10 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในเอโนะชิมะที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูด

เอโนะชิมะ (江ノ島) เป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะมาเยือนตลอดทั้งปี เป็นพื้นที่การท่องเที่ยวที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายอาทิเช่น ศาลเจ้าเอโนะชิมะ (江ノ島神社) ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รวมถึงของกินและดอกไม้สวยงามตามแต่ละฤดูกาล ในคราวนี้เราจะมานำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ 10 แห่งให้ทุกท่านได้รู้จักไปด้วยกัน! ยังไงก็ลองนำไปพิจารณาสำหรับวันหยุดครั้งถัดไปกันดูนะ

เกาะเอโนะชิมะ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

1. Enoshima Aquarium (新江ノ島水族館)

เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเอโนะชิมะ ก็ขอแนะนำพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชินเอโนะชิมะ (新江の島水族館) หรือที่คุ้นเคยในชื่อเรียกว่า "เอโนะซุย (えのすい)" ที่นี่เป็นสถานที่ชั้นยอดในญี่ปุ่นที่สามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิได้ในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง มีจุดที่น่าสนใจอยู่ที่ "จักรวาลแมงกะพรุน (クラゲの宇宙)" ภาพฉายสามมิติซึ่งคอยต้อนรับทุกท่านด้วยการจัดแสงไฟที่สวยงามชวนฝัน รวมถึงโชว์จากปลาโลมาที่กระโดดสูงจนน้ำกระเซ็นซึ่งจัดขึ้นเพียง 2 ครั้งต่อวัน เป็นโปรแกรมแนะนำจากทางพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชินเอโนะชิมะ

ด้วยความที่เป็นโปรแกรมที่เพลิดเพลินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จึงเรียกได้ว่าที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับการทัวร์เอโนะชิมะ ถ้าท่านมีโอกาสแวะมาเยือนเอโนะชิมะเมื่อไหร่ล่ะก็ ขอให้ลองเข้าไปที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชินเอโนะชิมะกันดูนะ

2. ประตูโทริอิจากทองสัมฤทธิ์ (青銅の鳥居)

ประตูโทริอิจากทองสัมฤทธิ์นั้นเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาต่อเทพีเบ็งไซเท็น (弁財天) และได้เปลี่ยนจากการสร้างด้วยไม้มาเป็นทองแดง ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าศาลเจ้าเอโนะชิมะ จนในปัจจุบันนี้ก็ได้รับการกำหนดเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม เส้นทางนมัสการนับตั้งแต่ประตูโทริอิจากทองสัมฤทธิ์มาจนถึงศาลเจ้าเอโนะชิมะนั้น มีโรงแรมเรียวกัง ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารที่ยังคงสภาพตั้งแต่อดีตเรียงรายอยู่อย่างคึกคัก เช่นนั้นแล้ว ก็มาเดินทะลุประตูโทริอิจากทองสัมฤทธิ์และมุ่งหน้าไปศาลเจ้าเอโนะชิมะกันเถอะ

3. ศาลเจ้าเอโนะชิมะ (江島神社)

เมื่อเดินทะลุประตูจากโทริอิจากทองสัมฤทธิ์ก็จะพบกับประตูโทริอิสีแดง ซึ่งถูกสร้างขึ้นใหม่โดยตระกูลเจ้าสำนักสอนโคโตะ (พิณญี่ปุ่น) สายยามาดะ (山田流) เมื่อปี 1937 เมื่อเดินทะลุประตูโทริอินี้ไปก็จะพบประตูซุยชินมง (瑞心門) ซึ่งประตูซุยชินมงนี้เป็นประตูสุดแปลกที่สร้างเลียนแบบปราสาทพระราชวังมังกร (竜宮城) ขึ้นมา ตรงกำแพงถูกตกแต้งด้วยภาพวาด เมื่อเดินทะลุประตูซุยชินมง ล้างมือที่เทะมิสึยะ (สถานที่ล้างมือและบ้วนปากก่อนเข้าไปในศาลเจ้า) มุ่งหน้าไปยังศาลเฮสึมิยะ (辺津宮) พอผ่านศาลนากาสึมิยะ (中津宮) มาก็จะมาถึงศาลโอคุสึมิยะ (奥津宮) ใช้เวลาสักการะศาลเจ้าเอโนะชิมะทั้ง 3 แห่งอย่างช้าๆ จะทำให้เกิดความเข้าใจต่อศาลเจ้าเอโนะชิมะที่ลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งน่าจะทำให้ท่านได้ดื่มด่ำไปกับความรู้สึกที่บริสุทธิ์ผ่องใส ยังไงก็ลองนำไปประกอบการพิจารณากันดูนะ

4. ถ้ำเอโนะชิมะอิวายะ (江の島岩屋)

ถ้ำเอโนะชิมะอิวายะตั้งอยู่ในส่วนลึกสุดของเอโนะชิมะ ซึ่งตัวถ้ำอิวายะแบ่งออกเป็น "ไดอิจิอิวายะ (ถ้ำแรก)" และ "ไดนิอิวายะ (ถ้ำสอง)" ซึ่งกล่าวกันว่าไดอิจิอิวายะเป็นแหล่งกำเนิดความศรัทธาต่อศาลเจ้าเอโนะชิมะ และยังเป็นพาวเวอร์สปอต (จุดรับพลังบวก) ที่เชื่อว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่เมื่อก่อนอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังกล่าวกันว่าตัวถ้ำอิวายะเชื่อมยาวมาถึงถ้ำน้ำแข็งฟูงาคุ (富岳氷穴) ที่ภูเขาไฟฟูจิ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความลึกลับมากมาย นอกจากนี้ยังมีบริการเทียนให้เช่าเพื่อสนุกไปกับถ้ำอิวายะสุดลึกลับแห่งนี้ แต่ถ้าจะเดินมาก็ลำบาก เราจึงขอแนะนำให้นั่งเรือมาจะดีกว่า ยังไงก็ลองนำไปประกอบการพิจารณาเมื่อจะมาเที่ยวกันดูนะ

5. Enospa, Enoshima Island Spa (江の島アイランド えのすぱ)

"Enospa, Enoshima Island Spa" ที่ตั้งอยู่ตรงทางเข้าเอโนะชิมะแห่งนี้ เป็นรีสอร์ทสปาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพลังบำบัดจากธรรมชาติ ออนเซ็นของที่นี่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินลึก 1,500 เมตร ซึ่งเหมือนว่าจากการที่ช่วยป้องกันการระเหยของเหงื่อได้ จึงทำให้ไม่รู้สึกหนาวหลังจากอาบน้ำเสร็จ 

ที่ Enospa, Enoshima Island Spa แห่งนี้มีสระว่ายน้ำใน "พื้นที่ถ้ำ" และ "พื้นที่กลางแจ้ง" ฯลฯ สำหรับใส่ชุดว่ายน้ำลงไปได้ และยังใช้ร่วมกันทั้งผู้ชายและผู้หญิงจึงแนะนำให้มาลองมากๆ ลืมความวุ่นวายในชีวิตประจำวันที่ "Enospa, Enoshima Island Spa" แห่งนี้ แล้วมาผ่อนคลายไปทั้งร่างกายและจิตใจให้สบายกันเถอะ

6. Enoshima Samuel Cocking Garden (江の島サムエル・コッキング苑)

ชื่อเรียกของ Samuel Cocking Garden (サムエル・コッキング苑) แห่งนี้ มีที่มาจาก "Samuel Cocking (サムエル・コッキング)" ซึ่งเป็นพ่อค้าระหว่างประเทศชาวอังกฤษในสมัยเมจิ (明治時代 ช่วงปี 1868-1912) ที่สวนแห่งนี้เป็นสวนพฤกษชาติที่ท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับดอกไม้และพืชพันธุ์ต่างๆ ตามแต่ละฤดูกาล มีความกว้างมากกว่า 10,000 ตารางเมตร มีพืชทางทะเลตอนใต้ขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงทำให้อบอวลไปด้วยบรรยากาศของประเทศทางใต้

จุดที่น่าสนใจของที่นี่อยู่ที่พืช 4 พันธุ์ที่ได้รับการกำหนดเป็นอนุสาวรีย์ธรรมชาติของเมืองอันได้แก่ "Cook Araucaria", "Shimananyosugi (Araucaria heterophylla)", "Taiminchiku-gun (Pleioblastus gramineus Nakai clusters)" และ "Tsukami Hiiragi (Osmanthus heterophyllus cv. Undulatifolius)" ในฤดูหนาวจะมีการจัดงานแสงสีที่เรียกว่า "งานแสงสีครั้งใหญ่ทั้งสามในคันโต (関東三大イルミネーション)" ยังไงก็ลองแวะมาดูนะ

7. Chigogafuchi (稚児ヶ淵)

Chigogafuchi เป็นพื้นที่ราบสูงที่เกิดจากการกัดเซาะของคลื่น เป็นสถานที่วิวสวยที่สามารถกวาดสายตาชมมหาสมุทรแปซิฟิกได้ทั่ว จากการที่เป็นที่รู้จักว่าเป็นสถานที่ตกปลาที่โขดหินชื่อดัง จึงคึกคักไปด้วยผู้คนมากมาย ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสจะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับด้านหน้าถ้ำอิวายะจึงแนะนำให้มาเที่ยวควบคู่กันไปเลย

จุดที่น่าสนใจที่สุดของ Chigogafuchi ไม่ว่ายังไงก็ต้องทิวทัศน์ยามเย็นที่เปล่งประกายเป็นสีส้ม อีกทั้ง Chigogafuchi ยังถูกเลือกเป็น "50 สถานที่วิวงามในคานากาว่า" ถ้ามีโอกาสก็อยากแนะนำให้ลองหาเวลามาชมสุดยอดทิวทัศน์ที่หาดูได้ยากดูสักครั้ง

8. ระฆังริวเร็น (龍恋の鐘)

"ระฆังริวเร็น (ระฆังแห่งรักของมังกร)" ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1996 ให้สอดคล้องกับตำนานที่เทพธิดาและมังกรห้าหัวได้แต่งงานกันนั้น ในปัจจุบันได้กลายมาเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคู่รักแล้ว มีเรื่องที่เล่าต่อกันมาว่าเมื่อคู่รักที่ได้มาเยือนที่นี่สั่นระฆังที่ทำจากทองสัมฤทธิ์ก็จะสามารถครองรักได้ชั่วนิรันดร์ ส่วนรั้วที่เป็นสัญลักษณ์ของความรักก็มีกุญแจสายยูคล้องอยู่มากมาย

ด้วยความที่ระฆังริวเร็นตั้งอยู่บนที่สูง จึงสามารถชมวิวเกาะอิซุโอชิมะ (伊豆大島) ได้ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ถ้าหากต้องการให้ความรักชั่วนิรันดร์เป็นจริง ก็ลองแวะมาสั่น "ระฆังริวเร็น" กับคนรักแล้วสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไป

 

9. Enoshima Sea Candle (江の島シーキャンドル) (ประภาคารชมวิว)

หอชมวิวเอโนะชิมะที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1951 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการครบรอบ 100 ปีรถไฟฟ้าเอโนะเด็น (江ノ電) ที่ได้รับการปรับปรุงเมื่อปี 2003 จนกลายมาเป็น "Enoshima Sea Candle (ประภาคารชมวิว)" ที่ชั้นชมวิวของที่นี่สามารถกวาดสายตาชมวิวได้ 360 องศา ทำให้สามารถชมวิวได้ทั่วอย่างเช่น Samuel Cocking Garden เป็นต้น

ทัศนียภาพที่ปรากฏให้เห็นโฉมหน้าที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละฤดูกาลนั้นสวยงามมากก็จริง แต่ที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็ต้องงานประดับไฟในช่วงฤดูหนาว อีกทั้งยังมีตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชินเอโนะชิมะและ Enoshima Sea Candle แบบเป็นเซ็ตจำหน่ายอยู่ตามร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ก็ขอให้มาซื้อไปใช้ให้คุ้มค่ากันเถอะ

10. Enoshima Yacht Harbor (湘南港ヨットハーバー)

"Enoshima Yacht Harbor" เป็นสถานที่ที่มีการจัดการแข่งขันเรือยอชท์ของงานโตเกียวโอลิมปิกเมื่อปี 1964 ภาพที่มีเรือยอชท์นับ 1,000 ลำเรียงรายอยู่เป็นอะไรที่ตระการตามาก แม้แต่ในปัจจุบันนี้ก็มีการจัดการแข่งขันมากกว่า 100 ครั้งต่อปี

และเมื่อปี 1998 ก็ได้มีการสร้างพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจอย่างเช่น Center Promenade, แอ่งน้ำขึ้นน้ำลง (Tide pool) และซาซาเอะจิมะ (เกาะหอยตาวัว) ขึ้นมา ทำให้มีผู้คนแวะมาเยือนมากมาย พอถึงฤดูหนาวก็จะมีงานแสงสีที่มีสีสันสวยงามเป็นสถานที่แนะนำ ขอให้มาเดินเล่นแบบสบายๆ ที่เอโนะชิมะและใช้เวลาหนึ่งวันให้มีความหมายกันได้เลย

ออกเดินทางเพื่อค่อยๆ ดื่มด่ำไปกับมนต์เสน่ห์ของเอโนะชิมะกันเถอะ!

เอโนะชิมะเป็นสถานที่ที่สามารถชมทัศนียภาพที่แตกต่างออกไปตามฤดูกาลหรือช่วงเวลาที่มาเยือน รวมถึงภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ ท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับเอโนะชิมะแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน สมบูรณ์พร้อมทั้งการท่องเที่ยวและอาหารการกิน ขอให้ทุกท่านได้ลองนำบทความนี้ไปประกอบการพิจารณาเพื่อเพลิดเพลินที่เอโนะชิมะในแบบที่ไม่เคยลองมาก่อนให้เต็มที่ไปเลย

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทาง เฟซบุ๊ก  ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

 


บทความนี้ได้รับอนุญาตให้ทำการแปลและเผยแพร่จาก SPIRA (ในอดีตคือ Relux Magazine)
คุณสามารถจองโรงแรมผ่าน Relux (บริหารจัดการโดย SPIRA) ได้ ที่นี่!!

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร