจ้งที่เชื่อมกับส่วนที่เป็นเลาจน์ ในขณะที่ภาพที่ 2 เป็นห้องแบบ "Ocean-view Japanese-style Room Hana" ที่จะปลุกเร้าประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของคุณด้วยเสียงคลื่น ลม และกลิ่นของทะเล

ไฮไลท์ของที่นี่คือ อาหารทะเลสดใหม่ที่ส่งตรงมาจากอวนจับปลาในท้องที่ มีปลาท้องถิ่นมากมายที่สามารถหารับประทานได้ที่นี่เท่านั้น ความสดใหม่ถือเป็นหัวใจของอาหารทะเล ดังนั้น หากไม่ลองรับประทานดูสักครั้งก็จะไม่มีทางเข้าใจได้เลย ชาวประมงที่นี่ใช้วิธีจับปลากันแบบง่ายๆ โดยจะรอให้ปลาว่ายเข้ามาในอวนเอง นอกจากจะทำให้เนื้อปลาไม่เสียหายแล้ว ยังเป็นการป้องกันไม่ให้จับมากเกินจำเป็นอีกด้วย

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่คือ "ทาเตยามะชิโอมิออนเซ็น" (館山塩見温泉) ที่ผุดขึ้นมาในพื้นที่ของโรงแรม ที่เห็นอยู่ในภาพที่ 1 คือออนเซ็นชมวิวที่มาพร้อมกับห้อง "Japanese-style Modern Twin" ส่วนภาพที่ 2 คือโรงอาบน้ำสำหรับผู้หญิง "Hanamori no Yu" (花盛りの湯) นอกจากนี้ก็ยังมีโรงอาบน้ำสำหรับผู้ชายที่เรียกว่า "Hanasaki no Yu" (花咲きの湯) และออนเซ็นกลางแจ้งแบบส่วนตัวภายในห้องพักซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการแช่น้ำโดยไม่มีใครรบกวนมากๆ ด้วย

ไซตามะ

ไซตามะตั้งอยู่ทางเหนือของโตเกียว สามารถเดินทางไปได้ง่ายๆ โดยนั่งรถไฟจากสถานีโตเกียวไปสู่เมืองไซตามะที่เป็นศูนย์กลางของจังหวัด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที (แผนที่) ภูมิประเทศของไซตามะเป็นภูเขาสูงกว่า 2,000 เมตรเรียงรายอยู่ในภาคตะวันตก และค่อยๆ ลดหลั่นกลายเป็นเนินเขาและที่ราบต่างๆ เมื่อเข้าสู่ภาคตะวันออก ในฤดูหนาวจะมีลมแรงพัดมาจากทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นฤดูที่มักจะมีท้องฟ้าแจ่มใจและอากาศแห้ง ส่วนฤดูร้อนจะมีจุดเด่นเป็นอากาศที่ร้อนมากๆ ในช่วงกลางวัน มีฟ้าผ่าและเกิดพายุลูกเห็บให้เห็นบ่อยๆ

จุดท่องเที่ยวที่โด่งดังของไซตามะ คือ "คาวาโกเอะ" (川越 ภาพที่ 1) ที่ถูกเรียกว่าเป็นเกียวโตขนาดย่อม และสามารถเที่ยวแบบไปเช้า - เย็นกลับจากโตเกียวได้ นอกจากนี้ ยังมีย่านจิจิบุ (秩父) ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและประวัติศาสตร์อยู่ทางฝั่งตะวันตก ที่นี่มีทั้งศาลเจ้าจิจิบุ (秩父神社) ที่มีประวัติศาสตร์กว่า 2,100 ปี ผาหินนางาโทโระอิวาดาทามิ (長瀞岩畳) ที่เกิดจากการดันตัวขึ้นของหินชีสต์ และหุบเขาที่อยู่ใกล้กับผาหินดังกล่าว (ภาพที่ 2)

Gasho No Ie - Vacation STAY 11379

ไซตามะมีโรงแรมและเรียวกังอยู่มากมาย แต่ครั้งนี้ เราจะขอยกที่พักแบบบ้านเดี่ยวมาแนะนำ บ้านเดี่ยวหลังนี้อยู่ห่างจากสถานี Koshigaya-Laketown ของรถไฟ JR Musashino ในระยะเดินประมาณ 17 นาที จากสถานีดังกล่าว คุณสามารถนั่งรถไฟไปยังสถานีโตเกียวได้โดยเปลี่ยนรถไฟระหว่างทางเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แถมยังใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงอีกด้วย

จุดเด่นของที่พักแห่งนี้คือการได้ดื่มด่ำไปกับการใช้ชีวิตในย่านที่อยู่อาศัยของคนญี่ปุ่นจริงๆ ซึ่งแตกต่างจากโรงแรม เรียวกัง วิลล่า หรือรีสอร์ท เป็นการเข้าพักที่จะทำให้คุณสัมผัสถึงชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นอย่างเต็มที่

ถึงแม้ว่าโครงสร้างจะดูไม่โดดเด่นอะไรมากนัก แต่ที่นี่ก็มีการตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์น ทำให้ดูสะอาดสะอ้าน น่าอยู่ และสะดวกสบายมากๆ

ตัวบ้านมาพร้อมกับลานจอดรถซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนจะเช่ารถเที่ยว ใกล้ๆ กันก็มีสวนสาธารณะริมบ่อน้ำและร้านเช่าจักรยาน คุณจึงสามารถขี่จักรยานเสือภูเขาไปชมวิวได้ด้วย อีกทั้งยังจะได้สนุกกับการซื้อของตามซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าสถานีซึ่งเป็นประสบการณ์แบบที่ไม่สามารถหาได้ในโรงแรมหรือเรียวกัง

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร