"ปลา Ara ตุ๋น" เมนูเด็ดเมือง Karazu Kunchi จังหวัดซากะ โดยพ่อค้าแห่งชุมชนริมปราสาท

ในปีค.ศ. 2016 ทาง UNESCO ได้ทำการประกาศให้ "เทศกาลหามเกี้ยว Karazu Kunchi" และ "เทศกาลรำลึกของเกี้ยว ธงประดับและร้านรวง" ของจังหวัดซากะ ภูมิภาคคิวชู เป็นมรดกโลกที่จับต้องไม่ได้ในสาขาวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น และยังได้รับการขนานนามและเป็นที่รู้จักในฐานะเทศกาลของลูกผู้ชายอีกด้วย ในทางฝั่งของเหล่าสุภาพสตรีเองก็มีการแสดงความขอบคุณแก่เหล่าลูกค้าโดยการจัดเตรียมอาหารท้องถิ่นของ Kunchi เอาไว้ต้อนรับ วันนี้จึงขอแนะนำอาหารประจำท้องถิ่น ปลา Ara ตุ๋น ที่คุณไม่ควรพลาด!

ซากะ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

เทศกาลฤดูใบไม้ร่วง Shuki Reidai Matsuri ที่ผู้คนต่างตั้งหน้าตั้งตารอ

Karazu Kunchi คือ เทศกาลใหญ่ประจำฤดูใบไม้ร่วง Shuki Reidai Matsuri ที่จัดขึ้นในศาลเจ้า Karazu Jinja ในเมือง อำเภอคาราสึ จังหวัดซากะ โดยมีผู้เข้าร่วมงานถึง 500,000 คน ซึ่งงานจะเริ่มต้นวันที่ 2 มกราคม จะเป็นการจัดให้ชมขบวนเกี้ยว Yoiyama (宵山) วันที่ 3 จะเป็นการแห่บูชาเทพเจ้าและวันที่ 4 ไปจนถึงวันรุ่งขึ้น ก่อนจะเข้าสู้ฤดูหนาวอย่างเต็มตัวนั้น เหล่าผู้คนท้องถิ่นในคาราสึเองนั้นต่างก็เฝ้ารอเทศกาลใหญ่ที่สุดของเมืองซึ่งจัดเพียงปีละครั้งนี้อย่างใจจดใจจ่อ

คำว่า Kunchi นั้นมีที่มาจากอักษรคันจิ "供日 ที่แปลว่าวันสักการะ (หรือ 九日 ที่แปลว่าเก้าวัน)" โดยเป็นการสักการะแสดงความขอบคุณสำหรับพืชผลที่เก็บเกี่ยวมาได้ คำนี้เป็นภาษาถิ่นทางเหนือของฝั่งคิวชู ซึ่งนอกเหนือจากจังหวัดซากะแล้ว ยังมีจังหวัดนากาซากิซึ่งจัด Nagasaki Kunchi เป็นเทศกาลใหญ่อีกที่หนึ่งด้วยเช่นกัน

"เทศกาลแห่เกี้ยว Karazu Kunchi" ได้รับการประกาศเป็นสมบัติประจำชาติสาขาวัฒนธรรมท้องถิ่นในปีค.ศ.1980

เกี้ยวขนาดมหึมาที่ช่วยกันแห่ไปตามเมือง เพื่อขอขมาและสักการะบูชาเทพเจ้า

ช่วงที่พีคที่สุดของงานเทศกาลนี้อยู่ในวันที่ 3 ซึ่งเหล่าคนหามเกี้ยวได้ตั้งขบวนแห่ไปยังจุดต่างๆ เพื่อแสดงความเคารพต่อเทพเจ้า โดยทางคุณ Maegawa Shuso และคุณ Uchida  Matsuo ซึ่งเป็นสมาชิกสมาคมคนแห่เกี้ยวแห่ง Karazu ได้ให้ข้อมูลไว้ว่าเทศกาลสักการะ Karazu Kunchi นี้จัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1663 โดยมีเหล่าพ่อค้าแม่ขายที่เป็นผู้ริเริ่มกิจการการค้าในแถบริมปราสาท มีความต้องการพัฒนาให้เมืองนี้เป็นเมืองแห่งการค้า จึงได้มีการทำการสักการะศาลเจ้า Karazu Jinja ในช่วงเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงเพื่อขอพรให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองในการค้าขายตั้งแต่โบราณสืบทอดกันมา

โดยลักษณะการจัดงานแบบปัจจุบันนั้นเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1819 เริ่มจากการหามเกี้ยวสิงโตแดง (赤獅子-Akashishi) นำหน้าสักการะบูชาเทพเจ้าแห่งศาลเจ้า Karazu Jinja ที่เมือง Katanamachi เกี้ยวที่เก่าแก่ที่สุดของที่นี่จึงมีลักษณะเป็นสิงโตที่มีใบหน้าเป็นสีแดง หลังจากนั้นเป็นต้นมาเป็นระยะเวลา 57 ปี ร้านใหญ่ตามเมืองต่างๆ ทั้ง Zaiki-cho, Sakanaya-cho และ Komeya-cho ต่างก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการสร้างเกี้ยวประจำเมืองของตัวเองขึ้นมาอีกทั้งหมดรวม 15 หลัง เพื่อมาเข้าร่วมขบวนแห่สักการะเทพเจ้า (ภายหลังมีเกี้ยวสูญหายไป 1 หลัง) ที่เกี้ยวมีการประดับประดาไปด้วยกระดาษเงินกระดาษทองดูสง่าสวยงาม

ซึ่งแต่ละเมืองต่างก็ตั้งใจทำให้เกี้ยวออกมาสวยงามดูดีเป็นเอกลักษณ์ตามแบบเฉพาะตัวของตนเอง เช่น เกี้ยวของเมือง Komeya-cho ก็เป็นรูปจำลองของกัปปะกำลังดื่มสุรา และรูปหมวกซามูไร Minamoto no Yoshimitsu หรือเมือง Kako-cho ที่มีเกี้ยวที่ตั้งชื่อว่า Shachi โดยมีความสูงสูงสุดถึง  6.5 เมตร น้ำหนักเกินกว่า 3 ตัน

ตัวเกี้ยวนั้นถูกสร้างมาราว 200 ปีและมีการบูรณะซ่อมแซมโดยช่างฝีมือท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น จากมือสู่มือทำให้ยังคงสีสันอันสดใสสวยงามเอาไว้จนถึงปัจจุบัน สำหรับเกี้ยวที่ใช้กำลังคนมากๆ ก็อาจจะมีหนุ่มๆ ช่วยกันหามถึง 400 คน แสดงพลังลูกผู้ชายให้เหล่าผู้คนได้เห็นกันอย่างเต็มตาอีกด้วย

สิงโตแดงที่เริ่มนำมาแห่สักการะเทพเจ้าในปีค.ศ.1819 ส่วนตั้งแต่ปีค.ศ. 1824 ได้มีสิงโตเขียวเพิ่มเข้ามา (青獅子-Aoshishi)

อาหารท้องถิ่นฝีมือสตรีแห่ง Kunchi ที่มีโอกาสลิ้มรสเพียง 2 วันเท่านั้น

ทางฝั่งสุภาพสตรีนั้นก็มีเวทีให้แสดงฝีมือในด้านการปรุงอาหารประจำถิ่นเช่นกัน เมื่อผู้ชายออกไปโชว์พลังในงานเทศกาลแล้วสาวๆ ที่อยู่บ้านก็มีหน้าที่ในการจัดเตรียมอาหารชุดใหญ่เอาไว้ โดยจะมีการเชิญชวนผู้มีพระคุณมารับประทานอาหารที่บ้าน ซึ่งเป็นประเพณีที่ไม่สามารถหาได้ในพื้นที่อื่นๆ ในวันที่ 3 และวันที่ 4 นั้นจะเป็นการเชิญญาติๆ แขกชั้นผู้ใหญ่ และเหล่าคู่ค้าต่างๆ เข้ามารับประทานอาหารที่บ้าน สำหรับบ้านที่มีคนรู้จักเยอะๆ นั้นอาจจะมีแขกถึง 300 คนเลยทีเดียว ว่ากันว่าเจ้าบ้านและญาติสาวๆ ที่มาร่วมงานจะร่วมแรงร่วมใจกันอดหลับอดนอนเพื่อเตรียมอาหารกันล่วงหน้าเป็นสัปดาห์

อาหารนั้นไม่ได้มีการกำหนดเมนูอย่างชัดเจนก็จริง แต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมาได้มีอาหารที่ต้องทำโชว์ในฐานะร้านใหญ่สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน นั่นคือ "ปลา Ara ตุ๋น" ซึ่งปลาชนิดนี้ถือเป็นของดีของอ่าว Genkainada และจะถูกคัดสรรพิเศษมาเฉพาะตัวใหญ่ๆ ที่มีขนาดราว 1 เมตรเท่านั้น ภายในท้องปลาจะมีการยัดไส้หัวไชเท้าและไข่ต้ม ปรุงรสด้วยโชยุ เหล้าญี่ปุ่นและน้ำตาล โดยนำไปตุ๋นและเคี่ยวนานถึง 1 วัน

สำหรับแขกที่ได้รับเชิญนั้นจะมีธรรมเนียมปฏิบัติในการแสดงความขอบคุณโดยการนำเหล้ามาฝาก กล่าวขอบคุณแล้วรีบหมุนเวียนให้แขกเหรื่ออื่นๆ ได้ผลัดกันเข้ามาทักทายเจ้าของงาน นอกจากนี้คุณ Maegawa และคุณ Uchida ยังย้ำอีกว่าคนที่จะได้รับเชิญนั้นต้องเป็นผู้ที่รู้จักกัน เช่น คู่เจรจาค้าขาย หรือเพื่อนฝูงเท่านั้น จึงจำเป็นจะต้องทำความรู้จักกับคนท้องถิ่นของ Karazu ก่อนจึงจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานนี้ได้

ปลา Ara ตุ๋นทั้งตัว ซึ่งตุ๋นในหม้อใหญ่พิเศษที่สั่งทำมาเพื่อจัดงานนี้เท่านั้น

จัดเตรียมปลา Ara ตัวเขื่องซึ่งเป็นหน้าเป็นตาของพ่อค้าแม่ขาย

เจ้าของโรงแรมญี่ปุ่น Nihon Ryokan Yoyogaku คุณ Masayasu Okawauchi ได้เล่าให้ฟังว่า สำหรับตระกูล Okawauchi นั้น การจัดเตรียมปลา Ara ในวันที่ 3 และ วันที่ 4 ต้องใช้ปลาถึง 30 กิโลกรัมมาตุ๋นเพื่อให้แขกที่เข้าพักได้รับประทานร่วมกันในห้องโถงใหญ่ และยังกล่าวอีกว่า

"ปลา Ara ตุ๋นที่โรงแรมของพวกเขาเป็นอาหารที่ทำพิเศษในช่วงวันงานเทศกาลเท่านั้น เราก็เลยต้องจัดหาและจัดเตรียมปลา Ara ที่มีขนาดใหญ่เอาไว้ก่อนและปรุงอย่างพิถีพิถันค่อยๆ ต้มด้วยไฟอ่อนไม่ให้เนื้อปลานั้นเปื่อย พอวันที่ 3 ที่ปลาเริ่มหมดไปครึ่งตัวแล้วถึงจะเริ่มตักปลาออกจากหม้อเอามาจัดเรียงในจานพร้อมกับหัวไชเท้าที่ตุ๋นมาด้วยกัน ซึ่งนี่ถือเป็นหน้าเป็นตาของเหล่าคนค้าขายใน Arazu ที่จะจัดเรียงยังไงให้จานนี้ออกมาดูสวยงามน่ากินอีกด้วย อีกอย่างคงพูดได้ว่า 'หน้าตาของอาหารที่แสดง' ก็คือหน้าตาของเหล่าพ่อค้าแม่ขายที่แสดงความขอบคุณและความจริงใจให้แก่แขกผู้มาร่วมงานจนเป็นประเพณีสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง"

อาหาร Kunchi ที่นำมาจัดเรียงในโถงใหญ่ของ Yoyogaku

ผู้สืบทอดรุ่นที่ 5 ของ Yoyogaku คุณ Masayasu Okawauchi

 

"เมือง Karazu นั้นขับเคลื่อนด้วยพระเพณี Kunchi อาหารที่แต่ละบ้านจัดเตรียมนั้นแฝงความรู้สึกขอบคุณและความจริงใจเอาไว้ แต่สาวๆ ก็คงจะลำบากน่าดูเหมือนกันครับ"

สำหรับปลา Ara ตุ๋น ของ Yoyogaku นั้นจะถูกจัดเตรียมเอาไว้ในวันที่ 2 เท่านั้น แต่ถ้าหากต้องการรับประทานอาหารที่ทำจากเนื้อปลา Ara แล้วล่ะก็ ทางโรงแรมมีเมนูนี้ให้บริการตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์

สัมผัสกับความเร่าร้อนของเหล่าลูกผู้ชายแห่ง Karazu Kunchi "โรงแสดงเกี้ยว อาคารชุมชน Karazu"

ที่นี่มีการจัดแสดงเกี้ยวที่ถูกนำไปแห่ในเทศกาล Karazu Kunchi ทั้ง 14 หลังเอาไว้ด้วยกัน โดยมีการแสดงรายละเอียดชื่อเมืองผู้เป็นเจ้าของเกี้ยว ชื่อเกี้ยว และปีที่จัดทำเกี้ยวหลังนั้นๆ ขึ้นมา รวมไปถึงยังมีการฉายวีดีโอภาพบรรยากาศการแห่เกี้ยวในวันที่ 3 ให้ชมอีกด้วย

บทความนี้ได้รับอนุญาตให้ทำการแปลและเผยแพร่จาก:Oishii Island Kyushu

 

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร