พาลุย “โอคามะ” ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟสุดอลัง แพลนเที่ยวไปเช้า - เย็นกลับ

“โอคามะ (御釜)” เป็นทะเลสาบที่อยู่ในปากปล่องภูเขาไฟซาโอ (蔵王) ภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ยังไม่ดับ ทอดตัวยาวไปตามแนวชายแดนของจังหวัดมิยากิและยามากาตะ ความสวยงามของมันทำให้ใครหลายๆ คนอยากไปชมให้เป็นบุญตาสักครั้ง แต่หากฟ้าฝนไม่เป็นใจแล้วล่ะก็ จากทะเลสาบสีสดใสก็จะกลายเป็นทะเลหมอกทึมๆ ที่มองไม่เห็นอะไรเลย วันนี้เราอยากจะมาแนะนำแผนเที่ยวโอคามะแบบง่ายๆ ไปเช้า - เย็นกลับ โดยเริ่มเดินทางจากเมืองเซนได จังหวัดมิยากิ เผื่อวันไหนที่ฟ้าเปิดแดดดี คุณจะได้เดินทางไปชมความสวยงามของโอคามะได้ทันทีแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก!

มิยากิ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

(8:30) ออกเดินทางจากเมืองเซนได

นอกจากการเช็กพยากรณ์อากาศล่วงหน้าแล้ว ก่อนออกเดินทางก็อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศบนปากปล่องภูเขาไฟโอคามะอีกสักรอบผ่านกล้องถ่ายทอดสดที่โชว์สภาพของโอคามะแบบเรียลไทม์ สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์นี้ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อไปถึงแล้วจะได้ชมภาพโอคามะสวยๆ จริงๆ

สำหรับทริปนี้เราใช้บริการรถเช่าในการขึ้นไปชมปากปล่องภูเขาไฟโอคามะ ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุดสำหรับผู้ที่มีใบขับขี่ในญี่ปุ่นหรือใบขับขี่สากล ส่วนผู้ที่ไม่มีใบขับขี่ก็สามารถเดินทางไปที่โอคามะได้ด้วยรถบัสสาธารณะซึ่งมีให้บริการในหลายเส้นทาง คุณสามารถเลือกได้ว่าจะขึ้นรถบัสจากสถานีไหน เช่น สถานีเซนได, สถานี Shiroishi-Zao, สถานียามากาตะ ฯลฯ 

แต่ไม่ว่าจะใช้รถบัสหรือรถยนต์ก็มีข้อควรระวังอยู่อย่างหนึ่ง คือ ในช่วงต้นพฤศจิกายนถึงปลายเดือนเมษายน เส้นทาง Zao Eco Line ที่นำไปสู่โอคามะจะปิดการให้บริการเนื่องจากหิมะทับถมกันหนาและอาจเป็นอันตรายต่อการสัญจรไปมาได้ ดังนั้น อย่าลืมตรวจสอบวันและเวลาให้ดีก่อนออกเดินทางกันด้วยนะ!

(10:00) ถึงโอคามะ

พอขึ้นมาถึงด้านบนและจอดรถเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินไปชมโอคามะกัน! ขอแนะนำให้รีบมาก่อนเที่ยงเพราะแดดตอนเช้าจะตกกระทบทะเลสาบเต็มๆ ไม่มีเงาภูเขามาบังทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้ภาพสวยๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปแน่นอน อีกเรื่องที่คุณควรรู้ คือ บนเขาจะมีลมค่อนข้างแรง หากเป็นไปได้ก็ให้เตรียมเสื้อแจ็กเก็ตหรือเสื้อกันหนาวเอาไว้ใส่ตอนเดินชมโอคามะกันด้วยก็ดีค่ะ
 

เหตุผลที่ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อว่า "โอคามะ" เป็นเพราะรูปร่างของมันซึ่งเหมือนกับหม้อทำอาหาร ทำให้คนเรียกมันว่าโอคามะซึ่งแปลว่า "หม้อ" นั่นเอง นอกจากนี้ สีของทะเลสาบยังสามารถเปลี่ยนไปได้ตามอุณหภูมิ, ช่วงเวลา, สภาพอากาศและฤดูกาลด้วย ทำให้บางช่วงเราอาจจะเห็นทะเลสาบเป็นสีเขียว บางครั้งก็เป็นสีฟ้าหรือน้ำเงิน

จุดชมวิวที่โอคามะมีอยู่หลายจุดทั้งมุมใกล้และมุมสูง สามารถไปเลือกชมได้ตามที่ชอบ บริเวณนั้นมีศาลเจ้าให้ไปขอพรและจุดบริการนักท่องเที่ยวที่ขายทั้งอาหารและของฝากต่างๆ ให้ได้เข้าไปหลบร้อนหรือเดินซื้อของฝากกันด้วย

(11:30) แวะ Takimidai ชมน้ำตกยักษ์ 2 แห่งในคราวเดียว

ไม่ไกลจากโอคามะ มีน้ำตกขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ Fudou-Taki และ Sankai-Taki อยู่ในภูเขาซาโอ ซึ่งจุดชมวิวดีๆ ของน้ำตกทั้งสองแห่งนี้จะอยู่ที่ Takimidai แม้จะเป็นการมองมาจากอีกฟากของภูเขา แต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าน้ำตกทั้งคู่นั้นใหญ่เพียงใด

ภาพของน้ำตกที่อยู่ท่ามกลางหมู่ไม้และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเขาซาโอเป็นภาพที่ไม่ควรพลาดทีเดียว นอกจากนี้ หากคุณมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทัศนียภาพของน้ำตกท่ามกลางใบไม้แดงเหลืองอันสดใสก็สวยงามไม่แพ้กัน
 

(12:30) ทานอาหารกลางวันที่ร้าน Tamagoya ซื้อผลไม้เป็นของฝาก

ถ่ายรูปที่โอคามะกันจนหนำใจแล้ว ก็ได้เวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน เราขอแนะนำร้าน Tamagoya ซึ่งเป็นร้านอาหารที่เน้นเมนูไข่ ได้รับความนิยมจนเปิดหลายสาขา แต่สาขาหลักอยู่ที่ภูเขาซาโอนี่เอง จุดเด่นของร้าน คือ การใช้ไข่ที่มาจากแม่ไก่อายุไม่เกิน 360 วันเท่านั้น เป็นไข่ที่มาจากฟาร์มในซาโอซึ่งเลี้ยงมาในสภาพแวดล้อมอันอุดมสมบูรณ์ ทำให้ได้ไข่ที่สดใหม่ อร่อยและเหมาะแก่การนำไปทำอาหารทั้งคาวและหวาน

นอกจากเมนูอาหารแล้วที่นี่ยังขายขนมของฝากอีกมากมายที่ทำจากไข่ชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นพุดดิ้ง, เค้ก, คุกกี้ รวมถึงชูครีมไส้ครีมคัสตาร์ดที่มีรสชาติเข้มข้นละมุนลิ้น ใครชอบเมนูไข่นี่ห้ามพลาดเลยล่ะค่ะ

นอกจากของฝากในร้านนี้แล้ว เราก็ขอแนะนำให้คุณเดินชมบริเวณรอบนอกของร้านดูสักหน่อย คุณจะพบร้านขายผลไม้มากมายที่นำผลไม้จากสวนมาขายโดยตรง บนภูเขาซาโอมีการทำสวนผลไม้อยู่มากมาย อย่างในช่วงหน้าร้อนก็จะมีลูกพีชผลโตๆ น่ารับประทานมาวางขายเต็มไปหมด ที่สำคัญ คือ ราคาถูกมากเพราะไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ใครชอบผลไม้นี่แนะนำมากๆ

นอกจากนี้ หากคุณอยากลองเก็บผลไม้ทานแบบสดๆ บนซาโอก็มีสวนผลไม้หลายแห่งที่เปิดให้ได้สัมผัสประสบการณ์แบบนี้เช่นกัน
 

(15:00) แวะชมความน่ารักของสุนัขจิ้งจอกที่หมู่บ้านจิ้งจอก

ไหนๆ ก็มาถึงซาโอแล้ว ก็ต้องแวะมาหาน้องจิ้งจอกที่หมู่บ้านจิ้งจอก Zao Fox Village กันหน่อย! ที่นี่เปิดให้เราได้เข้าไปเดินชมสุนัขจิ้งจอกน่ารักๆ ที่มีอยู่เต็มหมู่บ้านได้อย่างใกล้ชิดโดยไม่มีรั้วหรือกรงกั้น เราจะได้ถ่ายรูปน่ารักๆ ของน้องจิ้งจอกกันอย่างเพลิดเพลินจนลืมเวลาไปเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ เรายังสามารถลองให้อาหารสุนัขจิ้งจอกในบริเวณที่กำหนดได้ด้วย

หากใครอยากลองจับหรืออุ้มสุนัขจิ้งจอกดู ที่นี่มีกฎห้ามแตะตัวสุนัขจิ้งจอกที่เจอทั่วไปในหมู่บ้าน แต่จะมีช่วงเวลาให้ได้ลองจับลองกอดสุนัขจิ้งจอกที่ทางเจ้าหน้าที่ได้คัดมาแล้วว่าไม่ทำร้ายคนอุ้มแน่นอน บอกเลยว่าขนของพวกมันนุ่มฟูมากๆ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีสัตว์ชนิดอื่นๆ อย่างแพะหรือกระต่ายให้ได้ชมกันอีกด้วย

(18:30) ทานอาหารเย็นที่ร้าน Gyutanyaki Senmonten Tsukasa

หลังจากคืนรถเช่าเสร็จเรียบร้อยก็มาเพลิดเพลินกับความอร่อยของเมนูขึ้นชื่อแห่งเมืองเซนไดอย่างลิ้นวัวย่างร้อนๆ หอมกรุ่นกัน ร้านที่เราไปมีชื่อว่า Gyutanyaki Senmonten Tsukasa เป็นร้านขายลิ้นวัวย่างที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในหมู่คนท้องถิ่น

จุดเด่นของร้านนี้ คือ การปรุงรสที่เข้มข้นและการย่างลิ้นวัวบนเตาถ่านร้อนๆ ให้ได้เทกซ์เจอร์แบบกรอบนอกนุ่มใน เมื่อกัดเข้าไปก็จะได้สัมผัสกับความชุ่มฉ่ำของรสชาติลิ้นวัวแสนอร่อยซึ่งเข้ากับข้าวธัญพืช ซุปหางวัว และผักดองที่เป็นเครื่องเคียงได้ดีสุดๆ

นอกจากนี้ ยังมีเมนูเคียงอื่นๆ อีกมากมายที่อร่อยไม่แพ้กัน เป็นการปิดทริปที่อิ่มทั้งใจและอิ่มทั้งท้องเลยล่ะค่ะ
 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับแพลนตะลุยเที่ยวโอคามะ 1 วันที่เรานำเสนอไปในครั้งนี้ บอกเลยว่าครบทั้งธรรมชาติ อาหาร และสัตว์น้อยน่ารัก อย่างที่เราได้บอกไปว่าสีของทะเลสาบโอคามะจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามสภาพอากาศและฤดูกาล ดังนั้น ถึงแม้ว่าคุณจะเคยเที่ยวมาแล้วก็สามารถใช้แพลนนี้เป็นไกด์กลับไปชมโอคามะอีกรอบได้ รับรองว่าคุณจะได้เห็นภาพทิวทัศน์ที่ไม่เหมือนเดิมแน่นอน หากมีเวลาก็ลองแวะมาดูนะคะ  

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร