โตเกียวในอีกมุมที่คุณอาจไม่เคยรู้จัก ออกเดินทางสู่ “ฮาฮาจิมะ” ดินแดนลับห่างจากตัวเมืองกว่า 1,000 กิโลเมตร สัมผัสธรรมชาติที่แท้จริงและวิถีชีวิตท้องถิ่น

"ห่างจากใจกลางโตเกียวไปทางทิศใต้ราวๆ 1,000 กิโลเมตร คือเกาะ ฮาฮาจิมะ (母島) หนึ่งในหมู่เกาะโอกาซาวาระ (Ogasawara Islands) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก แม้ในทางการปกครองฮาฮาจิมะจะเป็นส่วนหนึ่งของโตเกียว แต่เกาะห่างไกลแห่งนี้กลับให้ความรู้สึกราวกับอยู่คนละโลกกับตัวเมืองอันแสนวุ่นวาย ที่นี่จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความเร่งรีบและใช้เวลาท่องเที่ยวสบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ การเดินทางจาก ท่าเรือทาเคชิบะ (Tokyo Takeshiba Terminal) ในโตเกียว ซึ่งต้องต่อเรือและใช้เวลามากกว่า 24 ชั่วโมง ก็เปรียบเสมือนการเริ่มต้นทิ้งชีวิตประจำวันไว้เบื้องหลัง ตั้งแต่ก่อนจะเดินทางถึงเกาะเสียอีก เมื่อได้ออกสำรวจฮาฮาจิมะ คุณจะได้สัมผัสเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง กลิ่นของท้องทะเล และรอยยิ้มอันอบอุ่นของผู้คนบนเกาะ ทุกองค์ประกอบค่อยๆ ทำให้จังหวะชีวิตช้าลง และเปิดโอกาสให้คุณได้สัมผัสกับช่วงเวลาอันแสนพิเศษที่หาไม่ได้จากเมืองใหญ่ บนฮาฮาจิมะ เวลารูปแบบใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้น ซึ่งคุณจะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์และไม่ถูกปรุงแต่ง พร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างผ่อนคลาย และปล่อยให้ตัวเองได้พักจากความวุ่นวายอย่างแท้จริง"

* บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดโตเกียว

ฮาฮาจิมะ เกาะห่างไกล 1,000 กม. จากโตเกียว: การเดินทางและสภาพอากาศ

การเดินทางสู่ "ฮาฮาจิมะ" ในครั้งนี้ เริ่มต้นที่ท่าเรือทาเคชิบะในโตเกียว (Tokyo Takeshiba Terminal) จากนั้นขึ้นเรือ Ogasawara Maru ซึ่งเป็นเรือโดยสารขนาดใหญ่ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมงเพื่อเดินทางไปยัง "ชิจิจิมะ" (Chichijima) ก่อนไปต่อด้วยเรือ Hahajima Maru อีกประมาณ 2 ชั่วโมง ก็จะเดินทางถึงฮาฮาจิมะ แม้การเดินทางจะใช้เวลามากกว่า 1 วันต่อเที่ยว แต่นี่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยสุดพิเศษ เพราะทำให้ได้ค่อยๆ ชะลอจังหวะชีวิต ใช้เวลาอย่างไม่เร่งรีบ และมีโอกาสได้อยู่กับตัวเองและทบทวนเรื่องราวต่างๆ พร้อมเพลิดเพลินไปกับการเดินทางบนเรืออย่างช้าๆ มองผืนน้ำทะเลสีฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ความวุ่นวายจากชีวิตประจำวันก็ค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับระยะทาง

ฮาฮาจิมะตั้งอยู่ในเขตภูมิอากาศกึ่งร้อนชื้น จึงมีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี แม้ในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิจะอยู่ที่ต่ำกว่า 20°C เท่านั้น และเกาะแห่งนี้ยังมีโอกาสพายุเข้ามากในช่วงกลางเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน หรือแม้ในฤดูกาลอื่นๆ สภาพอากาศก็อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากวางแผนมาเดินป่าหรือออกสำรวจเกาะด้วยการเดินเท้า สิ่งที่ควรเตรียมมาห้ามขาดคือ อุปกรณ์กันฝน เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และรองเท้าที่สวมใส่สบาย ระหว่างที่เราพักอยู่บนเกาะ มีโอกาสได้เดินผ่านป่าท่ามกลางสายฝน ใบไม้เปียกชื้นเป็นประกายระยิบระยับเมื่อสะท้อนกับแสง ขณะที่เสียงนกร้องค่อยๆ ผสมผสานไปกับเสียงฝนที่ตกลงมาอย่างแผ่วเบา กลายเป็นบรรยากาศราวกับฉากในโลกแห่งความฝัน

