สัมผัสกับความสวยงามของญี่ปุ่นได้ใน 10 ที่พักสุดหรูแห่งภูมิภาคชูบุ!

บทความนี้จะมาแนะนำที่พักแสนสบายใน "ภูมิภาคชูบุ" ที่จะทำให้คุณได้ดื่มด่ำกับการพักผ่อนในห้องพักสไตล์ญี่ปุ่นและอาหารเลิศรสที่ปรุงมาอย่างพิถีพิถันแบบที่คุณจะไม่สามารถหากินได้ที่ไหนอีก! บอกเลยว่ามีแต่ที่พักสุดหรูที่จะทำให้คุณได้พักผ่อนอย่างสบายใจ และบางแห่งก็มีบริการเสิร์ฟอาหารให้ถึงห้องพัก รวมไปถึงอ่างอาบน้ำกลางแจ้งแบบส่วนตัวด้วย บอกเลยว่าเหมาะสำหรับผู้ที่อยากปลีกวิเวกเพื่อการพักผ่อนสุดๆ !

ชูบุ

ที่พัก

ที่พักในนีกาตะ (新潟)

จังหวัดนีกาตะมักจะมีหิมะตกหนัก ที่นี่จึงมีจุดเล่นสกีหิมะคุณภาพดีหลายแห่งกระจายตัวอยู่โดยรอบ และเมื่อเล่นเสร็จก็มีออนเซ็นให้แช่คลายเหนื่อยกันด้วย แต่เนื่องจากจังหวัดนี้สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดูกาล คุณจึงสามารถเพลิดเพลินได้ตลอดทั้งปีแม้ไม่ใช่ฤดูหนาว อาทิเช่น การปีนเขาและเล่นน้ำทะเลในฤดูร้อน ลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่ และดื่มด่ำไปกับสาเกญี่ปุ่นเลิศรสและอาหารญี่ปุ่นสูตรต้นตำรับ นับเป็นเสน่ห์ประจำตัวของจังหวัดนีกาตะเลยทีเดียว

หากคุณเป็นคนรักศิลปะ เราขอแนะนำให้แวะไปชมงานศิลปะนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Echigo-Tsumari Art Triennial (大地の芸術祭) ที่จัดอยู่ในพื้นที่ "เอจิโกะ สึมาริ" (越後妻有) นี่เป็นงานศิลปะขนาดใหญ่ที่จัดอยู่ท่ามกลางหิมะและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ที่ได้ชื่อว่ามีหิมะตกหนักที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น งานนี้จะมีการจัดขึ้นทุกๆ 3 ปี แต่ถึงแม้คุณจะไม่ได้มาในช่วงเวลาดังกล่าวก็สามารถชมงานนิทรรศการพิเศษและผลงานอื่นๆ ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ นีกาตะยังมี "เกาะซาโดะ" (佐渡) เกาะโดดเดี่ยวทรงกลมที่ดูมีเอกลักษณ์ด้วย เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่คุณสามารถเข้าถึงได้ด้วยการนั่ง "เรือวัปปะ" (わっぱ舟) ข้ามผืนน้ำทะเลสีฟ้าใส

1. Satoyama Jujo (里山十帖)

ที่พักแห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกกันว่า Designer Room นอกจากจะสวยงามแล้วก็ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีบ่อออนเซ็นธรรมชาติให้ไปใช้บริการกันได้ด้วย ในช่วงหน้าหนาว พื้นที่บริเวณนี้จะปกคลุมไปด้วยหิมะ เป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบชวนให้รู้สึกสบายใจ อีกทั้งยังมีธรรมชาติอันสวยงามล้อมอยู่โดยรอบ ให้คุณไปเดินเล่นกันได้อย่างเพลิดเพลิน ส่วนภายในที่พักก็มีงานศิลปะตกแต่งอยู่ทั่วอาคารพร้อมอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ให้ใช้กันแบบฟรีๆ ด้วย ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลืมความวุ่นวายในชีวิตประจำวันระหว่างเข้าพัก

ในส่วนของร้านอาหาร ที่พักแห่งนี้เสิร์ฟเมนูอาหารญี่ปุ่นที่ปรุงด้วยผักออร์แกนิคที่ปลูกเองในท้องที่ และหากคุณเป็นมังสวิรัติก็สามารถแจ้งก่อนเพื่อให้ได้อาหารที่เหมาะกับตัวเองด้วย

ที่พักในโทยาม่า (富山)

จังหวัดโทยาม่าตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น (日本海) มีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปีซึ่งเป็นอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นที่ไหลผ่าน แต่อย่างไรก็ตาม "เทือกเขาทาเตยามะ" (立山連峰) ที่สูงถึง 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล กลับทำให้บริเวณนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีหิมะตกหนักที่สุดในโลกในช่วงฤดูหนาว ที่นี่จึงมีจุดท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง "กำแพงหิมะทาเตยามะ" (雪の大谷) ที่อยู่บนเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดโทยาม่าและจังหวัดนากาโนะซึ่งเรียกว่า "เส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะ" (Tateyama Kurobe Alpine Route) ถนนสายนี้เป็นไฮเวย์ที่มีระดับความสูง 2,450 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลที่จะถูกกวาดหิมะออกไปจนเห็นเป็นถนนที่มีกำแพง เชื่อไหมว่าในช่วงที่หิมะตกหนักที่สุดนั้น กำแพงนี้สามารถสูงถึง 20 เมตรได้เลยทีเดียว! คุณสามารถไปเดินเล่นแถวนี้ได้ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่เราอยากแนะนำ

เมื่อผ่านเส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะไป ก็จะถึง "เขื่อนคุโรเบะ" (黒部ダム)อันเลื่องชื่อที่มีทิวทัศน์สุดอลังการให้คุณได้ชมกันอย่างเพลิดเพลิน ที่นี่มีการจำลองการปล่อยน้ำให้นักท่องเที่ยวได้ชมการทำงานของเขื่อน โดยจะปล่อยน้ำในความเร็ว 10 ตัน / วินาที ส่งผลให้เกิดละอองน้ำที่ฟุ้งกระจาย ดูมีพลังสุดๆ ! นอกจากนี้ บริเวณใกล้เคียงก็มีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อย่าง "รถไฟชมวิวหุบเขาคุโรเบะ" (Kurobe Gorge Railway), "หมู่บ้านชิราคาวาโกะ" (白川郷) ในจังหวัดกิฟุ และ "หมู่บ้านโกคายาม่า กัสโชสึคุริ" (五箇山合掌造り) ด้วย

2. Kurobe Unazuki Onsen Yamanoha (黒部・宇奈月温泉 やまのは)

คุณสามารถเดินทางมายังโทยาม่าได้ด้วยรถไฟโฮคุริคุชินคันเซ็น (北陸新幹線) โดยจะลงได้เพียง 3 สถานี คือ คุโรเบะ - อุนาสึกิออนเซ็น (黒部宇奈月温泉駅) โทยาม่า (富山駅) และ ชินทาคาโอกะ (新高岡駅)

ในจำนวนทั้งหมดนี้ มีเรียวกังชื่อดังแห่งหนึ่ง คือ Kurobe Unazuki Onsen Yamanoha ที่ตั้งอยู่ในทำเลแสนสะดวก โดยคุณสามารถเดินเท้าจากสถานีคุโรเบะ - อุนาสึกิออนเซ็น ได้ในเวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น

ไฮไลท์อันดับ 1 ของเรียวกังแห่งนี้ คือ อ่างอาบน้ำกลางแจ้งที่คุณสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่มีรถไฟชมวิวหุบเขาคุโรเบะวิ่งผ่านไปมาได้ คุณจึงสามารถแช่ออนเซ็นพลางชมวิวสวยๆ รอบตัวได้อย่างเพลิดเพลิน

หากคุณได้มาเที่ยวจังหวัดโทยาม่า ก็ไม่ควรพลาดการลิ้มลองอาหารทะเลสดใหม่ และที่พักแห่งนี้ก็มีร้านอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ที่รวมเอาความอร่อยล้ำแบบฟ้าประทานมาให้คุณแล้ว เนื่องจากเป็นบุฟเฟ่ต์ คนที่ไม่ชอบทานอาหารญี่ปุ่น หรือแค่อยากลองชิมอาหารญี่ปุ่นนิดๆ หน่อยๆ ก็สามารถเลือกได้อย่างสบายใจ

เรียวกังแห่งนี้มีห้องพักหลายรูปแบบ ทั้งห้องสไตล์ตะวันตกที่มีการปูพื้นและทำเตียงสูง กับห้องสไตล์ญี่ปุ่นและตะวันตกที่ปูด้วยเสื่อทาทามิ แต่ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบไหนก็สามารถสัมผัสกับบรรยากาศของเรียวกังญี่ปุ่นได้ไม่ต่างกัน

ที่พักในอิชิคาว่า (石川)

อิชิคาว่าเป็นจังหวัดที่เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสกับความเป็นญี่ปุ่นในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศของเมืองโบราณ งานฝีมือแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ออนเซ็น และอาหารทะเลสดใหม่ จังหวัดนี้เป็นที่ตั้งของเมือง "คานาซาว่า" (金沢) ที่มีชื่อเสียงในเรื่องเมืองปราสาทของ "ปราสาทคานาซาว่า" (金沢城) และ ย่านโรงน้ำชาที่เรียกว่า "ชายะไก" (茶屋街) เป็นทิวทัศน์ญี่ปุ่นโบราณที่สวยงามน่าชม อีกทั้งยังมี "พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งศตวรรษที่ 21" (21st Century Museum of Contemporary Art) และ "พิพิธภัณฑ์ ดี.ที. ซูซูกิ" (D.T. Suzuki Museum) ที่สืบทอดแนวคิดปรัชญาศาสนาพุทธนิกายเซ็น (ZEN) ของคุณสุซุกิ ไดเซตสึ เททาโร ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่ศาสนานี้ในต่างประเทศเป็นคนแรก รวมถึงสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงอีกมากมายให้ได้ชมกันด้วย

หากคุณได้ไปยังพื้นที่ "โนโตะ" (能登) ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ก็ไม่ควรพลาดชม "นาข้าวขั้นบันไดเซนไมดะ" (白米千枚田)

นอกจากนี้ ที่นี่ก็มีของฝากขึ้นชื่อเป็นงานฝีมือที่เรียกว่า "เครื่องเขินวาจิมะนูริ" (輪島塗) ที่โด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีอาหารทะเลสดๆ ให้ได้ลิ้มลองกันมากมายด้วย

3. Ryotei Ryokan Yamanoo (料亭旅館 山乃尾)

เนื่องจากเป้าหมายการท่องเที่ยวของเราในครั้งนี้ คือ การกิน เราจึงจะมาแนะนำที่พักที่มีอาหารอร่อยๆ กัน! 

Ryotei Ryokan Yamanoo แห่งนี้ เป็นเรียวกังสุดหรูที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ ค.ศ. 1890 ภายในมีทั้งสวนญี่ปุ่น และอาหารขึ้นชื่ออย่างปูและ "ปลาโนโดกุโระ" (のどぐろ) ให้คุณได้ลิ้มลองกันด้วย นับเป็นสถานที่ที่รวมเอาเสน่ห์ของจังหวัดคานาซาว่ามารวมไว้ในที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมซามูไร ชา บ่อน้ำแร่ หรืออาหารเลิศรสที่ปรุงมาอย่างพิถีพิถัน

ห้องพักที่นี่มีทั้งหมด 4 แบบ ทุกห้องมีอ่างอาบน้ำที่ทำจากไม้สนฮิโนกิอยู่ในตัว กลิ่นไม้สนหอมสะอาดที่ลอยขึ้นมากับไอน้ำจะช่วยเพิ่มความหรูหราในบรรยากาศ เหมาะกับคนที่ต้องการใช้เวลาพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัวสุดๆ ไปเลย

ที่พักในฟุคุอิ (福井)

จังหวัดฟุคุอิมีจุดชมวิวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม เช่น ทะเลสาบ 3 แห่งที่เรียกว่า "มิคาตะโกโกะ" (三方五湖), "หน้าผาโทจินโบ" (東尋坊) ฯลฯ นอกจากนี้ก็ยังมี "พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดฟุคุอิ" (Fukui Prefectural Dinosaur Museum) ที่มีชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในสามพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่สำคัญที่สุดของโลก เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ Royal Tyrrell Museum ในแคนาดา และ Zigong Dinosaur Museum ในประเทศจีนด้วย

ไฮไลท์ของที่นี่ คือ โครงกระดูกไทแรนโนซอรัสขนาดใหญ่อันน่าประทับใจ นอกจากนี้ จังหวัดฟุคุอิก็ยังคงมีการขุดค้นและการสำรวจอยู่เสมอ จนได้ฉายาว่าเป็นอาณาจักรไดโนเสาร์เลยทีเดียว

ในอีกด้านหนึ่ง ที่นี่ก็มีสถานปฏิบัติธรรมสำหรับศาสนาพุทธนิกายเซ็นที่มีอายุกว่า 700 ปีอยู่ใน "วัดไดฮอนซัง เอเฮย์จิ" (大本山 永平寺) ด้วย เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงจนได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือไกด์บุ๊คในต่างประเทศเลยทีเดียว ที่สำคัญคือคุณสามารถสัมผัสประสบการณ์การคัดลอกพระสูตรและนั่งสมาธิแบบซาเซ็นได้ด้วย

4. Awara Onsen Grandia Housen (あわら温泉 グランディア芳泉)

โรงแรมแห่งนี้มีบริการรถชัทเทิลบัสรับ - ส่งฟรีจากสถานี JR Awara Onsen โดยใช้เวลาเพียง 15 นาที จากที่นี่ คุณสามารถขับรถไปเที่ยวหน้าผาโทจินโบได้ในเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น แต่หากเป็นวัดเอเฮย์จิก็จะใช้เวลาประมาณ 60 นาที นับเป็นทำเลที่สะดวกสบายสำหรับคนที่ต้องการท่องเที่ยวในพื้นที่มากๆ 

ในส่วนของอาหาร นอกจากปูเอจิเซ็นที่เคยเสิร์ฟให้กับพระราชวงศ์แล้ว ที่นี่ก็ยังมีชาบูชาบูที่ทำจาก "เนื้อวากาสะ" (若狭牛) ซึ่งเป็นเนื้อวัวระดับ A5 และเมนูอาหารแบบฟุคุอิสุดหรู เสิร์ฟพร้อมสาเกญี่ปุ่นที่ผลิตเองในท้องที่ด้วย

เสน่ห์ของโรงแรมแห่งนี้ คือ การผสมผสานบรรยากาศของเรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นเข้ากับโรงแรมขนาดใหญ่ มีทั้งสวนและห้องพักแบบญี่ปุ่น คาราโอเกะ ร้านเสริมสวย และแหล่งช้อปปิ้ง นับว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายมากทีเดียว

ที่พักในยามานาชิ (山梨)

เมื่อพูดถึงจังหวัดยามานาชิ เราก็คงลืม "ภูเขาไฟฟูจิ" (富士山) ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกใน ค.ศ. 2013 ไปไม่ได้! เพราะนอกจากจะเป็นที่นับถือศรัทธาในหมู่คนญี่ปุ่นแล้ว ภูเขาไฟฟูจิยังมีอิทธิพลในการสร้างสรรค์งานศิลปะต่างๆ มากมาย อย่างภาพวาดและงานประพันธ์ด้วย 

หากคุณชื่นชอบการปีนเขา ก็สามารถไปเที่ยวได้ในช่วงเดือนกรกฏาคม - กันยายนของทุกปี นอกจากนั้นก็ยังมีจุดชมธรรมชาติที่สามารถไปเพลิดเพลินกันได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น "ป่าอาโอกิกาฮาระ" (青木ヶ原樹海) ซึ่งเป็นป่าที่ไม่ถูกรุกราน และ "ทะเลสาบฟูจิทั้งห้า" (富士五湖) แถมยังมีกิจกรรมกลางแจ้งให้คุณได้สนุกกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์กันอย่างจุใจ

ในอีกด้านหนึ่ง จังหวัดยามานาชิก็เป็นแหล่งปลูกองุ่นและลูกท้ออันดับ 1 ของญี่ปุ่นด้วย คุณสามารถมาเดินเล่นพลางเก็บผลไม้สดๆ ชิมกันได้อย่างอิ่มหนำสำราญใจ รวมถึงลองชิม "ไวน์โคชู" (甲州ワイン) จากองุ่นญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงและมีค่าสูงในต่างประเทศ

5. FuFu Kawaguchiko (ふふ 河口湖)

FuFu Kawaguchiko เป็นที่พักที่อยู่ห่างจากเชิงภูเขาไฟฟูจิเพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น ตัวอาคารตั้งอยู่บนเนินสูง มีห้องพักทั้งหมด 32 ห้อง ที่นี่มีทั้งอ่างอาบน้ำกลางแจ้งและตาน้ำส่วนตัวอยู่ในโรงแรม ซึ่งจะทำให้คุณได้ใช้เวลาส่วนตัวอย่างหรูหราระหว่างที่ชมวิวสุดอลังการของภูเขาไฟฟูจิ 

ยิ่งหากคุณพักในห้องแบบ Luxury Room ที่อยู่ชั้นบนสุดแล้วล่ะก็ จะมีอ่างอาบน้ำหินสุดหรูให้คุณได้แช่ด้วย

ในตอนกลางคืน พื้นที่ริมระเบียงและสวนของทางโรงแรมจะมีการจุดเตาฟืนเพื่อทำอาหารเย็น โดยจะใช้วัตถุดิบท้องถิ่นในฤดูกาลเป็นหลัก! จุดเด่นของมื้ออาหารจะอยู่ที่การใช้หินลาวาจากภูเขาไฟฟูจิในการปรุงซึ่งจะทำให้คุณได้สัมผัสกับพลังชีวิตของตัวภูเขาไฟด้วย

นอกจากนี้ ทางโรงแรมก็มีสปากับทัวร์ธรรมชาติให้บริการเช่นกัน คุณสามารถไปเดินเล่นชมภูเขาไฟฟูจิพร้อมกับทัวร์นี้ได้เลย

ที่พักในนากาโนะ (長野)

จังหวัดนากาโนะมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งรวมรีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติ เช่น "คามิโคจิ" (上高地) และ "คารุอิซาว่า" (軽井沢) คุณสามารถสนุกกับการปีนเขาได้ทั้งแบบเต็มรูปแบบและเดินขึ้นเขาสบายๆ ที่จะทำให้คุณได้ฝึกฝนศักยภาพร่างกายไปพร้อมๆ กับการท่องเที่ยว นอกจากนี้ก็ยังมีจุดท่องเที่ยวที่โดดเด่นอย่างวิลล่าสุดหรูในแถบคารุอิซาว่า กับเอาท์เล็ทให้ได้ไปช้อปปิ้งกันอย่างจุใจด้วย

ในอีกด้านหนึ่ง ที่นี่ก็มีจุดท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ อย่าง "ปราสาทมัตสึโมโตะ" (松本城) และ "ศาลเจ้าโทงาคุชิ" (戸隠神社) ที่มีจุดรับพลังธรรมชาติด้วย คุณสามารถวางแพลนเที่ยวได้ทุกที่เลย

ทางตอนเหนือของจังหวัดนากาโนะเป็นที่ตั้งของ "อุทยานแห่งชาติโจชินเอ็ตสึโคเก็น" (上信越高原国立公園) ที่มี "สวนลิงจิโกคุดานิ" (地獄谷野猿公苑) ที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศอยู่ คุณจะได้ชมฝูงลิงป่าที่เดินทางมาแช่ออนเซ็นกันอย่างสบายๆ ราวกับเป็นมนุษย์เลยทีเดียว!

6. Tobira Onsen Myojinkan (明神館)

ที่นี่เป็นโรงแรมออนเซ็นที่อยู่บนระดับความสูง 1,050 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และมีพื้นที่ "อุทยานแห่งชาติยัตซึกาทาเกะ" (八ヶ岳中信高原国定公園) อยู่โดยรอบ มีตำนานเล่าว่าบริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่เหล่าเทพเจ้าเคยเดินทางมาแช่น้ำพุร้อนเพื่อรักษาโรคกันด้วย นอกจากนี้ ที่ตั้งของโรงแรมก็ยังมี "ออนเซ็นยืน" ที่ต้องยืนแช่ในบ่อน้ำพุร้อนที่สูงถึงระดับสะโพกด้วย บอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำใครแน่นอน

