10 ที่เที่ยวยอดฮิตในจังหวัดมิยากิ (Miyagi) ภูมิภาคโทโฮคุ

จังหวัดมิยากิ (Miyagi Prefecture) ตั้งอยู่ในภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku region) ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก จังหวัดนี้ไม่เพียงแต่มีเมืองที่โด่งดังด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างเมืองมัตสึชิมะ (Matsushima) เท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยสถานที่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เช่น วัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และแหล่งสัตว์ป่าแสนน่ารักอีกด้วย! ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปสัมผัสกับ 10 แหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังควรค่าแก่การไปเยี่ยมเยือนในจังหวัดมิยากิ!

มิยากิ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

1. มัตสึชิมะ (เมืองมิยากิ)

มัตสึชิมะ (Matsushima) ตั้งอยู่ใจกลางจังหวัดมิยากิ ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก เมืองแห่งนี้ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยกว่า 260 เกาะ ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น 1 ใน 3 ทัศนียภาพที่สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น! โดยเฉพาะเกาะอันโด่งดัง 2 เกาะ ได้แก่ เกาะ Oshima ที่ภายในประกอบด้วยถ้ำจำนวน 50 แห่ง (ในอดีตเคยมีถ้ำกว่า 108 แห่ง) และเกาะ Kabuto-jima ที่มีลักษณะทางกายภาพคล้ายกับ Kabuto หมวกซามูไรญี่ปุ่น ซึ่งทิวทัศน์อันสวยงามทั้งหมดนี้คุณสามารถมองเห็นได้ผ่านปราสาทมัตสึชิมะ

เพียงแค่ข้ามสะพานแดงฟุคุอุระ (Fukuura Bridge) ไป คุณก็สามารถไปเยี่ยมเยือนเกาะหลายๆ แห่งในมัตสึชิมะได้อย่างง่ายดาย เช่น เกาะ Fukuura-jima ที่มีสวนตามธรรมชาติอยู่ภายใน สะพานแห่งนี้ยังถูกขนานนามให้เป็น 'สะพานเดไอ' หรือสะพานแห่งการพบเจอ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแลนมาร์คของกลุ่มคู่รักเลยทีเดียว!

2. วัดซุยกังจิ (เมืองมิยากิ)

วัดซุยกังจิ เป็นวัดเก่าแก่ในเมืองมัตสึชิมะที่ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 828 ต่อมาตัวอาคารหลักของวัดหรือ Hondo ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติของประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามไม่เพียงแต่อาคารหลักเท่านั้น อาคารหลังเล็กหลังน้อยภายในวัดก็ถูกกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมเช่นกัน นอกจากนี้ภายในวัดยังมีเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์จำนวนมากจัดแสดงอยู่อีกด้วย

จากอาคารหลักหรือ Hondo เดินมาประมาณ 5 นาที คุณจะพบกับ Zuigan-ji Godaido ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกหนึ่งแห่งที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1604 กล่าวได้ว่าในมัตสึชิมะแห่งนี้มีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นให้คุณได้เยี่ยมชมมากจนนับไม่ถ้วน 

3. ภูเขาซาโอะ (เขตคัตตะ)

ภูเขาซาโอะ (Mt. Zao) เป็นหนึ่งในภูเขาที่โด่งดังมากของประเทศญี่ปุ่น บนจุดยอดสูงสุดของภูเขาที่มีชื่อว่า Katta นั้นคุณจะพบกับทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่แสนงดงามนามว่า Okama หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า "หม้อ" ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อเสียงเลื่องลื่อเพราะสีของน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลและสภาพอากาศ ส่วนการไปเยือนที่ภูเขาซาโอะก็สามารถทำได้ทั้งจากการเดินเขา การขึ้นกระเช้าลอยฟ้ากอนโดล่า และการนั่งรถบัส 

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของภูเขาแห่งนี้ในฤดูหนาวก็คือ Juhyo หรือ Snow monster (ปีศาจหิมะ) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากต้นสนจำนวนมากบนภูเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะจนดูมีรูปลักษณ์คล้ายกับปีศาจ ถือเป็นปรากฏการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจที่นักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลนิยมเดินทางมาเพื่อชมความงดงาม

4. หุบเขานารูโกะ (เมืองโอซากิ)

หุบเขานารูโกะ (Naruko-kyo) เป็นหุบเขาลึก 2.6 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมิยากิและถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมของประเทศญี่ปุ่น ภายในมีทางเดินเท้าอย่างดีที่จะทำให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศของนารูโกะได้ตลอดทั้งปี ไม่เพียงแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น ทัศนียภาพที่สวยสะกดตาที่สุดของที่นี่อยู่ใต้สะพานโอฟุคาซาว่า (Ofukazawa Bridge) ที่เชื่อมทั้ง 2 ฝั่งของหุบเขาประมาณ 100 เมตร 

บริเวณใต้หุบเขาเป็นที่ตั้งของแม่น้ำนามว่า Oya และบันไดเชื่อมจากด้านบนสู่ทางน้ำ

5. ศาลเจ้าโอซากิฮาจิมังกู (เมืองเซนได)

ศาลเจ้าโอซากิฮาจิมังกู (Osaki Hachiman-gu) ถูกสร้างขึ้นในปี 1607 และถูกยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1952 ทั้งภายในและภายนอกของอาคารหลักของศาลเจ้าถูกตกแต่งด้วยสีสันสดใส เรียงรายไปด้วยรูปปั้นและเครื่องประดับโลหะ ทำให้ดูโดดเด่นสง่างามเป็นพิเศษ

ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่เทพเจ้าแห่งสงคราม ดังนั้นนักกีฬาจำนวนมากจึงนิยมมาเยี่ยมเยือนที่นี่เพื่อขอชัยชนะและความโชคดี เห็นได้จากจำนวนแผ่นป้ายขอพรหรือ "เอมะ" ที่เขียนโดยบรรดานักกีฬาภายในอาคารศาลเจ้า

มัตสึกะวะ ดารุมะ (Matsukawa Daruma) เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีของศาลเจ้าโอซากิฮาจิมังกู ซึ่งถูกตกแต่งด้วยสีน้ำเงินด้านหน้าและสีแดงด้านหลัง ผู้คนมักมาซื้อดารุมะเหล่านี้กลับไปเป็นของฝากจากมิยากิ

6. หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกซาโอะ (เมือง Shiraiwa)

หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกซาโอะ (Miyagi Zao Kitsune Mura) เป็นสวนสัตว์สุนัขจิ้งจอกรวม 6 สายพันธุ์ที่มีจำนวนกว่า 100 ตัว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมความเป็นอยู่ของเจ้าสุนัขจิ้งจอกเหล่านี้ได้แบบใกล้ชิดและเป็นอิสระ อย่างไรก็ตามคุณไม่ควรสวมใส่สิ่งของและเครื่องประดับที่ห้อยระย้าอย่างพวกกุญแจ เพราะสุนัขจิ้งจอกอาจเข้าใจผิดว่าเป็นอาหารและกัดคุณได้!

เพียงเช่าผ้าคลุมพิเศษจากทางสวนสัตว์ คุณก็สามารถอุ้มสุนัขจิ้งจอกได้แล้ว! นอกจากนี้คุณยังสามารถให้อาหารสุนัขจิ้งจอกและสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น กระต่ายและแพะ ได้อีกด้วย

7. น้ำตกอะคิอุ (เมืองเซนได)

น้ำตกอะคิอุ (Akiu Otaki) เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยงามที่สุดของประเทศญี่ปุ่น มีความกว้าง 6 เมตรและสูงกว่า 55 เมตร นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปที่น้ำตกแห่งนี้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่เขียวขจีและฤดูใบไม้ร่วงที่เต็มไปด้วยใบไม้สีสันหลากหลาย เช่น สีแดงและสีทอง

หากคุณมาเยือนน้ำตกแห่งนี้ จุดแรกที่สังเกตเห็นได้คือร้านชาแบบต้นตำรับ Fudo-chaya ที่ตั้งอยู่หน้าน้ำตก บรรยากาศอันย้อนยุคและขนมหวานแสนอร่อยของร้านชาแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวและจะทำให้ทริปนี้ของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเลยก็ว่าได้

8. ทุ่งทานตะวัน (เมืองโอซากิ)

ทุ่งทานตะวัน (Sunflower Hill) เป็นทุ่งกว้างกว่า 6 เอเคอร์ ตั้งอยู่ใจกลางจังหวัดมิยากิ ที่นี่เต็มไปด้วยดอกทานตะวันบานสะพรั่งกว่า 42,000 ดอก ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม ไม่เพียงแค่ชมดอกทานตะวันเท่านั้น คุณยังสามารถลิ้มรสไอศกรีมและคุกกี้จากดอกทานตะวันอีกด้วย

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทุ่งแห่งนี้จะถูกปกคลุมไปด้วยดอกผักกาดก้านขาว (Rapeseed) ซึ่งดูแปลกตาไปจากดอกทานตะวันในช่วงปกติ

9. เกาะทาชิโระจิมะ (เมืองอิชิโนะมากิ)

เกาะทาชิโระจิมะ (Tashiro-jima) ตั้งอยู่ในบริเวณตะวันออกของจังหวัดมิยากิ เป็นเกาะขนาดเล็กที่มีประชากรมนุษย์เพียง 100 คนแต่กลับมีประชากรแมวเป็นจำนวนมากจนถูกขนานนามว่า "สวรรค์ของแมว" หรือ "Cat Paradise" ในอดีต เกาะแห่งนี้เคยเป็นจุดตกปลาที่โด่งดัง แต่ในปัจจุบันกลับหนาแน่นด้วยนักท่องเที่ยวที่มาหาน้องแมวกว่า 130 ตัว

ในอดีตเกาะแห่งนี้เคยเป็นแหล่งผลิตรังไหม ดังนั้นแมวจึงเป็นถือเครื่องมือธรรมชาติชิ้นสำคัญที่ช่วยกำจัดหนู ศัตรูตัวฉกาจของรังไหม เจ้าแมวเหล่านี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีทั้งตอนมีชีวิตอยู่และตอนที่จากโลกใบนี้ไปแล้ว ถึงขนาดที่ว่ามีการสร้างศาลเจ้าพิเศษเพื่ออุทิศให้แมวที่ล่วงลับเลยทีเดียว

*กรุณางดให้อาหารแมว เนื่องจากแมวอาจมีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อนักท่องเที่ยว แมวแต่ละตัวมีกลุ่มสังคมและกลุ่มศัตรูอาศัยอยู่ในเกาะ ทั้งยังมีความคุ้นเคยกับคนแปลกหน้าในระดับที่แตกต่างกัน ดังนั้นโปรดระวัง

10. ทะเลสาบ Katanuma (เมืองโอซากิ)

ทะเลสาบ Katanuma เป็นหนึ่งในทะเลสาบที่มีน้ำที่มีความเป็นกรดสูงสุดในโลก ดังนั้นจึงไม่มีปลาหรือสิ่งมีชีวิตต่างๆ อาศัยอยู่ สีของทะเลสาบแห่งนี้จะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ จากสีเขียวมรกตไปจนถึงสีน้ำเงินเข้ม นักท่องเที่ยวสามารถมาเยี่ยมชมทะเลสาบแห่งนี้ด้วยการล่องเรือในช่วงฤดูร้อน

เส้นทางเดินรอบๆ ทะเลสาบมีสีสันที่สดใสและจะสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ในจังหวัดมิยากิมีที่เที่ยวมากมายและมีกิจกรรมหลากหลายสไตล์รอคุณอยู่ตลอดทั้งปี! ไม่ว่าจะเป็นการแวะไปเล่นกับสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยหรือไหว้พระขอพรตามศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ คุณจะได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ ในจังหวัดนี้เสมอ!

หากมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับบทความหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น สามารถติดต่อกับเราได้ที่ FacebookTwitter หรือผ่าน Google Form นี้!

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร