10 สถานที่ที่ไม่ควรพลาดในโอคายาม่า ห่างจากโอซาก้าเพียง 1 ชั่วโมง!

"โอคายาม่า" เป็นจังหวัดที่อุดมไปด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรมแต่กลับมีน้อยคนที่จะรู้จัก ที่นี่สามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นมาจากโอซาก้าได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมง นับว่าเดินทางสะดวกและเหมาะสำหรับเป็นจุดท่องเที่ยวแบบไปเช้ากลับเย็นเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม หากคุณได้ลองไปยัง 10 สถานที่อันแสนวิเศษในโอคายาม่าเหล่านี้แล้ว รับรองได้ว่าคุณจะต้องอยากอยู่ในโอคายาม่ามากกว่า 1 วันอย่างแน่นอน!

โอคายาม่า

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

หากคุณเคยมาเที่ยวคันไซและคิดว่าได้เห็นทุกๆ อย่างจนทั่วแล้ว คุณอาจจะคิดผิดก็เป็นได้ ที่คันไซนั้นมีอะไรให้ค้นหาอีกมากมายนอกเหนือจากเกียวโต นารา และโกเบ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ โอคายาม่า จังหวัดที่ตั้งอยู่ระหว่างเฮียวโงะและฮิโรชิม่า สามารถเดินทางเข้าถึงได้โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงจากโอซาก้า มาดูกันว่าสิ่งที่น่าสนใจ 10 อย่างของโอคายาม่าตั้งแต่สวนน่ารักๆ ไปจนถึงศาลเจ้าที่แสนสง่างามที่เราได้คัดเลือกมานี้มีอะไรกันบ้าง 

1. สวนโอคายาม่าโคราคุเอน (岡山後楽園) [โอคายาม่า]

สวนญี่ปุ่นแสนสวยแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 300 ปีก่อนภายใต้คำสั่งของ Ikeda Tsunamasa (池田綱政) หรือจ้าวครองแคว้นโอคายาม่ารุ่นที่ 2 มีความสวยงามสมกับที่ได้เป็น 1 ใน 3 สวนที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่นเคียงคู่ไปกับสวนเคนโรคุเอน (兼六園) ในเมืองคานาซาว่าและสวนไคราคุเอน (偕楽園) ในเมืองมิโตะ

แม้จะมีความสวยงามที่ใครๆ ต่างยอมรับแต่สวนนี้ก็ผ่านอะไรต่ออะไรมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ไต้ฝุ่นในปี 1934 หรือการทิ้งระเบิดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ่งก่อสร้างที่เห็นอยู่ในภาพด้านบนนี้คือ บ้านพักเรนจิเคน (廉池軒) ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างไม่กี่หลังที่หลงเหลือจากสงคราม

นอกจากจะมีบ่อน้ำอันงดงามและสายน้ำที่นิ่งสงบแล้ว ภายในบริเวณยังมีร้านชาหลายแห่งกระจายตัวอยู่ เช่น ร้าน "Fukuda Chaya (福田茶屋)" ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสถานที่ผ่อนคลายอย่างเงียบๆ พลางชมวิวทิวทัศน์อันน่าอัศจรรย์ใจ

2. ศาลเจ้าคิบิตสึ (吉備津神社) [Kibitsu]

แม้ว่าจุดเริ่มต้นของศาลเจ้าอันยอดเยี่ยมแห่งนี้จะยังไม่แน่ชัดสักเท่าไร แต่ก็มีทฤษฎีหนึ่งกล่าวไว้ว่าอาจถูกสร้างขึ้นโดย Nintoku-tenno (仁徳天皇) จักรพรรดิผู้ที่เคยรุ่งเรืองอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 3

อาคารศาลเจ้าหลัก (ฮอนเดน) และโถงสักการะ (ไฮเดน) นั้นถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1425 และยังถูกระบุให้เป็นสมบัติของชาติ ส่วนหลังคาหน้าจั่วโค้งงอแบบคู่ดังปรากฏอยู่ในภาพก็เป็นลักษณะที่หายากจนเป็นที่รู้จักกันในนาม "คิบิตสึซุคุริ" หรือสถาปัตยกรรมสไตล์คิบิตสึท่ามกลางวงการสถาปัตยกรรมเลยทีเดียว

ทางเดินอันมีเสน่ห์ที่ปรากฏอยู่ในภาพด้านบนนี้มีความยาว 360 เมตร ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1579 (ปีเทนโชที่ 7) และยังถูกทางจังหวัดระบุให้เป็นหนึ่งในทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกด้วย

3. เขตอนุรักษ์คุราชิกิบิคัง (倉敷美観地区) [Kurashiki]

หากคุณเป็นผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นโบราณ คุณไม่ควรพลาดสถานที่นี้เป็นอย่างยิ่ง! เพราะมันเป็นเขตอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในเมือง Kurashiki ที่คุณจะสามารถสัมผัสประสบการณ์เมืองเก่าราวกับว่าอยู่ในยุคเอโดะ (ปี 1603 - 1868) และนั่งเรือโบราณทัวร์คลองอันงดงาม ซึ่งถูกห้อมล้อมไปด้วยโรงเก็บของและบ้านเรือนสีขาวแสนน่ารัก

สำหรับตั๋วและรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาคลิกที่ https://www.kurashiki-tabi.jp/for/en/bikan.html

เมืองพ่อค้าแห่งนี้เคยรุ่งเรืองจนถือเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสินค้า (ส่วนใหญ่เป็นข้าว)ในยุคเอโดะ จึงอธิบายได้ว่าทำไมภายในเมืองถึงมีโรงเก็บของอยู่เป็นจำนวนมาก อีกหนึ่งเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ คือ "คุระ" ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า "โรงเก็บของ" จึงเป็นที่มาของชื่อ "Kurashiki"

สองข้างคลองเรียงรายไปด้วยโรงเก็บของที่มีกำแพงสีขาวและบ้านพ่อค้าแบบดั้งเดิม เป็นบรรยากาศที่จะทำให้คุณรู้สึกราวกับว่าได้ย้อนเวลากลับไปในอดีตเลยทีเดียว

4. ปราสาทบิจูมัตสึยามะ (備中松山城) [Bitchu Takahashi]

ปราสาทอันน่าตื่นตาตื่นใจแห่งนี้ถูกระบุให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 430 เมตรและยังเป็นปราสาทที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นที่ยังคงหลงเหลือหอคอยหลัก (เทนชู) หอเดิมตั้งแต่ตอนเริ่มสร้างให้เห็นจนถึงปัจจุบัน

ตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิ ผู้คนมากมายจะพากันเดินทางมาที่ Bitchu เพื่อรับชมวิวตอนเช้าที่มีเอกลักษณ์และน่าประทับใจของปราสาทที่ดูราวกับว่ากำลังล่องลอยอยู่ท่ามกลางหมู่ก้อนเมฆ แค่เพียงรูปด้านบนก็อาจทำให้คุณรู้สึกถึงความน่าอัศจรรย์ใจของมันแล้ว

ญี่ปุ่นมีปราสาทที่ยังคงมีหอคอยหลักดั้งเดิมอยู่ทั้งสิ้น 12 แห่ง แต่มีเพียงปราสาทบิจูมัตสึยามะเท่านั้นที่ตั้งอยู่บนยอดเขา ทำให้มันมีความสำคัญมากกว่าปราสาทอื่นๆ เป็นพิเศษ แค่ได้มาเข้าชมก็คุ้มค่าเหนื่อยจากการปีนเขาแล้ว เนื่องจากถนนสิ้นสุดที่ทางผ่าน Fuigo Toge คุณจึงจำเป็นต้องเดินเท้าประมาณ 20 นาทีเพื่อไปถึงปราสาท เตรียมรองเท้าเดินเขาให้พร้อม แล้วลองมาเพลิดเพลินไปกับเส้นทางสู่สวรรค์นี้ดูสิ! 

5. ภูเขาวาชู (鷲羽山) [Kurashiki]

แม้ว่าจะตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลเพียง 133 เมตร ซึ่งนับว่าไม่สูงสักเท่าไร แต่จากยอดภูเขาลูกนี้ คุณจะได้รับชมวิวอันยอดเยี่ยมของทะเลสีฟ้าผืนกว้างที่เต็มไปด้วยเกาะเล็กใหญ่อันสวยงามกว่า 50 เกาะ รวมไปถึงสะพานเซโตะโอฮาชิ (瀬戸大橋) ที่เชื่อมต่อโอคายาม่ากับคากาวะเข้าด้วยกัน

ชื่อ "วาชู" ของภูเขาลูกนี้มีที่มาจากรูปร่างของมัน ที่ดูเหมือนนกอินทรี ("วะ" ในภาษาญี่ปุ่น) กำลังสยายปีก ("ชู" ในภาษาญี่ปุ่น) อยู่

เวลาที่ดีที่สุดในการมาชมสถานที่แห่งนี้คือช่วงพระอาทิตย์ตกดิน สีโทนอบอุ่นและเงาอ่อนๆ บนพื้นหลังทำให้เกิดเป็นวิวทิวทัศน์ที่ถูกจัดให้เป็นอันดับต้นๆ ของ 100 พระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น เตรียมกล้องของคุณให้พร้อม และอย่าพลาดจังหวะที่จะถ่ายรูปไปอวดเพื่อนๆ ในอินสตาแกรมกันเถอะ!

6. ปราสาทโอคายาม่า (岡山城) [โอคายาม่า]

เดิมทีปราสาทแห่งนี้สร้างเสร็จสิ้นเมื่อปี 1597 แต่ตัวปราสาทก็ได้พังทลายไปเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งในปี 1966 ที่นี่มีจุดเด่นเป็นการตกแต่งภายนอกที่เน้นสีดำ ทำให้มันถูกเรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า "ปราสาทอุโจ (烏城)" ที่มีความหมายว่า ปราสาทอีกา

ที่เห็นอยู่ในภาพนี้คือ "สึคิมิยากุระ (月見櫓)" หรือ "ป้อมชมจันทร์" จากช่วงตอนต้นของยุคเอโดะ (ปี 1603 - 1868) เป็น 1 ใน 2 สิ่งก่อสร้างดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ของปราสาทแห่งนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมมันถึงถูกระบุให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น

7. Okayama Electric Tramway [โอคายาม่า]

Okayama Electric Tramway ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1910 เป็นบริษัทการคมนาคมที่ให้บริการรถราง 2 สายในโอคายาม่า ซึ่งได้แก่ สายหลัก Higashiyama และสาย Seikibashi

หากคุณสนใจที่จะนั่งเที่ยวชมเมืองโอคายาม่าบนรถรางวินเทจสีดำสุดเก๋ไก๋ เราขอแนะนำตั๋ว 1 วันที่แสนสะดวกของบริษัทนี้

โดยคุณสามารถตรวจสอบตารางเวลาของรถรางสีดำได้ที่นี่: http://www.okayama-kido.co.jp/tramway/jikoku_kuro.html

8. Hiruzen Daisen Skyline (จุดพักชมวิวคิเมนได) [Maniwa]

สถานที่สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจุดพักผ่อนบรรยากาศร่มรื่นหลังจากท่องเที่ยวมาทั้งวัน เป็นเส้นทางภูเขาที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม เริ่มตั้งแต่ที่ราบสูง Hiruzen (蒜山) ในโอคายาม่า ไปจนถึงภูเขา Daisen (大山) ในทตโตริ ในอดีตเคยเป็นทางหลวงเก็บค่าผ่านทางที่รู้จักกันในนาม "Hiruzen Daisen Skyline (蒜山大山スカイライン)" แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเปิดให้บริการโดยไม่เก็บค่าผ่านทางแล้ว

จุดพักชมวิวคิเมนได (鬼女台展望休憩所) เป็นจุดชมวิวที่มีความสวยงามไร้ที่ติ ขอแนะนำให้แวะมาในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเหล่าเนินเขาจะถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้สีสันสดใส อีกทั้งในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น คุณจะได้รับชมสีสันที่ตัดกันระหว่างพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นมาจากภูเขาฮิรุเซนซันซะ (蒜山三座) กับเหล่าทะเลหมอกที่ปกคลุมอยู่เหนือตัวเมือง เป็นทิวทัศน์ที่สมบูรณ์แบบอย่างยิ่งถึงขนาดที่โทรศัพท์มือถือเก่าๆ ก็สามารถถ่ายภาพออกมาสวยได้!

9. ศาลเจ้าคิบิตสึฮิโกะ (吉備津彦神社) [โอคายาม่า]

ศาลเจ้าที่ดูเก่าแก่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้เจ้าชาย Okibitsuhiko no Mikoto (大吉備津日子命) และตั้งอยู่ในบริเวณที่เขาเคยอาศัยอยู่ ใน "โมโมทาโร่" เรื่องเล่าญี่ปุ่นอันโด่งดัง Okibitsuhiko no Mikoto ได้ปราบยักษ์นามว่า Ura (温羅) และนำความสงบมาสู่แคว้นคิบิ ภายในศาลเจ้าจึงมีรูปปั้นโมโมทาโร่ที่คนนิยมมาถ่ายเซลฟี่กันอยู่อีกด้วย!

อาคารศาลหลักของที่นี่ก่อสร้างเสร็จสิ้นเมื่อปี 1697 เป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมชินโตในยุคอาซุกะ (ปี 592 - 710) ทั้งยังเป็นจุดที่พลาดไม่ได้สำหรับแฟนๆ ประวัติศาสตร์หรือสถาปัตยกรรม! 

10. Aeon Mall Okayama [โอคายาม่า]

หลังจากที่ได้ทัวร์สถานที่ต่างๆ มามากมาย ในที่สุดก็ถึงเวลาของการช็อปปิ้ง! คุณอาจจะคิดว่า Aeon Mall ก็ไม่เห็นแปลกสักเท่าไร แต่ที่นี่คือสาขาที่เรียกได้ว่าเป็นสาขาแม่ของญี่ปุ่นตะวันตกเลยทีเดียว! เป็นศูนย์การค้าทันสมัยที่มีสินค้าทุกประเภทในแบรนด์ที่หลากหลายให้เลือกซื้อ

ภาพที่เห็นอยู่ด้านบนนี้คือชุดจาก Ciaopanic แบรนด์ออริจินัลของภูมิภาคคันไซ ที่ขายทั้งเสื้อผ้าผู้หญิงและผู้ชาย ทั้งยังมีบริการคืนภาษีอีกด้วย! นี่เป็นเพียงตัวอย่างเดียวของร้านค้ามากมายที่อยู่ในศูนย์การค้าแห่งนี้ รับรองได้ว่าจะสนองความต้องการของทุกคนได้อย่างแน่นอน! (สามารถดูรายการของร้านค้าทั้งหมดได้ที่นี่: https://en.aeonmall.global/shop-okayama/)

นอกจากร้านเสื้อผ้าแล้ว ที่นี่ก็มีร้านอาหารต่างๆ และ Takashimaya Foodmaison ขอแนะนำให้เตรียมเวลาว่างไว้ทั้งวันหากคุณวางแผนที่จะแวะมา

 

หากได้มาเยือนโอคายาม่า ไม่ควรพลาดโอกาสที่จะแวะไปยังสถานที่เหล่านี้รวมไปถึงสถานที่น่าสนใจอื่นๆ ในโอคายาม่า ส่วนหนึ่งของญี่ปุ่นที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก คุณไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนประวัติศาสตร์หรือศาสนาชินโตเพื่อดื่มด่ำไปกับความสวยงามของมัน เพราะเห็นได้ชัดว่าที่นี่นั้นมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งในด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ! ลองให้บทความนี้เป็นผู้ช่วยในการวางแผนเดินทางของคุณดูสิ!

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร