รวม 20 คาเฟ่ลับสุดชิลรอบโตเกียว สายชิลห้ามพลาด สายกล้องต้องไป!

พักหลังมานี้มีคาเฟ่หลากหลายรูปแบบเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในโตเกียว แต่การจะหาร้านคาเฟ่ที่สามารถนั่งพักผ่อนได้อย่างสบายๆ ชิลๆ ที่ถูกจริตแต่ละคนนั้นเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ บทความนี้จึงอยากจะขอแนะนำคาเฟ่ลับที่คัดมาแล้วอย่างดีในโจทย์ "ร้านที่สงบเงียบ" ที่สามารถนั่งพักผ่อนได้อย่างสบาย โดยจะเน้นร้านที่อยู่ในโตเกียวเป็นหลัก ทั้งในเขตชิบูย่า อิเคะบุคุโระ ชินจูกุ ที่มีบริการกาแฟคุณภาพเยี่ยมที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ หรือมีการตกแต่งภายในร้านอย่างมีเอกลักษณ์ มาดูกันว่ามีร้านไหนกันบ้าง!

โตเกียว

อาหารการกิน

5 คาเฟ่แนะนำย่านชิบูย่า

1. hello! from GOOD MEALS SHOP

"hello! from GOOD MEALS SHOP" มีจุดเด่นที่มองหาได้ง่ายอยู่ตรงทางเข้าร้านที่เขียนไว้ว่า "New Open!" โดยหน้าร้านจะมีพื้นที่สำหรับซื้อกลับบ้านได้ จึงสามารถซื้อเครื่องดื่มแล้วไปเดินเล่นต่อได้อย่างสะดวก เจ้าของร้านมีอัธยาศัยดีและมักชวนลูกค้าพูดคุยจากหน้าเคาน์เตอร์อยู่เสมอ ทำให้เกิดเป็นบรรยากาศสบายๆ ให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายไปด้วย

ที่ชั้น 2 จะมีพื้นที่สำหรับรับประทานภายในร้าน ยิ่งในช่วงฤดูร้อน ลองนั่งพักเหนื่อยคลายร้อนไปพร้อมๆ กับรับประทานสตรอว์เบอร์รีพาร์เฟ่ต์ก็ฟังดูดีไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ!

2. COFFEE HOUSE NISHIYA

หากคุณเดินออกมาจากสถานีรถไฟชิบูย่าเพียง 8 นาที ก็จะพบร้านคาเฟ่ลับ "COFFEE HOUSE NISHIYA" ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนในท้องที่ ภายนอกร้านที่ตกแต่งอย่างทันสมัยนั้นให้ความรู้สึกเหมือนกับร้านกาแฟในยุโรปเลยทีเดียว และในวันที่อากาศดีก็สามารถที่จะนั่งดื่มกาแฟที่ระเบียงร้านได้อีกด้วย พุดดิ้งสูตรเฉพาะของทางร้านยังขึ้นชื่อว่าอร่อยและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก

เมนูเด่นของร้านก็คือ พุดดิ้งรสเลิศและกาแฟลาเต้ที่เจ้าของร้านตั้งใจคิดและทำมาอย่างพิถีพิถัน โดยพุดดิ้งของที่นี่จะเป็นพุดดิ้งที่มีเนื้อแน่นกว่าพุดดิ้งปกติเล็กน้อยเนื่องจากใช้ไข่ในปริมาณมาก ซึ่งเข้ากันกับซอสคาราเมลได้อย่างกลมกล่อม นอกจากนี้ ยังมีเมนูกาแฟแท้ๆ ให้คุณได้ลิ้มลองอย่างหลากหลาย ลองสักเมนูแล้วคุณจะติดใจ

3. WHITE GLASS COFFEE

สิ่งแรกที่คุณจะเห็นทันทีเมื่อเข้าไปในร้าน "WHITE GLASS COFFEE" ก็คือ ตู้กระจกที่วางขนมเค้กและขนมชนิดอื่นๆ อยู่มากมายหลายชนิดจนเลือกไม่ถูกว่าจะรับประทานอันไหนดี คาเฟ่นี้ไม่เพียงแต่จะเน้นความอร่อยของอาหาร แต่รสชาติของเครื่องดื่มก็เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของร้านเช่นกัน แขกผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่จะมาคนเดียว จึงเป็นคาเฟ่ที่เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อนเพียงลำพังเป็นอย่างมาก 

นอกจากกาแฟประจำวันแล้ว ที่นี่ยังมีกาแฟร้อนอีก 2 ชนิด คือ กาแฟบราซิลและกาแฟเอธิโอเปีย ให้คุณเลือกดื่มได้ ดื่มกาแฟรสเลิศไปพร้อมๆ กับรับประทานพุดดิ้งซอสคาราเมลรสขมนิดๆ ที่เป็นเมนูเด่นของที่นี่ก็ดีไม่น้อยเลยล่ะ

4. café 1886 at Bosch

ภายในร้าน "café 1886 at Bosch" นี้มีที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์ที่มีโคมไฟให้บริการแยกสำหรับทุกๆ ที่นั่ง หากคุณต้องการหนีจากความวุ่นวายภายในเมืองแล้วสนุกเพลิดเพลินไปกับเวลาส่วนตัว ขอแนะนำให้ลองมาที่คาเฟ่ลับที่น่าดึงดูดแห่งนี้ดูสักครั้ง นอกจากคุณจะได้พักผ่อนจากความเมื่อยล้า คุณยังจะได้สัมผัสกับบรรยากาศเก่าๆ ที่รายล้อมไปด้วยสินค้าหลากชนิดที่ไม่มีวางจำหน่ายในปัจจุบันแล้วได้อีกด้วย คาเฟ่แห่งนี้จึงเปรียบเสมือนบ้านลับๆ แห่งหนึ่งเลยทีเดียว

ในฤดูร้อนนี้ ทางร้านเพิ่งได้เริ่มให้บริการเมนูใหม่ คือ เมนู Tropical Millefeuille (ขนมที่ใช้แป้งเพสทรีวางซ้อนสลับกับวิปครีมหรือแยมเป็นชั้น ๆ) ที่ระหว่างชั้นของแป้งพายอันกรุบกรอบนั้นอัดแน่นไปด้วยครีม และยังมีสับปะรดแห้งและกีวีตกแต่งอย่างสวยงาม โดยความเปรี้ยวของผลไม้ ความกรอบของแป้งพาย และความนุ่มของครีมนั้นเข้ากันได้อย่างลงตัว  

5. Åre (โอเระ)

ร้านกาแฟ "Åre (โอเระ)" ตั้งอยู่หน้าถนนที่อยู่ด้านหลังตึก SHIBUYA CAST ชั้น 1 โดยตัวร้านเป็นกระจกใสเพียง 1 ด้าน จึงมีลมพัดผ่านได้อย่างดี เหมาะสำหรับนั่งรับลมเย็นๆ สบายๆ ในวันที่อากาศดี ที่นั่งภายในร้านค่อนข้างกว้างและห่างจากโต๊ะข้างๆ จึงสามารถนั่งพักได้อย่างสบายไม่อึดอัด ทั้งยังตั้งอยู่ในทำเลแสนสะดวกที่สามารถเดินทางต่อไปยังทั้งชิบุย่าหรือฮาราจูกุได้โดยง่าย ลองแวะมานั่งคลายเหนื่อยก็น่าจะดีเช่นกัน

พุดดิ้งที่เสิร์ฟในจานเงินนี้เป็นเมนูดังของทางร้านที่รับประกันได้ว่าหากถ่ายรูปลงอินสตาแกรมก็จะปังอย่างแน่นอน เพราะมีวิปครีมและลูกเชอร์รีท็อปปิ้งอยู่บนพุดดิ้งอย่างน่ารัก นอกจากนี้ เมนู Pudding a la mode ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับผลไม้สดตามฤดูกาลก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่อยากให้ลอง และไม่เพียงแค่เมนูของหวานเท่านั้น เมนูอาหาร เช่น แซนด์วิชปลาซาบะ ก็มีให้บริการอย่างหลากหลาย จึงถือเป็นคาเฟ่ที่คุณสามารถแวะมารับประทานอาหารกลางวันได้เช่นกัน

5 คาเฟ่แนะนำย่านอิเคะบุคุโระ

1. COFFEE VALLEY

ร้านกาแฟเฉพาะทาง "COFFEE VALLEY" นี้ เป็นร้านที่ให้บริการกาแฟจากเมล็ดกาแฟที่ทางร้านคั่วและบดเอง ซึ่งคุณจะลิ้มรสละมุนและกลมกล่อมนี้ภายในร้าน หรือจะซื้อกลับบ้านในช่วงก่อนเวลาเร่งด่วนก็ได้เช่นกัน ชั้น 3 ของร้านมีเครื่องคั่วเมล็ดกาแฟ และในช่วงวันหยุด ทางร้านจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ อยู่เป็นระยะ อย่างการเสิร์ฟกาแฟสดจากบาริสต้าถึงมือคุณ ลองเข้าร่วมดูสักครั้งก็เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจไม่น้อย

เคาน์เตอร์ที่อยู่ด้านในของชั้น 1 นั้น จะเป็นที่นั่งที่สำหรับให้บริการกาแฟดริป (เป็นการเทน้ำร้อนผ่านผงกาแฟ โดยเป็นการแยกน้ำกาแฟออกจากกากกาแฟด้วยตัวกรองให้น้ำไหลผ่านถุงกรองผ้า ตะแกรง หรือกระดาษกรองโดยแรงโน้มถ่วง สกัดให้กาแฟไหลลงไปในถ้วย) ที่บรรจงทำอย่างประณีต โดยลูกค้าจะสามารถเลือกชนิดของเมล็ดกาแฟที่ชอบได้ ที่นี่ยังมีพนักงานที่มีความรู้เกี่ยวกับกาแฟเป็นอย่างดีประจำอยู่ตลอด ดังนั้น หากคุณต้องการที่จะลิ้มลองกาแฟที่แปลกใหม่ ก็ไปสอบถามดูได้ 

2. DOMO CAFÉ

"DOMO CAFÉ" เป็นคาเฟ่ที่เปิดผู้เข้าพักในตัวโรงแรม DOMO สามารถใช้บริการได้เช่นเดียวกับลูกค้าทั่วไป โดยร้านจะตั้งอยู่ที่ชั้นกึ่งใต้ดินที่มีภาพวาดที่กำแพงนอกร้านที่น่าประทับใจ ภานในร้านให้บริการชาไต้หวันและกาแฟจากร้าน FikaFika ของไต้หวัน คุณสามารถที่จะเพลิดเพลินไปกับการชงกาแฟแต่ละถ้วยอย่างประณีตของพนักงานได้จากภายในร้าน 

ที่ร้านนี้ คุณจะสามารถสั่งแพนเค้กไข่มุกได้ตั้งแต่เวลา 11:00 น. เป็นต้นไป โดยแพนเค้กนี้จะผสมไข่มุกน้ำตาลทรายแดง และท็อปปิ้งด้วยครีมรสชาดำสูตรเฉพาะที่ผสมใบชาเอาไว้ในเนื้อครีม นอกจากนี้ ยังมีเมนูใหม่คือ Fluffy Hazel Mocha ที่เป็นเมนูที่สามารถเพลิดเพลินไปกับกลิ่นหอมของถั่วเฮเซลและกาแฟมอคค่าได้พร้อมๆ กัน มาร์ชแมลโลว์ที่ท็อปปิ้งอยู่ด้านบนจะละลายด้วยอุณหภูมิของฟองนมในถ้วย และจะช่วยเพิ่มให้มีความหอมละมุนและกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น

 

3. Ponde COFFEE (ぽんでCOFFEE)

"Ponde" (ぽんで) เป็นชื่อขนมปังสูตรเฉพาะของทางร้านที่มีรสสัมผัสเหนียวนุ่ม ขนาดเล็กพอดีคำ ถือเป็นของขึ้นชื่อของร้าน "Ponde COFFEE" โดยจะมีทั้งหมด 12 ชนิด สลับกันไปตามแต่ละวันรวมถึงรสใหม่ เช่น Ponde ช็อกโกแลตมิ้นต์ ที่ให้คุณสามารถมาอิ่มอร่อยไปพร้อมๆ กับกาแฟและเครื่องดื่มตามฤดูกาล

สำหรับหน้าร้อนที่จะถึงนี้ เมนูใหม่ของทางร้านอย่างน้ำมะนาวเย็นก็กำลังเป็นที่นิยมจากรสชาติที่หวานสดชื่นกำลังดี หรือใครจะชอบเป็นน้ำผลไม้ตามฤดูกาล อย่างน้ำส้มผสมน้ำผึ้ง ก็น่าลิ้มลองไม่แพ้กัน 

4. Racines FARM to PARK

"Racines FARM to PARK" เป็นคาเฟ่บรรยากาศสบายๆ ที่สามารถนั่งเปลี่ยนสถานที่ชิลๆ ได้ ภายในร้านตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่ และมีเพดานสูงถึงชั้น 2 ที่ให้ความโปร่งและโล่งสบาย ทั้งยังมีพื้นที่ระเบียงและสนามหญ้าอยู่ใกล้ๆ จึงให้ความรู้สึกหมือนกับการได้ไปปิกนิกเลยทีเดียว ลองแวะมาใช้บริการกับครอบครัวหรือเด็กๆ ก็สนุกไปอีกแบบ

เวลาอาหารกลางวันในวันเสาร์และอาทิตย์จะมีบริการเมนูบรันช์ (อาหารเช้าควบกลางวัน โดยมากรับประทานตั้งแต่ 11 โมงเช้า ถึง บ่าย 3) อย่างแซนด์วิช และคราฟต์เบียร์หลากหลายแบบที่คอเบียร์สามารถมาเพลิดเพลินได้ตั้งแต่ช่วงกลางวัน ถือเป็นคาเฟ่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และยังสามารถจองล่วงหน้าเพื่อจัดงานปาร์ตี้หรืองานเลี้ยงหลังงานแต่งงานได้อีกด้วย

5. Cafe SOROR

"Cafe SOROR" เป็นร้านที่ตกแต่งโดยมีดีไซน์รูปต้นไม้เป็นจุดเด่น และให้ความรู้สึกของธรรมชาติ เมื่อเข้าไปในร้าน ทางร้านจะให้ทำการสั่งอาหารและเครื่องดื่มก่อนพาไปยังที่นั่ง ในตู้โชว์จะมีขนมเค้กที่เขียนคำอธิบายเป็นลายมืออย่างละเอียดที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง 

เมนูขนมเค้กจะเสิร์ฟพร้อมกับคุกกี้ที่ประทับตราชื่อร้านหน้าตาน่ารัก ส่วนกาแฟลาเต้ก็จะเสิร์ฟพร้อมภาพลาเต้อาร์ตรูปหัวใจ โดยจะใช้จานและถ้วยรูปทรงสุดคิวท์ที่ไม่ว่าใครก็คงอดที่จะหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ได้ ถือเป็นคาเฟ่ที่เหมาะสำหรับการนัดคุยกันในหมู่สาวๆ อย่างที่สุด

5 คาเฟ่แนะนำย่านชินจูกุ

1. 4/4 seasons coffee

เมื่อเข้าไปยังร้าน "4/4 seasons coffee" ที่มีป้ายไม้วางเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าร้าน คุณจะพบกับเครื่องคั่วกาแฟสูตรเฉพาะของทางร้าน และขนมปังและเค้กปอนด์ที่วางเรียงรายอยู่ในตู้โชว์ และในบางครั้งหากคุณโชคดีก็จะมีเค้กกล้วยหอมสูตรเฉพาะวางจำหน่ายอยู่ด้วย จะรับประทานภายในร้าน หรือซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านก็อิ่มอร่อยได้เช่นกัน 

เมนูขึ้นชื่อของทางร้าน คือ เมนูชีสเค้กที่ใส่โอริโอ้มาให้อย่างไม่มีหวง และเมนูพุดดิ้งที่นุ่มลิ้นสุดๆ โดยว่ากันว่าเมนูพุดดิ้งนั้นขายดีเป็นอย่างมากในตอนเปิดให้บริการร้านช่วงแรกๆ จนทำให้เกิดเมนูโอริโอ้ชีสเค้กนี้ขึ้นมา ลองชิมทั้งพุดดิ้งและโอริโอ้ชีสเค้กก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

2. salo cafe

เมื่อก้าวเข้าไปในร้าน "salo cafe" คุณจะพบกับที่นั่งโซฟาเรียงรายกันอยู่อย่างเป็นระเบียบ ภายในร้านตกแต่งด้วยต้นไม้และด้วยความที่มีนั่งโซฟาจำนวนมากนี้เอง จึงทำให้คาเฟ่แห่งนี้เป็นที่เป็นที่นิยมในหมู่คุณแม่ที่มีลูกเล็กๆ เวลาอาหารกลางวันของร้านนี้นั้นยาวถึง 16:00 น. ทำให้สามารถใช้บริการได้อย่างไม่ต้องเร่งรีบ แม้จะเป็นการรับประทานอาหารกลางวันในช่วงบ่ายก็ตาม 

"ทาร์ตสตรอว์เบอร์รีและไวท์ช็อกโกแล็ต" ที่มาพร้อมท็อปปิ้งสตรอว์เบอร์รีสดและไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีและเนื้อทาร์ตหนาปึ้กของที่นี่นั้นอร่อยอย่าบอกใคร ถือเป็นเมนูที่สาวกสตรอว์เบอร์รไม่ควรพลาดเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีเมนูสตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้กและการ์โตว์ช็อกโกลา (เค้กช็อกโกแลต) ให้บริการอีกด้วย

3. cafe AALIYA

ร้าน "cafe AALIYA" ที่อยู่ชั้นใต้ดินของ Shinjuku 3 Chome นี้เป็นคาเฟ่ที่คุณสามารถมาลิ้มลองเฟรนช์โทสต์รสเลิศได้ เมื่อเดินลงไปที่ชั้นล่างของป้ายไฟนีออนที่เด่นสะดุดตานี้ก็จะพบกับร้านคาเฟ่แห่งนี้ที่ภายในร้านทั้งเงียบสงบและมีที่นั่งจำนวนมาก สามารถรองรับได้ไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัวหรือมากับเพื่อนๆ

เฟรนช์โทสต์ของที่นี่จะเสิร์ฟพร้อมกับวิปครีม โดยวิปครีมของที่นี่หากรวมรสมาตรฐานแล้วก็จะมีให้เลือกถึง 7 ชนิดด้วยกัน โดยสำหรับสายหวาน อยากแนะนำให้ลองรสคาราเมลซอสหรือรสเมเปิลซอส รับประกันว่าคุณจะติดใจในความอร่อยอย่างแน่นอน   

4. cafe WALL

"cafe WALL" เป็นคาเฟ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้และความสงบเงียบ แสงไฟหรี่ๆ ภายในร้านจะช่วยทำให้จิตใจสงบ และสร้างบรรยากาศสุดโรแมนติกที่เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนกับคนสำคัญของคุณเป็นที่สุด

ในฤดูกาลนี้ เมนูยอดนิยม คือ เมนู "3 shu no Yokubari Oyatsu Plate" ที่จะเสิร์ฟ Vacherin ซากุระและสตรอว์เบอร์รี่ (ขนมหวานฝรั่งเศส ประกอบด้วยเมอแรงก์กรอบเป็นฐานหรือเปลือกนอก ด้านในเป็นไอศกรีมหรือมูส) เชอร์รีและไวท์ช็อกโกแลตมูส และสโคนรวมมาใน 1 จาน ถือเป็นเมนูที่สาวกของหวานไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง! 

5. Ranburu (らんぶる)

ร้าน "Ranburu" นี้มีเฟอร์นิเจอร์และไฟที่ให้บรรยากาศแบบโบราณนิดๆ หากคุณชอบคาเฟ่ลับในสไตล์โชวะก็ไม่ควรพลาดที่จะแวะมาที่นี่ ทำให้ไม่ใช่เพียงแต่วัยรุ่น แต่ผู้สูงอายุก็สามารถที่จะมาเพลิดเพลินในร้านนี้ได้เช่นกัน ลองแวะมาใช้ช่วงเวลาสำคัญกับคุณปู่คุณย่าดูก็น่าประทับใจไปอีกแบบ

เมนูขึ้นชื่อของร้านนี้ คือ เมนูครีมเมล่อนโซดา สีแดงของลูกเชอร์รีกับสีเขียวของเมล่อนโซดานั้นเข้ากับบรรยากาศแบบโบราณนิดๆ นี้เป็นอย่างดี ภายในร้านมีที่นั่งโต๊ะที่หันหน้าเข้าหากันเสียส่วนมาก ลองแบ่งที่นั่งกับคนอื่นแล้วลิ้มรสความอร่อยดูก็เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่แปลกใหม่เช่นกัน

5 คาเฟ่แนะนำย่านโตเกียว

1. Marunouchi Happ. Stand & Gallery

"Marunouchi Happ. Stand & Gallery" เป็นคาเฟ่ที่อยู่หน้าถนน Nakadōri ในย่าน Marunouchi ซึ่งบริเวณใกล้ๆ ร้านจะมีพื้นที่ที่เป็นสนามหญ้า จึงเหมาะสำหรับซื้อกาแฟไปนั่งดื่มพักผ่อนในวันหยุดเป็นอย่างมาก ภายในร้านจะมีหนังสือหลากหลายประเภทวางไว้ให้บริการ ดื่มกาแฟไปพลางอ่านหนังสือดีๆ ก็เพลิดเพลินไปอีกแบบเลยล่ะ!

เมนูที่ที่นี่ให้บริการมีทั้งขนมปังปิ้ง กาแฟ หรือคราฟต์เบียร์ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ทางร้านจะคัดสรรตั้งแต่ผู้ผลิตและกรรมวิธีการผลิตตามเอกลักษณ์เฉพาะของทางร้าน สำหรับวันธรรมดาจะให้บริการมอร์นิ่งเซตที่คุณสามารถมาอิ่มอร่อยไปกับขนมปังปิ้งและกาแฟสูตรเฉพาะของทางร้านได้จนถึงเวลา 11:00 น.

2. Cafe1894

"Cafe1894" เป็นคาเฟ่สไตล์ Musuem cafe bar อันคลาสสิก ที่ถูกปรับปรุงมาจากห้องทำงานของธนาคารในตึก Mitsubishi Ichigokan คาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับทางออก Marunouchi ของสถานีรถไฟโตเกียว เป็นคาเฟ่บรรยากาศเงียบสงบที่สามารถใช้เป็นที่คุยงานได้อีกด้วย และเนื่องจากร้านตั้งอยู่ข้างๆ พิพิธภัณฑ์มิตซูบิชิ คุณสามารถแวะมาดื่มกาแฟแล้วไปเข้าชมพิพิธภัณฑ์ก่อนกลับได้เลยล่ะ!

เมนูส่วนใหญ่ของที่นี่จะเป็นเมนูที่มีสีสันและถูกทำมาอย่างปราณีต โดยมีเมนู Café 1894 Garden Plate Lunch (พร้อมชาสมุนไพร) เป็นเมนูขึ้นชื่อของร้าน ถ้วยชาสมุนไพรที่ให้บริการจะเป็นถ้วยที่ถูกคัดมาเป็นพิเศษเพื่อให้เหมาะสำหรับการดื่มชาตอนกลางวัน คุณจะสามารถสัมผัสกับบรรยากาศอันเงียบสงบได้จากทั้งอาหารและภาชนะที่ทางร้านเลือกใช้เลยล่ะ

3. The Coffee Bean & Tea Leaf

ร้าน "The Coffee Bean & Tea Leaf" มีทั้งที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์ ที่นั่งโต๊ะ หรือที่นั่งโซฟาให้เลือกใช้บริการได้ตามความต้องการ คาเฟ่แห่งนี้จริงๆ แล้วมีต้นกำเนิดที่ต่างประเทศ โดยจะเป็นระบบที่ให้ทำการชำระเงินค่าอาหารและเครื่องดื่มก่อนเลือกที่นั่ง บรรยากาศสุดผ่อนคลายของร้านจะทำให้คุณสามารถนั่งพักในร้านได้นานโดยไม่เบื่อ และมีเมนูสำหรับซื้อกลับบ้านที่หลากหลาย 

เมนูแนะนำของที่นี่ คือ ขนมปังปิ้งที่ท็อปปิ้งด้วยเบคอนและไข่ต้มยางมะตูม คาเฟ่นี้เปิดให้บริการตั้งแต่เช้า ทำให้จะแวะไปรับประทานอาหารเช้าก่อนไปทำงานก็สะดวกเช่นกัน เมนูเครื่องดื่มยอดนิยมก็คือ Ultimate Mocha Ice Blended ที่ความหวานของวิปครีมที่ราดมานั้นเข้ากับความขมของมอคค่าได้อย่างลงตัว ลองไปชิมดูสักครั้งแล้วคุณจะติดใจ!

4. HIDEMI SUGINO (イデミ・スギノ)

เมื่อมองร้าน "HIDEMI SUGINO" จากด้านนอก คุณจะสะดุดตากับเค้กแต่งงานที่วางโชว์อยู่ที่กระจกหน้าร้าน และเมื่อเข้าไปในร้านก็จะพบกับขนมเค้กจำนวนมากวางเรียงรายกันอยู่ภายในตู้โชว์ แม้ว่าเค้กส่วนใหญ่จะเป็นเค้กสำหรับซื้อกลับบ้าน แต่คุณก็สามารถมานั่งรับประทานเค้กที่ซื้อภายในร้านได้ที่โซนคาเฟ่ของทางร้านเช่นกัน

คาเฟ่แห่งนี้ให้บริการขนมเค้กหลากหลายชนิด ทั้งขนมเค้กอเมทิส ที่ใช้บัตเตอร์ครีมที่มีสวนผสมของแอปเปิ้ลเขียวและผลแบล็คเคอร์แรนท์ ขนม Claret แสนอร่อยที่ทำจากมูสแบล็คเคอร์แรนท์ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งคุณจะสามารถรับประทานขนมเค้กที่มีต้นกำเนิดจากโอซาก้าและโกเบในโตเกียวได้ที่สาขา Nihonbashi 1 Chome แห่งเดียวเท่านั้น 

5. Marunouchi CAFE Kai (丸の内 CAFE 会)

ที่ชั้น 1 ของตึก KITTE ที่สถานีโตเกียวนั้น จะมีคาเฟ่ที่เกิดจากการร่วมมือกันของ Tully's Coffee และ Itoen ชื่อว่า "Marunouchi CAFE Kai" ตั้งอยู่ ภายในร้านมีบรรยากาศที่เงียบสงบ และมีที่นั่งค่อนข้างมาก เพลงแจ๊สที่เปิดคลอเบาๆ นั้นช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และน่าจะช่วยคลายความเหนื่อยล้าของวันได้เป็นอย่างดี  

หากได้มา เราขอแนะนำให้ลองเมนูน้ำแข็งไสชาเขียวมัทฉะที่เป็นสัญลักษณ์ของยี่ห้อ Itoen ที่จะมาพร้อมกับโมจิชิราทามะ ถั่วแดง และไอศกรีมชาเขียวมัทฉะ เป็นเมนูขนมญี่ปุ่นที่ให้ความเพลิดเพลินไปกับหลายๆ รสชาติในถ้วยเดียว นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีบริการอาหารเช้า เช่น เซตแพนเค้กกับกาแฟ ให้บริการอยู่อีกด้วย สาวกคาเฟ่ไม่ควรพลาดที่จะแวะไปรับประทานดูสักครั้ง!

แวะไปคาเฟ่บรรยากาศชิลๆ กันดีกว่า

หากคุณต้องการที่จะลืมความวุ่นวายในเมืองและผ่อนคลายให้รู้สึกสงบ ลองชวนเพื่อนๆ หรือคนสำคัญแวะไปที่คาเฟ่บรรยากาศชิลๆ ในมหานครโตเกียวแห่งนี้กันดู ซึ่งในระหว่างที่ทีมงาน tsunaguJapan ค้นคว้าข้อมูลสำหรับบทความนี้ก็ได้พบว่า ร้านคาเฟ่ชิลๆ เหล่านี้มีเอกลักษณ์และจุดเด่นที่แตกต่างกัน ลองไปสัมผัสกับเอกลักษณ์และจุดเด่นเหล่านั้นด้วยตัวคุณเอง คุณอาจจะพบร้านที่ถูกใจที่อยากกลับไปอีกก็เป็นได้!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทาง เฟซบุ๊ก  ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

 


บทความนี้ได้รับอนุญาตให้ทำการแปลและเผยแพร่จาก SPIRA (ในอดีตคือ Relux Magazine)
คุณสามารถจองโรงแรมผ่าน Relux (บริหารจัดการโดย SPIRA) ได้ ที่นี่!!

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่


ค้นหาร้านอาหาร