เสน่ห์ของฮาฮาจิมะอีกอย่างก็คือการได้สัมผัสกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของความงดงามและเอกลักษณ์ของธรรมชาติบนเกาะแห่งนี้

Bonin Blue โลกใต้ทะเลลึกลับที่เหล่าเต่าทะเลใช้ชีวิตอย่างอิสระ

ผืนน้ำรอบหมู่เกาะโอกาซาวาระได้รับการขนานนามว่า “Bonin Blue” จากสีน้ำเงินเข้มใสราวกับคริสตัลอันเป็นเอกลักษณ์ และที่สวนสาธารณะวากิฮามะ นางิสะ (Wakihama Nagisa Park) ผืนน้ำทะเลใสสะอาดที่ทอดยาวสุดสายตา ขณะที่คลื่นลูกเล็กๆ ค่อยๆ เคลื่นมาราวกับเป็นการต้อนรับสู่เกาะแห่งนี้ เพียงได้นั่งอยู่บนชายหาด ฟังเสียงคลื่นทะเลและสัมผัสสายลมจากทะเลที่พัดผ่านผิวกาย ก็ทำให้รู้สึกสงบอย่างลึกซึ้ง จิตใจที่เคยวุ่นวายค่อยๆ ปลอดโปร่งขึ้น ราวกับได้ปล่อยวางทุกสิ่งและพักสมองอย่างแท้จริง

น่านน้ำรอบเกาะฮาฮาจิมะอันงดงามมีกิจกรรมให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำตื้นและน้ำลึก รวมถึงการชมวาฬและตกปลา ซึ่งกิจกรรมต่างๆ จะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ระหว่างเดินเล่นไปตามชายฝั่งอันเงียบสงบ เราได้พบกับเต่าทะเลที่กำลังแหวกว่ายอย่างอิสระ จากนั้นเราได้มุ่งหน้าไปยัง จุดชมวิวซาเมกาซากิ (Samegasaki Observation Deck) ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพแบบพาโนรามาของท่าเรือและหมู่เกาะโดยรอบที่ทอดตัวอยู่เบื้องหน้า เราใช้เวลาสักพักยืนมองออกไปยังท้องทะเล จินตนาการถึงโลกของเหล่าสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องล่าง ก่อนจะอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการชมวาฬจากป้ายแนะนำภายในจุดชมวิว

เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้นและปล่อยให้ตัวเองซึมซับบรรยากาศ ความเงียบสงบและเฉดสีฟ้าหลากหลายที่ทอดยาวอยู่ตรงหน้าก็ช่วยปลอบประโลมจิตใจให้ผ่อนคลายได้ดีมากเลยทีเดียว

ออกสำรวจผืนป่าดึกดำบรรพ์ พบกับสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นแห่งฮาฮาจิมะ

เนื่องจากฮาฮาจิมะไม่เคยเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกับทวีปมาก่อน ที่นี่จึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยอันทรงคุณค่าสำหรับสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ซึ่งต่างวิวัฒนาการขึ้นในรูปแบบเฉพาะของตนเอง เกาะแห่งนี้จึงเป็นถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นมากมาย รวมถึง นกตาขาวโบนิน (Bonin White-eye) อนุสรณ์สถานทางธรรมชาติพิเศษที่พบได้เฉพาะในหมู่เกาะฮาฮาจิมะ และไม่พบที่อื่นในญี่ปุ่น ระหว่างเดินป่าผ่าน ภูเขาจิบุซะ (Mt. Chibusa), ภูเขาซาไกงาทาเกะ (Mt. Sakaigatake) และ ป่าชิซึคาซาวะ (Shizukasawa Forest) รู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปยังโลกยุคโบราณ เมื่อครั้งที่ผืนโลกยังปกคลุมไปด้วยป่าดึกดำบรรพ์

ขณะเดินผ่านอุโมงค์สีเขียวที่เกิดจากต้นไม้สองข้างทาง ไกด์ได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของเกาะให้ฟัง ทำให้เราเข้าใจถึงสภาพแวดล้อมและความเป็นเอกลักษณ์ของฮาฮาจิมะได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ลึกเข้าไปในผืนป่า ยังคงมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์หลงเหลืออยู่ เช่น ปืนใหญ่ของกองทัพญี่ปุ่นในอดีต การได้พบเห็นปืนใหญ่ขนาดมหึมาที่ขึ้นสนิมตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แทนที่จะอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ เกิดเป็นความรู้สึกประหลาดใจแบบไม่สามารถบรรยายได้ ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นการบ่งบอกประวัติศาสตร์ที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกันอย่างลึกซึ้ง ภาพของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่ผสานเข้ากับร่องรอยทางประวัติศาสตร์ได้อย่างกลมกลืน ทิ้งความประทับใจไว้ในใจของเรา แม้เวลาจะผ่านไปนานหลังจากเดินทางออกจากเกาะแห่งนี้แล้วก็ตาม

ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า และดวงดาวระยิบระยับ

ช่วงเวลาบนเกาะฮาฮาจิมะดำเนินไปอย่างช้าๆ สอดคล้องไปกับการเคลื่อนตัวของดวงอาทิตย์และเฉดสีของท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป แม้จะเคยเดินทางและพบเห็นทิวทัศน์มากมายจากทั่วโลก แต่พระอาทิตย์ตกที่ได้ชมจาก Sunset Theater และ จุดชมวิวซาเมกาซากิ ซึ่งเป็นสองจุดไฮไลท์บนเกาะแห่งนี้ ก็ยังคงสร้างความประทับใจจนแทบหยุดหายใจ

การได้นั่งนิ่งๆ มองเส้นขอบฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม โดยไม่ต้องคิดถึงเรื่องใดๆ เป็นช่วงเวลาที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง ราวกับได้ปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับธรรมชาติ และหลีกหนีจากความวุ่นวายของชีวิตได้อย่างแท้จริง เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการพักผ่อนที่แสนงดงาม

เมื่อค่ำคืนมาเยือน ทั้งเกาะก็ถูกโอบล้อมด้วยความเงียบสงัดและความมืดมิด เราได้เดินทางไปยังอดีตลานจอดเฮลิคอปเตอร์ฮาฮาจิมะ (Former Hahajima Heliport) ซึ่งบริเวณนี้จะปิดไฟเวลา 22.00 น. ทำให้ท้องฟ้าเบื้องบนมืดสนิทและเผยให้เห็นดวงดาวนับไม่ถ้วนที่ส่องประกายอยู่เต็มท้องฟ้า กว้างใหญ่และน่าหลงใหลจนรู้สึกราวกับกำลังจะถูกดึงดูดเข้าไปในห้วงแห่งดวงดาว นอนลงบนพื้น ปล่อยให้สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านอย่างแผ่วเบา พลางเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว และเรายังโชคดีได้เห็นดาวตกแสนงดงาม พาดผ่านท้องฟ้าอีกด้วย

การได้ใช้เวลายามค่ำคืนอยู่ในพื้นที่โล่งกว้างที่แทบไม่มีแสงไฟและห่างไกลผู้คน รายล้อมด้วยความมืดและเสียงคลื่นทะเลเพียงอย่างเดียว เป็นความหรูหราที่หาได้ยากในชีวิตประจำวัน และช่วยให้ลืมความวุ่นวายและความเร่งรีบของชีวิตไปได้อย่างหมดสิ้น

ลิ้มรสอาหารท้องถิ่น พร้อมสัมผัสรอยยิ้มและความอบอุ่นของชาวฮาฮาจิมะ

สิ่งที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้น่าจดจำยิ่งขึ้น คือ รอยยิ้มอันอบอุ่นของผู้คนบนเกาะและวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นอันมีเอกลักษณ์ เมื่อเราแวะเข้าไปในร้านค้าแห่งหนึ่ง ก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่แม้จะอยู่บนเกาะห่างไกล แต่กลับมีสินค้าหลากหลายให้เลือกซื้อในราคาที่สมเหตุสมผล การได้เดินเลือกชมขนมและสินค้าอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะ ทำให้เราได้สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น และสัมผัสบรรยากาศอันอบอุ่นของชุมชนได้อย่างใกล้ชิด

ภายในร้านยังมีขนมที่ทำจาก “ชิมะเลมอน (Shima Lemon)” คือเลมอนท้องถิ่นที่เติบโตได้ดีภายใต้แสงแดดอันอุดมสมบูรณ์ของฮาฮาจิมะ และมีกลิ่นหอมสดชื่นเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงเหล้าท้องถิ่นและเกลือทะเลธรรมชาติอีกด้วย เราสนุกกับการเดินเลือกชมสินค้าต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมาย ก่อนจะเลือกซื้อของฝากที่ถูกใจกลับบ้าน เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์เล็กๆ ที่ช่วยให้ได้ใกล้ชิดกับชีวิตและเสน่ห์ของฮาฮาจิมะมากยิ่งขึ้น

เรายังมีโอกาสได้ลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อและเมนูอันเป็นเอกลักษณ์ของฮาฮาจิมะตามร้านอาหารท้องถิ่น เริ่มต้นด้วย “ชิมะซูชิ (Shima-zushi)” หรือซูชิแบบเกาะ ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของที่นี่ โดยจะใช้ มัสตาร์ดญี่ปุ่น (Karashi) แทนวาซาบิ และเข้ากันได้อย่างลงตัวกับซอสที่มีรสหวานอ่อนๆ ส่วนซาชิมิก็สดใหม่และอร่อยไม่แพ้กัน โดยเสิร์ฟปลาหลากหลายชนิดที่จับได้จากน่านน้ำรอบฮาฮาจิมะ ทำให้ได้สัมผัสรสชาติของท้องทะเลท้องถิ่นอย่างเต็มที่

ระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหาร เราได้พูดคุยกับชาวเกาะที่นั่งอยู่ข้างๆ เมื่อเล่าให้พวกเขาฟังเกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ ที่ได้ไปเยือนบนฮาฮาจิมะ พวกเขาก็แบ่งปันคำแนะนำอันมีค่าจากมุมมองของคนท้องถิ่น ทั้งเคล็ดลับในการเที่ยวเกาะให้สนุกยิ่งขึ้น รวมถึงแนะนำสถานที่ใหม่ๆ ที่น่าไปเยือนอีกด้วย

ฮาฮาจิมะคือ สวรรค์ซ่อนเร้นอันเงียบสงบที่อยู่ห่างไกลจากมหานครโตเกียวอันแสนวุ่นวาย ที่นี่เราได้พบกับผืนน้ำใสราวกับคริสตัลแห่ง Bonin Blue ผืนป่าอันเงียบสงบที่ยังคงหลงเหลือเรื่องราวและความทรงจำจากวันวาน และรอยยิ้มอันอบอุ่นของผู้คนที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความเป็นมิตร แม้ฮาฮาจิมะจะไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวหวือหวาหรือสิ่งดึงดูดใจมากมาย แต่ช่วงเวลาที่ได้อยู่ท่ามกลางเสียงคลื่นอันแผ่วเบาและน้ำใจของผู้คนในท้องถิ่น กลับช่วยเยียวยาจิตใจที่เหนื่อยล้าได้อย่างน่าประหลาด

สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่เพื่อ หยุดพักจากความวุ่นวาย ทบทวนตัวเอง และสัมผัสธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์ ขอแนะนำให้ลองออกเดินทางสู่ฮาฮาจิมะ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่ช่วยเติมเต็มและเยียวยาจิตใจอย่างแท้จริง

มนต์เสน่ห์คันโต

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ช้อปปิ้งญี่ปุ่นแบบประหยัดสุดคุ้ม! ดูคูปองส่วนลดที่นี่เลย

เกี่ยวกับนักเขียน

tsunagu
tsunagu Japan
นี่คือแอ็คเคาท์ทางการของ tsunagu japan