ในส่วนของห้องพัก นอกจากห้องสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมแล้ว ทางโรงแรมก็ยังมีห้องที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นเข้ากับความทันสมัยด้วย เป็นความเก๋ไก๋ในบรรยากาศแสนสงบที่มีการประดับด้วยท่อนไม้และมอสอย่างสวยงาม

อาหารมื้อเย็นของทางโรงแรมมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ อาหารญี่ปุ่นและอาหารฝรั่งเศส ทั้งคู่ต่างปรุงด้วยผักปลอดสารพิษที่ปลูกตามฤดูกาล และปลาชนิดต่างๆ ที่หาได้ในท้องถิ่น

ที่พักในกิฟุ (岐阜)

จังหวัดกิฟุเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความเป็นศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็น "ปราสาทกิฟุ" (岐阜城) เมืองไปรษณีย์ที่มีทางเดินหินสายยาว หรือ "หมู่บ้านชิราคาวาโกะ" ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกใน ค.ศ. 1995 

จังหวัดนี้เป็นเขตภูเขาสูงที่มีความสูงกว่า 3,000 เมตรซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักปีนเขา แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีรถบัสที่จะพาคุณขึ้นไต่ขึ้น "ภูเขาโนริคุระ" (乗鞍岳) ไปถึงระดับความสูง 2,700 เมตรได้อย่างสบายๆ ด้วย จุดนี้เป็นอนุสรณ์ธรรมชาติพิเศษที่คุณสามารถชม "นกสายฟ้าร็อคทาร์มิแกน" (ライチョウ) และราชินีของพืชอัลไพน์อย่าง "โคมิคุสะ" ได้ (コマクサ ชื่อภาษาอังกฤษ: Dicentra peregrina) แม้แต่นักปีนเขามือใหม่ก็สามารถสนุกกับการเที่ยวภูเขาได้แน่นอน

นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็มีจุดท่องเที่ยวที่เรียกว่า "บ่อน้ำโมเนต์" (モネの池) ที่อยู่ในบริเวณ "ศาลเจ้าเมืองเซกิ" (関市の神社) เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวได้รับความนิยมขึ้นมาด้วย ทิวทัศน์อันกว้างไกลของบ่อน้ำใสแจ๋วที่ประดับไปด้วยดอกบัวและปลาคาร์พนั้น ดูสวยงามรวมกับภาพวาดเลยทีเดียว! ความจริงแล้วบ่อน้ำนี้ไม่ได้ชื่อโมเนต์ แต่ชื่อนี้เป็นผลจากกระแสความนิยมในโลกออนไลน์ ที่บอกว่าบ่อน้ำนี้ช่างดูเหมือนภาพวาดของ "โคลด โมเนต์" (Claude Monet) ศิลปินอิมเพรสชั่นนิสชาวฝรั่งเศสผู้โด่งดังมากๆ นั่นเอง

7. Hida-Takayama Honjin Hiranoya Kachoan (飛騨高山 本陣平野屋 花兆庵)

ที่พักทำเลดีนี้ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากสถานี JR Takayama เพียง 3 นาทีเท่านั้น คุณสามารถใช้บริการรถรับ - ส่งฟรีได้ จัดเป็นหนึ่งในที่พักแนะนำสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสกับการแช่ออนเซ็นและลิ้มรส "เนื้อฮิดะ" (飛騨牛)

เนื้อวัวชนิดนี้จะมีไขมันแทรกเป็นลายราวกับตาข่าย และมีรสสัมผัสที่ชุ่มฉ่ำละมุนลิ้น บอกเลยว่าพลาดไม่ได้จริงๆ 

คุณสามารถเลือกห้องพักได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบเตียง เสื่อทาทามิ หรือห้องที่มีห้องอาบน้ำกลางแจ้ง อีกทั้งยังสามารถยืมชุดยูคาตะไปใส่เดินเล่นรับบรรยากาศในเมืองกันได้แบบฟรีๆ ด้วย

ในช่วงเช้า เราขอแนะนำให้คุณตรงไปที่ "ตลาดเช้าจินยะมาเอะ" (陣屋前朝市) เป็นที่แรก ตลาดนี้มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ ค.ศ. 1820 จำหน่ายผักและผลไม้ที่ปลูกกันเองในท้องถิ่น ซึ่งคุณก็สามารถไปเดินเล่นและพบกับเหล่าเกษตรกรได้โดยตรงเลย

ที่พักในชิซูโอกะ (静岡)

จังหวัดชิซูโอกะมีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอยู่มากมาย ตั้งแต่ภูเขาไฟฟูจิที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ไปจนถึง "ปราสาทฮามามัตสึ" (浜松城) และ "ทะเลสาบฮามานะ" (浜名湖) ที่อยู่ในนครฮามามัตสึ อีกทั้งยังมีเมืองริมทะเลอย่างอิซุ (伊豆) และอาตามิ (熱海) ที่เป็นแหล่งออนเซ็นชื่อดังด้วย

หากคุณมาเที่ยวในจังหวัดชิซูโอกะแล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาด "ชาเขียวเรียวคุฉะ" (緑茶) เลยทีเดียว เพราะจังหวัดนี้เป็นแหล่งผลิตชาอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ซึ่งหมายความว่าคุณจะได้จิบชาพร้อมกับทานขนมหวานแสนอร่อยของญี่ปุ่นได้ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูปลาไหลชื่อดังที่จับมาสดๆ จากทะเลสาบฮามานะให้ได้ลิ้มลองกัน ตัวอย่างเช่น "พายปลาไหลอุนางิ" (うなぎパイ) ที่ได้รับความนิยมกันอย่างล้มหลาม

8. Tofuya Resort & Spa Izu (東府や Resort & Spa - Izu)

โรงแรมเล็กๆ แห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 120,000 ตารางเมตร ภายในมีทั้งสวน, ห้องพัก, ร้านอาหาร, เบเกอรี่, ร้านกาแฟแบบย้อนยุค รวมถึงบ่อออนเซ็นเล็กๆ ที่กระจายตัวอยู่ในภูเขาโดยรอบ คุณจึงสามารถชมทัศนียภาพอันสวยงามได้จากอ่างอาบน้ำกลางแจ้งที่อยู่ริมแม่น้ำ รวมถึงบ่อน้ำพุร้อนแบบส่วนตัวในร่มที่เปิดให้บริการจนถึงดึก (มีทั้งชายและหญิง) และบ่อออนเซ็นส่วนตัวในห้องพักได้ด้วย

โรงแรมนี้มีบริการสปาแบบฟูลคอร์ส ซึ่งใช้การบำบัดด้วยควันจากธูปหอม และชาที่ต้มด้วยน้ำที่ผุดขึ้นมาจากตาน้ำ รับรองว่าจะทำให้คุณได้รับการฟื้นฟูความเหนื่อยล้าทั้งภายในและภายนอกร่างกายได้อย่างครบถ้วนเลยทีเดียว

ที่พักในไอจิ (愛知)

จังหวัดไอจิมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองนาโกย่าที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองลงมาจากโตเกียวและโอซาก้า ที่นี่มีแหล่งช้อปปิ้งมากมาย อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ Oasis 21 อาคารที่มีรูปลักษณ์สวยงามดูแปลกตา และกำลังเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์

นอกจากนี้ ไอจิยังเป็นพื้นที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลโทคุกาว่าที่เป็นผู้ปกครองญี่ปุ่นในสมัยเอโดะด้วย ที่นี่จึงมีจุดท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อยู่มากมาย เช่น "ปราสาทนาโกย่า" (名古屋城) ที่มีการตกแต่งภายในอย่างหรูหรางดงาม และ "สวนโทคุกาว่าเอ็น" (徳川園) สวนญี่ปุ่นชื่อดัง และอื่นๆ อีกมากมาย

9. Akariya Geihanro (灯屋 迎帆楼)

ที่พักแห่งนี้มีเพียง 10 ห้องเท่านั้น แต่ละห้องจะมีอ่างอาบน้ำกึ่งเปิดโล่ง คุณสามารถแช่น้ำไปพร้อมๆ กับการชมทิวทัศน์ของ "แม่น้ำคิโซ" (木曽川) และ "ปราสาทอินุยามะ" (犬山城) ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่นได้

หากคุณอยากเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นส่วนตัว ที่นี่ก็มีบ่อกลางแจ้งให้บริการอยู่บนชั้น 2 ด้วย จากตรงนี้ คุณจะได้ชมวิวปราสาทอินุยามะที่งดงามราวกับฝันเลยทีเดียว! นอกจากนี้ ตัวน้ำพุร้อนเองก็มีสรรพคุณบำรุงผิวให้นุ่มลื่นราวกับผ้าไหมด้วย เป็นที่นิยมมากๆ เลย

ในส่วนของอาหาร โรงแรมแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงวัตถุดิบชั้นสูงอย่างเนื้อฮิดะเท่านั้น แต่ยังมีส่วนผสมที่เรียบง่ายอย่างเต้าหู้ และบุกญี่ปุ่นซึ่งเป็นของคุ้นเคยของชาวญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

ที่พักในมิเอะ (三重)

จังหวัดมิเอะเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์หลายแห่ง เช่น "ศาลเจ้าอิเสะจิงกู" (伊勢神宮) ที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปี และ "เส้นทางคุมาโนะโคโด" (熊野古道) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ในการประชุมสุดยอด G7 Summit ที่จัดขึ้นใน ค.ศ. 2016 ได้มีการจัดงานเลี้ยงรับรองโดยใช้วัตถุดิบชั้นยอดจากอิเสะ ให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินกับรสชาติแสนอร่อยกันด้วย ในส่วนของอาหารทะเล สิ่งที่ขึ้นชื่อที่สุดก็คือ "กุ้งอิเสะล็อบสเตอร์" (伊勢海老) ที่ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งกุ้ง นอกจากนี้ อิเสะยังมีวิธีปรุงอาหารหลายรูปแบบ ทั้งซาชิมิ ปิ้งย่าง และต้มเกลือ

อีกหนึ่งไฮไลท์ของจังหวัดนี้ก็คือ "เนื้อมัตสึซากะ" (松坂牛) เนื้อวัวชั้นสูงที่มีไขมันชั้นยอดซึ่งจะละลายเมื่อสัมผัสกับความร้อน และทำให้มีกลิ่นหอมอบอวลยั่วน้ำลายเป็นที่สุด

10. Tsukiyominoza (千年のしじま 千の杜別邸「月夜見の座」)

ที่พักแห่งนี้มีลักษณะเป็นบ้านพักจำนวน 6 หลัง ตั้งอยู่ห่างไกลจากผู้คน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังสะดวกต่อการเดินทางไปท่องเที่ยวในหลายๆ พื้นที่ เช่น คุณสามารถขับรถไปยังพื้นที่รอบนอกของ "ศาลเจ้าอิเสะจิงกู" ได้ในเวลาเพียง 10 นาที

ห้องพักด้านในมีการตกแต่งด้วยพระจันทร์แบบต่างๆ ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม นับเป็นสถานที่ที่คุณจะได้มาผ่อนคลายอย่างสงบ โดยมีอ่างอาบน้ำกลางแจ้งสุดหรูให้แช่กันได้ถึงในห้องพัก

ที่นี่มีการเสิร์ฟอาหารให้ถึงห้องพัก (ทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็น) เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทานอาหารอย่างเป็นส่วนตัวมากๆ นอกจากนี้ เมนูอาหารยังทำมาจาก 3 วัตถุดิบชั้นยอดของอิเสะด้วย นั่นก็คือ เนื้อมัตสึซากะ กุ้งอิเสะล็อบสเตอร์ และ หอยเป๋าฮื้อ หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า "อาวาบิ" (あわび) นั่นเอง

ส่งท้าย

โรงแรมในภูมิภาคชูบุเหล่านี้จะทำให้คุณได้สัมผัสกับความหลากหลายในการเข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมเล็กๆ สไตล์ญี่ปุ่น หรือโรงแรมที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว หากมีโอกาสก็อย่าลืมมาพักผ่อนในบรรยากาศอันเงียบสงบและสวยงามของที่พักเหล่านี้กันให้ได้นะ

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

มนต์เสน่ห์ชูบุ

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

เกี่ยวกับนักเขียน

ikumiwatanabe
ikumiwatanabe

ค้นหาร้านอาหาร